test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 234 ดินแดนโบราณสถานแห่งมังกร


เนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่เดินลงไปตามบันได ทางเดินเติมไปด้วยโคลนและตะไคร่น้ำความมืดมิดปกคลุมชวนให้อึดอัด กลิ่นอายเย็นเยือก ลอยผ่านตลอดทางเดิน เซี่ยวหยู่เดินนำหน้า ค่อยๆก้าวช้าๆอย่างมั่นคง  เนี่ยหลี่บอกได้เลยว่าเซี่ยวหยู่ระวังตัวอย่างมาก ในการก้าวเดินแต่ละก้าว เขาตรวจสอบพื้นที่รอบๆอยู่ตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับกับดัก รูปแบบอาคมก่อนหน้านี้ก็มีกับดักซ่อนอยู่เพื่อทำให้คนพบเห็นเข้าใจผิด มีเพียงคนที่มีความเข้าใจในรูปแบบจารึกอาคมอย่างถ่องแท้เท่านั้นที่จะมองออก  ซึ่งระดับของเซี่ยวหยู่สูงอยู่แล้ว และด้วยความสามารถของเขา  กับดักธรรมดาทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเดินมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งสองคนก็ตระหนักได้ว่า พวกตนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน 
กลิ่นอายแห่งความตายที่น่ากลัวก่อต่อขึ้นรอบๆ มีโครงกระดูกกองเรียงรายรอบที่ที่พวกเขายืน พวกเขาก้าวผ่านโครงกระดูกเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง  เกิดเสียงแตกหักของกระดูกจากใต้เท้าของพวกเขา ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมหวีดหวิวดังขึ้น ปรากฏร่างสิ่งมีชีวิตน่าเกลียดน่ากลัวไต่มาตามผนังกำแพง และกระโจนเข้าใส่พวกเขา 
ส่งมีชีวิตเหล่านั้นส่งกลิ่นอายเหม็นเน่าออกมาจากร่างกาย พวกมันมีแขนขาคล้ายแมงมุงและไต่อยู่บนผนัง
“นั่นมันพวกผีดิบหนิ! ระวังพิษจากตัวของพวกมันด้วย!” เนี่ยหลี่เตือนเซี่ยวหยู่
เมื่อมองไปที่เจ้าพวกนั้น เสี่ยวหยู่ขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงอาการขยะแขยง เขาค่อยแบมือออก พลันปรากฏโล่แสงขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้ โล่นี้สร้างมาจากแสง เมื่อพวกผีดิบสัมผัสมันร่างของพวกมันจึงระเบิดออกกลายเป็นของเหลวสีเขียว
เมื่อเห็นเซี่ยวหยู่กระทำดังนั้น เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย เจ้านี่คงเป็นโรคกลัวเชื้อโรคจริงๆ ถึงกับใช้ศิลาเทพพิทักษ์แห่งแสงเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพวกผีดิบเข้าใกล้ เซี่ยวหยู่ไม่พูดอะไร เขาก้าวเดินต่อไปยังสุดทางเดินที่อยู่ไม่ไกลนักทันใดนั้นเสียงหวีดหวิวก็ดังมาจากข้างหลัง นั่นเป็นกลิ่นอายจากเหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงพวกเขา เซี่ยวหยู่รีบบอก”เร็วเข้า เราต้องรีบไปแล้ว!” เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนตามพวกเขาเข้ามา เซี่ยวหยู่เดินนำหน้าโดยมีเนี่ยหลี่ตามมาติดๆ
หลังจากที่พวกเขาเริ่มวิ่งหนี กับดักมากมายก็เริ่มทำงาน ลูกธนูมากมายพุ่งใส่พวกเขา
*ติ้งงง!*  *ติ้งง!*  *ติ้งงง!*
ลูกธนูปะทะเข้ากับโล่ป้องกันแล้วร่วงลงพื้น แม้แต่ลูกธนูก็ไม่อาจผ่านโล่แสงของเซี่ยวหยู่ได้ อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการใช้โล่แสงมีจำกัด เซี่ยวหยู่ใช้โล่แสงเพื่อซื้อเวลาได้ไม่นาน
ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไม่คิดชีวิต พื้นที่สุดทางเดินก็เริ่มบิดเบี้ยว “ไม่ดีแล้ว!” เนี่ยหลี่พูดขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าว่าพื้นที่เริ่มบิดเบี้ยว เขารีบเอี้ยมมือไปคว้าตัวเซี่ยวหยู่ออกมา อย่างไรก็ก็ตาม เขาช้าวไปก้าวนึง เซี่ยวหยู่เข้าไปในนั้นเรียบร้อย เนี่ยหลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แม้ว่าเซี่ยวหยู่จะทำให้เขาไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่เลวร้ายอะไร การยืนดูใครคนนึงตายต่อหน้าไม่ใช่นิสัยของเนี่ยหลี่ เขาเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเซี่ยวหยู่แล้วหล่นลงไปพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองดูเหมือนกำลังจะตกลงสู่ก้นเหว
“เกิดอะไรขึ้น!?” เซี่ยวหยู่พยายามลืมตาขึ้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะมิติที่บิดเบี้ยว
มือขวาของเนี่ยหลี่จับชายเสื้อของเซี่ยวหยู่ไว้เพื่อไม่ให้หลุดจากกัน อย่างไรก็ตามการบิดเบือนของมิติช่างรุนแรง ส่งผลให้มือขวาของเนี่ยหลี่เริ่มหมดแรง
แคว่กกกก!!
เนี่ยหลี่ ปล่อยมือจากเสื้อของเซี่ยวหยู่ที่เริ่มฉีกขาด เมื่อพวกเขาหลุดออกจากกัน เนี่ยหลี่ก็พยายามฝืนลืมตาขึ้นและคว้าคอเสื้อเซี่ยวหยู่ เอาไว้ด้วยมือซ้ายจากนั้นก็ใช้ข้างขวาคล้องเอวเซี่ยวหยู่
เซี่ยวหยู่ รับรู้ได้ว่าเขากำลังร่วงลงไปจึงพยายามจะหยุดมันไว้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขารู้สึกได้ว่ามีบางคนดึงเสื้อเขาไว้และคงจะเป็นเนี่ยหลี่แน่ๆ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฉีกขาดดังลั่น ชายเสื้อบริเวณเอวของเขาฉีกออกเป็นวงกว้าง เขารู้สึกได้ว่ามันเกิดจากคนบางคนที่กำลังจับคอเสื้อและคล้องเอวเขาอยู่ รับรู้ได้ร่างกายที่หนักอึ้งกำลังกดทับขณะที่เขากำลังขัดขืน
เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นั่นเซี่ยหยู่กำลังทำอะไร? เนี่ยหลี่กำลังช่วยเขาอยู่นะแต่เซี่ยวหยู่กลับไม่แยกแยะอะไรถูกผิด เมื่อรู้สึกว่าเซี่ยวกำลังดิ้นขัดขืน เนี่ยหลี่พ่นลมหายใจออกมาและพูดอย่างเคร่งขรึม “อย่าขยับนะ! นี่เจ้าอยากตายรึไง?”
ได้ยินเนี่ยหลี่ตะคอกอย่างดุดัน เซี่ยวหยู่ถึงกับหยุดดิ้นทันที
เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วและตรวจสอบการบิดเบี้ยวและฉีกขาดของห้วงมิติ  พวกเขากำลังตกลงไปที่ไหนกันนะ? ทั่วทุกที่ในนี้เต็มไปด้วยพลังสัจธรรมแห่งความตายแฝงอยู่ ทันใดนั้นเนี่ยหลี่ก็นึกอะไรออก เขาปล่อยตัวให้ตกลงไปตามแรง ร่างกายของเขาค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่กำลังรวมร่างกับแพนด้าเขี้ยวอสูร
ระเบิด หยิน-หยาง!
เนี่ยหลี่อ้าปากขึ้น มีลูกทรงกลมสีขาว-ดำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ระเบิดหยิน-หยาง 10 เท่า ลูกระเบิดทรงกลมสีขาว-ดำลอยห่างออกไปในความมืดและระเบิดขึ้น เกิดแสงส่องผ่านมิติที่ว่างเปล่าไร้ขอบเขต
พลังที่ทำให้มิติบิดเบี้ยวหายวับไปในทันที เนี่ยหลี่และเซี่ยวหยู่ตงลงไปในน้ำและถูกพัดไปตามกระแสน้ำ เนี่ยหลี่กลับคืนร่างมนุษย์พร้อมทั้งอ้าปากสูดลมหายใจ เขามองตรวจสอบรอบๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นสักที่นึงในหลุมศพนี่ บนผนังหินเต็มไปด้วยจิตกรรมมากมายที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของผู้เยี่ยมยุทธบนท้องท้องฟ้า การต่อสู้นั้นรุนแรงมากถึงขั้นมีการบาดเจ็บล้มตายมากมายดั่งภัยพิบัติ
เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงยิ่งนัก!
รูปภาพภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่มีอุโมงค์ที่นำทางไปยังพื้นที่ห่างไกล ที่ปลายทางของอุโมงปรากฏกลุ่มคนยืนสังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ภาพถัดไป เป็นภาพสถานที่ลึกลับอันแสนสวยงาม แสดงให้เห็นถึงเกาะลอยฟ้าที่ภูเขาและแม่น้ำขนาดใหญ่ และมีพระราชวังเก่าแกที่แสนยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามลอยอยู่เบื้องบน
เนี่ยหลี่ตะลึงกับภาพที่สองมาก เพราะมันเป็นภาพของสถานที่ที่เนี่ยหลี่เคยไปเมื่อชาติที่แล้ว ดินแดนโบราณสถานแห่งมังกร!
มีเพียงเทพวิญญาณเท่านั้นที่รู้ถึงการมีอยู่ของดินแดนนั้น
ดินแดนโบราณสถานแห่งมังกรนั้นอยู่ระดับสูงกว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์ที่เราอยู่
ด้วยการบ่มเพาะพลังแห่งเต๋า พลังวิญญาณของคนๆนั้นจะสามารถเข้าถึงดินแดนระดับตำนานได้ และเฉพาะคนที่เข้าถึงพลังฟ้าเท่านั้นที่ก้าวผ่านดินแดนระดับตำนานไปยังดินแดนระดับชะตาฟ้าได้
อย่างไรก็ตามบนทวีปศักดิ์สิทธิ์ มีผู้เยี่ยมยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดคือระดับเทพวิญญาณ ในระดับการบ่มเพาะพลังเทพวิญญาณยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าชะตาฟ้า อย่างไรก็ตามเทพวิญญาณก็สามารถใช้พลังในระดับชะตาฟ้าได้และได้รับความเป็นอมตะ
ทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกสร้างโดยผู้เยี่ยมยุทธที่ทรงพลังบางคน พวกเทพวิญญาณเป็นเพียงจิตวิญญาณที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้
อีกนัยหนึ่งก็คือพวกเทพวิญญาณมีร่างกายที่ไม่คงกระพัน พวกเขาเลยใช้การบรรลุถึงชีวิตอันเป็นนิรันดร์ ที่แม้ว่าจิตวิญญาณเทพจะแตกสลายไป พวกเขาก็จะยังไม่ตาย จนกว่าพลังแห่งสัจธรรมของพวกเขาจะถูกยึดครองโดยผู้อื่น
จากภาพวาดบนผนัง ผู้เยี่ยมยุทธจากดินแดนโบราณสถานแห่งมังกร ได้รู้ถึงการมีอยู่ของทวีปศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว และคอยเฝ้าดูการต่อสู้ของเหล่าเทพวิญญาณ แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ส่งผู้เยี่ยมยุทธของตนมาหล่ะ? หรือว่าพวกเขาจะข้ามมายังดินแดนนี้ไม่ได้? เนี่ยหลี่คงจะต้องหาคำตอบหลังจากก้าวข้ามระดับตำนานและเข้าสู่ระดับชะตาฟ้าถึงจะเข้าไปยังดินแดนโบราณสถานแห่งมังกร
เนี่ยหลี่และเสี่ยวหยู่ถูกพัดไปตามกระแสน้ำจนไปถึงที่ที่เขาสัมผัสได้ถึงพื้นดินใต้ฝ่าเท้า พวกเขารีบขึ้นจากน้ำและนอนลงบนพื้นที่แห้งเบื้องหน้า
เมื่อเนี่ยหลี่มองไปรอบๆก็พบว่าเซี่ยวหยู่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่เสร็จแล้ว และที่กองอยู่บนพื้นก็คือชุดที่ฉีกขาดก่อนหน้านี้
เมื่อมองไปยังเนี่ยหลี่ เซี่ยวหยู่ถึงกับหน้าซีด เข้าเข้าใจว่าเนี่ยหลี่ได้ช่วยเขาไว้ ระเบิดหยิน-หยางของเขานั้นทำให้เซี่ยวหยู่ประหลาดใจมาก แต่เมื่อเขานึกถึงเสื้อผ้าที่ฉีกขาด เขาก็แสดงท่าทีไม่พอใจออกมา
เห็นเซี่ยวหยู่เป็นนั้น เนี่ยหลี่ถึงกับยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เซี่ยวหยู่นี่แยกไม่ออกถึงอะไรดีอะไรไม่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะระเบิดหยิน-หยางของเขา ป่านนี้เราจะไปโผล่อยุ่ไหนก็ไม่รู้?
“ไปกันเถอะ!” เซี่ยวหยู่พูดด้วยน้ำเสี่ยงไม่พอใจ ขณะที่เดินลึกเข้าไปในหลุมศพ
“ไอ้เนรคุณ” เนี่ยหลี่บ่นพึมพำขณะที่เดินตามเข้าไป
ร่างของทั้งคู่เลือนหายไปในความมืด
ในขณะเดียวกันภายนอกหลุมศพโบราณ
เอีย จื้ออวิ้นและเสี่ยว หนิงเอ๋อ ยืนรออยู่ที่เดิม ทั้งคู่กังวลเกี่ยวกับเนี่ยหลี่นิดหน่อย ทั้งคู่เลยพยายามทำใจให้เย็นลง เนี่ยหลี่คงมีหนทางเอาตัวรอดได้อยู่ก่อนแล้ว ไม่งั้นคงไม่เข้าไปในหลุมศพนั่นหรอก
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบและน่าอึดอัด ทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันและตอนนี้ทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างอธิบายยาก
เอีย จื้ออวิ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาเสี่ยว หนิงเอ๋อและพูดขึ้น “ข้าขอโทษนะ”
  ได้ยินดังนั้น หัวใจของหนิงเอ๋อถึงกับเจ็บจี๊ดขึ้นมาเล็กน้อย นางมองไปยังจื้ออวิ้น “เอีย จื้ออวิ้น นี่เจ้ากำลังสงสารข้ารึ?”
“นั่นเป็นความรู้สึกของข้า” เอีจื้ออวิ้นรีบส่ายหัวและตอบกลับ “เจ้าเป็นคนที่รู้จักกับเนี่ยหลี่ก่อนและข้า...”
เมื่อมองเห็นอาการรู้สึกผิดของเอีย จื้ออวิ้น เสี่ยว หนิงเอ๋อส่ายหัวของนางและตอบกลับไป”คนเดียวที่เนี่ยหลี่รักคือเจ้า นั่นเขาเลือกเอง และที่ข้ารักเขา ก็เพราะข้าเลือกของข้าเอง ไม่ใช่ความผิดของใคร แม้เจ้าทั้งคู่จะหมั้นกันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานกันเหมือนกับตอนที่ข้ากับเสิ่น เฟยหมั้นกันอยู่ แล้วถูกถอนหมั้นไป เอีย จื้ออวิ้นจากนี้ไปข้าจะสู้กับเจ้าเพื่อเนี่ยหลี่”
เอีย จื้ออวิ้นนิ่งเงียบไป เกี่ยวกับเรื่องนี้ มันไม่ได้มีใครผิดเลย
ขณะที่การสนทนาจบลง ก็ได้มีกลุ่มคนมาล้อมพวกนางไว้ผู้นำกลุ่มนั้นก็คือเทียนหลิงแห่งตระกูลทางตอนเหนือของดินแดนใต้พิภพและหวู่ยู่แห่งตระกูลหวู่กุ้ย กับลูกน้องกว่า 30 คน อยู่ข้างหลัง
สีหน้าของเอีย จื้ออวิ้นและเสี่ยว หนิงเอ๋อเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะที่ยืนสังเกตการณ์อยู่
“อ่าห้ะ! น้องสาวคนงาม ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันอีก แล้วนี่ใครหล่ะเนี่ย? งดงามไม่แพ้กันเลยนะเนี่ย! จุ๊! จุ๊! ทำไมเจ้าเด็กนั่นถึงไม่อยู่กับเจ้าหล่ะเนี่ย?” หวู่ยู่ สอดส่องสายตาไปรอบและหัวเราะขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย
เอีย จื้ออวิ้นก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อปกป้องเสี่ยว หนิงเอ๋อ นางมองอย่างเยนชาไปที่หวู่ยู่และพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าตั้งใจจะทำอะไรกัน? ไปให้พ้นซะ! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าเสียมารยาทหล่ะ!” ....จบตอน...


แปลโดย ไอยรา ณ กุญชร  

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง