test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

22 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 230 รบกวนจิตใจอันสงบสุข


พอได้ฟังเนี่ยหลีและเซี่ยวหยู่คุยกัน เอียจื้ออวิ้นก็จมอยู่ในห้วงความคิดและเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
พวกเธอเพิ่งจะรู้จักกับเซี่ยวหยู่ การที่จะมีคนแปลกหน้ามาอยู่ร่วมกลุ่มด้วยในแดนมรณะเก้าชั้นนี้ มันดูไม่ค่อยจะปลอดภัยเท่าไหร่ เอียจื้ออวิ้นจึงเว้นระยะห่างกับเซี่ยวหยู่ในใจ
ในเมื่อท่านไม่มีอคติอะไรกับข้า แล้วทำไมพี่ชายเนี่ยหลีจึงพยายามไล่ข้าไปล่ะ? แต่ถ้าพี่ชายเนี่ยหลีวางแผนที่จะทำอะไรบางอย่าง ข้าก็จะไม่รบกวนท่าน  เซี่ยวหยู่กล่าวพร้อมทั้งระบายยิ้มให้เนี่ยหลี
ด้วยคำพูดของเซี่ยวหยู่ เนี่ยหลีก็รู้สึกสั่นอยู่ในใจ ออร่าของเซี่ยวหยู่นั้นเขาสัมผัสได้ว่ามันทั้งแข็งแกร่งและลึกลับ หากเนี่ยลีไล่เซี่ยวหยู่ไม่ถูกวิธีล่ะก็ เซี่ยวหยู่ก็จะกลายเป็นศัตรูทันที เพราะดูเหมือนว่าเจ้าหมอนี่อยากจะเข้ากลุ่มจนออกนอกหน้าโดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยไปเลย
ถ้าพี่ชายเสี่ยวหยูอยากจะอยู่ ข้าก็ไม่ว่าอะไร แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรล่ะก็ ท่านต้องดูแลตัวเองนะ เนี่ยหลีตอบกลับหลังจากเงียบไปครู่ เขาคิดว่าหากจะไล่เจ้าหมอนี่ออกไปคงต้องรอให้รวมกลุ่มกันครบก่อน ลำพังเพียงพวกเขาสามคนคงไม่อาจรับมือหมอนี่ได้แน่ๆ
พี่ชายเนี่ยหลีวางใจได้เลย ในดินแดนใต้พิภพนี้ไม่มีใครแตะข้าได้แม้แต่ปลายเล็บหรอก เซี่ยวหยู่กล่าวด้วยความมั่นใจ
เนี่ยหลีปรายตาไปมองเซี่ยวหยู่ ที่อีกฝ่ายบอกว่าในดินแดนใต้พิภพนี้ไม่มีใครแตะเขาได้แม้แต่ปลายเล็บนั้น เป็นเพราะมั่นใจในตัวเองหรือเพียงแต่อวดดีเท่านั้น ?
ตัวตนของเซี่ยวหยู่นั้นยังคงเป็นปริศนา ในตอนนี้เนี่ยหลีคงทำได้เพียงแต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ
เซี่ยวหนิงเอ๋อหันไปมองเนี่ยหลีและเซียวหยู ถึงแม้เธอจะเชื่อว่าเซี่ยวหยู่นั้นเป็นคนดี แต่ที่เนี่ยหลีทำไปก็น่าจะมีเหตุผลอยู่ แม้นว่าเซี่ยวหยู่จะทำให้เธอประทับใจในแรกพบก็เถอะ แต่ถึงยังไงเธอก็ยังคงเชื่อใจเนี่ยหลีกว่าอยู่แล้ว ในใจเซี่ยวหนิงเอ๋อตอนนี้นั้นค่อนข้างจะขัดแย้งกันเล็กน้อย
พวกเขาทั้งสี่เดินเรียดไปตามขอบบึงเพื่อเสาะหาสมาชิกในกลุ่มคนอื่นๆ
นั่นใช่ผลจิตต้นกำเนิดหรือเปล่า? เนี่ยหลีมองไปยังผืนป่าข้างๆบึง ที่นั่นพวกเขาพบว่ามีผลไม้แปลกๆแวววาวคล้ายคริสตัล
เนี่ยหลีเดินไปหาผลจิตต้นกำเนิด ก่อนจะหันมาหาเซี่ยวหยู่และถาม พี่ชายเซี่ยวหยู่สนใจผลจิตต้นกำเนิดไหม?
ฟังคำถามของเนี่ยหลีแล้ว เซี่ยวหยู่ก็ส่ายหน้า ข้ามีร่างกายที่พิเศษอยู่แล้ว ทั้งผลไม้นี่ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับข้า
ขนาดผลไม้ที่มีค่าอย่างผลจิตต้นกำเนิดนี้ เซี่ยวหยู่ยังไม่สนใจ...หมอนี่มันวางแผนอะไรอยู่กันแน่? เนี่ยหลีคิดชั่วขณะ ก่อนจะก้มลงไปเก็บผลจิตต้นกำเนิดและเก็บมันไว้ในแหวนมิติเก็บของ
หากเขากินผลไม้นี่ตอนนี้ คงใช้เวลานานกว่าจะย่อยและรับเอาพลังของมันมาได้ ทั้งตอนนี้ยังมีผลจิตต้นกำเนิดเพียงแค่ผลเดียว มันคงไม่พอที่จะแบ่งให้คนอื่นเป็นแน่ เนี่ยหลีจึงเก็บผลไม้นี้ไว้ในแหวนมิติเก็บของก่อน และเริ่มเสาะหาดูที่อื่นว่าจะมีเจ้าผลจิตต้นกำเนิดนี้อีกไหม
พี่ชายเนี่ยหลี ในโลกใบนี้ บุรุษยอมตายเพื่อโชคลาภ นกยอมตายเพื่ออาหาร  บุรุษหนึ่งแย่งชิงขณะที่อีกคนไขว่คว้า ในท้ายที่สุด ใครที่ตายก็ตายเลย ใครที่เจ็บก็เจ็บอยู่อย่างนั้น มันหมายความว่าอย่างไรหรือ? เซี่ยวหยู่กล่าวยิ้มๆ ในสายตาของเขาแล้ว เนี่ยหลีนั้นเป็นเพียงชายที่ละโมบในโชคลาภคนหนึ่ง
ได้ยินที่เซี่ยวหยู่กล่าว เนี่ยหลีก็เหลือบไปมองอีกฝ่าย เขาไม่คิดเลยว่าเซียวหยูจะมาเล่นสำหนอกสำนวนกับเขาแบบนี้ เนี่ยหลีระบายยิ้มและเอ่ยว่า ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ มีอารมณ์อยู่เจ็ด กิเลสอยู่หก พวกมันเหล่านี้ต่างนำพาเราไปสู่ห้วงแห่งความทุกข์อันไม่มีที่สิ้นสุด ตามที่พี่ชายเซี่ยวหยู่ได้กล่าวไว้ มันจะไม่ดีกว่าหรือหากเราตายๆไปให้พ้นทุกข์เหล่านี้เสียเลย? ถึงอย่างไรชีวิตคนเราก็เปรียบดั่งเปลวเทียน ที่เมื่อดับไปแล้วก็ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ ทว่าหากโลกใบนี้เป็นดั่ง บุรุษหนึ่งแย่งชิงขณะที่อีกคนไขว่คว้า มันก็ดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจกว่าเยอะนะ
ได้ยินที่เนี่ยหลีตอบ เซี่ยวหยู่ก็เผลอหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อเขาลองใคร่ครวญตามที่อีกฝ่ายกล่าว เขาก็พบว่าคำตอบของอีกฝ่ายนั้นแฝงซึ่งหลักปรัชญาไว้อยู่ หากคนเราไม่สู้เพื่อตัวเอง แล้วชีวิตจะมีความหมายอะไรล่ะ?
เขาไม่คิดเลยว่าเนี่ยหลีจะแฝงหลักปรัชญามาแบบนี้ เซี่ยวหยู่ระบายยิ้มและคิดว่าเนี่ยหลีก็เป็นอีกคนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ข้าเริ่มจะสนใจท่านแล้วสิ แล้วท่านทำยังไงถึงได้เชี่ยวชาญเรื่องการสลักอักขระนักล่ะ? เป็นถึงนักสลักอักขระระดับอาวุโสเลยนี่!” พอเห็นว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อและเอียจื้ออวิ้นกำลังคุยกันอยู่ห่างออกไป เซียวหยูก็กอดอกยิ้มๆและยิงคำถามนี้ออกไป
ได้ยินคำถามอีกฝ่าย เนี่ยหลีก็ตกใจ อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นนักสลักอักขระระดับอาวุโสได้ยังไง? ยิ่งเนี่ยหลีคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เจ้าเซี่ยวหยู่นี่มันเป็นใครกันแน่ ทำไมมันถึงรู้เรื่องของเขาได้ สงสัยเรื่องที่มันเข้ามาตีสนิทกับเซียวหนิงเอ๋อก็น่าจะเป็นหนึ่งในแผนการของมันเช่นกัน!
เนี่ยหลีกำหมัดแน่นก่อนจะเดินไปขนาบข้างกับเซี่ยวหยู่และพูดเสียงขรึมว่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใครหรือรู้เรื่องของข้าได้ยังไง แต่หากเจ้ากล้าแตะต้องคนของข้า เจ้าจะต้องเสียใจ!”
พอรู้สึกว่าเนี่ยหลีขยับเข้ามาใกล้ เซี่ยวหยู่ก็ขยับถอยห่างทิ้งระยะไว เขามองเนี่ยหลีและกล่าวว่า พี่ชายเนี่ยหลีเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแต่สงสัยหลายๆอย่างในตัวท่านเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะไปทำร้ายคนของท่านหรอก
ก็ดี เนี่ยหลีคิดครู่หนึ่ง เขาไม่รู้ว่าเซี่ยวหยู่นั้นพูดจริงหรือไม่ มันยากที่จะให้เขาเชื่อใจคนตรงหน้าได้
ท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะ เซี่ยวหยู่ระบายยิ้ม
เนี่ยหลีหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ เขาจะไม่ให้ใครรู้เรื่องการกลับมาจุติใหม่ของตนเด็ดขาด อักขระจารึกเป็นอีกหนึ่งของความสามารถในพลังสัจธรรม หากเราคุ้นเคยและรับรู้ถึงมันได้ เราก็จะเข้าใจมันได้เอง
พลังสัจธรรม? พอได้ยินคำนี้ เซี่ยวหยู่ก็หรี่ตาและหันมาถามเนี่ยหลี พี่ชายเนี่ยหลีเข้าถึงเบื้องลึกของพลังสัจธรรมแล้วหรือ?
ได้ยินที่เซี่ยวหยู่กล่าวเนี่ยหลีก็ลอบตกใจ ชายคนนี้รู้แม้กระทั่งเรื่องเบื้องลึกของพลังสัจธรรมด้วย! หมอนี่จริงๆมันเป็นใครกันแน่? เนี่ยหลีสบตากับอีกฝ่าย ตาสีฟ้าของหมอนี่ก็ดูสวยอย่างกับเม็ดไพลิน เป็นความสวยที่หาเหตุผลไม่ได้เลย
เนี่ยหลียืนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนสติจะกลับมาลงรอยอีกครั้ง
ไม่รู้สินะ หากเจ้าบอกว่าจริงๆแล้วเจ้าเป็นใคร ข้าอาจจะตอบเจ้าก็ได้ เนี่ยหลีกล่าว
เซี่ยวหยู่ระบายยิ้มและเอ่ยว่า จริงๆพี่ชายเนี่ยหลีไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านไม่เพียงแต่เข้าถึงพลังสัจธรรมธรรมดา แต่เข้าถึงพลังสัจธรรมถึงสองอัน สองพลังสัจธรรมปรากฏในชายคนเดียว...ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
เนี่ยหลีปวดหัวกับคำของเซี่ยวหยู่ทันที มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมแม้แต่เรื่องนี้เซี่ยวหยู่ก็รู้ด้วย!
ต่อหน้าเซี่ยวหยู่แล้ว เนี่ยหลีรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้า ทุกความลับของตนถูกเปิดเผยออกมาหมดเลย
แต่ในเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องเก็บงำความลับอะไรไว้อีก คำพูดของเขาก็จะตรงไปตรงมาขึ้น หากแต่เซี่ยวหยู่ประสงค์ร้ายล่ะก็เขาจะตอบโต้โดยทัน ดังนั้นเนี่ยหลีจึงเอ่ยว่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน แต่ในเมื่อท่านรู้เรื่องพวกนี้อยู่ก่อนแล้ว ท่านจะมาถามข้าทำไม?
ข้าแค่อยากจะดูว่าท่านเต็มใจที่จะเอ่ยความจริงไหม เซี่ยวหยู่กล่าว มุมปากของเขายิ้มชี้ขึ้น
เนี่ยหลีอึ้งไปชั่วขณะพลางจ้องไปที่เซี่ยวหยู่ ถามคำถามคนอื่นเพียงแค่อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายเต็มใจจะพูดความจริงไหม? แล้วมันจะยังไงถ้าเขาเต็มใจหรือไม่เต็มใจ? นี่มันไร้สาระสิ้นดี! เนี่ยหลีไม่เข้าใจเลยว่าเซี่ยวหยู่กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังแอบสนใจน้องสาวหนิงเอ๋อด้วย เพราะงั้นข้าจึงได้ตามเธอมา เซี่ยวหยู่กล่าวยิ้มๆ
สายตาของเนี่ยหลีเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที หากเจ้าคิดร้ายกับหนิงเอ๋อล่ะก็ อย่าตำหนิข้าที่ไม่สุภาพด้วยล่ะ!”
คิดร้าย? พี่ชายเนี่ยหลีจริงจังเกินไปแล้ว ทำไมข้าจะต้องไปคิดร้ายกับน้องสาวหนิงเอ๋อด้วยล่ะ ในเมื่อเธอทั้งจิตใจดีงามและโอบอ้อมอารีแบบนั้น ข้าก็ไม่คิดที่จะทำร้ายเธอหรอกนะ หญิงสาวที่สวยงามและเพียบพร้อมก็ต้องคู่กับสุภาพบุรุษ และในเมื่อท่านไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ งั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่ชายเนี่ยหลีจะมากันไม่ให้ข้าเข้าหาเธอหรอก จริงไหม? เซี่ยวหยู่ยิ้มกว้างพลางพูดไปด้วย จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วเดินไปหาเซี่ยวหนิงเอ๋อ
ได้ยินที่เซี่ยวหยู่พูด เนี่ยหลีก็อึ้งไปชั่วขณะ ถ้าหากเซี่ยวหยู่จริงจังกับหนิงเอ๋อจริงๆล่ะก็ มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องไปห้าม? และในตอนที่เซี่ยวหยู่กำลังพูดกับตนนั้น ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่สบายใจแปลกๆ? มันรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมาฉกฉวยเอาสิ่งที่มีค่าจากตนไป
เนี่ยหลีเริ่มระลึกความหลังที่ตนมีร่วมกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ มองไปยังช่วงที่เขาได้ช่วยเธอจากอาการป่วยเอาไว้ บางทีเธออาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ในชีวิตของเขาเสียแล้ว
เซี่ยวหยู่ดูเหมือนจะดูออกหมดทุกอย่าง ดูเหมือนเขาจะอยากทำให้เนี่ยหลีรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่แรก
แต่...เนี่ยหลีควรจะทำอย่างไรล่ะ?
หลังจากได้จุติใหม่ เนี่ยหลีก็อยากจะปกป้องเอาไว้ซึ่งทุกสิ่งและไม่ยอมใหใครมาทำร้ายทั้งเพื่อนและครอบครัวของเขาได้ เขากุมอำนาจไว้มากมาย บางครั้งเพียงแค่เขาเคลื่อนไหวก็ทำให้ทั้งเมืองสั่นคลอน แต่ทว่าพอมาตอนนี้ เขากลับทำอะไรไม่ถูก
ไม่ทำอะไรให้วุ่นวายเพื่อคงไว้ซึ่งมิตรภาพและสายสัมพันธ์ บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่หนิงเอ๋อคิดไว้ก่อนจะยอมให้เซี่ยวหยู่เข้าหาก็ได้?
เนี่ยหลีรู้สึกอยู่ตลอดเวลาเลยว่าชายปริศนาอย่างเซี่ยวหยู่นั้น น่าจะไม่ได้มาดีแน่นๆ
หากมันคิดจะแตะต้องหนิงเอ๋อล่ะก็ เหอะ...มันต้องผ่านศพข้าไปก่อน!’ เนี่ยหลีแค่นเสียงในใจ
ตั้งแต่จุติมา เขาเพิ่งจะถูกอีกฝ่ายเผยไพ่ในมือตั้งหลายใบแบบนี้เป็นครั้งแรก ทำให้เนี่ยหลีรู้สึกถูกคุกคามเป็นอย่างมาก หากเนี่ยหลีทำให้เซี่ยวหยู่อยู่ในโอวาทของเขาไม่ได้ล่ะก็ งั้นชีวิตที่ผ่านมาอย่างยาวนานของเขาก็เท่ากับว่ามันสูญเปล่าแล้วล่ะ
เซี่ยวหนิงเอ๋อและเอียจื้ออวิ้นยืนอย่างเงียบๆข้างๆทะเลสาบ ภาพสะท้อนจากผิวน้ำฉายภาพของสองสาวที่ดูงดงามราวกับเทพธิดาในจินตภาพ สวยจนถึงขั้นที่ว่าหาผู้ใดเสมอเหมือนก็หามีไม่
จู่ๆ ภาพทะเลสาบที่สะงบสุขก็ถูกทำลาย พร้อมๆกับที่ชางหมิงและมังกรวารีซากศพพุ่งออกมาต่อสู้กันบนผิวน้ำ สร้างคลื่นกระเพื่อมที่รุนแรงบนผิวน้ำของทะเลสาบ
ระวัง!” เนี่ยหลีรีบวิ่งมาทางนี้ทันที
เอียจื้ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อรีบถอยออกมาให้ห่างจากระยะต่อสู้ทันที
การต่อสู้นี้ช่างรบกวนจิตใจอันสงบสุขของข้าเสียจริงๆ เซี่ยวหยู่กล่าวอย่างหน่ายๆ ปิ่นปักผมหยกปรากฏบนมือของเขาก่อนที่มันจะพุ่งไปหามังกรวารีซากศพ และชางหมิง
ฟิ้ววว!
แนวแสงสาดส่องดูสวยงามราวกับกำลังร่ายรำ
ปิ่นปักผมกระแทกหอกสายฟ้าของชางหมิงจนหลุดจากมือ
ซึ่งในขณะนั้นชางหมิงกำลังจะสะบัดหอกสายฟ้าของตนเพื่อฆ่าเจ้ามังกรวารีซากศพอยู่พอดี ทว่าเขาถูกพลังที่ลึกลับและน่าเกรงขามพุ่งเข้ามาจู่โจมใส่หอกสายฟ้าเสียก่อน หอกสายฟ้าหลุดจากมือของเขาพร้อมๆกับที่เขากระเด็นออกไปไกล แขนของเขาสั่นเทิ้มไม่ยอมหยุดทั้งมือขวาก็เต็มไปด้วยหยาดเลือด
เขามองไปยังเนี่ยหลีและคณะด้วยความเกรงกลัว เมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่? พลังน่ากลัวที่เขาเพิ่งเผชิญมันคืออะไร? แถมที่อีกฝ่ายทำเมื่อกี้ยังเป็นเพียงแค่การขู่เฉยๆเท่านั้นด้วย!
ชางหมิงตัดสินใจว่าตนจะต้องจากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขารีบไปเก็บหอกสายฟ้าแล้วเหาะหนีไปทันที
ความประหลาดใจปรากฏบนสายตาของเนี่ยหลี ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินพลังของเซี่ยวหยู่ต่ำไปกว่าความเป็นจริงมากโขเลยสินะ!

  แปลโดย Garn Gasidech


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง