test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 248 การเผชิญหน้า


ถ้าหากว่าพวกเขาจะเดินทางไปสู่อาณาจักรซากมังกรในอนาคตข้างหน้านั้น ทุก ๆ ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้เพื่อนของเขาสามารถป้องกันตัวเองได้!


      “ลองขึ้นไปอีกชั้นกันเถอะ!” เนี่ยหลี่พูดหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง คนอื่น ๆ ที่ล่วงหน้าพวกเขาควรจะขึ้นไปถึงชั้นถัดไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาควรจะต้องไล่ตามให้ทัน


เมื่อเอียจื้ออวิ้น เซี่ยวหนิงเอ๋อและพวกมาถึงชั้นที่สาม พวกเขาพบว่ายังสามารถรับมือกับแรงกดดันได้ง่ายอยู่  พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันเพียงเล็กน้อย ยกเว้นลู่เพียวกับเซี่ยวซุ่ย อย่างไรก็ตามบางทีพวกเขาทั้งสองอาจจะยังรับมือกับมันและสามารถเดินทางต่อไปได้


      พวกเขาเดินขึ้นไปเป็นกลุ่ม
เวลาเดียวกันนั้น บนชั้นที่เก้าของดินแดนมรณะเก้าชั้น


จ้าวแห่งนรก หลิงหยุนและเหล่าผู้อาวุโสรู้สึกประหลาดใจ พวกเขาเพิ่งเห็นเนี่ยหลี่กำราบกิเลนฟ้าและผสานมันเข้ากับตู่ซื่อ


      “สายตาของท่านจ้าวนรกช่างล้ำเลิศนัก จารึกอักขระที่เขาใช้นั่นดูเหมือนเป็นเคล็ดลับผนึกวิญญาณบางประเภทที่ควรจะปรากฏขึ้นในอาณาจักรซากมังกรเท่านั้น แม้กระทั่งใครบางคนในระดับพวกเราก็ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าเขาได้เรียนรู้มาจากที่ใดกัน?” ประกายตาของหลิงหยุนเต็มไปความอยากรู้อยากเห็น เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเนี่ยหลี่ซ่อนความลับไว้ในตัวมากแค่ไหน


ผู้อาวุโสที่เหลือต่างก็พูดกันพึมพำ แม้ว่าพรสวรรค์ของเนี่ยหลี่จะเทียบไม่ได้กับเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีขาว แต่วิธีที่เขาแสดงออกมาให้เห็นนั้นมันก็ช่างเป็นวิธีที่น่าพิศวงยิ่งนัก



        จ้าวแห่งนรกเหลียวมองชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดสีเทาและหัวเราะเบา ๆ ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับท่านพี่เทียนหุนด้วย เด็กคนที่อยู่ถัดไปจากเด็กที่ข้าได้เลือกนั่นได้ผสานร่างรวมกับกิเลนฟ้า สัตว์อสูรตัวนั้นจะจำแลงกายอยู่ในสายเลือดของเขาและจะทำให้เขาเป็นยอดอัจฉริยะ!”



ผู้อาวุโสเทียนหุนที่นั่งข้าง ๆ จ้าวแห่งนรกเกิดความยินดีปรีดาขึ้นในใจของเขา ถึงแม้กิเลนฟ้าตัวนั้นยังไม่โตเต็มวัยและแกนกลางของมันยังไม่ก่อตัวสมบูรณ์ก็ตาม 


การที่มันผสานร่างรวมกับตู่ซื่อก็ยังคงสามารถทำให้เขากลายเป็นยอดอัจฉริยะได้อยู่ดี ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวตู่ซื่อ แต่ตอนนี้ความคิดของเขาเกี่ยวกับตู่ซื่อนั้นเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ


ฮ่าฮ่า ขอบคุณ ขอบคุณ!” เทียนหุนป้องมือคารวะตอบพร้อมกับหัวเราะร่วน



ในอาณาจักรซากมังกร ศาสดาและสาวกนั้นมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าหากว่าสาวกคนใดทรยศทรศาสดาของเขาแล้ว มันผู้นั้นจะถูกทุกนิกายตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ จากนั้นมันผู้นั้นจะถูกไล่ล่าจนถึงแก่ความตาย 



เมื่อศาสดาได้สร้างความสัมพันธ์กับสาวกของเขาแล้ว ความสัมพันธ์ที่ว่านั้นจะเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและน่าเชื่อถือ ถ้าหากว่าในอนาคตสาวกคนนั้นประสบความสำเร็จอันรุ่งโรจน์ ความสำเร็จนั้นก็สะท้อนมาถึงตัวของศาสดาและสาวกคนนั้นก็จะได้รับสถานะพิเศษอันสูงส่งในนิกายอีกด้วย



นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเหล่าผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งถึงต้องการแย่งชิงตัวสาวกมาจากโลกใบเล็ก ๆ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้ล้ำเลิศในโลกใบเล็ก ๆ ก็ตาม แต่ตำแหน่งของพวกเขาในนิกายแห่งอาณาจักรซากมังกรนั้นก็ไม่ได้สูงส่งอะไรมากนัก



ข้าสงสัยว่าเด็กคนนั้นจะนำความประหลาดใจอะไรมาให้ข้าอีก?” จ้าวแห่งนรกเฝ้าสังเกตเนี่ยหลี่จากสระน้ำสะท้อนเหตุการณ์ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา



บนชั้นที่สี่ของหอคอยเพลิงทมิฬ


มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งอยู่บนชั้นนี้ กังหมิง มู่เย และฮัวฮว่าผู้ซึ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาก่อนหน้านี้ก็ล้วนปรากฏตัว อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏว่าเด็กหนุ่มเสื้อคลุมสีขาวอยู่บนชั้นนี้ เด็กคนนั้นขึ้นไปบนชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬแล้วหรือ?



เนี่ยหลี่แหละพวกเพิ่งขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ กังหมิงก็ละสายตาจากบันไดที่นำไปสู่ชั้นบน สายตาของเขาทอประกายความโกรธแค้นด้วยการที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ในการทดสอบเพื่อคัดเลือกของจ้าวแห่งนรก เขามุ่งหวังจะเป็นที่หนึ่ง 


แต่อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งกลายเป็นสักขีพยานให้กับคนก้าวที่ได้ก้าวขึ้นไปสู่ชั้นที่ห้า ในขณะที่ตัวเขาถูกผลักดันกลับมาหลายต่อหลายครั้งอันเนื่องมาจากเพลิงทมิฬที่หนาแน่นนั่นหมายถึงความแข็งแกร่งของวิญญาณกังหมิงยังห่างไกลจากเด็กหนุ่มคนนั้น!


ขณะที่กังหมิงเพิ่งจะหมดหวัง เนี่ยหลี่และพวกของเขาก็เยียบย่างขึ้นมา เขาไม่สามารถขึ้นที่ไปที่ชั้นห้าได้และจำนวนคนที่ขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  นั่นจึงทำให้เขาดูจะเป็นหมือนคนธรรมดาเอามาก ๆ บนชั้นนี้!


ฮัวฮหว่าและมู่เยต่างก็ลืมตาขึ้นมองไปทางเนี่ยหลี่และหันกลับไป พวกเขาไม่สามารถขึ้นไปสู่ชั้นที่ห้าได้เช่นกัน ทุก ๆ คนที่อยู่บนชั้นสี่ในตอนนี้นั้นเป็นคู่แข่งที่อยู่ในระดับเดียวกัน  นี่ยังไม่ได้รวมถึงกลุ่มอื่น ๆ อีก พวกเขารู้สึกตกใจเล็กน้อยคนพวกนี้มาจากที่ไหนกัน? ทำใมพวกเราไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อน?


หลังจากเหยียบย่างขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ ลู่เพียว เซี่ยวซุ่ย เว่ยหนาน และพวกอาจจะทนทานได้ไม่นาน ในขณะที่ตู่ซื่อ เอียจื้ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อดูคล้ายกับยังมีพลังหลงเหลืออยู่นิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่สามารถมุ่งหน้าขึ้นไปบนชั้นที่สูงกว่านี้ได้เช่นกัน มีเพียงคนกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่นั่นคือเนี่ยหลี่ ยู่หยาน และต้วนเจี้ยนที่ดูเหมือนจะรับมือได้สบาย ๆ


บริเวณชั้นสี่ส่องสว่างไปด้วยเพลิงทมิฬทำให้ลู่เพียวและพวกรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังเดือดพล่าน


 พวกเจ้าอยู่บนชั้นนี้ไปก่อนนะ ข้ากับพี่ยู่หยานจะมุ่งหน้าขึ้นไปบนชั้นที่ห้าเพื่อดูลาดเลาเนี่ยหลี่บอกตู่ซื่อและพวก จากนั้นเขาหันไปมองต้วนเจี้ยนและพูด ต้วนเจี้ยนเจ้าจงอยู่บนชั้นนี้และคอยปกป้องพวกเขา!”


ครับนายท่านต้วนเจี้ยนรับคำด้วยความเคารพ



เนี่ยหลี่แหงนหน้าขึ้นมองบันไดเวียนที่ทอดขึ้นไป จะมีอะไรแปลกประหลาดซ่อนอยู่บนชั้นที่ห้าหรือชั้นที่สูงกว่านี้นะ?



เนี่ยหลี่ระมัดระวังตัวด้วยนะ!” ทุก ๆ คนเตือนเขาด้วยความกังวล



 ได้เนี่ยหลี่พยักหน้าและมุ่งขึ้นไปสู่ชั้นที่ห้า
หลังจากที่เขามองดูท่าทีของเนี่ยหลี่ กังหมิงตะโกนมาจากอีกด้าน คิดว่าชั้นที่ห้ามันขึ้นไปได้ง่าย ๆ เรอะ?”



ก่อนหน้านั้นที่เขาพยายามมุ่งหน้าต่อไป เขารู้สึกได้ว่าเพลิงทมิฬก่อตัวหนาแน่นขึ้นในทุก ๆ ก้าวที่เขาย่างเหยียบขึ้นไป ณ ก้าวที่หกนั้นเขาถูกบังคับให้ถอยกลับคนอื่น ๆ ก็ลองพยายามเหมือนกัน แต่ไม่มีใครก้าวข้ามสถิติของกังหมิงไปได้


ขณะที่เนี่ยหลี่วางเท้าลงบนก้าวแรกของเขานั้น เขารู้สึกในทันทีว่าคลื่นความร้อนม้วนรอบตัวเขา เขาแหงนมองขึ้นไปทางปล่องบันได มันดูเหมือนกับว่าการที่จะไปให้ถึงชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬไม่ใช่เรื่องที่จะรับมือได้ง่าย ๆ!



เมื่อเนี่ยหลี่กำลังเตรียมตัวจะมุ่งหน้าต่อ ทุกคนในชั้นที่สี่พุ่งความสนใจไปที่เขา พวกเขาอยากจะเห็นว่าเนี่ยหลี่จะสามารถไปได้ไกลแค่ไหน แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะสามารถขึ้นไปบนชั้นที่ห้าได้ จนบัดนี้คนที่สามารถขึ้นไปบนชั้นที่ห้าได้มีเพียงเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวคนเดียวเท่านั้น คนอื่น ๆ ทุกคนล้วนห่างไกลจากเขา!


ภายใต้สายตาของทุก ๆ คนที่จับจ้องมองมา เนี่ยหลี่เดินต่อไปทีละก้าว ทีละก้าว



ก้าวที่สอง ก้าวที่สาม...


ทุก ๆ ก้าวที่เขาเหยียบย่างขึ้นไป เนี่ยหลี่รู้สึกถึงเพลิงทมิฬพรั่งพรูความกดดันที่น่ากลัวออกมา เขาสงสัยว่าเด็กหนุ่มในชุดขาวใช้วิธีอะไรถึงสามารถรับมือกับมันได้?



อาจจะเป็นเพราะความแข็งแกร่งของวิญญาณเขา?


เนี่ยหลี่ไม่รู้เลยว่าจอมมารนั้นได้ใช้วิธีบ่มเพาะที่เรียกว่าดารากรแห่งดวงจิต ดังนั้นจากการที่ได้รับความทุกข์ทรมานที่ดวงวิญญาณถูกแผดเผาในทุก ๆ วันนั้นทำให้ความแข็งแกร่งของวิญญาณจอมมารนั้นก้าวไปถึงสภาวะที่ไม่สามารถจะจินตนาการได้ ความจริงเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นเลิศอยู่แล้วเพลิงทมิฬเหล่านี้จึงไม่มีผลอะไรกับจอมมารมากนัก


เนี่ยหลี่ขมวดคิ้ว จากการที่มีใครสักคนก้าวขึ้นไปบนชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬได้นั้น ตัวเขาเองจะต้องไม่ด้อยไปกว่าคนคนนั้น


เนี่ยหลี่เคลื่อนที่ไปทีละก้าว กังหมิงและพวกจ้องไปที่เขา เมื่อเนี่ยหลี่ก้าวไปถึงก้าวที่ห้า พวกเขารู้สึกตกใจมากและไม่เชื่อว่าเนี่ยหลี่จะสามารถก้าวขึ้นไปได้สูงกว่า


ก้าวที่หก ก้าวที่เจ็ด...



กังหมิงแทบไม่เชื่อสายตาว่าจะมีคนถึงสองคนที่มีวิญญาณแข็งแกร่งกว่าเขา!


นานมาแล้ว เขาได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองนรก เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคนทั้งสองนี้โผล่มาจากที่ไหน พวกนั้นทำให้ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง


ความอยากรู้อยากเห็นของมู่เยและฮัวฮหว่าเอ่อล้นออกมาจากประกายตาของพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่และเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวนั่นมาจากไหน สำนึกของเขาบอกว่าพรสวรรค์ของทั้งสองคนนั้นมีมากจนตกใจ


ทุกก้าวที่เนี่ยหลี่เยื้องย่าง เขาขัดเกลาสภาวะจิตของเขา แต่ละก้าวดูเหมือนจะกลายเป็นความคิดที่ลึกซึ้งราวกับว่าเขากำลังดูดซับเพลิงทมิฬเข้าไป


สำหรับยู่หยานแล้วเธอดูมีความสุขตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้ามาในหอคอยเพลิงทมิฬ เธอได้ฝึกฝนการบ่มเพาะพลังสัจธรรมแห่งไฟมาตั้งแต่แรกเริ่ม เพลิงทมิฬที่แวดล้อมนั้นดูเหมือนจะถูกดูดเข้าไปในวังน้ำวนที่ไร้ก้นบึ้ง



ตราบใดที่เธอมีพลังสัจธรรมแห่งไฟมากพอ ร่างศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ


พี่ยู่หยาน ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้ใดละทิ้งหอคอยเพลิงทมิฬนี้เอาไว้เบื้องหลัง?” เนี่ยหลี่ถาม มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ตัวเขานั้นไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้จิตใจของยู่หยานล่องลอยไปในขณะที่ตอบคำถาม 


        “พูดถึงหอคอยเพลิงทมิฬแล้ว เรื่องราวของมันนั้นมีความเป็นมายาวนานยิ่งกว่าดินแดนมรณะเก้าชั้นซะอีก ย้อนกลับไปเมื่อครั้งโบราณกาล มีผู้อาวุโสสองท่านผู้ซึ่งบรรลุญาณอันลึกซึ้งไร้ขอบเขตได้ต่อสู้กันเองเพื่ออะไรบางอย่าง มันเป็นการต่อสู้ที่แม้แต่เทพแห่งจิตวิญญาณก็ได้แต่เฝ้ามองโดยที่ไม่กล้าเข้าไปร่วมด้วย 



        จากนั้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นผู้อาวุโสทั้งสองอีก ลือกันว่าคนหนึ่งนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่อีกคนได้ได้รับบาดเจ็บ หอคอยเพลิงทมิฬนี้คือทรัพย์สมบัติที่รอดพ้นมาจากเงื้อมมือของพวกเขา  และเมื่อทรัพย์สมบัตินั้นมาตกในที่แห่งนี้ บริเวณที่ราบรอบ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นไฟนรกที่ลุกโชติช่วงขึ้นมา


ญาณอันลึกซึ้งไร้ขีดจำกัด?” เนี่ยหลี่ขมวดคิ้ว ถ้าอย่างนั้นผู้อาวุโสทั้งสองก็คงจะเป็นสาวกของจักรพรรดิคงหมิงที่ต่อสู้ช่วงชิงการสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิอย่างนั้นเหรอ?



      “ไม่มีใครสามารถเคลื่อนย้ายหอคอยเพลิงทมิฬไปที่จากที่ที่มันตกลงมาได้ หลังจากนั้นเทพแห่งจิตวิญญาณบางองค์ก็เลยใช้มันและเปลี่ยนมันเป็นสถานที่ฝึกฝนยู่หยานพูดต่อ ส่วนเรื่องของกิเลนฟ้านั้นใครเป็นคนจับมันมาขังไว้ในสถานที่แห่งนี้ ข้าเองก็มิอาจรู้ได้



เนี่ยหลี่พยักหน้า เขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเป็นเพราะอะไร ความแข็งแกร่งในระดับที่แม้แต่พระเจ้ายังเกรง จักรพรรดิคงหมิงนี่ช่างเป็นบุคคลที่ล้ำเลิศยิ่งนัก


มีสาวกทั้งหมดห้าคนที่ได้รับการสืบทอดตำแหน่งจากจักพรรดิคงหมิง ถ้าคนหนึ่งตายนั่นไม่ได้หมายความว่าอีกสี่คนจะรอดหรือ? อย่างไรก็ตามนี่มันเหมือนข่าวร้ายแท้ ๆ  หากว่าคนหนึ่งจะตายไปนั่นก็หมายความว่าคนอื่นก็จะแข็งแกร่งขึ้น


ฆ่ากันเองเพื่อสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิคงหมิง ถ้าเขาฆ่าผู้สืบทอดคนอื่น เขาจะได้รับญาณอันลึกซึ้งไร้ขอบเขตจากคนพวกนั้น


ความคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในหัวของเนี่ยหลี่ เขานึกถึงตาเฒ่าบ้าบอในอาณาจักรคุกไร้ก้นบึ้ง มีโอกาสที่ตาเฒ่าบ้าบอคนนั้นจะเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่เขาเดินเตร็ดเตร่อยู่รอบ ๆ หินก้อนนั้นและสวดบทสวดนั่นซ้ำ ๆ เขาอาจจะได้รับญาณอะไรบางอย่างและกลายเป็นหนึ่งในผู้สืบทอด!


นั่นคือเหตุผลว่าทำไมที่คนอื่น ๆ จึงยังไม่ฆ่าเนี่ยหลี่ เขาคิดถึงความเป็นไปได้ ญาณหยั่งรู้ของเขานั้นยังตื้นเขินเกินไปดังนั้นมันจึงยังไม่คุ้มค่าที่จะฆ่าเขา!


เหมือนกับกิเลนฟ้า มันไม่คุ้มค่าที่จะฆ่ามันในขณะที่มันยังบรรลุนิติภาวะ แต่เมื่อมันโตเต็มวัยและแกนของมันก่อตัวสมบูรณ์นั่นจะกลายเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้



ในขณะที่เขาคิดนั้น เนี่ยหลี่อดรู้สึกไม่ได้ว่าหลังของเขาปกคลุมไปด้วยเหงื่อที่เย็นเยียบ เข้าได้ถูกม้วนเข้าไปอยู่ในวังวนโดยที่เขาไม่รู้ตัว



ในตอนนี้ข้ายังไม่คุ้มค่าสำหรับเจ้า แต่อย่างไรก็ตามข้าเกรงว่าในอนาคตเจ้าจะต้องเสียใจที่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดแสงวูบหนึ่งทอประกายจากส่วนลึกของนัยน์ตาเนี่ยหลี่ มันดูเหมือนว่าเขาจะต้องเร่งเดินทางเข้าไปในอาณาจักซากมังกรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเขาเองแล้ว
ชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬ


เมื่อเนี่ยหลี่ปีนขึ้นมาถึงชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬ สายตาของเขามองไปที่กึ่งกลางของห้องโถงที่เป็นที่ซึ่งเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวนั่งบ่มเพาะระดับพลังอยู่



   เมื่อเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวรู้สึกได้ถึงใครบางคนเขาก็ลืมตาขึ้นทันทีและได้สบสายตากับเนี่ยหลี่
คนทั้งสองอยู่ในที่ของตัวเองโดยปราศจากคำพูดใด ๆ

  นอกเหนือจากยู่หยานที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในแขนเสื้อของเนี่ยหลี่แล้วมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่อยู่บนชั้นที่ห้าของหอคอยเพลิงทมิฬ...จบตอน


แปลโดย XXX



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง