test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

4 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 249 การหยั่งเชิง



เนี่ยรู้สึกว่ามีออร่าที่น่ากลัวแผ่กระจายออกมาจากตัวของอีกฝ่าย


คลื่นพลังที่รุนแรงไหลพรั่งพรูออกมาตัวเขา มันรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้ การบ่มเพาะพลังของอีกฝ่ายนั้นก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่เขาได้เยียบย่างขึ้นบนชั้นที่ห้าของคอคอยเพลิงทมิฬ


       ขณะที่เนี่ยหลี่นั่งลงและบ่มเพาะพลัง เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวได้ลุกขึ้นยืนในทันทีนั้นแล้วปล่อยโซ่สีดำทมิฬหลายเส้นมาที่ตัวของเนี่ยหลี่จากทุกทิศทาง


ลงมือโดยปราศจากคำพูด?


เมื่อรู้สึกถึงได้ถึงโซ่ที่กำลังพุ่งมาที่ตัวเขา เนี่ยหลี่รีบกระโดดหลบ


*บูม!* *บูม!* *บูม!*

บริเวณชั้นห้าปกคลุมไปด้วยพลังมหาศาล



ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาพบกันที่นี่เด็กหนุ่มเสื้อคลุมสีขาวยิ้ม แต่เขาไม่ได้ลดการโจมตีลงเลย


ข้าเองก็ค่อนข้างคาดไม่ถึงเช่นกัน จอมมารเนี่ยหลี่ตวาดก้องสายตาจับไปที่จอมมาร


ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รู้แล้วว่าข้าคือใคร!” จอมมารพูด มือของเขาเริ่มสร้างผนึกอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาเปลี่ยนร่างไปเป็นสัตว์อสูรขนาดมหึมาความสูงขนาดห้าถึงหกเมตร และมีแขนแปดข้าง เขาเหวี่ยงกำปั้นยักษ์ที่ประจุพลังสัจธรรมแห่งนรกมายังเนี่ยหลี่


ถ้าข้าไม่รู้ข้าก็โง่เต็มทน!” 



      เนี่ยหลี่แอบประหลาดใจเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่ผสานร่างกับจอมมาร เนี่ยหลี่ไม่เคยคิดว่าจอมมารจะผสานร่างอยู่กับสัตว์อสูรที่หายากมากขนาดนี้ สัตว์อสูรนรกทมิฬแปดกร สิ่งมีชีวิตตัวนี้ปรากฏตัวขึ้นในอาณาจักรนรกเท่านั้น มันมีพละกำลังมหาศาลและมีความสามารในการต่อสู้ที่หลากหลาย สรุปแล้วมันมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและไม่มีใครรู้จัก
กระทั่งเนี่ยหลี่เองก็รู้ถึงความสามารถของมันได้ไม่มาก


  เนี่ยหลี่รู้สึกได้ว่าจอมมารมีพลังสัจธรรมแห่งนรกอยู่ในขั้นที่น่ากลัวมาก ๆ เขาทำได้เพียงอยู่ให้ห่างจากพลังสัจธรรมแห่งจิตวิญญาณ!



*บูม!* *บูม* *บูม!*



พลังสัจธรรมแห่งนรกระเบิดไปทั่วอาณาบริเวณ ทันใดนั้น การโจมตีครั้งหนึ่งมาตกอยู่ใกล้กับเนี่ยหลี่มากเกินไป แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้ากับหลังของเขาส่งให้ร่างของเขากระเด็นไป



รอยเลือดรอยหนึ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของเนี่ยหลี่ เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในของเขาแทบจะระเบิดออกมา เขากระโจนขึ้นไปบนกำแพงและปลดปล่อยเสียงคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังสัจธรรมแห่งแสงและพลังสัจธรรมแห่งความมืดก่อตัวรวมกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นลูกบอลสีดำและสีขาว



ระเบิดหยินหยางสิบเท่า!



ลูกบอลสีดำและลูกบอลสีขาวโคจรรอบกันและกันแล้วก็ลอยไปที่อสูรนรกทมิฬแปดกร



เมื่อลูกบอลทั้งสองปะทะกันก็เกิดระเบิดเสียงดังกึกก้องขึ้น กลายเป็นพลังมหาศาลล้อมรอบตัวจอมมาร ตัวของเนี่ยหลี่เองก็ถูกกวาดออกไปด้วยแรงระเบิดที่น่ากลัวของระเบิดหยินหยาง



ระเบิดหยินหยางสิบเท่านั้นดูเหมือนว่าจะสามารถฆ่าคนในระดับเซียนได้!



      “เขาตายรึเปล่านะ?” เนี่ยหลี่ใช้แขนป้องกันคลื่นกระแทกที่กระเพื่อมมาที่ตัวเขา เขาผงกหัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าจอมมารตายไปรึยัง ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะคงไม่มีความกระจ่างในเรื่องความแข็งแกร่งที่แท้จริงของจอมมาร



ก่อนที่แรงระเบิดหยินหยางจะสงบลง อสูรนรกทมิฬแปดกรก็ปรากฏขึ้นที่ข้าง ๆ ตัวของเนี่ยหลี่อย่างฉับพลัน อสูรนรกทมิฬแปดกรคว้าจับขาข้างขวาของเขาด้วยแขนทั้งสองข้างของมันแล้วฟาดเขาลงบนพื้นอย่างโหดเหี้ยมไร้ปราณี



*บูม!* *บูม!* *บูม!*



ด้วยความแข็งแกร่งของอสูรนรกทมิฬแปดกร มันจับเนี่ยหลี่ยกขึ้นและฟาดลงบนพื้นต่อเนื่องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



มันเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้ที่จะต่อกรกับพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ เนี่ยหลี่รู้สึกว่าอวัยวะภายในของเขาจะแทบระเบิดร่างของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นร่างมนุษย์อย่างรวดเร็ว



ปีกสีดำและสีขาวงอกออกมาจากหลังของเขา ขณะที่ปลอกแขนกระดูกขาวขนาดใหญ่บนแขนของเขาก็ก่อตัวขึ้นและประจุไปด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายเพื่อเตรียมกรกับอสูรนรกทมิฬแปดกร



*บูม!* *บูม!* *บูม!*



    ทั้งสองทิ้งเงาร่างเอาไว้ในขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหวสลับที่กันอย่างรวดเร็วบนชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬ คลื่นกระแทกที่น่ากลัวสร้างความหายนะไปรอบ ๆ บริเวณ



ถ้าหอคอยเพลิงทมิฬไม่แข็งแกร่งจริงหรือถ้าหากว่าหอคอยแห่งนี้เป็นหอคอยธรรมดา มันคงแหลกเป็นผุยผงไปด้วยพลังที่เกรี้ยวกราดแบบนี้เป็นแน่



     “ข้ายอมรับว่าพรสวรรค์ของเจ้านั้นน่ากลัวมากเมื่อเจ้าได้รับพลังสัจธรรมทั้งสาม อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับร่างกายที่แสนวิเศษของข้า เจ้าก็ยังคงอ่อนแอเกินไป ชะตาของเจ้าลิขิตเอาไว้แล้วว่าเจ้าไม่คู่ควรกับข้า!” 



   จอมมารคำรามอย่างดุร้ายในขณะที่ร่างกายของอสูรนรกทมิฬแปดกรเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเข้มทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง



เนี่ยหลี่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัวแผ่มาจากตัวของเขา จอมมารนั้นเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยประมือมาในชีวิตนี้ ลำพังความความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังคงไม่คู่ควรกับเขา



คุกหมื่นวิญญาณ!



จอมมารคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขายกกำปั้นขึ้นโจมตีใส่เนี่ยหลี่ กำปั้นของเขาดูคล้ายมีวิญญาณที่คร่ำครวญด้วยความเศร้าโศกจำนวนนับไม่ถ้วนสิงสถิตย์อยู่ แรงดันอันน่ากลัวนั้นกดต่ำลงมาที่ตัวของเขาชั้นต่อชั้นเหมือนกับจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกเป็นผุยผง



ในใจของเนี่ยหลี่รู้สึกตื่นตระหนก พลังนี้แข็งแกร่งมากเกินไป! เขารีบใช้พลังสัจธรรมแห่งความตายสร้างกำแพงกระดูกขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขาทันที



*บูม!* *บูม!* *บูม!*



กำแพงกระดูกถูกทำลายทีละชั้น ทีละชั้น



เนี่ยหลี่พยายามมองหาจุดอ่อนของจอมมาร แต่อย่างไรก็ตามจอมมารนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป การควบคุมพลังของเขานั้นไปถึงระดับที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่แม้กระทั่งเนี่ยหลี่ก็มิอาจเทียบเคียงได้


เมื่อคาดว่าเนี่ยหลี่กำลังจะพ่ายแพ้ ยู่หยานที่ซ่อนตัวและเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางวาดมือของนางก่อให้เกิดกำแพงไฟขึ้นมาตรงหน้าของเนี่ยหลี่ นอกจากนั้นโซ่เพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นและเปลี่ยนรูปร่างเป็นงูเลื้อยตรงไปที่จอมมาร



คุกหมื่นวิญญาณของจอมมารแหวกฝ่ากำแพงกระดูกของเนี่ยหลี่และชะงักลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถูกกำแพงไฟของยู่หยาน เมื่อรู้สึกได้ว่างูเพลิงกำลังเลื้อยไปหาเขา จอมมารก็แกว่งแขนทั้งแปดออกไปยึดจับพวกมัน


*บูม!* *บูม!* *บูม!*


งูเพลิงระเบิด


ในที่สุดผู้ช่วยของแกก็กำลังจะเปิดเผยตัวแล้วสินะ!” จอมมารถอยหลังกลับไปหลายก้าว เขายิ้มที่มุมปาก



      เนี่ยหลี่เช็ดคราบเลือดออกจากมุมปาก ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงมีอีกสองสามวิธีที่จะรักษาชีวิตของเขาจากจอมมารก็ตาม แต่ถ้าหากการต่อสู้ยังยืดเยื้อออกไปก็อาจจะไม่มีโอกาสชนะเขาได้อีก 


       จอมมารนั้นแข็งแกร่งเกินไป นอกจากนี้เนี่ยหลี่ยังรู้สึกได้ว่าจอมมารยังคงซุกซ่อนพลังอสูรไว้ในตัวของเขาอยู่อีก และถ้าเขาปลดปล่อยพลังนั้นออกมา ในท้ายที่สุดผลลัพธ์จะออกมาน่ากลัวเกินกว่าที่จะพูดได้


       ยู่หยานลอยอยู่บนฟ้า นางจ้องมองจอมมารที่อยู่ตรงหน้านางด้วยสายตาที่เย็นชา นางเตรียมพร้อมที่จะปรากฏตัวออกมาได้ทุกขณะ อย่างไรก็ตามในใจของยู่หยานก็เข้าใจดีว่านางไม่มั่นใจในการต่อสู้กับจอมมาร



ทันใดนั้น ร่างกายของเจ้าอสูรได้หดเล็กลงและกลับสู่รูปแบบร่างของมนุษย์ เขามองดูเนี่ยหลี่และพูด จากการต่อสู้ในครั้งนี้ อย่างน้อยข้าสามารถยืนยันได้ว่าเจ้าไม่ได้เป็นผู้ฝึกทักษะดารากรแห่งดวงจิต 


ข้าสงสัยว่าเจ้าใช้วิธีอะไรที่ทำให้เจ้าได้รับทักษะการฝึกฝนและความรู้เช่นนี้มา? เจ้ากระตุ้นความสนใจของข้า วันนี้ข้าจะไม่รีบร้อนฆ่าเจ้า ข้าจะรอดูว่าในอนาคตเจ้าจะก้าวไปได้ถึงระดับไหน!”
จอมมารไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าเนี่ยหลี่มาตั้งแต่แรก เขาแค่หยั่งเชิงเท่านั้น



        “เจ้ายังไม่สามารถฆ่าข้าได้ มันจึงยังคงเป็นปริศนาไม่ใช่เหรอเนี่ยหลี่กระตุกคิ้วในขณะที่เขาข่มจอมมาร เพื่อพยายามแสดงออกว่าเขาไม่ได้อ่อนแอกว่าอีกฝ่าย แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่แค่ในระดับตำนาน 



        เขาก็ยังมีวิธีลับอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนที่จะทำให้ศักยภาพของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดจำกัด เขายังคงสามารถรับมือกับจอมมารได้ มันเป็นแค่การสังเกตดูว่าจอมมารนั้นได้ซ่อนไพ่เอาไว้ในแขนเสื้อของเขากี่ใบกันแน่ ดังนั้นเนี่ยลี่จึงไม่ต้องการที่จะเสี่ยงเดิมพันด้วยไพ่ทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้



   “โอ้? เจ้าช่างมั่นใจจริง ๆ นะ!” เจ้าอสูรหรี่ตาให้เนี่ยหลี่มากกว่าหนึ่งครั้ง ถึงแม้ว่าพลังหยาบ ๆ ของเนี่ยหลี่จะอ่อนแอกว่าเขา เขาก็รูสึกได้ว่าเนี่ยหลี่ยังมีไพ่อีกหลายใบซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออยู่อีก



นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเลิกล้มความคิดที่จะฆ่าเนี่ยหลี่ ทักษะการบ่มเพาะของเขาใกล้จะโอนเอนไปสู่จุดที่สำคัญแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องเปลืองแรงไปกับคนที่ไม่มีความสำคัญ



จอมมารมองยู่หยานที่กำลังลอยอยู่บนฟ้า ถ้าเขาคาดเดาได้ถูกต้อง ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จะต้องเป็นเทพแห่งจิตวิญญาณที่กำลังบูรณะร่างใหม่ ความแข็งแกร่งของนางไม่สามารถประเมินได้


จอมมารคิดในใจกับตัวเอง ข้าควรจะต้องมุ่งหน้าไปสู่อาณาจักมังกรหายนะก่อนที่จะไปกังวลถึงเรื่องอื่น



บนชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬ สถานการณ์หยุดชะงักลง ทั้งเนี่ยหลี่และจอมมารต่างก็ฝึกฝนบ่มเพาะพลังต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังคงมีร่อยรอยแห่งความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างพวกเขา แต่ก็ไม่มีใครกระทำการอันใดเลย


   
ในสถานการณ์แบบนี้จะต้องทำให้เกิดสภาวะจิตอนัตตา (สภาวะไร้ตัวตน) ถึงแม้ว่ามันยากที่จะไปถึงขั้นนั้น !


ชั้นที่เก้าของดินแดนมรณะเก้าชั้นเจ้าแห่งนรกและพวกปรึกษาหารือกันเงียบ ๆ ในหมู่ของพวกเขา



  “พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้ช่างล้ำเลิศยิ่งนัก! แม้กระทั่งดวงจิตอสูรที่พวกเขาผสานรวมร่างด้วยก็แข็งแกร่งมาก! มันดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะแบ่งแยกพวกเขาในแง่ที่ว่าใครเหนือกว่า!” เทียนหุนหัวเราะ



    “ข้าเกรงว่าไม่ใช่ เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวสมควรจะเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง อย่างไรก็ตามอีกคนหนึ่งก็มิใช่ว่าจะอ่อนแอ!”


หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเห็นว่าทั้งเนี่ยลี่และจอมมารต่างก็สงวนความแข็งแกร่งของพวกเขาเอาไว้

เสี่ยวหยูกำลังตั้งใจฟังจากอีกฟากหนึ่ง จากที่เหตุการณ์ได้เริ่มต้นขึ้นเขารู้สึกว่าเนี่ยหลี่ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ เขาเชื่อว่าถ้าหากเนี่ยหลี่และจอมมารยังสู้กันต่อไป 



มันจะเป็นการยากมากที่จะมีใครสามารถทำนายว่าใครจะชนะหรือแพ้ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเสี่ยวหยูได้ติดตามพ่อของเขาไปยังนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์เพื่อฝึกฝน ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนจากโลกใบเล็ก ๆ กำลังกระตุ้นความสนใจของเขาอยู่


ข้าไม่เคยคิดว่ายู่หยานจะปรากฏตัวเหมือนกันหลิงหยุนยิ้ม


      เทียนหุนจิบน้ำชาและพูดเบา ๆ ยู่หยานเป็นแค่เทพแห่งจิตวิญญาณระดับต่ำที่ยังคงไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักมังกรหายนะ



ในหมู่พวกเขาทั้งเจ็ดคนนอกจากจ้าวแห่งนรก  ไม่มีใครสนใจที่เปิดเผยตัวเอง แม้กระทั่งในมหาสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเทพแห่งจิตวิญญาณ ดังนั้นเทพแห่งจิตวิญญาณอย่างยู่หยานและพวกจึงไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา!



จ้าวแห่งนรกนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด แม้ว่ายู่หยานจะเป็นเพียงแค่เทพแห่งจิตวิญญาณระดับต่ำ แต่เมื่อครั้งที่นางถูกโจมตีจากเหล่าผู้ช่ำชองหลายคนในมหาสงครามระหว่างเทพแห่งจิตวิญญาณ แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถดับดวงวิญญาณของนางลงได้ ในท้ายที่สุดนางพยายามซ่อนตัวในสระทมิฬ นางเป็นเพียงเทพแห่งจิตวิญญาณองค์เดียวที่ทำให้เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรอยู่ไม่เป็นสุข



ในความคิดของข้า ทำไมพวกเราไม่ให้นางติดตามพรรคพวกมาที่นิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์แล้วดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ?”



ท่านสามารถตัดสินใจได้ในเรื่องนั้นได้นี่ผู้อาวุโสที่เหลือตอบมาพร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ



ทันใดนั้น จ้าวแห่งนรกสัมผัสได้ถึงอะไรบางสิ่งราวกับลำแสงอะไรบางอย่างส่องสว่างพาดผ่านดวงตาของเขา


เรามีแขกมาเยี่ยมอาณาจักนรกของเราแล้ว ข้าขอตัวไปพบเขาก่อน!” จ้าวแห่งนรกพูดแล้วจำแลงกายเป็นหมอกสีดำจากนั้นก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว



     “แขก?” เสี่ยวหยูมองไปยังทิศทางที่พ่อของเขาหายตัวจากไปด้วยความรู้สึกที่เป็นปริศนา ใครคือแขกคนที่พ่อเพิ่งกล่าวถึง? เขาชำเลืองมองไปที่ใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสอีกหกคนที่เหลือ ทุกคนอยู่ในอาการสั่นสะท้าน หรือบางทีอาจจะเป็น…?..จบตอน



แปลโดย XXX

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง