test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

31 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 242 ภาวะจิตอนัตตา


ได้ยินดังนั้น เหล่าผู้ที่มัวเมาในความงามของฮวาฮัวถึงกับยั้งความคิดในหัวแทบไม่ทัน พลันเสียววาบไปทั้งสันหลังยามเมื่อจับจ้องไปที่เรียวขาอันหนั่นแน่นของนาง แม้ขาคู่นั้นพิจดูให้เจริญหูเจริญตาเพียงใด แต่พวกเขายังไม่อยากถูกพวกมันรัดตายเสียหน่อย!

ทางฝั่งฮวาฮัว ชางหมิง และมู่เยี่ยนั้นล้วนเต็มไปด้วยหนุ่มสาวที่มีความสามารถเลิศล้ำ

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเด็กรุ่นใหม่ แม้การบ่มเพาะของพวกเขาจะอยู่เพียงระดับแบล็คโกลด์ สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดคือข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะในรุ่น แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่สามารถท้าชนกับคนรุ่นเก่าได้เลย

เสียงอันน่าเกรงขามของบริวารดังสะท้อนไปทั่วฝั่งฟ้า

การทดสอบเริ่ม ณ บัดนี้!” หนึ่งในบริวารสะบัดมือ พลันพลังสัจธรรมที่ขมวดรวมในอากาศก็แตกกระจายเป็นหมื่นพันส่วน แต่ละส่วนลอยไปหยุดอยู่เบื้องหน้าแต่ละผู้และค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลน้ำโปร่งใสขนาดประมาณศีรษะมนุษย์ กระนั้น ภายในกลับมีเส้นใยเล็กละเอียดไหลเวียนอยู่

เนี่ยหลี่เขม่นคิ้วเมื่อเห็นลูกบอลน้ำตรงหน้า มันก็คือดวงภาพสะท้อนกลับ!

นี่ย่อมเป็นการทดสอบการควบคุมพลังวิญญาณหรือพลังสัจธรรม!

บริวารผู้นั้นประกาศกฎต่ออย่างเยือกเย็น สิ่งนี้คือดวงภาพสะท้อนกลับ พวกเจ้าต้องขยายมันโดยการอัดฉีดพลังวิญญาณหรือพลังสัจธรรมของพวกเจ้าเข้าไปผ่านเส้นใยพวกนั้น หากพลังหันเหออกจากเส้นใยลูกบอลน้ำจะระเบิดออก ถ้าขยายได้ 1 เชียะ* ถือว่าผ่านการทดสอบ หาไม่ คือคัดออก!”

(เชียะ เท่ากับประมาณ 1 ฟุต)

หากสามารถควบคุมพลังวิญญาณและพลังสัจธรรม ผู้อ่อนแอก็สามารถพิชิตคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ นอกจากนี้ มันยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพลังทั้งสองของคนผู้นั้นอีกด้วย

เมื่อดวงภาพสะท้อนกลับปรากฏ ผู้เยี่ยมยุทธ์ต่างอดไม่ได้ที่จะทดสอบมัน

เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์วางมือลงบนผิวดวงภาพสะท้อนกลับ ทันใดนั้นพลังวิญญาณจากฝ่ามือพวกเขาก็หลั่งไหลสู่เส้นใยที่อยู่ภายในลูกบอล แต่อย่างไร หนึ่งในลูกบอลเหล่านั้นก็ระเบิดออกในเวลาต่อมา ใบหน้าของคนผู้นั้นจับจ้องความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างผิดหวังขณะพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ พลันปรากฏลวดลายจารึกเรียงตัวอยู่ใต้ฝ่าเท้าและเปล่งแสงพิสุทธิ์ปกคลุมตัวเขา สิ้นเสียงเขาก็หายไปจากชั้นเจ็ดแดนมรณะเก้าชั้น

หลังจากนั้นผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่นๆต่างก็พยายามอัดพลังวิญญาณเข้าไปในลูกบอลน้ำ กระนั้นก็มีไม่น้อยที่กลายเป็นลำแสงสีขาวแล้วอันตรธานหายไป

เนี่ยหลี่เหลือบมองไปรอบๆซึ่งตอนนี้เหลือคนเพียงไม่กี่ร้อย เข้ารู้ว่ามีผู้เยี่ยมยุทธ์หลายคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกบอลน้ำถึงระเบิด เหตุที่พวกมันระเบิดนั้นก็เหมือนกับเหตุผลที่ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าดวงภาพสะท้อนกลับ เป็นเพราะเส้นใยที่เห็นว่าอยู่ในลูกบอลน้ำนั้นไม่ใช่ของจริง เส้นใยของจริงเราจะมองไม่เห็น แต่จะรู้สึกถึงมันได้โดยใช้พลังวิญญาณในการค้นหา 

ลู่เพียวมองเนี่ยหลี่และถาม เนี่ยหลี่ มันเล่นยังไงอ่ะ?”

หลับตาแล้วใช้พลังสัจธรรมของเจ้าสัมผัสเส้นใยพวกนั้นสิ!” เนี่ยหลี่หัวเราะ

อย่างนี้นี่เอง! ข้าเข้าใจล่ะ” ดวงตาของตู่ซือสว่างวาบ เขาช่างเป็นอัจฉริยะยิ่ง เพียงคำแนะนำเล็กๆน้อยๆก็เข้าใจแล้ว เขาวางมือลงบนลูกบอลน้ำช้าๆและเริ่มอัดพลังวิญญาณลงไป

ผู้ที่ถูกคัดออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกที่เหลืออยู่ก็ได้แต่ขวัญผวาแถมช่วยอะไรก็ไม่ได้ ถึงอย่างไรยังมีผู้ที่ผ่านการทดสอบบ้างแล้ว

พลังสัจธรรมของชางหมิงขยายลูกบอลได้ถึงสามเชียะก่อนมันจะระเบิดออก

เมื่อได้เห็นฉากนั้น เหล่าบริวารที่เหาะอยู่บนฟ้าต่างพยักหน้าเบาๆ ดูท่าในบรรดาเด็กรุ่นใหม่ยังพอจะมีผู้ที่ความสามารถเข้าเค้าอยู่บ้าง

หลังชางหมิงทดสอบเสร็จ เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับมู่เยี่ย ฮวาฮัว และพวกที่เหลือซึ่งยืนห่างออกไปอย่างองอาจ ในหมู่คนรุ่นใหม่ มีเพียงพวกนั้นที่ดึงดูดความสนใจของชางหมิงได้

มู่เยี่ยอัดพลังสัจธรรมเข้าไปในลูกบอล ขณะที่มันขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง ไม่กี่อึดใจมันก็ระเบิดออก

หนึ่งเชียะ!”

ชางหมิงชำเลืองไปทางมู่เยี่ยซึ่งส่งยิ้มบางๆให้เขา ชางหมิงแค่นเสียงอย่างเย็นชาเมื่อตระหนักได้ว่ามู่เยี่ยกำลังแสร้งงำพลังของตัวเอง จนถึงบัดเขาก็ยังไม่รู้ถึงความแข็งแกร็งที่แท้จริงของมู่เยี่ย

ฮวาฮัววางมือลงบนดวงภาพสะท้อนกลับของเธอและอัดพลังสัจธรรมเข้าไปเช่นกัน มันระเบิดออกเมื่อขยายได้สามเชียะ

เห็นเช่นนั้นชางหมิงก็คิ้วกระตุก อย่างน้อยในการควบคุมพลังสัจธรรมฮวาฮัวก็ไม่ด้อยไปกว่าเขา ทั้งมู่เยี่ยและฮวาฮัวจะเป็นคู่แข่งที่เคี้ยวยากในการคัดเลือกศิษย์จ้าวนรกานต์อย่างแท้จริง!

ผลการทดสอบออกมาคนแล้วคนเล่า หลายคนที่ผ่านเกณฑ์หนึ่งเชียะ พวกที่ได้สองเชียะยังนับว่าน้อย ที่ได้ถึงสามเชียะยิ่งแทบนับนิ้วได้

ช่างเป็นการทดสอบที่เปล่าประโยชน์นัก!” จอมมารหันไปยังดวงภาพสะท้อนกลับที่อยู่เบื้องหน้าเขาและวางมือขวาลงไป พลังสัจธรรมหลั่งไหลออกมาหนึ่งเชียะ สองเชียะ สามเชียะ พลังสัจธรรมโคจรอยู่ภายในดวงภาพสะท้อนกลับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กระทั่งขยายได้ถึงเจ็ดเชียะจึงระเบิดออก

กระนั้น กลับไม่ค่อยมีคนสังเกตเห็นสิ่งที่จอมมารกระทำ

เห็นดังนั้น บริวารที่อยู่บนท้องฟ้าถึงกับเขม่นคิ้ว เขาไม่คิดว่าในหมู่คนเหล่านั้นจะมีผู้ที่มีพลังมากมายขนาดนี้ ด้วยพลังที่สุดยอดถึงเพียงนี้ บางทีแม้แต่จ้าวนรกานต์ยังต้องชื่นชมและยกย่องเขาเป็นพิเศษ

ณ เวลานั้น การทดสอบของเนี่ยหลี่และกลุ่มของเขาก็เสร็จลุล่วง

ฮ่าๆๆๆ พลังสัจธรรมของข้าขยายเจ้าบอลนี่ได้มากกว่าสองเชียะ!” ลู่เพียวเท้าสะเอวตะโกนอย่างตื่นเต้น “จริงๆแล้วข้านี่แหละอัจฉริยะ!”

ของข้าได้มากกว่าสามเชียะ พวกเจ้าล่ะ?” เว่ยหนานมองไปยังพรรคพวกที่เหลือ

สามเชียะกว่าๆ

สามเชียะกว่าๆเหมือนกัน!” เสียงของซูเซียงจิ้งเซียวซุ่ย และคนอื่นๆดังก้อง

แต่ละคำตอบทำให้ลู่เพียวถึงกับหน้ามู่ทู่เป็นเข่งปลาทู ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาแย่ที่สุดในกลุ่มถ้าแม้แต่เว่ยหนานและคนอื่นยังได้สามเชียะ ก็ไม่ต้องถามถึงไอ้เวรเนี่ยหลี่ ลู่เพียวจิตตก ทำไมเขาต้องเป็นคนที่รั้งท้ายตลอดด้วยอ่ะ?

พวกเจ้าล่ะ?” เนี่ยหลี่มองไปที่เอียจื่ออวิน เซียวหนิงเอ๋อ และต้วนเจี้ยน

เอียจื่ออวินนึก ข้าได้ห้าเชียะ

ข้าก็เช่นกัน” เซียวหนิงเอ๋อตอบขณะเหลือบมองเอียจื่ออวิน ความสามารถของพวกนางแท้จริงแล้วไม่ห่างกันเลย

ข้าได้เพียงสี่เชียะ” ต้วนเจี้ยนกล่าว

ข้าก็ได้ห้าเชียะ เจ้าล่ะเนี่ยหลี่?” ตู่ซือมองไปที่เนี่ยหลี่แล้วถาม

ความจริงที่ว่าตู่ซือทำได้ถึงห้าเชียะยังความประหลาดใจให้เนี่ยหลี่เล็กน้อย ความสามารถของตู่ซือไม่ต่างไปจากเอียจื่ออวินและเซียวหนิงเอ๋อนัก ถึงอย่างไร เมื่อเขานึกย้อนถึงชีวิตที่แล้ว พรสวรรค์ของตู่ซือไม่ได้มากมายอะไรเลย แต่ด้วยไหวพริบและการฝึกตนอย่างหนัก ผลสัมฤทธิ์ที่ได้จึงเยี่ยมยอดเป็นอย่างยิ่ง

สองเชียะเอง” เนี่ยหลี่หัวเราะ

555+ ในที่สุดก็มีคนเท่าข้า” ลู่เพียวระเบิดหัวเราะทันที

ทุกคนต่างจ้องไปที่ลู่เพียวประหนึ่งมองไอ้บ้าเสียสติ เสียงหัวเราะของเขาหยุดลงทันทีที่ตระหนักถึงความจริง เขามองเนี่ยหลี่อย่างน้อยใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่ เนี่ยหลี่ เจ้ามักแสร้งทำเป็นเหยื่อแต่สุดท้ายก็จับผู้ล่ากิน เชอะ น่าเบื่อ!”

ย้อนกลับไปในช่วงที่มีการทดสอบของสำนักกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยหลี่ทำคะแนนได้ 100 ทั้งสามครั้งจนทำให้เสิ่นซิวแทบสำรอกออกมาเป็นเลือด ฉากนั้นยังคงสดใหม่ภายในหัวของลู่เพียวราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

เนี่ยหลี่ยักไหล่ ของอย่างดวงภาพสะท้อนกลับนั้นเขาเคยเล่นไปหลายสิบรอบแล้วในระหว่างการฝึกเมื่อชีวิตก่อน แม้เขาจะไม่สามารถนำความแข็งแกร่งในตอนนั้นกลับมาด้วยได้ แต่เคล็ดในการควบคุมพลังยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ การควบคุมพลังของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถเทียบด้วยได้ กระนั้นในการทดสอบนี้ เขาตั้งใจเอาเพียงแค่ผ่าน

ขณะนั้น เหล่าบริวารได้กวาดสายตาไปยังตู่ซือ เอียจื่ออวิน และพวกที่เหลือในกลุ่มด้วยความอัศจรรย์ใจ โดยทั่วไป อัจฉริยะวัยเยาว์มีเพียงหนึ่งในหมื่นซึ่งยากที่จะพบ แล้วเหตุใดกลุ่มนี้ถึงมีเหล่าอัจฉริยะรวมตัวกันมากมายถึงเพียงนี้?!

หลายผู้ในนั้นทำได้ 5 เชียะ แม้พวกเขาจะด้อยกว่าเล็กน้อยหากเปรียบกับคนก่อนหน้าที่ได้ถึงเจ็ดเชียะ แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นเยาว์วัยกว่า จึงไม่อาจเดาได้เลยว่าในอนาคตพวกเขาจะประสบความสำเร็จถึงขนาดไหน

นอกจากกลุ่มนี้ยังมีเหล่าประมุขจากตระกูลทรงอิทธิพลที่ทำได้ถึงสาม สี่ และห้าเชียะ ซึ่งนับว่าเหมาะสม ถึงอย่างไร ในหมู่พวกเขานั้นเอาเข้าจริงก็ไร้ผู้ที่สามารถทำได้ถึงเจ็ดเชียะ

*วูม!* *วูม!* *วูม!*

เหล่าผู้ที่ไม่ผ่านต่างถูกส่งกลับไป แรกมาเยือนผู้คนนับแสน หลังทดสอบกลับเหลือเพียงไม่กี่พัน

บริวารบนฟากฟ้าพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างพอใจกับผลการทดสอบ

พวกเจ้าที่ยังคงอยู่ ณ ที่นี้ผ่านการทดสอบแรกแล้ว ในลำดับถัดไปข้าจะส่งพวกเจ้าไปสู่ชั้นแปดแดนมรณะเก้าชั้น ที่นั่นจะมีผู้อื่นควบคุมการทดสอบที่สองให้!” เสียงของบริวารผู้นั้นค่อยๆจางหาย บัดนี้ทุกผู้ต่างกลายเป็นลำแสงสีขาวแล้วอันตรธานหายไป

ชั้นเจ็ดที่ก่อนหน้านี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนว่างเปล่าทันที เพียงครู่ก็ปรากฏสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนออกมาจากอากาศ นี่ย่อมเป็นภาพลักษณ์ดั้งเดิมของชั้นเจ็ด

บริวารผู้นั้นลอยอยู่ในอากาศอย่างสงบพลางทอดสายตาไปไกล ข้าชักอยากรู้ว่าในคราวนี้จ้าวนรกานต์จะพบผู้ที่เหมาะสมหรือไม่?”

ชั้นแปดแดนมรณะเก้าชั้น

ภายในแดนดินอันเวิ้งว้าง ทันใดนั้นพลันปรากฏฝูงคนออกมาจากความว่างเปล่า ที่นี่แผ่นดินมีร่องรอยแตกระแหงทั้งเปลวไฟสีกุหลาบที่ลามเลียท้องนภา ความร้อนระอุชอนไชทุกคนเสียจนถ้าพวกเขาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแบล็คโกลด์ ท่ามกลางการสันดาปตามธรรมชาติเช่นนี้คงไม่พ้นต้องพบจุดจบเป็นแน่

เนี่ยหลี่เคยสงสัยว่าสถานที่อย่างแดนมรณะเก้าชั้นจะเป็นเช่นใด เมื่อเห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า จากที่เขาเข้าใจ ตอนนี้พวกเขาย่อมอยู่ที่ไหนสักแห่งในเขตเวิ้งอัคคี

บริวารในจ้าวนรกานต์ที่ยืนอยู่บนฟากฟ้านั้นสวมเกราะทอง มีปีกสีเดียวกันกางขยายอยู่กลางแผ่นหลังรับกับร่างกายสูงใหญ่ เหล่าบริวารล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับเซียน กระนั้นพวกเขาที่ได้รับพลังจากจ้าวนรกานต์ ความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงไม่อาจเทียบได้กับผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับเซียนทั่วไป

บริวารผู้นั้นปรายตามองผู้คนเบื้องหน้าแล้วกล่าวเสียงเย็น แม้รอบนี้จะไม่มีผู้ใดตาย แต่จงระวังการทดสอบที่สองนี้! หากประมาทพวกเจ้าก็ไม่อาจหลีกหนีความตายได้ณ ที่แห่งนี้ มีป้อมปราการอันธสูร ซึ่งถูกผู้เยี่ยมยุทธ์ทรงอิทธิฤทธิ์ทิ้งร้างไว้

ในป้อมปราการมีทั้งเพลิงอนธการชั้นสูงและเหล่าสัตว์อสูร แม้พวกมันจะถูกล่ามไว้ก็ยังสามารถปล่อยกระแสพลังทรงอานุภาพได้ พวกเจ้าต้องฝึกตนในสภาวะแวดล้อมเช่นนั้นเป็นเวลาสิบวัน ผู้ที่สามารถเข้าถึงการบ่มเพาะภาวะจิตอนัตตาระดับหนึ่งได้จะผ่านการทดสอบ!”

สิ้นคำของบริวาร เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับตำนานกระทั่งระดับเซียนบางคนถึงกับตกอยู่ในความฉงนและอับจนหนทางอย่างสมบูรณ์ สิ่งใดคือการบ่มเพาะภาวะจิตอนัตตา?


เข้าถึงการบ่มเพาะภาวะจิตอนัตตาท่ามกลางเพลิงอนธการ น่าสนใจดีนี่!” จอมมารเขม่นคิ้ว นัยน์ตาทอดยาวไปยังจุดสิ้นสุดของแดนรกร้าง ที่ซึ่งหอคอยอันโอ่อ่าท่ามกลางเพลิงอนธการตั้งอยู่ นั่นย่อมเป็นป้อมปราการอันธสูรที่บริวารผู้นั้นเพิ่งเอ่ยถึงเป็นแน่!..จบตอน

แปลโดย อุฮิอุฮิ พิฆาตเพลี้ยะกระโดดด้วยส้นตึก

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง