test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 246 จู๋สัตว์อสูรตุ๋น


แม้ว่าคนเหล่านี้จะมาจากต่างนิกายของอาณาจักรมังกรหายนะก็ตาม พวกเขาก็ล้วนกำเนิดมาจากโลกเล็ก ๆ แห่งนี้เหมือนกัน พูดได้ว่ายังมีความสนิทสนมกันในหมู่พวกเขาอยู่


ผู้อาวุโสหนวดเคราขาวคนหนึ่งถอนหายใจด้วยความทุกข์ เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรจากโลกเล็ก ๆ ใบนี้ถูกปลุกปั่นจากนิกายเทพอสูรจนนำมาสู่การสังหารหมู่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลกหลัก 



เพราะเหตุนี้โลกหลักจึงไม่ได้ให้กำเนิดเหล่าผู้มีพรสวรรค์มานานเกือบหมื่นปี มีเพียงไม่กี่อาณาจักรดังเช่นอาณาจักรเมฆาฝัน1 ที่ปรากฏผู้มีพรสวรรค์ขึ้นเพียงไม่กี่คน แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างในหมู่นิกายของพวกเราเลย มันเหมือนกับมีใครพยายามเอาเกวียนบรรทุกฟืนที่กำลังลุกไหม้ใส่ลงไปในน้ำถ้วยเล็ก ๆ ถ้วยหนึ่ง2 นั่นแหละ


       ชายในเสื้อคลุมสีดำหัวเราะ อาณาจักรมังกรหายนะมีอาณาเขตที่กว้างขวางใหญ่โตและมีโลกเล็ก ๆ อีกนับไม่ถ้วน สามารถจะเกณฑ์เด็กผู้มีพรสวรรค์รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาได้อีก ท่านวิตกเกินไปแล้ว แม้ว่านิกายเทพอสูรจะแข็งแกร่งแต่ถ้านิกายของพวกเราร่วมมือกันพวกมันก็จะไม่ได้เปรียบพวกเราอีกต่อไป


ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้น ก็อาจจะใช่ผู้อาวุโสหนวดเคราขาวถอนหายใจแล้วนิ่งนิ่งเงียบไป


 “ข้าสงสัยว่าคนใดในกลุ่มนี้จะเข้าตาจ้าวแห่งนรกบ้าง?” สาวงามคนหนึ่งยิ้มและถามชายในเสื้อคลุมสีดำ


ชายในเสื้อคลุมสีดำคือจ้าวแห่งนรก คนทั่วไปคิดว่าจ้าวแห่งนรกคือผู้ที่ควบคุมเมืองนรก อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็นแบบนั้น จ้าวแห่งนรกเป็นคนที่อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลังนั้นมีทั้งหมดรวมกันเป็นเจ็ดคน


เจ็ดคนนี้มักจะเกณฑ์เหล่าผู้มีพรสวรรค์ที่มาจากหลายเผ่าพันธุ์และแนะนำคนพวกนั้นไปสู่นิกายหลักของอาณาจักรอื่น ๆ ดังเช่นนิกายขนนกศักดิ์สิทธิ์
จากคำถามของสามงามคนนั้น เสี่ยวหยูอดมองไปทางจ้าวแห่งนรกไม่ได้ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน
จ้าวแห่งนรกคิดสั้น ๆ ก่อนพูดว่า เด็กคนที่ชื่อเนี่ยหลี่


     “โอ้?” เค้าหน้าแห่งความพิศวงปรากฏบนใบหน้าของสาวงามคนนั้น หล่อนพูดถึงแม้ว่าเด็กที่ชื่อเนี่ยหลี่คนนั้นจะปราดเปรื่องในเรื่องอักขระ แต่ในเรื่องพรสวรรค์เขายังห่างไกลจากเด็กหนุ่มเสื้อคลุมสีขาวนั่นอยู่นะ พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวนั่นสูงส่งไม่ธรรมดา

 จากการคาดเดาของข้าเขาน่าจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากทีเดียว!”


  ห้าคนที่เหลือล้วนงุนงงกับการตัดสินใจของจ้าวแห่งนรก ในสายตาของพวกเขาเด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีขาวยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าซะอีก


     ถ้าหากว่าท่านจ้าวแห่งนรกไม่ต้องการเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนนั้น งั้นก็เป็นโอกาสของนิกายคัมภีร์สวรรค์ของข้าแล้วสาวงามคนนั้นยิ้ม จ้าวแห่งนรกรับคำด้วยเสียงราบเรียบ ข้าไม่ได้เลือกคนที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดก็จริง แต่ข้ารู้สึกว่าเด็กคนนั้นก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน


ถึงแม้ว่าคนอื่น ๆ จะไม่รู้ว่าจ้าวแห่งนรกคิดอย่างไรถึงเลือกเนี่ยหลี่ พวกก็ไม่รู้สึกกังขากับความคิดของเจ้านรกเลย  ผู้อาวุโสผมขาวหันไปหาสาวงามคนนั้นแล้วยิ้ม 


หลังจากคราวของท่านจ้าวแห่งนรกก็มาถึงคราวของนิกายคัมภีร์สวรรค์ หลิงหยุนเจ้าจะเลือกเด็กหนุ่มเสื้อคลุมสีขาวนั่นหรือ?”

 “ถ้าข้าไม่เลือกเขา ทุกท่านจะให้ข้าเลือกได้สองคนรึเปล่าล่ะ?” สาวงามที่ชื่อหลิงหยุนเม้มปาก ประกายตาของหล่อนเปี่ยมไปไปด้วยความคาดหวัง


    “โอ้? นิกายคัมภีร์สวรรค์ไม่คิดจะเลือกเด็กหนุ่มเสื้อคลุมขาวนั่นเหมือนกันเรอะ?” คนที่เหลือมองไปทางหลิงหยุนต่างคนต่างงุนงง ตอนแรกทุกคนคิดว่าหลิงหยุนจะเลือกเด็กหนุ่มเสื้อคลุมขาวคนนั้นแน่ ๆ ถ้าอย่างงั้นเขาคงไม่ได้ผู้มีพรสวรรค์สูงสุดจากคนกลุ่มนี้?


       “อายุขนาดข้า ถ้าข้าเลือกเด็กหนุ่มที่หล่อเหลามาเป็นสาวก ข้ากลัวว่าคงจะเป็นที่ติฉินนินทาของคนทั่วไป ข้ารู้สึกว่าเด็กสาวทั้งสองนั่นก็ไม่เลว ทำไมไม่ให้เด็กสาวทั้งสองนั่นมาอยู่กับข้าล่ะ?” หลิงหยุนยิ้ม 


ถ้าได้เด็กสาวทั้งสองนั่นมาเป็นสาวกของข้า ข้าก็คงพูดคุยอย่างสนิทสนมกับพวกนางได้บ้าง



หลิงหยุนเจ้าคิดคำนวณได้ดีทีเดียว หนึ่งแลกสอง ไม่เลวผู้อาวุโสผมขาวหัวเราะและพูดต่อ หากหลิงหยุนมีความตั้งใจเช่นนั้นแล้ว พวกเราก็ไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้าน!”


ดูเหมือนเด็กหนุ่มเสื้อคลุมขาวนั่นจะต้องมาเป็นสาวกนิกายเมฆาซ่อนเร้นของข้าแล้ว!”


ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเลือกเด็กหนุ่มที่มีสายเลือดมังกรดำคนนั้น!”


ภายในหอคอยเพลิงทมิฬ เนี่ยหลี่และพวกไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกจับตามองและถูกเลือกจากคนกลุ่มนี้ไปแล้ว

เวลาผ่านไป กิเลนฟ้ากำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่ภายใต้เพลิงทมิฬอันหนาแน่น มันอ้าปากด่าทอสาปแช่ง 



เจ้าเศษสวะ! ถ้าเจ้าแน่จริงก็มาสู้กับข้าสิ คอยดูสิข้าจะฉีกพวกเจ้าเป็นชิ้น ๆ เลยทีเดียว เจ้าพวกชั่วช้า! เจ้าพวกขี้ขลาดไม่กล้าสู้ข้า ใช้แต่วิธีสกปรกต่ำช้า...กิเลนฟ้าพ่นคำด่าทอสาปแช่งไม่หยุดปาก


ข้าไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรตัวไหนปากเสียเช่นเจ้ามาก่อนเลย!” ตู่ซื่อพูดแบบคอตกเล็กน้อย
นี่เขาจะต้องทำข้อตกลงกับกิเลนฟ้าปากเสียตัวนี้เหรอเนี่ย?


เนี่ยหลี่เองก็ไม่รู้ว่ากิเลนฟ้าไปเรียนรู้การด่าทอสาปแช่งแบบนี้มาจากไหน อย่างไรก็ตามเขาไม่ใส่ใจอะไรกับคำด่าทอสาปแช่งพวกนั้น มันไม่ง่ายที่จะหาตัวกิเลนฟ้าพบ


กิเลนฟ้าด่าทอสาปแช่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาครึ่งชั่วยามจนมันเริ่มคอแห้ง เพลิงทมิฬเผาไหม้ตัวมันไปเรื่อย ๆ จนดูเหมือนว่ามันกำลังถูกย่างอยู่ แม้ว่ามันจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งแต่เพลิงทมิฬในหอคอยก็ใช่ว่าจะเป็นเพลิงธรรมดา ๆ


เนี่ยหลี่ทำใจให้สงบ ตอนนี้พวกเราก็ฝึกกันต่อไป อีกไม่นานเดี๋ยวก็ได้เห็นกิเลนฟ้าย่างในที่สุดกิเลนฟ้าก็อดทนต่อไปไม่ไหวและมันก็ยอมแพ้ เจ้าเด็กเหลือขอทำไมเราไม่มาตกลงกันอีกทีล่ะ


เอาเลือดของเจ้ามาก่อนค่อยว่ากันเนี่ยหลี่ยิ้ม 


ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน


     กิเลนฟ้าคำรามอย่างดุร้าย ให้เลือดข้ากับเจ้าเนี่ยนะ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด ถ้าข้าถูกเผาตายพวกเจ้าก็ได้แค่ฝันถึงดวงจิตอสูรของข้าเท่านั้น! เมื่อข้าตายมันก็จะถูกทำลายไปด้วย!”



      “ตามใจเจ้าเนี่ยหลี่ยักไหล่พลางพูดว่าแล้วถ้าพวกเราไม่สนดวงจิตอสูรของเจ้าล่ะ? เจ้าฆ่าคนมามากคราวนี้เจ้าถูกฆ่าบ้างมันก็ยุติธรรมแล้วนี่ ถึงแม้ว่ามันน่าเสียดายที่พวกเราไม่สามารถครอบครองดวงจิตอสูรของเจ้าแต่ข้าได้ยินมาว่าทุกส่วนของร่างกายเจ้านั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่ามหาศาลเลยนะ เกล็ด อุ้งเท้า หนวดเครา จู๋ ฯลฯ ข้าได้ยินมาว่าจู๋กิเลนฟ้าเนี่ยเป็นยาโป๊วชั้นเลิศเลยนะ



      ได้ยินที่เนี่ยหลี่พูดเอียจื้ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อล้วนหน้าแดงขึ้นมาทันที เนี่ยหลี่นี่หยาบช้าเกินไปแล้วลู่เพียวทำตาโตแล้วขยับเข้าไปหาเนี่ยหลี่พร้อมกับถาม 


จู๋สัตว์อสูรคือยาโป๊วชั้นเลิศจริง ๆ เหรอ
เราจะกินมันยังไงล่ะ ตุ๋น? ย่าง?”



       เสี่ยวซุ่ยมองไปทางลู่เพียวแล้วพูดถ้ามีจู๋สัตว์อสูรจริง ๆ อย่างที่ว่าเจ้าน่าจะเอามันมาให้ลู่เพียวนะ!”หลังจากเสี่ยวซุ่ยพูด เนี่ยหลี่ ตู่ซื่อและพวกมองลู่เพียวแปลก ๆ พร้อมกับพยายามกลั้นหัวเราะ



         ลู่เพียวนิ่งไปครู่หนึ่งแต่หลังจากที่เข้าใจความหมายแล้วเขาก็หน้าแดงขึ้นมาทันที เฮ้ย! อย่าเข้าใจข้าผิด! ข้าไม่ได้มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั่นนะ! ข้าไม่ต้องการมันเด็ดขาดพวกเจ้าเอามันไปเหอะ!”


     กิเลนฟ้าได้ยินคนกลุ่มนั้นพูดคุยกัน มันรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่หว่างขาทันที มันรีบหนีบขาแน่นแล้วเอาอุ้งมือของมันมาปิดเอาไว้อีกที พวกเจ้ามันหน้าด้านน่ารังเกียจ! ตอนนี้ข้าโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้ว! แม้ข้าตายข้าจะไม่ให้อะไรเจ้าหรอก!”


     ลู่เพียวหรี่ตามองไปที่กิเลนฟ้าแล้วพูด แน่นอน! ก่อนที่เจ้าจะตาย เจ้าควรจะทำลายจู๋ของเจ้าไปพร้อมกับดวงจิตอสูรของเจ้าด้วยนะ!”


  ได้ยินคำของลู่เพียวทุกคนหยุดหัวเราะไม่ได้ ลู่เพียวอำมหิตเกินไปแล้ว


หน้ากิเลนฟ้าคล้ำลง ทำไมมันจะต้องมาพบกับเจ้าวายร้ายพวกนี้ด้วย? อสูรฟ้าคิดถึงความตายของตัวมันเอง พอมันตายจู๋ของมันจะต้องถูกคนเอาไปตุ๋น อารมณ์ของมันในตอนนี้เรียกได้ว่าหดหู่แท้ ๆ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างมันต้องมาพบจุดจบอันน่าอเนจอนาถเช่นนี้


ทำไมมันถึงไม่โตเต็มวัย? ทำไมมันถึงต้องถูกขังอยู่ที่นี่!


   มิฉะนั้นมันจะมาตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถจากน้ำมือของเนี่ยหลี่และพวกได้ยังไง


เมื่อครั้งก่อนโน้น มันได้สังหารนักสู้ผู้เชี่ยวชาญไปแล้วนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะกับพวกระดับ เซียน ถ้ามันสามารถฆ่านักสู้ระดับนี้ได้เป็นร้อย ๆ คนมันจะสามารถใช้รังสีการฆ่าฟันสร้างแกนของมันขึ้นมาได้ และจะก้าวไปสู่ระดับขอบเขตชะตาสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามมันก็ถูกตาเฒ่าบ้าบอคนหนึ่งโค่นลง และจับมันขังไว้ในหอคอยเพลิงทมิฬ



 หลังจากนั้นมันก็ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแถมยังถูกเผาด้วยเพลิงทมิฬอีก ถึงตอนนี้เจ้าเด็กเหลือขอเนี่ยหลี่ก็ข่มเหงรังแกมันซ้ำอีก มันเหมือนกับที่เขาว่า เสือติดจั่นแม้แต่หมาก็ยังข่มเหงรังแกได้3จริง ๆ


      มันครุ่นคิดถึงสภาพที่น่าอเนจอนาถของมันที่หลังจากที่มันตาย จู๋ของมันจะถูกตุ๋น จนในที่สุดมันก็ยอมรับชะตากรรม มันพูดเสียงอ่อย ๆ ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ เรามาตกลงกันอีกครั้งหนึ่งก็ได้!”


ไม่มีการตกลงอะไรทั้งนั้นจนกว่าเจ้าจะเอาเลือดของเจ้ามาก่อน ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาพูดกัน!” ลู่เพียวขู่


ได้ ข้าจะมอบเลือดของข้าแก่เจ้า แต่เจ้าต้องปลดอักขระพวกนี้ก่อนกิเลนฟ้าพูดพลางอ้าปากพะงาบ ๆ หอบหายใจ


ตกลง!” เนี่ยหลี่ปลดอักขระและมองไปที่กิเลนฟ้า
กิเลนฟ้ากลอกตาถามเจ้าจะเอาไรอะไรมารองเลือดของข้า?”


ใช้สิ่งนี้!” เนี่ยหลี่หยิบชามอ่างใบหนึ่งออกมาจากวงแหวนมิติและโยนไปให้
กิเลนฟ้ารู้ว่าเนี่ยหลี่สามารถจารึกอักขระได้ทุกเมื่อ มันหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วมันก็กัดลงไปที่ต้นขาหน้า เลือดของมันไหลลงไปในชามอ่าง


“ “นี่เลือดของสัตว์อสูร เจ้าจะผนึกวิญญาณยังไง?” กิเลนฟ้าถาม


 ข้าจะใช้มันสร้างผนึกวิญญาณลงบนร่างกายของเจ้า!” เนี่ยหลี่อธิบาย


เจ้าจะผนึกวิญญาณบนร่างข้าแล้วทำไมเจ้าไม่เข้ามาล่ะ?” กิเลนฟ้ากระหยิ่มยิ้มย่องในใจแต่มันแกล้งทำเป็นสงบ


แน่นอน ข้าเข้าไปแน่แต่เจ้าต้องเตะชามอ่างนั้นมาให้ข้าก่อน เลือดของกิเลนฟ้าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เมื่อร่างกายของเปลี่ยนรูปไปแล้วก็จะไม่มีเลือดของมันอีก เราจะต้องมีเลือดเต็มชามอ่างนั่น!” 



      เนี่ยหลี่อธิบาย ทำไมเนี่ยหลี่จะไม่รู้ว่ากิเลนฟ้าวางแผนอะไรไว้อยู่ มันต้องการให้เนี่ยหลี่เข้าไปใกล้ ๆ ตัวมันเพื่อที่มันจะได้จับตัวเนี่ยหลี่ได้ กิเลนฟ้าพูดอย่างไม่พอใจ ไม่ได้เด็ดขาด!” เลือดสัตว์อสูรนั้นล้ำค่ายิ่งนัก ข้าจะให้เจ้าได้ง่าย ๆ เช่นนี้ได้ยังไง?”
กิเลนฟ้าไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่วางแผนอะไรเอาไว้ มันจึงยังไม่กล้าให้เลือดแก่เนี่ยหลี่


       ลู่เพียวคำราม เตะชามอ่างใส่เลือดนั่นออกมาเร็ว ๆ หรือว่าเจ้าอยากจะบอกลาจู๋ของเจ้า?”
กิเลนฟ้ารู้สึกสุดแสนจะหดหู่ มันเกลียดมากเมื่อมีคนมาขู่เรื่องจู๋ของมัน มันกวาดตามองไปยังเนี่ยหลี่และพวกมันทำได้เพียงแต่ยอมรับ มันเตะชามอ่างใส่เลือดออกไป


     ชามอ่างใส่เลือดเลื่อนมาอยู่ระหว่างเนี่ยหลี่และกิเลนฟ้าระยะทางประมาณสามเมตร กิเลนฟ้าผงกหัวขึ้นมาที่กลุ่มของเนี่ยหลี่และพูดขึ้นท่าทางข้าจะเตะชามอ่างนั่นเบาเกินไป ข้าเอื้อมไปไม่ถึง พวกเจ้าเข้ามาเอามันไปเองสิ”...จบตอน


แปลโดย XXX


1.        (dreamclould น่าจะเป็นเมฆในฝันชนิดต่าง ๆ ที่มีความหมายในทางการพยากรณ์อยู่ << ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ)
2.        (ประโยคนี้น่าจะเป็นสุภาษิตคำพังเพยของจีนประมาณว่าปัญหามันใหญ่เกินกว่าที่จะวิธีเล็ก ๆ แก้ไข << ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกันครับ)      สุภาษิตคำพังเพยของจีน



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง