test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 237 ดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค


ภายใต้การเกื้อหนุนของพลังสัจธรรมแห่งความตาย พลังสัจธรรมแห่งแสงและความมืดของเนี่ยลี่ก็ได้รับการขัดเกลาจนบริสุทธิ์


ทันทีที่ปีกของเนี้ยหลี่สยายออกพลังงานของมันได้กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบและถูกส่งไปยังพวกของเขา


ชั่วพริบตาที่ปีกของเนี่ยลี่สยายออก พลังงานที่น่าเกรงขามก็ได้แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ โดยแหล่งที่มานั้นมาจากตัวของเขาเอง


*ตูมม! *   *ตูมม! *  *ตูมม! *


เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ



เมื่อสัมผัสได้ถึงการไหลบ่าเข้ามาอย่างฉับพลันของพลังงานอันแข็งแกร่ง เซี่ยวหยู่หันไปมองเนี่ยลี่ด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของเนี่ยลี่นั้น คือพลังสัจธรรมแห่งความมืดและแสงสว่าง ที่มีความบริสุทธิ์ที่ไม่อาจจะเป็นไปได้เลย


ขณะที่เนี่ยลี่กำลังต่อสู้กับสัจธรรมแห่งความตาย เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนก็ได้รับการช่วยเหลือจากเซี่ยวหยู่ทั้งหมดแล้ว


 “ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือจากท่าน”

"ขอบคุณมากนายท่าน!" ผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน แสดงความขอบคุณต่อเซี่ยวหยู่


“ต้องขอบคุณเขา ไม่ใช่ข้า”เซี่ยวหยู่บุ้ยปากไปทางเนี่ยลี่


เมื่อผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน จ้องมองไปทางเนี่ยลี่ สิ่งที่พวกเขาได้เห็นทำให้ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก เนี่ยลี่ลอยเงียบสงบอยู่กลางอากาศ ห้อมล้อมไปด้วยพลังสัจธรรมถึงสองชนิด


พวกเขาอดคิดไม่ได้ว่าพลังสัจธรรมแห่งแสงและความมืดปรากฏอยู่ในร่างของคนคนเดียว!นายน้อยท่านนี้มาจากตระกูลไหนกัน


ในขณะเดียวกัน เนี่ยลี่รู้สึกได้ว่าภายในร่างกายของเขา นอกเหนือจากพลังสัจธธรรมแห่งแสงและความมืด ได้มีพลังงานที่สามค่อยๆก่อตัวขึ้นมาอย่างทรงพลัง มันคือพลังสัจธรรมแห่งความตาย
“ด้วยการคงอยู่ของข้า เทพแห่งความตาย สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ล้วนเป็นการแสวงหาความตาย” เทพแห่งความตายคำรามกึกก้อง อีกานับล้านตัวพุ่งเข้าโจมตีเนี่ยลี่


ทันใดนั้นเนี่ยลี่ก็ได้เข้าใจอะไรบางอย่าง


เทพแห่งความตายนั้นเป็นเพียงแค่วิญญาณของพลังสัจธรรม ตั้งแต่ที่เนี่ยลี่ได้ดูดซับและผสานเข้ากับส่วนหนึ่งของพลังสัจธรรมแห่งความตาย เขาก็เริ่มที่จะเข้าใจมัน ร่างกายของเทพแห่งความตายได้ถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆไปแล้วและไม่อาจฟื้นฟูได้ในตอนนี้ ดังนั้นในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เทพแห่งความตายนั้นอ่อนแอที่สุด


ถ้าหากเนี่ยลี่สามารถยึดครองพลังสัจธรรมแห่งความตายได้ เทพแห่งความตายก็จะถึงแก่ความตายโดยไม่ต้องสงสัยเทพแห่งความตายรู้สึกกลัวขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจรีรอที่จะฆ่าเขาทันที


พลังสัจธรรมแห่งความตายค่อยๆรวมตัวกัน ตรงกลางฝ่ามือของเนี่ยลี่ มีออร่าหมุนวนอยู่อย่างต่อเนื่อง เนี่ยลี่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเข้าถึงพลังสัจธรรมแห่งความตาย


พลังสัจธรรมแห่งความตายได้ถูกเนี่ยลี่รวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และสร้างพลังสัจธรรมใหม่ขึ้นมา เนื่องจากพลังสัจธรรมแห่งความตายก็คล้ายกับพลังสัจธรรมแห่งความมืดและแสง การเรียนรู้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากนัก

*ตูมม! *   *ตูมม! *  *ตูมม! *


อีกาที่บินอยู่ด้านหน้าของเนี่ยลี่ระเบิดขึ้น
เมื่อเห็นว่าพลังสัจธรรมแห่งความตายถูกคุกคามเพทแห่งความตายก็ยิ่งโกรธมากขึ้น


“บังอาจมาอวดดีคิดจะทำลายรากฐานพลังของข้างั้นเหรอ ภายในอาณาเขตของข้าจะป่นเจ้าให้เป็นผงธุลีซะ!” เทพแห่งความตายรวบรวมพลังสัจธรรมแห่งความตายอย่างบ้าคลั่ง ก่อร่างขึ้นเป็นมือสีแดงชาด ขึ้นมาคู่หนึ่ง แล้วกระแทกไปยังเนี่ยลี่


ความกดดันที่แผ่ออกมาจากมือยักษ์ทั้งคู่นั้น ใบหน้าของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนถึงกลับถอดสี พวกเขารับรู้ถึงแรงกดดันนี้ได้อย่างชัดเจน


ถึงแม้ว่าจิตแห่งเทพของเทพแห่งความตายนั้นได้แตกสลายไปและเขาก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่ากับในอดีต แต่เทพแห่งความตายก็ยังคงเป็น เทพวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้น สุสานนี้ยังเป็นรากฐานพลังที่แข็งแกร่งของเขา ความแข็งแกร่งของเขาจึงเทียบเท่าตอนที่ตอนที่มีกายาเทพอยู่ แม้ว่าความแข็งแกร่งของเทพแห่งความตายนั้นจะอยู่แค่เพียงระดับเซียน ตราบใดที่ยังอยู่ในสุสานแห่งนี้ เทพแห่งความตายก็ยังสามารถใช้พลังสัจธรรม บดขยี้ผู้เยี่ยมยุทธคนอื่นๆได้อย่างง่ายดาย นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนไม่สามารถรับมือเทพแห่งความตายได้


พลังสัจธรรมของเทพแห่งความตายสามารถจัดการผู้เยี่ยมยุทธคนอื่นได้ แต่ไม่อาจใช้ได้กับเนี่ยลี่ เพราะพลังสัจธรรมในตัวของเนี่ยลี่นั้นแตกต่างจากผู้อื่น


มือยักษ์สีแดงชาดได้กระแทกเข้าใส่เนี่ยลี่อย่างรุนแรง แรงกดดันนั้นได้ส่งผลอย่างรุนแรงกับเซี่ยวหยู่ ใบหน้าของเขาถึงกับถอดสี เขารีบตะโกนออกมาว่า “เนี่ยลี่ ระวัง หลบไป”


ถึงแม้เซี่ยวหยู่จะตะโกนบอก เนี่ยลี่ก็ยังคงยืนอยู่ไม่ขยับไปไหน ราวกับว่าเขาจะไม่ได้ยินคำเตือนนั้น หรือว่าจะเกิดอะไรบางอย่างกับเนี่ยลี่? เซี่ยวหยู่รีบวิ่งเข้าไปคุ้มครองเนี่ยลี่ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว


*ตูม!*


มือขนาดยักษ์ทั้งคู่นั้นได้ประกบกันแล้วบดขยี้ร่างกายของเนี่ยลี่


คลื่นการปะทะนั้นแผ่กระจายออกไปโดยรอบ


หลังจากที่ได้เห็นภาพตรงหน้า เซี่ยวหยู่ถึงกับตัวสั่น ความโศกเศร้าและเสียใจแสดงออกมาชัดเจนบนใบหน้าของเขา แม้ว่าเขากับเนี่ยลี่จะรู้จักแค่เพียงไม่นาน เขาคิดว่าเนี่ยลี่เป็นน้อยคนนักที่จะต่อปากต่อคำกับเขาได้ 


โดยรวมแล้วเซี่ยวหยู่คิดว่าเนี่ยลี่ เป็นคนที่ควรคบหา สำหรับคนที่มีความสามารถอันน่ามหัศจรรย์อย่างเนี่ยลี่ ต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวถึงสองคนที่รอเขาอยู่ด้านนอกเซี่ยวหยู่โกรธจัดเขาจึงคว้าดาบอันแหลมคมแล้วพุ่งโจมตีไปยังหัวใจสีดำที่อยู่ตรงกลางห้องโถง


นอกจากความรู้สึกเห็นใจแล้ว เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ต่างก็มีความกลัวฝังลึกเข้าไปในหัวใจของพวกเขาด้วย ตอนนี้เนี่ยลี่ถูกฆ่าตายไปแล้ว ย่อมหมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถที่จะหลบหนีจากสุสานโบราณนี้อีกต่อไป? พื้นที่นี้ได้รับการปิดผนึกอย่างแน่นหนาและภายใต้แรงกดดันของเทพแห่งความตาย พวกเขามีโอกาสไม่ถึงครึ่งที่จะหลบหนี


"ฮ่า ๆ ๆ  ! เจ้าพยายามที่จะยึดพลังสัจธรรมแห่งความตายของข้า ในขณะที่ยังอยู่ในอาณาเขตของข้างั้นรึ? "


   เสียงหัวเราะของเทพแห่งความตายดังกึกก้อง “ข้ายอมรับในพรสวรรค์ของเจ้า แต่เพราะเจ้าบังอาจมาคุกคามข้า เจ้าถึงต้องพบกับจุดจบเช่นนี้”



ในตอนนั้น ภายในฝ่ามือคู่ยักษ์ เนี่ยลี่ถูกห่อหุ้มด้วยปีกของเขา พลังสัจธรรมแห่งความมืดและแสงสว่างไหลเวียนอยู่รอบตัวของเขา ภายในฝ่ามือยักษ์ทั้งสองข้างนั้นจริงๆแล้วมีส่วนที่โค้งอยู่และเนี่ยลี่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย


ในตอนที่ฝ่ามือยักษ์กระแทกเข้าหาเขา เนี่ยลี่ก็ได้สูบเอาสิ่งที่อยู่รอบตัวของเขาเข้าไปและทำให้มันเหือดแห้งด้วยสัจธรรมแห่งความตาย แล้วทำให้มันกลายเป็นพลังของเขา เนื่องจากฝ่ามือยักษ์คู่นี้ ถูกสร้างขึ้นมาจากสัจธรรมแห่งความตาย เนี่ยลี่จึงสามารถที่จะดูดซับได้โดยธรรมชาติ ทำให้มีโพลงอยู่ด้านใน


ร่างกายของเนี่ยลี่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายอยู่ภายใน เทพแห่งความตายจึงคิดว่าเนี่ยลี่ได้ถูกกำจัดไปแล้วด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายของเขา


ในตอนนี้เนี่ยลี่กำลังค่อยๆทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งความตาย เขาค่อยๆเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน แขนทั้งสองข้างของเขามีกระดูกงอกแหลมออกมาราวกับเป็นเกราะแขน


เขาค่อยๆทำความคุ้นเคยกับพลังสัจธรรมแห่งความตาย ในตอนนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักที่ใครคิดจะคุกคามเขาด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะเข้าถึงพลังสัจธรรมของเทพแห่งความตายทั้งหมดนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆเช่นกัน


เสียงหัวเราะของเทพแห่งความตายดังกึกก้องไปทั่วสุสาน เขามองไปยังเซี่ยวหยู่ เขาเห็นคลื่นพลังจากดาบยังคงพุ่งไปหาหัวใจสีดำ พร้อมกับหัวเราะอย่างดูแคลน “คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเจ้ายังถูกข้ากำจัด เหลือเพียงพวกเจ้าที่ยังคงรอดอยู่ แล้วนี่พวกเจ้ายังคิดจะดิ้นรนอยู่อีกเหรอ?


“ทุกคนบุกเข้าไปพร้อมกัน!” เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนมองหน้ากัน แล้วต่างก็รวบรวมพลังสัจธรรม จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่หัวใจสีดำราวกับดาวหาง


“หึ สู้ราวกับสุนัขที่จนตรอก!”เทพแห่งความตายพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา พร้อมกันนั้นก็ปรากฏคุกกระดูกขึ้นมาบนท้องฟ้า กักขังเหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนเอาไว้


ผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ต่างดิ้นรนและจู่ไปยังคุกกระดูกเพื่อหนีออกมา แต่ถึงกระนั้นในเวลาแค่ครู่เดียว กระดูกเหล่านั้นก็บีบรัดร่างกายของพวกเขาจนแน่น ทำให้พวกเขาขยับไม่ได้แม้แต่น้อย แถมยังปิดกั้นการมองเห็นของพวกเขาด้วย


เหล่ากระดูกยังคงไล่ตามเซี่ยวหยู่ เขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาพร้อมกับสับพวกมันด้วยดาบในมือของเขา


*ตูม!* *ตูม!* *ตูม!*


พวกกระดูกแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยฝีมือของเซี่ยวหยู่


“โอ้...” เทพแห่งความตายเปร่งเสียงด้วยความประหลาดใจ เหล่ากระดูกที่แม้แต่ผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ยังไม่อาจต่อต้านได้ กลับถูกทำลายเป็นชิ้นๆด้วยน้ำมือเซี่ยวหยู่ “ดาบนั่นมัน...ดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค”


ตอนที่เซี่ยวหยู่ได้ไปยังกระดูกเหล่านั้น มีหมอกสีขาวหนาถูกก่อตัวขึ้นในอากาศ สิ่งใดที่ถูกสัมผัสก็ถูกแช่แข็งในทันที กระดูกที่ถูกแช่แข็งถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วด้วยดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค


ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะพาตัวเองออกจากที่นี้ได้. ฮ่า ๆๆๆ ! ใช้กำลังบังคับดูสิ เผื่อเจ้าจะทำมันได้! "


“ดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค เป็นของเจ้าแห่งนครใต้พิภพ เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับเขางั้นรึ? เจ้าแห่งนครใต้พิภพ ไม่มีทางที่จะมอบดาบน้ำแข็งแห่งกลียุคให้กับคนนอก เท่าที่ข้ารู้มาเจ้าแห่งนครใต้พิภพไม่มีลูกชาย เขามีคนเดียวที่เป็น... ”



       จู่ๆเทพแห่งความตายก็หัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง “ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เฒ่าสารเลวหมิง เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ข้าต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ข้าไม่คิดหรอกนะว่าเจ้าจะพาตัวเองออกไปจากประตูทางออกของข้าได้ ฮ่าฮ่าฮ่า! ลองทุ่มกำลังดูสิ บางทีอาจจะบังเอิญหามันเจอก็ได้”

*ฟุ่บ!* *ฟุ่บ!* *ฟุ่บ!*

เชือกสีแดงชาดพุ่งม้วนไปหาเซี่ยวหยู่


      “เจ้าค้างคาวเฒ่า เจ้าคิดจะจับข้างั้นรึ? มันไม่ง่ายหรอกนะ!” เซี่ยวหยู่พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ในขณะที่ดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค ในมือของเขาสร้างลูกบอลน้ำแข็งทรงกลมราวกับเป็นโล่ห์ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ด้านใน


     “ถ้าหากไอ้เฒ่าสารเลวหมิงนั้นมาเอง บางทีข้าเองก็อาจจะกลัวสักเล็กน้อย แต่เจ้าหน่ะเหรอ หึ เจ้าคิดว่ามีเพียงแค่ ดาบน้ำแข็งแห่งกลียุค แล้วจะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นเรอะ” เทพแห่งความตายหัวเราะอย่างเย็นชา ในขณะที่เวือกสีชาดนับหมื่นเส้นถูกแช่แข็งราวกับแท่งเหล็ก


*ตูม!* *ตูม!* *ตูม!*


เชือกสีแดงชาดฟาดโจมตีใส่โลห์น้ำแข็ง ก่อให้เกิดรอยแตกที่จะปรากฏบนพื้นผิวของก้อนน้ำแข็งทรงกลม


ใบหน้าของเซี่ยวหยู่เต็มไปด้วยความกังวล แม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งระดับเซียน แต่ในตอนนี้เขาอยู่ในอณาเขตของเทพแห่งความตาย พลังสัจธรรมแห่งความตายนั้น ได้ผนึกพลังสัจธรรมของเขาไว้


ในขณะที่เขากำลังคิดหาทางตอบโต้เทพแห่งความตาย เชือกเส้นหนึ่งก็ทะลุโล่ห์น้ำแข็งทรงกลมเข้ามาแล้วก็รัดตัวและรอบคอของเขา พลังของเขาเริ่มที่จะไหลผ่านเชือกนี้ไปสู่ความว่างเปล่า เซี่ยวหยู่รู้สึกราวกับว่าพลังในร่างกายของเขาถูกดูดไปจนแห้งและเขาไม่สามารถดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดไปได้

แขนและขาของเขาก็ถูกรัดด้วยความรวดเร็ว


“หึหึหึ ท้ายที่สุดเจ้าก็อยู่ในกำมือข้า คอยดูสิว่าข้าจะทรมานเจ้าแบบไหนจนกว่าที่เจ้าจะตาย” เทพแห่งความตายหัวเราะอย่างอํามหิต ในขณะที่เชือกค่อยๆลอยไปหาเซี่ยวหยู่

*เพี๊ยะ!*


เชือกฟาดอย่างโหดเหี้ยมทั่วร่างกายของเซี่ยวหยู่ เสื้อผ้าของเขาฉีกขาดเป็นรู รอยสีแดงปรากฏเป็นเครื่องหมายบนผิวสีขาวราวกับไข่มุก ภายใต้เสื้อผ้าที่ฉีกขาด


  “อึก!”เซี่ยวหยู่ กัดฟันของเขาแน่น เพื่อที่จะไม่ยอมร้องคราญครางด้วยความเจ็บปวด ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ขณะที่เขาจ้องมองอย่างเย็นชา ราวกับว่าสิ่งที่มันทำนั้นไร้ประโยชน์


“หนอย เจ้ารนหาที่ตายใช่ไหม!


เชือกฟาดไปทั่วร่างกายของเซี่ยวหยู่อีกครั้ง ผิวที่ขาวราวกับไข่มุกของเขาเต็มไปด้วยเลือด และภายใต้เสื้อผ้าที่ฉีกขาดนั้นมีเลือดสาดกระเด็นไปทุกทิศทาง





แปลโดย:: นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง