test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 252 จิตวิญญาณ




“จินตาน ? [金蛋 : ไข่ทองคำ]” ยู่หยานแสดงสีหน้าแปลก ๆ เมื่อได้ยินชื่อประหลาดนั่นนึกไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนี่จะต้องมีชื่อเช่นนี้ ยู่หยานตัดสินใจว่านางจะไม่ล้อเลียนเรื่องนี้ในอนาคต

เมื่อเปลวเพลิงสีดำที่ชั้นห้าค่อย ๆ แผ่วเบาลง พวกเขามีทางเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเดินต่อไปยังชั้นหก แม้ว่าเพลิงของชั้นสี่และชั้นหกจะลุกโหมเข้ามาในพื้นที่ว่าง แต่มันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

“ที่สาวยู่หยาน ไปชั้นหกกันเถอะ” เนี่ยลี่เหลือบมองยู่หยานแล้วเอ่ย

ยู่หยานพยักหน้า ตั้งแต่จินตานจัดการเพลิงสีดำบนชั้นห้า นางก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีก การไปยังชั้นหกคือสิ่งเดียวที่ทำได้ แต่ทว่าจอมมารก็อยู่ที่ชั้นหกเช่นกัน นางหวังว่าจะไม่มีการต่อสู้ใด ๆ เกิดขึ้น เพราะถ้ามันเกิดขึ้นโอกาสที่พวกเขาจะชนะนั้นแทบจะไม่มี

เนี่ยลี่เดินตรงไปยังบันไดที่นำพาไปยังชั้นหก เขาหันไปมองรอบ ๆ แล้วเห็นจินตานกำลังเดินเงอะงะต้วมเตี้ยมตามเขามา

ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กนี่จะต้องพึ่งพาเขาซักหน่อย

เมื่อเห็นท่าเดินเตาะแตะของจินตาน เนี่ยลี่ก็รวมรวมพลังแห่งสัจธรรมแล้วโบกมือขวาขึ้น ส่งผลให้จินตานตัวน้อยลอยละลิ่วมาอยู่ที่ด้านหลังของตัวเขา

แม้ว่าจินตานจะลอยอยู่ แต่มันก็ยังแกว่งขาเล็ก ๆ ของมัน ราวกับว่ามันเดินอยู่บนอากาศอย่างสบายใจ

เนี่ยลี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้าเปี๊ยกนี่ทำอย่างกับเดินด้วยเท้าของตัวเอง”

แล้วทั้งสามก็เดินขึ้นบันไดเวียนไปยังชั้นหก

ชั้นที่หกของหอคอยนรกทมิฬ

        เมื่อเนี่ยลี่ย่างก้าวเข้าสู่หอคอยชั้นที่หก รอบตัวเขากลับกลายเป็นอาณาเขตไร้จุดสิ้นสุด ไม่คิดว่าชั้นหกของหอคอยนรกทมิฬจะเป็นห้องที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้
       
        “อย่างกับภาพลวงตาเลย!!” ยู่หยานเอ่ยขณะที่ขมวดคิ้วเข้าหากัน

        ภายในพื้นที่กว้างใหญ่นี่ พวกเขารู้สึกว่ามีกระแสพลังนับไม่ถ้วนที่พยายามซ้อนเร้นตัวเอง และสายตานับไม่ถ้วนที่จ้องมองมา ทำเอาพวกเขาขนลุกขนพอง

        “หืม...ข้าไม่มีเวลาไปสนใจคนพวกนี้หรอกนะ เป้าหมายของข้ามีเพียงแค่เข้าใจในสภาวะอนัตตาและผ่านการทดสองของเจ้าแห่งนครใต้พิภพเท่านั้น” เนี่ยลี่เอ่ย เขานั่งลงขัดสมาธิแล้วดำดิ่งตัวเองสู่การฝึกฝน

        ยู่หยานยืนระวังภัยอยู่ด้านข้างของเนี่ยลี่ และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้หากมีเรื่องใดเกิดขึ้น นางสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อันกว้างใหญ่นี่ ถึงแม้ว่าการดำรงอยู่ของมันจะดูเลือนลางมากก็ตาม

        ส่วนจินตานน่ะหรือ......ตอนนี้นอนกรนคร่อก ๆ อยู่ข้างเนี่ยลี่

        ก่อนหน้านี้เนี่ยลี่ได้เข้าถึงสภาวะอนัตตาไปแล้วแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะโดนรบกวนจากการฟักไข่ของจินตาน ถ้าเป็นคนธรรมดาคนอื่นก็ยากที่จะกลับมารู้สึกถึงสภาวะนั้นหลังจากที่ถูกรบกวนอย่างกระทันหัน

        ...แต่ปรากฏว่าเนี่ยลี่สามารถรู้สึกถึงสภาวะนั้นอีกครั้งได้อย่างง่ายดาย
       
จิตวิญญาณเขาเขาล่องลอยเข้าไปสู่สภาพที่น่ามหัศจรรย์ เหมือนว่าเขาจะเห็นเถาวัลย์ในขอบเขตวิญญาณกำลังเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ บนต้นมีดอกไม้ตูมอวบอิ่มบริสุทธิ์ที่พร้อมจะเบ่งบานในทุกเมื่อปรากฏอยู่

ยามที่สายตาของเขาถูกตรึงไว้ด้วยดอกไม้นั้น พลันความรู้สึกอันงดงามก็เอ่อล้มเข้ามาในอก จากนั้นสภาวะทางจิตของเขาก็ถูกเปิดกว้างออก
       
จิตของเนี่ยลี่ก้าวเข้าสู่สภาวะภายในที่ลึกล้ำ ในสภาวะนั้นร่างกายของเนี่ยลี่ได้ขัดเกลาตัวเองอย่างต่อเนื่องภายใต้ความกดดันของเพลิงทมิฬ สิ่งปนเปื้อนสีดำถูกขับออกมาจากผิวหนังและถูกเผาไหม้จนสลายเป็นความว่างเปล่าโดยเปลวไฟสีดำ ผิวของเนี่ยลี่ขาวขึ้นกว่าเดิมและ พลังวีรชน [heroic spirit] ที่หว่างคิ้วของเขาก็เพิ่มขึ้นด้วย

เนี่ยลี่สูญเสียกการติดต่อกับโลกภายนอกขณะที่เขาหมกหมุ่นอยู่ในสภาวะอันลึกล้ำนั่น

ทว่าเวลายังคงหมุนไป……

ทันใดนั่นเสียงอันทรงพลังเสียงหนึ่งก็ดังกังวาลเข้ามาภายในจิตใจของเขา

“ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด!!

ประหนึ่งเนี่ยลี่เกิดความรู้แจ้งอย่างกระทันหัน พลังมากมายถูดสาดเทเข้ามาในหัว เขารู้สึกถึงจิตวิญญาณอันทรงพลังโลดเล่นเข้ามาในร่าง มันทำราวกับพยายามจะยึดครองขอบเขตวิญญาณของเขาทั้งหมด

เนี่ยลี่ที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นถึงกับขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกได้ถึงการเป็นปฏิปักษ์และอัดแน่นไปด้วยความกระหายเลือดภายในขอบเขตวิญญาณของตัวเอง เนี่ยลี่รู้สึกเจ็บปวดราวกับร่างกายจะระเบิดออกจากกัน

“ในที่สุดข้าก็ได้พบทายาทคนอื่นเสียที  พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าข้าอยู่ในที่ระยำนี่มานานแค่ไหน!! ในที่สุดข้าก็ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง!!!” จิตวิญญาณนั้นหัวเราะอย่างโหดเหี้ยมขณะที่โจมตีขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่อย่างบ้าคลั่ง

หรือนี่คือหนึ่งในทายาทของจักรพรรดิคงหมิง?

“ชายคนนี้พยายามจะยึดครองร่างกายของข้างั้นรึ?” เนี่ยลี่กล่าวเสียงเย็น ชายคนนี้จะดูถูกเขามากไปรึเปล่า เนี่ยลี่ไม่คิดจะยอมให้ร่างกายของตัวเองแก่คนอื่นอย่างแน่นอน

เนี่ยลี่ดึงขอบเขตวิญญาณของตนกลับมาพร้อมกับรอบรวมพลังแห่งสัจธรรมทั้งสามสาย แล้วโจมตีกลับไปยังจิตวิญญาณจรจัดนั่น

ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!!   (ตีกันในใจมันมีเอฟเฟ็คด้วยวุ๊ย)

พลังแห่งสัจธรรมทั้งสามโรมรันอย่าดุเดือดกับจิตวิญญาณนั้น

เมื่อสัมผัสได้ถึงการต่อต้านอันรุนแรงจากเนี่ยลี่ จิตวิญญาณตนนั้นถึงกับประหลาดใจ “เจ้ารู้วิธีดึงขอบเขตวิญญาณกลับไปแล้วยังสามารถใช้พลังแห่งสัจธรรมเพื่อต่อต้านข้าทั้ง ๆ ที่มีอายุเพียงแค่นี้งั้นรึ!! แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่มีทางปฏิเสธข้าได้!!

จิตวิญญาณประหลาดแยกตัวเองออกเป็นหลายส่วนเพื่อหลบหลีกการโจมจีของพลังแห่งสัจธรรม พร้อมทั้งจู่โจมเข้าใส่ขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่

เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว ชายคนนี้ต่อกรได้ยากมาก เขาปลุกระดมพลังของแพนด้าเขี้ยวอสูรและปีศาจเงาพรายเข้ามาล้อมรอบเพื่อป้องกันจิตวิญญาณของตนเอง

“เจ้าเด็กนี่มันผุดขึ้นมาจากนรกขุมไหนกัน? มีทั้งพลังแห่งสัจธรรมสามแบบแล้วยังมีจิตอสูรอีกสองดวง!!” จิตวิญญาณของผู้บุกกรุกถึงกับตกตะลึง มันค้นพบว่าเนี่ยลี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกินกว่าจะต่อรองอะไรด้วยได้ มันไม่เคยเห็นมนุษย์คนใดที่มีจิตอสูรถึงสองตนมาก่อน

ขณะที่จิตวิญญาณนั้นพยายามจะยึดครองร่างของเนี่ยลี่ มันสามารถหลบหลีกการโจมตีของพลังแห่งสัจธรรมทั้งสามสาย แต่กลับไม่สามารถต่อกรกับจิตอสูรทั้งสองได้ เช่นนั้นแล้วหากมันต้องการครอบครองขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ก็ต้องเอาชนะทั้งคู่ให้ได้

ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!!  

จิตวิญญาณประหลาดเข้าต่อสู้อย่างดุเดือดกับจิตอสูรทั้งสอง เนี่ยลี่รู้สึกเหมือนกับขอบเขตวิญญาณของตนกำลังจะระเบิดออกเนื่องจากการพุ่งชนกันของพลังอันน่ากลัว เขาไม่คิดว่าขอบเขตวิญญาณของตนจะทนต่อพลังระดับนี้ได้นานนัก

จิตวิญญาณนี่ทรงพลังเกินไป หลังจากที่การต่อสู้ดำเนินไป เนี่ยลี่ก็รู้สึกได้ว่าจิตอสูรทั้งสองของเขากำลังถูกต้อนให้จนมุม

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า......ร่างนี้มันยอดเยี่ยมกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ต่อจากนี้ไปร่างนี้จะเป็นของข้า....กงหยานผู้นี้!!” จิตวิญญาณหัวเราะอย่างโหดเหี้ยมพร้อมทั้งกดดันจิตอสูรทั้งสอง และพยายามจะขับไล่ทั้งคู่ออกไปจากขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่

ชื่อของจิตวิญญาณตนนี้คือกงหยานงั้นรึ?

“หุบปาก!!! ไสหัวออกไปจากขอบเขตวิญญาณของข้าซะ!!! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!” เนี่ยลี่เค้นเสียงออกจมูก เขาลงมือเปิดมิติวิญญาณเพื่อดูดซับพลังของต้วนเจี้ยนและพรรคพวกคนอื่น ๆ เพื่อเตรียมตอบโต้กลับ

จิตวิญญาณของผู้บุกรุกสัมผัสได้ว่าเนี่ยลี่กำลังพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อต่อต้าน แต่ในมุมมองของมัน สิ่งที่เนี่ยลี่ทำนั้นช่างไร้ประโยชน์

“หืม...อย่าหาว่าเจ้าไม่เตือนงั้นรึ? เจ้าตีค่าตัวเองสูงไปรึเปล่า....แม้ว่าข้าจะเหลือเพียงจิตวิญญาณ!! มันก็มากพอแล้วที่จะจัดการกับคนอย่างเจ้า!!” จิตวิญญาณนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่

เนี่ยลี่จัดการหลอมพลังวิญญาณจนกลายเป็นหอกแหลมคมอันหนึ่งแล้วขว้างเข้าใส่จิตวิญญาณตนนั้น

ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!!  

การต่อสู้ภายในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ยิ่งทวีความรุนแรงและลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจิตวิญญาณตนนี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งแต่ก็ไม่สามารถสร้างความได้เปรียบเหนือกว่าเนี่ยลี่ได้

จิตวิญญาณนั้นพูดออกมาอย่างประหลาดใจด้วยน้ำเสียงที่กราดเกรี้ยว “ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถควบคุมพลังวิญญาณได้ถึงระดับที่น่าประหลาดใจเช่นนี้”

เนี่ยลี่สามารถควบคุมพลังวิญญาณได้ตามที่ใจเขาปรารถนา แม้ว่าจะต้องพบเจอกับจิตวิญญาณที่มีพลังแข็งกล้ากว่าก็ไม่เกินความสามารถที่เนี่ยจะต่อกรได้

เมื่อเห็นถึงใบหน้าที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดของเนี่ยลี่ ยู่หยานอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วในวินาทีนั้น นางรู้สึกว่าการฝึกฝนพลังของเนี่ยลี่ดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ นับแต่พลังแห่งสัจธรรมที่โคจรอยู่รอบตัวของเนี่ยลี่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย นางร่อนลงบนไหล่ของเนี่ยลี่เพื่อตรวจสอบสภาพของเขา

“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้?” ยู่หยานเอ่ยพลางขมวดคิ้วแน่น

ขณะที่ติดอยู่ในอยู่ในโลกแห่งจิต เนี่ยลี่พลันเกิดความคิดบางอย่าง มีบางสิ่งในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่ที่แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกหวาดกลัว

        มันคือเถาวัลย์ที่หยั่งรากลึกอยู่ในเขตแดนวิญญาณของเขานั่นเอง!!

        เนี่ยลี่ชักนำเถาวัลย์นั้นลุกลามไปยังจิตวิญญาณของผู้บุกรุก

        “นี่มันบ้าอะไรกัน!! ทำไมถึงมีสิ่งนี้อยู่ในขอบเขตวิญญาณของมนุษย์!?” จิตวิญญาณของทายาทจักรพรรดิคงหมิงเอ่ยอย่างตื่นตระหนก ภายในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดแตกต่างจากคนธรรมดาสามัญเป็นอย่างมาก
       
        เมื่อเถาวัลย์เลื้อยคืบคลานตรงมาหาตนเอง จิตวิญญาณก็คำรามเสียงต่ำ “หายไปซะ!!” จากนั้นก็ใช้พลังโจมตีไปที่เถาวัลย์
       
        ตูม!!! 

        เถาวัลย์เปลี่ยนทิศไปเมื่อถูกกระแทกด้วยพลังโจมตี มันยืดยาวออกแล้วบิดเป็นเกรียวย้อนกลับมาทางเดิมและพุ่งตรงเข้าหาจิตวิญญาณตนนั้นอีกครั้ง หลังจากนั้นมันก็เริ่มดูดพลังจากจิตวิญญาณเร่ร่อน

        แม้ว่าเนี่ยลี่จะไม่รู้ว่าเจ้าเถาวัลย์นี่เริ่มเติบโตมาจากที่ไหน แต่มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ หากเขาประเมินมันต่ำเกินไป

        เถาวัลย์พันตัวเองรอบเหยื่อของมัน มันดูดกลืนพลังจนจิตวิญญาณตนนั้นกรีดร้องอย่างน่าอนาถ จิตวิญญาณพยายามดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง ทว่าถูกผูกรัดไว้ด้วยเถาวัลย์อย่างหนาแน่น

        เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกดูดพลังจนเหี่ยวแห้ง จิตวิญญาณพยายามต่อสู้จนตนเองเป็นอิสระแล้วล่าถอยออกไปจากขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่อย่างรวดเร็วเพื่อเอาชีวิตรอด

        พลันลำแสงถูกยิงออกมาจากหว่างคิ้วของเนี่ยลี่

        “คิดจะหนีไปไหน?” ดวงตาของเนี่ยหลีลืมขึ้น เขาใช้ลำแสงนั้นติดตามจิตวิญญาณตนนั้นไป เนี่ยลี่สร้างพลังวิญญาณขึ้นมาเป็นรูปร่างแล้วพุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณตนนั้น

         จิตวิญญาณเร่ร่อนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและไม่มีพละกำลังพอที่จะต่อสู้ได้อีก!

        ยู่หยานมองสำรวจเนี่ยลี่เมื่อจู่ ๆ มีลำแสงถูกยิงออกมาจากหว่างคิ้วของเขา หลังจากเห็นมันนางก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่นางกำลังเตรียมจะช่วยเนี่ยลี่ จิตวิญญาณตนนั้นกลับกลายเป็นแสงพุ่งเข้าไปในหว่างคิ้วของยู่หยาน

        “แย่แล้ว!!” เนี่ยลี่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจิตวิญญาณนั่นจะเปลี่ยนเป้าหมายไปหายู่หยานหลังจากที่ล้มเหลวในการต่อสู้กับเขา แม้ว่ายู่หยานจะเป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่ทรงพลัง แต่ดูเหมือนจิตวิญญาณตนนี้....จะมีแข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพเจ้าเสียอีก......จบตอน


ได้ข่าวว่าแอดมีโปร.....ทั้งนี้เพื่อแปลให้ทันโปรของแอด....ตรูเกือบต้องติดโปรของมหาลัย 

แปลโดย อนันต์กาล....[บุ๋งบุ๋ง]



         

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง