test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 238 ยึดครองพลังสัจธรรม





เชือกยังคงฟาดไปทั่วร่างของ เซี่ยวหยู่ อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ถูกฟาดก็เกิดแผลใหม่ขึ้นเรื่อยๆ


"บางทีถ้าหากเจ้าคุกเข่า แล้วขอให้ข้าเมตตา พร้อมกับพูดว่าหมิงเฟยเจ้าลูกสารเลว บางทีข้าอาจจะช่วยให้เจ้าตายอย่างสบายๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า
และทรมานเจ้าในทุกๆวัน เพื่อบรรเทาความเกลียดชังที่ฝังแน่นในใจของข้า ฮ่าฮ่าฮ่า"  เทพแห่งความตายหัวเราะอย่างเหี้ยมโหด
เซี่ยวหยู่  พูดอย่างแข็งกร้าว พร้อมถ่มน้ำลาย"แกสิเจ้าลูกสารเลว"


เทพแห่งความตายนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็หันมาพูดด้วยเสียงที่น่ากลัวว่า "เมื่อเจ้ากล้าที่จะปฏิเสธข้อเสนอของข้า ดูเหมือนข้าจะต้องบีบบังคับเจ้าสักหน่อยแล้ว อย่ามาตำหนิข้าทีหลังหล่ะ ฮึฮึฮึ"
*เพี๊ยะ!* *เพี๊ยะ!* *เพี๊ยะ!*

ห้าหรือหกครั้งของ ที่เชือกที่แข็งเหมือนเหล็กหล้า ราวกับถูกเสียแทงเข้าไปในร่างของเซี่ยวหยู่  เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว และดูเหมือนว่ากระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของเซี่ยวหยู่จะหัก ทำให้เซี่ยวหยู่กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

"ฮ่าฮ่าฮ๋า ร้องสิ ร้องดังๆ ร้องมันออกมาอีก คงจะดีกว่านี้ ถ้าหากมันเป็นเสียงร่ำร้องของไอ้แก่สารเลวนั่น"  เทพแห่งความตายหัวเราะอย่างสะใจ


เลือดไหลออกมาตรงมุมปากของเซี่ยวหยู่ ในขณะที่เขาไม่ยินดียินร้ายอะไร เขาจ้องมองไปที่พื้นที่ในด้านหน้าของเขา แล้วตะโกนว่า "ไอ้ลูกสารเลว ฆ่าข้าเลยสิ ถ้าเจ้ากล้าพอ"


"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเจ้างั้นรึ? การฆ่าเจ้านั้นไม่ได้สร้างความพอใจอะไรแก่ข้ามากมายเลย ข้าต้องการทรมานเจ้าทีละนิด ทีละนิด ข้าต้องการที่จะมองดูเจ้าทรมาน และจดจำทุกครั้ง เพื่อให้สมกับสิ่งที่ข้าได้พบเจอมา
 วันนี้ เป็นวันที่ข้าได้ล้างแค้น มันช่างสาแก่ใจข้าในตอนนี้ยิ่งนัก หลังจากที่ข้าได้ดูดซับพลังระดับเซียนและค่อยๆฟื้นฟูร่างกายของข้า ข้าก็พร้อมที่จะไปจัดการไอ้แก่สารเลวนั่น" เทพแห่งความตายพูดด้วยน้ำเสียงอันน่าขนหัวลุก
"ข้าจะทำให้เจ้าทั้งคู่เสียใจไปตลอดกาล"

ขณะที่เทพแห่งความตายหัวเราะอยู่นั้น มือหินทั้งสงข้าง ที่ลอยอยู่บนอากาศก็ร่วงหล่นลงมา
"นี่มัน เกิดอะไรขึ้น?" เสียงของเทพแห่งความตายเริ่มหวั่นไหวและรับรู้ถึงรัศมีพลังที่น่ากลัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เนี่ยลี่ ยังมีชีวิตอยู่!

หลังจากที่มือขนาดใหญ่ทั้งคู่ได้ร่วงหล่นลงมา ก็มีเงาปรากฏอยู่ภายใต้ฝุ่นละออง ที่ด้่นหลังของเขามีปีกอยู่คู่หนึ่ง ข้างหนึ่งสีดำ และอีกข้างหนึ่งสีขาว
พลังสัจธรรมแห่งแสงและความมืด ได้ปรากฏเป็นเปลวเพลิงที่รุนแรงอยู่ในแขนแต่ละข้างของเนี่ยลี่
เขาช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ปลอกแขนสีเทาของเขาราวกับมีออร่าสีดำปกคลุมอยู่


"ปะเป็นไปไม่ได้ เจ้าสามารถเข้าถึงสัจธรรมแห่งความตายได้แล้วงั้นเหรอ?" เทพแห่งความตายตะโกนด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่าการควบคุมพลังสัจธรรมแห่งความตายค่อยๆไหลออกไป เป็นความจริงที่ว่า
พลังสัจธรรมแห่งความตายของเขาค่อยๆ ถูกขโมยออกไปจากเขา


"มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย สำหรับการเข้าถึงพลังสัจธรรมแห่งความตาย ตอนนี้ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!" เนี่ยลี่พูดด้วยน้ำเสียงอันสงบนิ่ง เขาค่อยๆก้าวไปทีละก้าว ไปยังหัวใจสีดำที่อยู่ตรงกลางห้องโถง


"ข้าเองเป็นเทพแห่งความตายผู้เป็นอัจฉริยะ! คิดจะยึดพลังสัจธรรมแห่งความตายไปจากข้างั้นเหรอ? อย่าได้ลองแม้แต่จะคิด" เทพแห่งความตายคำรามลั่นด้วยความโกรธ และก่อเกิดหอกกระดูกแหลมจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เนี่ยลี่

แต่ว่า เมื่อหอกกระดกเหล่านั้นพุ่งเข้ามาเกือบถึงตัวเนี่ยลี่เพียงไม่กี่เมตร  มันก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศและระเบิดเป้นผุยผง


เนี่ยลี่ยังคงเดินอย่างใจเย็นล้วพูดขึ้นมาว่า
"จริงๆแล้ว กายาเทพของเจ้าได้แตกสลายไปแล้ว
แม้ว่าเจ้าจะสามารถบรรลุเป็นเทพแห่งความตายแล้ว แต่มันก็แตกต่างกันกันระว่างตัวเจ้าเองกับเหลาผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน
เป็นเพราะว่าเจ้า เข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งความตายมากกว่าพวกเขา
เพราะการคงอยู่ของสัจธรรมแห่งความตาย ยังอยู่ภายใต้โลกและสวรรค์ และดำเนินไปตามเส้นทางของมัน
อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ที่สามารถเข้าถึงสัจธรรมแห่งความตายได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเจ้า
พลังสัจธรรมแห่งความตายก็จะเลือกบุคคลผู้นั้นตามธรรมชาติของมัน


"เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?" เทพแห่งความตาย พูดอย่างตกใจ


"ข้านั้นเข้าถึงสัจธรรมแห่งความตายได้มากกว่าเจ้า ชิ้นส่วนของเทพวิญญาณถึงได้ถูกข้ายึดครองไงหล่ะ " เนี่ยลี่พูดอย่างเย็นชา


"เรื่องแบบนี้ เป็นไปไม่ได้! ข้าเป็นเทพแห่งความตายมาหลายหมื่นปี เจ้าทำได้อย่างไร ถึงได้เข้าถึงสัจธรรมแห่งความตายได้ยิ่งกว่าข้า?"
เทพแห่งความตายคำราออกมาด้วยความโกรธ และยังโจมตีเนี่ยลี่ด้วยหอกกระดูกราวกับเป็นห่าฝน แต่ในทุกครั้งที่ใกล้จะถึงเนี่ยลี่ ในอีกไม่กี่เมตร
มันก็กลายเป็นฝุ่นผงโดยที่ไม่สามารถถูกตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย


เนี่ยลี่พูดเปรียบเปรยอย่างใจเย็น แล้วพดออกไปว่า "เจ้าก็ราวกับจิ้งหรีดที่ถูกจับไว้ในขวด เจ้ามองเห็นโลกภายนอกได้แค่จากในขวดเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็มีคนที่อยู่ภายนอกขวดนั้น ก็ย่อมมองเห็นได้มากกว่าเจ้า..."


หลังจากที่ได้ยินคำพดของเนี่ยลี่ เทพแห่งความตายก็ถามด้วยเสียงที่หวั่นไหวว่า "เจ้าเป็นคนจากดินแดนหลักงั้นเหรอ?"

เนี่ยลี่ไม่รู้ว่า เหตุใดเทพแห่งความตายถึงได้รู้ถึงดินแดนหลัก เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วตอบไปว่า  "ข้าคงเป็นเช่นที่เจ้าพูด"

หลังจากสิ้นคำพูดของเนี่ยลี่ เทพแห่งความตายก็รู้สึกสิ้นหวัง
หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแห่งนครใต้พิภพ
เจ้าแห่งนครใต้พิภพได้พูดบางสิ่งออกมา
ในดินแดนหลักนั้นเต็มไปด้วยผู้เยี่ยมยุทธที่เก่งกาจ
พวกเขาเหล่านั้นเฝ้ามองดูสิ่งต่างๆภายในโลกเล้กๆนี้
ในสายตาพวกเขา เทพวิญญาณนั้นก็ไม่ต่างจากมดตัวหนึ่ง

เทพวิญญาณเช่นเขา เป็นถึงหนึ่งในสัจธธรรมแห่งวิญญาณของโลกนี้ แต่ในโลกอื่นแล้ว กลายเป็นว่าอยู่ในลำดับต่ำสุดของทุกสิ่ง

"ข้ายังไม่ยอมแพ้หรอก! สัจธรรมแห่งความตายนั้น ข้าได้บ่มเพาะมานับหมื่นปี เทียบไม่ได้กับเจ้าที่เพิ่งจะเข้าถึงได้ครั้งแรก เจ้าจะต้องตาย" เทพแห่งความตายยังไม่ละความพยายามในการสร้างหอกกระดูกจำนวนมาก
แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร มันก็เป็นเรื่องที่สูญเปล่า เขาจึงตัดสินใจที่จะสังหารเซี่ยวหยู่เป็นอันดับแรก แต่เชื่อที่รัดเซี่ยวหยู่ อยู่จู่ๆก็ขาดออกจากกัน

เซี่ยวหยู่ได้ยืนขึ้นและหยิบชุดใหม่มาเปลี่ยนแทนชุดเดิมที่ขาดรุ่งริ่ง และหันไปมองทางเนี่ยลี่ เวลานี้เนี่ยลี่ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาไม่เคยคิดเลยว่า เนี่ยลี่จะสามารถไล่ต้อนเทพแห่งความตายได้
แม้ว่าเนี่ยลี่จะยังยู่เพียงแค่ระดับแบล็คโกลด์ แต่สำหรับความรอบรู้นั้น เขาเหนือกว่าเซี่ยวหยู่ยิ่งนัก

ความรู้ของเนี่ยลี่จะสูงส่งเท่าไหร่กัน? เซี่ยวหยู่ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้แม้แต่น้อย เขาเคยได้ยินมาจากพ่อของเขาว่า โลกใบเล็กๆนี้ ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังอันยิ่งใหญ่
ซึ่งมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่คอยสังเกตุทุกอย่างจากโลกภายนอก แต่ไม่อาจที่จะเข้าถึงได้ มีเพียงผู้คนที่อยู่ในโลกเล็กๆแห่งนี้เท่านั้น ที่มีอิสระทำได้ทุกอย่าง นอกจากนี้ภายในโลกเลกๆแห่งนี้
พลังสัจธรรมทุกๆอย่าง ล้วนถุกปกปิดด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลัง

และในตอนนี้ เนี่ยลี่ได้สำเร็จถึงการเทคนิคการบ่มเพาะทั้งสามแล้  ถ้าหากเขาสามารถที่จะรวบรวมชิ้นส่วนกายาเทพได้ เขาก็สามารถที่จะเป็นเทพวิญญาณได้
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง การบ่มเพาะพลังของเขาในอนาคตก็ไม่อาจที่จะคาดเดาได้เลย


เนี่ยลี่เคลื่อนที่เข้าไปใกล้หัวใจ ทีละก้าว ทีละก้าว ทุกๆการย่างก้าวของเขา มีคลื่นพลังแผ่ออกมาใต้เท้าของเขา แม้ว่าพลังสัจธรรมแห่งความตายจะถูกใช้โดยเนี่ยลี่และเทพแห่งความตายเหมือนๆกัน
แต่เนี่ยลี่นั้นเข้าถึงสัจธรรมแห่งความตายได้ลึกซึ้งเกินกว่าเทพแห่งความตาย เนื่องจากพลังสัจธรรมแห่งความตายนั้นอยู่ภายใต้โลกและสวรรค์ และเนี่ยลี่กลายเป็นผู้ควบคุม มิใช่เทพแห่งความตาย


ดังนั้นเทพแห่งความตายจึงไม่อาจที่จะคุกคามเนี่ยลี่ได้อีกต่อไป


ในตอนนั้นเอง ในตัวของเนี่ยลี่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาด แพนด้าเขี้ยวอสูรได้หลอมรวมเข้ากับสัจธรรมทั้งสองคือสัจธรรมแห่งความมืดและแสงสว่าง แต่มิได้ดูดซับพลังสัจธรรมแห่งความตายเข้าไปแม้แต่น้อย
แต่อสูรเงาพราย กลับหลอมรวมเข้ากับพลังสัจธรรมแห่งความมืดและพลังสัจธรรมความตาย เมื่อพลังสัจธรรมทั้งสองเชื่อมโญงกัน อสูรเงาพราย ก็เติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น


"นี่มันเป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงได้เป้นเช่นนี้ ข้าไม่มีทางยอมรับมัน!" เทพแห่งความตายตะโกนคำรามอย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า เขาถูกแย่งพลังสัจธรรมแห่งความตายไปแล้ว


เจ้าควรจะยอมรับมันเสียที ความพยายามของเจ้ามันไร้ประโยชน์

เนี้ยหลี่ค่อยๆเดินไปข้างๆหัวใจสีดำ แล้ววางมือลงไป หัวใจถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว และค่อยๆหายไป

เทพแห่งความตาย คำรามอย่างไม่พอใจ ถึงอย่างไรก็ตามหลักฐานการมีอยู่ของตัวตนเขาในโลกนี้ ค่อยๆหายไป

นอกจากหัวใจสีดำ หลุมศพทั้งหมดค่อย ๆ หายไปเช่นกัน

เนี่ยลี่ถอนหายใจ ถ้าเขาและเซี่ยวหยู่ไม่ได้บังเอิญตกไปในกับดัก ก็คงไม่ต้องมาเสียเวลา กับการกำจัดเทพแห่งความตายหรอก เขามองเทพแห่งความตายหายไปอย่างช้าๆ ความรู้สึกไม่สบายใจก็เกาะกุมใจของเขา


ภายในโลกเล็กๆใบนี้ เทพจิตวิญญาณทั้งหลาย รวมไปถึงเทพแห่งความตาย ท่านพี่ยู่หยาน ต่างก็เป็นเพียงตัวหมากรุกเท่านั้น คนที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้


    ถ้าหากพวกเขาสักคน ไม่สามารถหาทางออกจากโลกใบเลกนี้ได้ เขาก็จะกลายเป็นเพียงตัวหมากให้ผู้อื่นควบคุมเท่านั้น


ตั้งแต่ที่เจ้าแห่งนครใต้พิภพ ได้รู้วิธีการที่จะเดินทางไปยังอนาจักรซากมังกร และเนี่ยลี่เองก็อยากจะลองเดินทางไปยังอนาจักรซากมังกร ด้วยกความช่วยเหลือของเจ้านครใต้พิภพเช่นกัน

เซี่ยวหยู่ทานยาฟื้นฟูพลังเสร็จก็เดินไปหาเนี่ยลี่


เนี่ยลี่รีบเดินไปพยุงเซี่ยวหยู่ แล้วเอ่ยปากถาม "เจ้าเป็นไงบ้าง?"

"ข้าไม่เป็นไร" เซี่ยวหยู่ ส่ายหัว "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้"

เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "ข้าไม่เพียงช่วยเจ้าเท่านั้น ข้าเพียงแค่ช่วยเหลือตัวเองก็เท่านั้น"

หลังคำพูดของเนี่ยลี่ เซี่ยวหยู่ก็หันมามองเนี่ยลี่ หลังจากนั้นในความคิดของเซี่ยวหยู่ เกี่ยวกับเรื่องของเนี่ยลี่  เนี่ยลี่นั้นช่วยชีวิตเขาไว้ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่าต้องการสิ่งใดตอบแทน


"เจ้าน่าจะถอดชุดเก่าที่ขาดรุ่งริ่งออกก่อนที่จะสวใชุดใหม่นะ ? หรือว่าเจ้าชอบใส่แบบนี้เป็นงานอดิเรก" เนี่ยลี่มองเซี่ยวหยู่ด้วยความประหลาดใจ
เขามักจะรู้สึกว่าเซี่ยวหยู่ มีอะไรผิดปกติอยู่เล็กน้อย อย่างไรเสีย เขาก็เคยพบเจอกับคนที่แปลกประหลาดมากมาย ในชีวิตที่แล้วของเขา เซี่ยวหยู่มิได้แปลกประหลาดอยู่คนเดียว


หลังจากการแสดงออกของเนี่ยลี่ เซี่ยวหยู่ก็กลับไปจัดการเรื่องที่เนี่ยลี่บอกมา พร้อมกับพ่นลมหายใจ ตอบกลับไปว่า "ทำไมเจ้าต้องใส่ใจด้วย ข้าพอใจที่จะทำเช่นนี้"

"ได้เลยตามสบาย"เนี่ยลี่ผายมือเขาออกมา แม้ว่าเขาจะงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่อยากจะคิดมากกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้


ในเวลานี้เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ก็เป็นอิสระจากการจับกุมแล้ว พวกเขาได้เดินมาหาเนี่ยลี่ พวกเขายังจดจำกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้
มันเป็นความกลัวฝังลึกอยู่ในใจของพวกเขา แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยที่พวกเขารับรู้ได้ว่าคนที่ช่วยเหลือพวกเขาไว้ก็คือเนี่ยลี่


เมื่อนึกถึงมือหินขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นจากพลังสัจธรรมแห่งความตาย แต่กลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเนี่ยลี่ไเลยแม้แต่น้อย
นั่นก็ทำให้พวกเขาเคารพและยอมรับในความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่

"ขอขอบคุณนายท่านเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ตระกูลบทสวดมังกรจะไม่มีวันลืมเลย ถ้าหากนายท่านมีสิ่งใดให้พวกเราทำ พวกจะทำอย่างสุดความสามารถ"

"พวกข้าก็เช่นกัน ตระกูลเอลฟ์คะนองศึก ก็ขอขอบคุณนายท่านที่ให้ความช่วยเหลือ ถ้าหากนายท่านประสงค์สิ่งใด พวกเราจะดำเนินการอย่างสุดฝีมือ "


ผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ล้วนมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมาย ด้วยความจริงที่ว่าเนี่ยลี่เป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขา พวกเขาก็มีความตระหนักและความหวาดกลัวและความแข็งแรงที่น่ากลัวของเขา

ในอนาคตอันใกล้ คงไม่มีใครที่จะสามารถจินตนาการถึงการบ่มเพาะพลังของเขาได้ ถ้าหากพวกเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีด้วย ด้วยฝีมือระดับผู้เยี่ยมยุทธ ก็แน่นอนว่าพวกเขาจะได้รับประโยชน์ในอนาคต

แปลโดย นายมะพร้าว


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง