test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

29 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 240 จอมมาร


          ข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเหล่าตระกูลที่ชุมนุมอยู่เบื้องหน้าแดนมรณะเก้าชั้น
         
          ตระกูลหวู่กุ้ยทำให้ผู้ทรงอำนาจไม่สบอารมณ์ ทั้งถูกผู้แทนจากเหล่าตระกูลทรงอิทธิพลในนครนรกานต์ล้อมไว้ แม้แต่ประมุขตระกูลหวู่กุ้ยอย่างหวู่ฮุ่นยังถูกจับกุม เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ตระกูลอื่นๆต่างอยู่ในความตกตะลึง อาศัยเพียงท่านผู้ทรงอำนาจผู้นั้นก็สามารถทำให้ตระกูลทรงอิทธิพลทั้งหลายยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเขาแล้วหรือ?
           

       นอกจากนี้ยังว่ากันว่าตระกูลทรงอิทธิพลพวกนั้นได้เดินทางไปแก้แค้นสมาคมทมิฬอีกด้วย จากข่าวลือที่ว่า พวกเขาคงตั้งใจจะจับตัวสมาชิกของสมาคมทมิฬ แต่อย่างไรสมาคมทมิฬนั้นได้หายสาบสูญซึ่งไม่ว่าที่ไหนก็หาพบไม่ เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนต่างสืบหากันอย่างยากลำบากจนสุดท้ายก็ได้แต่ยอมยกธงขาว กระนั้นสมาชิกของสมาคมทมิฬก็ได้ถูกกาหัวเป็นบุคคลต้องนำจับ
          
ชั้นแรกแดนมรณะเก้าชั้น
          

ขณะที่เนี่ยหลี่ เอียจื่ออวิน และเซียวหนิงเอ๋อเดินอยู่ด้วยกัน ยู่หยานก็เหาะลงมาบนไหล่ของเนี่ยหลี่
         

    เนี่ยหลี่เหลือบไปมองยู่หยานที่นั่งอยู่บนไหล่และเอ่ยถาม พี่สาวยู่หยาน พี่ไปไหนมาแต่เช้าอ่ะ
          

           รอยหม่นเศร้าพลันปรากฏบนหน้าผากของยู่หยานขณะที่นางเริ่มกล่าว นานมาแล้ว แดนมรณะเก้าชั้นเป็นสนามรบระหว่างเผ่าอสูรและเผ่ามนุษย์ ในตอนนั้นมนุษย์จำนวนมากต้องจบชีวิตที่นี่ ข้าสืบหาโดยอาศัยกลิ่นอายที่ยังเหลือยู่ของพวกเขาและจัดการฝังร่างให้พวกเขาได้พักอย่างสงบ
          

    ด้วยข่าวที่ยู่หยานนำมา พลันใบหน้าของเอียจื่ออวินและเซียวหนิ่งเอ๋อก็เต็มไปด้วยความเสียใจ
          

      “อย่างไรก็เถอะ ข้าพบสิ่งนี้ด้วยล่ะยู่หยานกล่าวต่อ นางไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ผู้ใดต้องทุกข์ นางหยิบกระจกที่ดูเรียบๆไม่ประดับประดาอะไรออกมา
           


สิ่งนี้คืออะไร?” เอียจื่ออวินถามด้วยความสงสัย
         

เซียวหนิงเอ๋อก็มองดูกระจกบานนี้อย่างสนใจเช่นกัน
          

     “นี่มัน.. !” เนี้ยหลี่เขม่นคิ้วขณะเผลอหลุดปากด้วยความตกใจ เขาไม่คิดมาก่อนว่าระหว่างที่ยู่หยานไม่อยู่ นางจะนำสิ่งที่น่าตกตะลึงเช่นนี้กลับมาด้วย
          

       “ดูเหมือนเนี่ยหลี่จะรู้จักสิ่งนี้สินะ มันคือกระจกเจตภูตที่สามารถดูดจิตวิญญาณมนุษย์และคงสภาพจิตนั้นไว้โดยไม่ทำให้มันกระจัดกระจายได้ยู่หยานอธิบาย
          

     ที่ยู่หยานกล่าวนั้นไม่ผิดนัก แต่อย่างไรนั่นเป็นเพียงพลังส่วนหนึ่งของเจ้ากระจกนี่ มันยังทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ! แต่บางอย่างนั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเขาเข้าสู่ระดับชะตาฟ้าแล้วเท่านั้น
          

    ยู่หยานส่งกระจกเจตภูตให้เนี่ยหลี่ มันไม่จำเป็นสำหรับข้า เจ้าเก็บไว้เถอะ
          

      เนี่ยหลี่พยักหน้า ถึงยู่หยานจะไม่รู้ประโยชน์ที่แท้จริงของกระจกเจตภูติก็ตาม แท้จริงแล้วอาศัยเพียงเนี่ยหลี่ก็สามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มศักยภาพแล้ว เนี่ยหลี่เก็บกระจกและหยิบมณีสีชาดที่เซียวหยูได้จากมังกรซอมบี้ เจียวหลงให้แก่เซียวหนิงเอ๋อ
          

          เมื่อเซียวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นมา ดวงหน้าของเธอพลัน มีสีระเรื่อ เธอเหลือบมองไปที่เนี่ยหลี่พลางรับอัญมณีสีชาดมาเงียบๆ สิ่งนี้เป็นของขวัญที่เนี่ยหลี่มอบให้แก่นาง!
          

      ถ้าเซียวหยูอยู่ที่นี่และได้รู้ความคิดของเซียวหนิงเอ๋อในตอนนี้ เขาคงสิ้นหวังถึงขั้นกระอักเป็นเลือด สิ่งนี้เซียวหยูเป็นคนที่มอบให้นางก่อนชัดๆ! บัดนี้ในสายตานาง กลับกลายว่ามันเป็นสิ่งที่เนี่ยหลี่มอบแก่นางเสียอย่างนั้น
         


    “ตามหาตู่ซือกับคนอื่นๆกันเถอะ!” เนี่ยหลี่ยิ้มขณะที่ทั้งสี่เดินไปด้วยกัน
          

อีกมุมหนึ่งของแดนมรณะเก้าชั้น
          

       คนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันล้อมรอบเด็กหนุ่มอายุราวๆยี่สิบปีอย่างเนืองแน่น เด็กหนุ่มผู้นี้มีใบหน้ารูปไข่ดูหล่อเหลา ดวงหน้าอันทรงเสน่ห์ติดจะซีดเซียวอย่างน่าประหวั่นรับกับดวงตาแดงก่ำนั้นเหมือนจะเป็นเหตุให้ทุกผู้หวาดผวายามเมื่อได้จ้องมองและตัวสั่นจากความหวั่นเกรง
          

     คนผู้นี้แผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกจากทั่วทั้งสรรพางค์กาย เป็นเหตุให้อุณหภูมิรอบๆลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
          

     ชายหนุ่มสองคนที่ยืนถัดไปจากเขา หลงชาและกุยชา ผู้ซึ่งแอบเปิดฉากโจมตีเมืองกลอรี่ในคราวก่อน
          

       “ท่านจอมมาร บัดนี้เราควรทำอย่างไรดี? เหล่าตระกูลทรงอิทธิพลในนครนรกานต์มีกำลังเกินกว่าที่เราจะสามารถรับมือได้อีกต่อไป!” หลงชาร้องถามอย่างร้อนรน
           


        ดวงตาของเด็กหนุ่มแผ่กลิ่นอายกระหายเลือดขณะกล่าว ข้าไม่คิดมาก่อนว่าพวกมันจะปีกกล้าขาแข็งได้เพียงนี้ เมื่อคิดว่าพวกมันสามารถระดมเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากเหล่าตระกูลทรงอิทธิพลในนครนรกานต์จนถึงขั้นบีบคั้นตระกูลหวู่กุ้ยได้
          


   “ท่านจอมมาร ท่านต้องการจะบอกว่าสาเหตุทั้งหมดนี้มาจากเจ้าพวกเมืองกลอรี่หรือ?
          


       “เจ้าเด็กนั่นต้องเป็นผู้วางค่ายกลหมื่นอสูรเป็นแน่เสียงหัวเราะบางเบาหลุดออกมาจากมุมปากของจอมมาร ช่างน่าสนใจยิ่ง ข้าชักอยากรู้ว่าในท้ายที่สุดข้าจะสามารถพบเขาได้เมื่อใด เป็นไปได้ว่าเขาจะเข้าร่วมคัดเลือกศิษย์จ้าวนรกานต์ แถมโอกาสที่เขาจะถูกเลือกยังสูงมากอีกด้วย!”
          


      “ท่านจอมมาร ท่านไม่เข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์บ้างหรือ? ท่านกำลังจะบอกว่า....ดวงตาของหลงชากระจ่างขึ้นเมื่อเขาเข้าใจบางอย่าง
          


      “แน่นอน ตราบใดที่ข้าผ่านการคัดเลือก ข้าจะสามารถเข้าร่วมสำนักปีกสวรรค์ได้ แต่ก่อนกายหยาบของข้าอ่อนแอยิ่ง บัดนี้ข้ามีกายาเทพที่ปรากฏเพียงครั้งในรอบหมื่นปี แม้ไร้พลังฟ้า ข้าก็บรรลุสู่ระดับดาราสวรรค์แล้ว หากจ้าวนรกานต์ยังมีตาเขาจะต้องเลือกข้าเป็นแน่นอนจอมมารหัวเราะ 


    “ข้าไม่เชื่อว่าคนผู้นั้นจะเสาะหาร่างที่ดีไปกว่ากายาเทพของข้าได้!”
          

        “ไม่ว่าร่างของคนผู้นั้นจะดีเลิศอย่างไรก็หาเทียบกับกายาเทพของท่านได้ไม่ ท่านจอมมารหลงชากล่าวด้วยความนอบน้อม ขณะที่อีกด้านกุยชาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย  
          

      “ขณะที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้าต้องหลบซ่อนและห้ามปรากฏตัวให้ผู้ใดเห็น แม้แต่การเข้าหาตระกูลอื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับด้วยก็ตามจอมมารกล่าวอย่างเยือกเย็น
          


     “ขอรับ เราจะรอท่านกลับมา ท่านจอมมาร!” หลงชาและที่เหลือกล่าวด้วยความเคารพ
           

       จอมมารเงยหน้าขึ้นมาขณะที่สายตาของเขาทอดมองไปไกล ท้ายที่สุดแล้ว ในชาตินี้เขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมสำนักปีกสวรรค์ ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ลึกลับอะไรเช่นนี้? หากเป็นศัตรูกันแล้วในการเดินทางครั้งนี้เขาคงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวสินะ ริมฝีปากของเขาขยับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย เปี่ยมล้นไปด้วยความสนอกสนใจ
           

    จอมมารเคลื่อนกายไปข้างหน้าอย่างช้าๆและค่อยๆหายไปจากสายตา
           

    ขณะที่เขามองจอมมารจากไป หลงชาและคนอื่นๆต่างคุกเข่าไปยังทิศของจอมมาร ดวงตาของแต่ละผู้ต่างปรากฏชัดถึงความแน่วแน่
          

พวกข้าน้อมรับใช้ท่านด้วยชีวิตและจักรอจนท่านผู้ยิ่งใหญ่จะกลับมา!”
          

     ต่อแต่นี้ไปสมาคมทมิฬจะสาบสูญไปจากนครนรกานต์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเพียงใด พวกเขาจะรอการกลับมาของท่านจอมมารด้วยความภักดีไม่เสื่อมคลาย จนกว่าจะถึงวันที่เขากลับมานำทางพวกเราอีกครั้ง!

          
    เนี่ยหลี่และพรรคพวกยังคงสำรวจไปทั่วชั้นแรกของแดนมรณะเก้าชั้น ในที่สุด สองวันให้หลังพวกเขาก็พบตู่ซือและคนอื่นๆ สรุปว่าพวกเขาได้ผลจิตต้นกำเนิดมาสิบเอ็ดลูก สำหรับผู้ที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน สิ่งนี้ย่อมเป็นประโยชน์ที่สุดอย่างแท้จริง!
           

   หลังรวบรวมผลจิตต้นกำเนิดได้พวกเขาจึงกลับไปยังค่ายของตระกูลตราหยก
          

       เมื่อเขารู้ว่าเนี่ยหลี่และพวกที่เหลือกลับมาอย่างปลอดภัย หลัวเซียวและคนอื่นๆจึงรู้สึกสบายใจในที่สุด ถึงอย่างไร ณ จุดนี้ เนี่ยหลี่เป็นตัวตนที่สำคัญยิ่งสำหรับตระกูลตราหยก
          

        เนี่ยหลี่และพรรคพวกหยิบผลจิตต้นกำเนิดให้แต่ละคนและต่างกลับไปยังกระโจมของตนเพื่อขัดเกลาการบ่มเพาะพลัง ชั้นเจ็ดของแดนสิ้นสูญเก้าชั้นจะเปิดออกในไม่ช้า พวกเขาจักต้องยกระดับพลังของตนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!
          

        เนี่ยหลี่นั่งไขว้ห้างกินผลจิตต้นกำเนิด กระแสอบอุ่นพลันไหลเวียนไปสู่ลำคอและช่องท้องก่อนที่มันจะแพร่กระจายไปทั่วลมปราณของเขา
          

     สรรพคุณทางยาของผลจิตต้นกำเนิดช่างบริสุทธิ์ยิ่ง มันกำลังตะบี้ตะบันหล่อเลี้ยงอาณาเขตจิตวิญญาณของเนี่ยหลี่
          

ตูม! ตูม! ตูม!
          

อาณาเขตจิตวิญญาณของเนี่ยหลี่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
           

        ก่อนหน้านี้ เมื่อเขาได้เข้าใจสัจธรรมแห่งความตาย การบ่มเพาะของเนี่ยหลี่ก็เริ่มปรากฏสัญญาณของความก้าวหน้า เว้นเสียแต่ว่าเขายังคงไม่สามารถเข้าสู่อีกระดับได้ ตอนนี้เขาได้กินผลจิตต้นกำเนิดและควบคุมพลังแห่งสัจธรรมทั้งสาม ฉับพลันพลังในร่างเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบ่มเพาะของเขาพุ่งสูงเป็นลำดับกระทั่งถึงระดับแบล็คโกลด์ห้าดาวจึงหยุดลง
           

          ในทางทฤษฎี ด้วยความช่วยเหลือจากอาณาเขตจิตวิญญาณของต้วนเจี้ยนและพลังแห่งสัจธรรมทั้งสาม พลังของเนี่ยหลี่สมควรทะลวงเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว แต่ด้วยเหตุที่เขาใช้เคล็ดวิถีฟ้าในการบ่มเพาะพลัง จึงต้องใช้เวลาอย่างมากในการเข้าสู่ระดับแบล็คโกลด์ห้าดาวเมื่อเปรียบกับเอียจื่ออวิน เซียวหนิงเอ๋อ ตู่ซือ และคนอื่นๆ การบ่มเพาะของเขาจึงสะดุดหยุดอยู่ที่ประตูสู่ระดับตำนาน
          

         ภายในอาณาเขตจิตวิญญาณ เนี่ยหลี่สัมผัสได้ว่านอกเหนือจากเขา การบ่มเพาะพลังของคนอื่นๆก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและเริ่มทะลวงเข้าสู่ระดับตำนาน
          

      ด้วยการฝึกเคล็ดบ่มเพาะที่เนี่ยหลี่ได้มอบให้พวกเขาร่วมกับอาคมจากค่ายกลจิตวิญญาณ ในไม่ช้าพวกเขาทั้งหมดจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน หากพวกเขาคนใดได้เป็นศิษย์จ้าวนรกานต์ ตราบนั้นเมืองกลอรี่จะปลอดภัยอย่างแท้จริง
          

เวลาผ่านไปเขายังคงบ่มเพาะพลังอยู่เงียบๆ
          

      ขณะที่เนี่ยหลี่เพ่งความสนใจไปกับการบ่มเพาะ ทันใดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างและลืมตาขึ้น
          

         เขาเดินไปยังทางเข้ากระโจมและเลิกม่าน เมื่อเงยหน้าก็พบเซียวหนิงเอ๋อกำลังยืนอยู่ข้างนอกด้วยใบหน้าที่แดงปลั่งไปจนถึงลำคอ เขาไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ นางดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลกว่าที่เคย ในมือนางมีถาดที่รองชามน้ำแกงตุ๋นอยู่
          

หนิงเอ๋อ เจ้ามาทำอะไรที่นี่?เนี่ยหลี่ร้องถาม
          
    
        การปรากฏตัวอย่างกะทันหันและเสียงของเนี่ยหลี่นำความตกใจแก่หนิงเอ๋อเป็นผลให้ถาดในมือนางเสียสมดุลและตกลงพื้นจนน้ำแกงสาดกระจายไปทั่ว
          

     “ไม่ ไม่มีอะไรจ้ะหนิงเอ๋อตอบด้วยความประหม่า ขณะเก็บกวาดสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างเงอะงะ ดวงหน้าของนางเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อพร้อมๆกับทรวงอกที่หอบขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง
          

        น้ำแกงหกรดไปทั่วอาภรณ์ของหนิงเอ๋อ เนี่ยหลี่จึงช่วยนางเก็บถาดอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่มองนางเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนิงเอ๋อและพบว่าท่าทีของนางนั้นแปลกไปเล็กน้อย
         

        นางสวมใส่เพียงอาภรณ์ไหมบางเบาดูหมดจดแต่แฝงเสน่ห์น่าดึงดูด  เมื่อน้ำแกงหกรดลงบนตัวนางจึงเป็นเหตุให้เนื้อผ้าแนบสนิทไปกับผิว เผยให้เห็นนวลเนื้อที่ขาวกระจ่างดุจไข่มุกอยู่เลืองราง และเกาะอกสีชมพูอ่อนนั้นที่ไม่อาจปกปิดเนินทรวงชวนประทับใจได้ พิจดูแล้วให้ยั่วยวนสุดพรรณนา
          
       
     เห็นเสน่ห์และอาการเขินอายของหนิงเอ๋อแล้วเนี่ยหลี่ถึงกับไม่รู้จะกล่าวอันใด
          

ไม่เป็นไรใช่ไหม? กลับไปแล้วรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อเสีย เนี่ยหลี่กล่าวอย่างเก้ๆกังๆ
          

        นางก้มหน้าสำรวจร่างกายของตน เซียวหนิงเอ๋อพลันกรีดร้องออกมาเล็กน้อยและรีบใช้ถาดปิดทรวงอก นางพูดขณะที่ใบหน้าก้มงุด “’งั้นข้าขอตัวก่อนนะ!”
          

ทันทีที่เอ่ย นางก็ก้มหน้าจากไปอย่างรวดเร็ว
          

       เนี่ยหลี่จ้องไปยังแผ่นหลังของหนิงเอ๋อ ความงุนงงฉายชัดบนใบหน้า เหตุใดจึงรู้สึกวันนี้หนิงเอ๋อมีบางอย่างไม่ถูกต้อง? เขาคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่พบสาเหตุ เขาจึงทำได้เพียงปล่อยมันไปและหมุนตัวกลับกระโจมของตน

           

         คล้อยหลังเมื่อนางกลับถึงกระโจม พวงแก้มเซียวหนิงเอ๋อเหมือนจะร้อนฉ่าไปหมดยามนางชำเลืองมองถาดในมือ หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวประหนึ่งกระต่ายโผนกระโจน เหตุใดนางจึงสวมเกาะอกที่บางเช่นนี้กัน? เนี่ยหลี่คงไม่เข้าใจผิดแล้วคิดว่านางเป็นผู้หญิงง่ายๆใช่ไหม?! นางขยี้เท้า ทั้งหมดนี่เป็นแผนบ้าๆของเซียวเซวีย ที่ให้นางเผยด้านที่น่าอายต่อหน้าเนี่ยหลี่!....จบตอน

แปลโดย อุฮิอุฮิ พิฆาตเพลี้ยะกระโดดด้วยส้นตึก


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง