test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

1 มิ.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 244 กิเลนฟ้าที่ชั่วร้าย



เนี่ยลี่และพวกเพ่งสมาธิไปที่การฝึก ขณะเดียวกันจอมมารได้ยืนขึ้นอย่างช้า ๆ


ขณะที่จอมมารขยับตัว ต้วนเจี้ยนกำดาบเพลิงทมิฬแน่นขึ้น จ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาไปที่จอมมารพร้อมกับเตรียมตัวสู้กับเขาทุกขณะ ต้วนเจี้ยนสังเกตและรับรู้ได้ถึงความเป็นศัตรูที่ทอประกายมาจากแววตาของจอมมารเมื่อตอนที่ได้สบสายตากับเนี่ยหลี่


ความแข็งแกร่งของเขาลึกสุดจะหยั่งถึง อย่างน้อยที่สุดเขาต้องก้าวไปถึงระดับ เซียน แล้วอย่างแน่นอน
จอมมารเพียงแค่ปรายตามองไปที่ต้วนเจี้ยนก่อนที่จะเดินขึ้นไปชั้นที่สาม

หลังจากมองจอมมารเดินจากไป ต้วนเจี้ยนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ง่าย ๆ ถ้าหากว่าเกิดการต่อสู้กันขึ้น โอกาสที่ต้วนเจี้ยนจะชนะมีไม่สูงมาก อย่างไรก็ดีตั้งแต่คณะอื่น ๆ มุ่งหน้าขึ้นไปชั้นที่สาม มันก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มันจะดีกว่าถ้าพวกเขาไม่ได้เริ่มทำอะไรก่อนจอมมารเพิ่งจากไป ชางหมิงก็ยืนขึ้นมุ่งตรงไปชั้นที่สามเช่นเดียวกัน


ชางหมิงจ้องมองไปที่จอมมารด้วยสายตาที่เป็นปฏิปักษ์ เขารู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของจอมมารนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย อย่างไรก็ตามชางหมิงก็ไม่ได้มีความคิดที่ก่อปัญหาอะไรขึ้น เขาพียงแค่เดินขึ้นไปชั้นที่สามเท่านั้น


จอมมารล่วงหน้าไปก่อน ชางหมิงหวังจะเป็นคนแรกที่จะได้ไปถึงชั้นที่สาม ดังนั้นเขาจึงเร่งฝีเท้าเดินล่วงหน้าจอมมารขึ้นไป


จอมมารขมวดคิ้วแต่เขาไม่ได้ต่อสู้อะไรกับชางหมิงเพียงแต่เดินตามหลังเขาขึ้นไป แล้วคนทั้งสองก็เดินหายลับไป


การอยู่บนชั้นที่สองเป็นงานที่ยากมากแต่นั่นก็เทียบไม่ได้กับการเดินขึ้นไปบนชั้นที่สาม


หลังจากที่ทุกคนมอง มู่เยี่ยกับฮวาหั่วก็ยืนขึ้นทั้งคู่และมุ่งไปยังชั้นที่สาม ของหอคอยเพลิงทมิฬ


ผู้อาวุโสของตระกูลบางคนทำได้เพียงแต่อยู่บนชั้นแรก แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของพวกเขานั้นจะล้ำหน้าไปกว่าชางหมิงและพวก แต่เป็นเพราะว่าเพลิงของหอคอยเพลิงทมิฬนั้นสามารถลบล้างการบ่มเพาะพลังของพวกเขาได้ ดังนั้นจึงมีเพียงแค่คนที่มีพลังวิญญาณสูงส่งเท่านั้นถึงจะไปต่อได้



  กลุ่มคนบางส่วนได้ลุกขึ้นและมุ่งหน้าต่อไปยังชั้นที่สาม
พลังวิญญาณของเนี่ยหลี่ล่องลอยไปในดินแดนที่เรียกได้ว่าเป็นดินลึกลับที่ทับซ้อนกันอย่างต่อเนื่อง


ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด


ประโยคนี้ก้องอยู่ในหูของเนี่ยลี่อย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าได้รับการส่งเสริมจากบทสวดนี้ เถาวัลย์ในขอบเขตวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็แตกใบเพิ่มขึ้น แล้วดอกตูมดอกหนึ่งก็ปรากฏดอกตูมดอกนั้นพองโตราวกับว่าพร้อมจะผลิบานออกมาได้ทุกเมื่อ
บูม ๆ ๆ


จากบทสวดนั้น พลังงานสัจธรรมทั้งสาม ก็ได้พุ่งเข้ากระแทกกำแพงที่ปิดกั้นเนี่ยหลี่จาก ระดับตำนาน อย่างต่อเนื่องราวกับคลื่นสึนามิที่พุ่งกระแทกโขดหิน

*ตูม!*


แรงกระเพื่อมของพลังวิญญาณที่ทรงพลังได้กวาดไปทั่วห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา และแล้วกำแพงที่ปิดกั้นเขาจาก ระดับตำนาน ก็ได้พังทลายลง พลังสัจธรรมที่เพิ่มขึ้นก็ได้อาบท่วมไปทุกทิศทุกทาง

ไม่เพียงแต่พลังวิญญาณของเนี่ยลี่จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น พลังวิญญาณยังไหลผ่านไปยังเอียจืออวิน เซี่ยวหนิงเอ๋อและพวกในกลุ่มด้วยมันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม


แม้ว่าเนี่ยลี่จะเพิ่งเลื่อนขั้นจาก ระดับแบล็คโกลด์ห้าดาวไปเป็นระดับตำนานก็ตาม แต่ความหนาแน่นของพลังสัจธรรมในตัวเขาก็มีมากกว่าบางคนในระดับเดียวกันถึงสิบเท่า และพลังสัจธรรมที่ว่านั้นก็ยังถูกเติมเข้าไปในอาณาเขตวิญญาณเอียจืออวิน และพวกอีกด้วย


เอียจืออวิน เซี่ยวหนิงเอ๋อและพวกที่กำลังบ่มเพาะระดับพลังอยู่ก็รู้สึกถึงระดับแรงดันของพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ พลังสัจธรรมกระจายอยู่ในห้วงขอบเขตวิญญาณ  ทำให้พวกเขาต้องขมวดคิ้วออกมาเพราะห้วงขอบเขตวิญญาณของพวกเขานั้นรองรับพลังสัจธรรมที่รุนแรงขนาดนี้ไม่ได้ ภายใต้ความกดดันของพลัง ห้วงขอบเขตของวิญญาณพวกเขาได้ขยายใหญ่โตขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้


หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่เดียวพวกเขาก็ต้องลืมตาขึ้นมาแล้วหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทุกคนเหงื่อออกท่วมตัว


พวกเขาไม่สามารถรับมือกับพลังสัจธรรมมหาศาลที่มาจากเนี่ยลี่ได้ ถึงอย่างนั้นการบ่มเพาะพลังของแต่ละคนก็ก้าวหน้าไปแบบก้าวกระโดด เอียจืออวิน เซี่ยวหนิงเอ๋อและตู่ซื่อได้ก้าวไปถึงขั้น  ระดับตำนานสองดาว ขณะที่ลู่เพียวและคนอื่น ๆ ยังอยู่ที่ขั้น ระดับตำนานหนึ่ง ดาว


พวกเขามองไปที่เนี่ยลี่ที่ยังคงหลับตาบ่มเพาะพลังด้วยความรู้สึกหวาดกลัวเกาะกุมอยู่ในจิตใจของพวกเขา


ขนาดของห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่น่ากลัวเกินไป แค่พลังที่ล้นออกมาก็สามารถเติมเต็มห้วงขอบเขตวิญญาณพวกเขาได้หลายครั้งหลายหนแล้ว ถ้าวิญญาณของพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอห้วงขอบเขตวิญญาณของพวกเขาจะต้องระเบิดออกมาแน่นอน


 “เจ้าหมอนี่แปลกประหลาดมากลู่เพียวที่นั่งอยู่อีกฟากนึงพูดขึ้นมา คลื่นพลังที่น่ากลัวนั่นเกือบจะเอาชีวิตของเขาไปซะแล้ว


ทันทีที่เนี่ยลี่ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหันนั้นก็มีลำแสงพุ่งออกจากตาของเขา ตอนนี้เนี่ยลี่ก้าวไปถึงขั้น ระดับตำนาน แล้ว และจากการที่สามารถควบคุมพลังสัจธรรมทั้งสาม ถ้าหากว่าเขาสู้กับคนในระดับ เซียน ในตอนนี้ เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลย แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าระดับพลังของเขานั้นน่ากลัวขนาดไหน
เนี่ยหลี่พูดขึ้นมาอย่างสงบ ขึ้นไปชั้นที่สามกันเถอะ


ออร่าน่ากลัวที่มาจากเนี่ยหลี่ทำให้คนระดับ เซียน ในชั้นที่สอง หลายคนต้องขวัญหนีดีฝ่อ คนเหล่านั้นอดพุ่งความสนใจไปที่เนี่ยลี่ไม่ได้ ประกายตาของพวกเขาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความพิศวงที่ไม่สามารถจะพูดออกมาได้

พวกเขารู้สึกถึงอันตรายของออร่าที่เล็ดลอดออกมาจากตัวเนี่ยลี่  เป็นบางสิ่งที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจต่อกรได้

คนคนนี้ไปตอแยด้วยไม่ได้แน่ ๆ นี่เป็นความรู้สึกแรกที่แว่บเข้ามาในจิตใจของคนเหล่านั้นท่ามกลางสายตาที่มองมา เนี่ยหลี่และพวกก็ได้มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นที่สาม


อาณาบริเวณของชั้นที่สาม มีพื้นที่แค่ไม่กี่สิบตารางเมตร เมื่อเนี่ยลี่และพวกได้เหยียบย่างขึ้นมาบนชั้นนี้ เสียงคำรามอย่างดุร้ายบ้าคลั่งก็กระหน่ำใส่หูของพวกเขา


เสียงคำรามนี้ทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี พวกเขารู้สึกเหมือนแก้วหูแทบจะระเบิด และเมื่อหันไปทางต้นเสียงพวกเขาก็เห็นกำแพงที่เต็มไปด้วยตาข่ายโซ่เหล็กกล้าคล้ายใยแมงมุมขึงไว้ และตรงกลางนั้นมีร่างของสัตว์อสูรขนาดมหึมากำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง


และเมื่อสัตว์อสูรตัวนั้นเห็นคนกำลังเข้ามาก็ดิ้นรนอย่างเกรี้ยวกราดเพื่อให้ตัวมันหลุดพ้นจากพันธนาการ อย่างไรก็ตามจารึกอักขระบนโซ่เหล็กกล้านั้นก็เริ่มเปล่งพลังงานที่แข็งแกร่งออกมา แล้วสัตว์อสูรตัวนั้นก็ถูกยกขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปปะทะกับกำแพง


เนี่ยลี่ชะโงกหัวมาสังเกตุดูสัตว์อสูรตัวนั้น สัตว์อสูรตัวนั้นมีรูปร่างคล้ายกวางผสมกันกับเสือและมีเขางอกออกมาบนหัว ทั่วตัวของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำทมิฬ


เนี่ยหลี่นี่มันตัวอะไรน่ะเอียจืออวินถามมาด้วยความตกใจ เธอรู้สึกได้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟกับสายฟ้า


ลู่เพียวและพวกตกใจจนตัวสั่น ฤทธิ์เดชของสัตว์อสูรตัวนี้มีมากมายมหาศาลจนน่าตกใจ ถ้าสัตว์อสูรตัวนี้หลุดออกมาพวกเขาทั้งหมดคงไม่มีปัญญาที่จะเอาชนะมันได้


แม้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะถูกล่ามเอาไว้แต่ดูราวกับว่ามันจะสามารถหลุดออกมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าคิดที่จะประมาท ตู่ซื่อ ต้วนเจี้ยนและทุกคนจึงชักอาวุธประจำตัวของแต่ละคนออกมาเตรียมพร้อมเอาไว้
เมื่อเนี่ยหลี่เห็นสัตว์อสูรตัวนั้นก็หัวเราะออกมาแล้วพูดว่า 

ตู่ซื่อวันนี้เจ้าโชคดีสุด ๆ เลย


ข้าโชคดี???” ตู่ซื่องงเล็กน้อย
เนี่ยลี่หันไปมองสัตว์อสูรตัวนั้นแล้วยิ้มบอกว่า สัตว์อสูรตัวนี้มีชื่อว่ากิเลนฟ้า

กิเลนฟ้า!!!” ลู่เพียวตาโตขึ้นมาด้วยความปรารถนา


เป็นมายังไงถึงได้เรียกว่ากิเลนฟ้าล่ะเนี่ย เอียจืออวินและเซี่ยวหนิงเอ๋องงเล็กน้อย พวกหล่อนมองไปที่เนี่ยลี่ ลู่เพียวและตู่ซื่อ


ขอบเขตวิญญาณของตู่ซื่อเป็นขอบเขตวิญญาณที่เรียกว่าเมฆหมอกกิเลนฟ้า ดังนั้นกิเลนฟ้าจึงเหมาะสมกับเขามากที่สุด ลู่เพียวอธิบาย (ถ้าจำไม่ได้ดูรูปมาจากมังงะตอนที่ 15 ว่าแต่ว่า ลู่เพียวแกจำได้ด้วยเหรอ)



ด้วยคำอธิบายของลู่เพียว ทุกคนจึงเข้าใจว่าทำไมเนี่ยหลี่ถึงบอกตู่ซื่อว่าวันนี้เจ้าโชคดี


ตู่ซื่อรู้ว่ากิเลนฟ้าเป็นดวงจิตอสูรที่เหมาะกับเขามากที่สุด พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่ากิเลนฟ้ามีรูปร่างหน้าตายังไงจนกระทั่งได้มาเห็นในวันนี้


ยังไงก็ตามกิเลนฟ้าก็แข็งแกร่งมากเกินไป แม้ว่ามันถูกกักขังในสถานที่แห่งนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถฆ่ามันและครอบครองดวงจิตอสูรของมันได้


ประกายสายฟ้าแพร่กระจายออกมาจากตัวกิเลนฟ้า ขนของมันลุกตั้งชัน ร่างของมันนั้นสูง ห้าถึงหก เมตร ดวงตาที่น่ากลัวของมันดูเหมือนระฆังทองแดง มันเดินลากโซ่เข้ามาหาเนี้ยหลี่ด้วยความกราดเกรี้ยวและมองไปที่กลุ่มของเนี่ยหลี่


พวกที่มาชั้นนี้ก่อนเราคงจะไม่โดนเจ้าตัวนี้กินไปแล้วใช่มั๊ยลู่เพียวถาม


ถูกล่ามเอาไว้อย่างนี้มันจะไปกินใครเขาได้ ตู่ซื่อกลอกตาไปที่ลู่เพียวแล้วพูดต่อ บางทีพวกนั้นอาจจะไปชั้นที่สูงกว่านี้แล้วก็ได้


เนี่ยลี่กิเลนฟ้านี่อยู่ในระดับไหนเหรอ ลู่เพียวถามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น


กิเลนฟ้าตัวนี้ยังไม่โตเต็มวัย ดังนั้นโซ่พวกนี้ถึงล่ามมันไว้ได้ เมื่อมันโตเต็มวัยถึงแม้ข้าก็บอกพวกเจ้าตอนนี้พวกเจ้าก็คงไม่เข้าใจ เทพแห่งจิตวิญญาณเทียบได้กับระดับขอบเขตชะตาสวรรค์(ชะตาฟ้า) เหนือขึ้นไปจากขอบเขตชะตาสวรรค์ก็มีขอบเขตดาราสวรรค์ ขอบเขตแก่นแท้แห่งสวรรค์ วิถีแห่งมังกร และเทพสงครามแม้กระทั่งกิเลนฟ้าชั้นต่ำสุดก็ยังถือว่าอยู่ในระดับมัวิถีแห่งมังกรระดับ 6 ดาว


จากคำอธิบายของเนี่ยลี่ทุกคนก็ต่างตกตะลึงเมื่อรู้ว่ายังมีขอบเขตที่ระดับสูงขึ้นไปกว่าระดับเทพแห่งวิญญาณ เดิมทีพวกเขาคิดว่าระดับเทพแห่งวิญญาณเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้ว


เมื่อก่อนเนี่ยลี่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้พวกเขารู้เพราะพวกเขายังไปไม่ถึงระดับ ระดับตำนาน ดังนั้นจึงยังไม่จำเป็นต้องรู้ ตราบที่ยังไม่มีเรื่องของอาณาจักซากมังกรเข้ามาเกี่ยวข้อง ระดับตำนาน ก็แค่เป็นจุดเริ่มต้นของบ่มเพาะพลังที่แท้จริง


ระดับพลังของกิเลนฟ้าทำให้ตู่ซื่อตะลึง ถึงแม้ว่ากิเลนฟ้าตรงหน้าเขาจะยังไม่โตเต็มวัยแต่มันก็ยังคงมีศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด


เนี่ยลี่นิ่งไปชั่วครู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ดวงจิตอสูรที่ตู่ซื่อรวมร่างด้วยจะมีพัฒนาการระดับพระเจ้าแล้วก็ตามแต่มันก็เทียบกับกิเลนฟ้าไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิเลนฟ้าเป็นดวงจิตอสูรที่เหมาะกับชนิดห้วงขอบเขตวิญญาณของตู่ซื่อที่สุด



ตู่ซื่อเปรียบเสมือนพี่น้องของเนี่ยลี่คนหนึ่ง เมื่อตู่ซื่อมาเจอโอกาสงาม ๆ ที่จะได้ครอบครองดวงจิตกิเลนฟ้าเนี่ยลี่ก็ย่อมจะต้องไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามกิเลนฟ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรที่จะจัดการได้ง่าย ๆ


  พลังของกิเลนฟ้านั้นไม่สามารถคาดเดาได้ แม้ว่ามันยังโตเต็มที่ก็ตาม มันไม่ใช่สิ่งที่คนระดับ เซียน จะเผชิญหน้าได้


  ยู่หยานที่นั่งอยู่บนไหล่เนี่ยลี่ถามด้วยความกังวล เนี่ยลี่เจ้าคิดจะสู้กับกิเลนฟ้าจริง ๆ เหรอจบตอน...


แปลโดย XXX

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง