test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

21 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 229 เซี่ยวหยู่


มังกรวารีซากศพเดิมทีมันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ทว่ามังกรวารีซากศพตัวนี้กลับแตกต่างจากตัวอื่นเพราะมันมีพลังจากมุกสีชาด
ยิ่งเวลาผ่านไป ร่างกายของมังกรวารีซากศพก็ค่อยๆใหญ่ขึ้นๆทั้งยังเปล่งแสงสีชาดสาดส่องไปทั่ว
มันมาได้แค่นี้หละนะ...อ๊ะ มันกำลังจะหนีลงบึงแล้ว! หยุดมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!” ชางหมิงคำรามลั่น
มู่เย่และคนอื่นๆซัดกับมังกรวารีซากศพอย่างเมามันในขณะที่อีกพวกก็คอยขวางไม่ให้มันลงไปในบึงได้ พวกเขายืนกลางอากาศเหนือผิวน้ำและเตรียมตัวรับการปะทะที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อเจอปิดทางหนีทีไล่แบบนี้ มังกรวารีซากศพก็กูร้องปล่อยคำรามออกมาอย่างเดือดดาล
ก๊าซซซซ ซ ซ!!!
มังกรวารีซากศพจำนวนมหาศาลได้พุ่งโผล่ออกมาจากผิวน้ำและจู่โจมใส่เหล่านักสู้ที่อยู่บริเวณนั้นทันที พวกมังกรวารีซากศพที่เพิ่งจะออกมานั้นต่างมีระดับอย่างน้อยๆก็แบล็คโกลด์ เหล่านักสู้ที่ประมาทจะถูกพวกมันลากลงน้ำทันที เสียงร้องเริ่มกระจัดกระจายไปทั่วทุกพื้นที่
แต่ไม่ใช่เพียงแค่นักสู้เท่านั้นที่ตาย มังกรวารีซากศพก็ถูกฆ่าตายไปมากเช่นกัน
ฮึ่ม! ข้าไม่คิดเลยว่าข้างใต้นี้จะมีพวกมันอยู่กันเป็นรังแบบนี้!” ชางหมิงแค่นเสียงหัวเราะพร้อมๆกับรวมพลังเป็นเส้นสายฟ้าสีม่วงน่าเกรงขามไว้บนฝ่ามือก่อนจะสะบัดมันใส่บึงโคลน เมื่อมังกรวารีซากศพตัวใดเข้ามาจู่โจมก็จะถูกเส้นสายฟ้าสีม่วงฟาดฟันใส่ กระเด็นออกไปทั่วทิศทาง
ในขณะที่ชางหมิงและคณะกำลังไล่ฆ่ามังกรวารีซากศพตัวธรรมดาตัวอื่นๆ มังกรวารีซากศพตัวหลักก็ตัวแดงก่ำขึ้นมากกว่าเดิม กำแพงน้ำพุ่งขึ้นมาจากบึง กักเหล่านักสู้ให้เข้าหามันไม่ได้ในฉับพลัน ก่อนที่มันจะรีบดิ่งหวังจะลงไปในน้ำ
เห็นเช่นนั้น ชางหมิงก็ขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะปล่อยสายฟ้าบนฝ่ามือให้ไล่ตามหลังมังกรวารีซากศพ แต่อย่างไรก็ตาม สายฟ้าของเขาก็ไม่สามารถฝ่ากำแพงน้ำออกไปได้
ไม่คิดเลยว่าเจ้าอสูรตนนี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ชางหมิงบ่นอุบ ในมือก็เรียกหอกสายฟ้าขึ้นมาและปามันออกจากมือ เจ้าหอกสายฟ้านั้นหมุนควงดั่งกระสุนสังหาร ที่ปลายหอกมีก้อนพลังสายฟ้ากับกระแสพลังที่น่ากลัวไหลออกมาเรื่อยๆ มันพุ่งเข้าใส่มังกรวารีซากศพด้วยความรวดเร็ว
บู้ม!
คราวนี้ หอกสายฟ้าสามารถทะลุผ่านกำแพงน้ำไปได้และพุ่งเข้าใส่มังกรวารีซากศพอย่างรุนแรง
เนี่ยหลีแอบตกใจเล็กๆในพลังของหอกสายฟ้านี้ หอกสายฟ้านี้อย่างต่ำน่าจะอยู่ที่ระดับ[ชะตาฟ้า] และถึงแม้ชางหมิงจะดึงพลังของมันออกมาได้ไม่เต็มที่ แต่พลังของมันนั้นก็ยังน่าตกใจมากอยู่ดี
ด้วยพลังของเราตอนนี้ หากได้ปะทะกับชางหมิงคงจะแย่แน่ เนี่ยหลีคิดในใจ ทั้งเรื่องมุกสีชาดบนหัวมังกรวารีซากศพ เขาก็ยอมแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว เนี่ยหลีจึงคิดจะพาเอียจื้ออวิ้นเดินทางออกตามหาเพื่อนๆที่พลัดหลงกันต่อ
บู้ม!
ร่างกายของมังกรวารีซากศพถูกหอกสายฟ้าแทงเป็นแผลฉกรรจ์ มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลเจิ่งนองไปทั่วผิวน้ำ การโจมตีของชางหมิงนั้นได้สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่มังกรวารีซากศพอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่ามันกลับสะบัดหางขึ้นฟ้าและพุ่งลงน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรงโดยไม่สนใจบาดแผลที่เพิ่งเกิดขึ้นเลย
ซึ่งในขณะที่มันกำลังดิ่งลงน้ำ มู่เย่ที่ยืนอยู่เหนือผิวน้ำและลอบมองการต่อสู้อยู่ก็ไม่ได้ไปขัดขวางการหลบหนีของมันแต่อย่างใด ทั้งๆที่หากเขายื่นมือเข้าจัดการมันตอนบาดเจ็บแบบนี้ก็น่าจะเก็บมันได้ไม่ยาก
ชางหมิงควงหอกสายฟ้าและมาหยุดยืนอยู่เหนือผิวน้ำ เจ้ามังกรวารีซากศพนั่นคงจะดำน้ำหนีไปลึกแล้ว เห็นเช่นนี้เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงตามไปเพราะไม่รู้ว่าบึงแห่งนี้ลึกมากขนาดไหน ทั้งอาจมีสิ่งอันตรายอื่นๆซ่อนอยู่อีก
เขาตวัดสายตาเหลือบไปจ้องมู่เย่และถามว่า ทำไมเจ้าจึงปล่อยให้มันหนีไปได้
พอได้ยินอีกฝ่ายถาม รอยยิ้มก็ประทับบนใบหน้าอันหล่อเหลาของมู่เย่ มังกรวารีซากศพที่กำลังบ้าคลั่งแบบนั้น ข้าคิดว่ามันคงอันตรายแย่หากเข้าไปใกล้มัน ทำให้ข้าลังเลอยู่ชั่วครู่ว่าจะไปขวางมันไว้ดีไหม แต่ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ทำอะไรมันก็หนีไปเสียแล้ว
ชางหมิงขมวดคิ้วยุ่ง เขาไม่เชื่อแน่ว่าชางหมิงจะคิดอะไรแบบนั้น แต่ถึงอย่างนั้นชางหมิงก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งมู่เย่กับเขานั้นก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน หากต้องสู้กันจริงๆเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
ฮึ่ม!” ชางหมิงแค่นเสียง ก่อนจะกลับไปไล่ตามมังกรวารีซากศพ เขายืนอยู่บนผิวน้ำแล้วพยายามแผ่พลังเพื่อเสาะหาว่ามังกรวารีซากศพนั้นอยู่ตรงไหน
พอมองชางหมิงจากข้างหลังแล้ว ใบหน้าของมู่เย่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที ความจริงแล้วเขาสามารถขวางเจ้ามังกรวารีซากศพไม่ให้มันหนีได้ แต่ที่เขาไม่ทำก็เป็นเพราะหอกสายฟ้าของชางหมิง ในคราที่เขาเห็นหอกเล่มนั้น เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่าหากสู้กันจริงๆเขาอาจจะไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย
ทั้งหากเขาขวางไม่ให้เจ้ามังกรนั่นหนีไปได้และฆ่ามัน ศึกแย่งชิงมุกสีชาดบนหน้าผากของมันก็จะเริ่มขึ้นทันที ซึ่งหากตอนนั้นมาถึง มีโอกาสสูงที่ว่ามันจะไปตกอยู่ในเงื้อมมือของชางหมิง ซึ่งหากมันต้องตกอยู่ในมือของชางหมิงแล้วล่ะก็ เขาว่าเขายอมปล่อยมันไปดีกว่า ยังไงชางหมิงก็เป็นหนึ่งในคนท้าชิงตำแหน่งศิษย์ของเจ้าดินแดนใต้พิภพเช่นเดียวกับเขา เขาไม่ยอมให้มันได้มุกสีชาดนั่นไปแน่ๆ!
เนี่ยหลีคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่ามูเย่ปล่อยให้เจ้ามังกรวารีซากศพหนีไป คนพวกนี้เดิมทีไม่ได้เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว เขาพอจะคาดเดาความคิดของมู่เย่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่และเขาก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น มันคงจะดีกว่าหากปล่อยให้เจ้ามังกรนั้นหนีลงน้ำไป ดีกว่าต้องให้มุกสีชาดนั้นไปตกอยู่ในมือของใครบางคน
การแก่งแย่งชิงดีกันของแต่ละตระกูลในดินแดนใต้พิภพมันช่างดุเดือดและเฉียบขาดเสียนี่กระไร
ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆเนี่ยหลีก็สัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมในขอบเขตจิตวิญญาณของเขา เนี่ยหลีระบายยิ้มและเอ่ยว่า ข้าสัมผัสได้ว่าหนิงเอ๋ออยู่แถวนี้
เอียจื้ออวิ้นบุ้ยปากเมื่อเห็นว่าเนี่ยหลียิ้มดูท่าทางดีใจจนออกนอกหน้ ทว่าเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ได้แต่เพียงเก็บความรู้สึกประหลาดนั้นไว้ในดวงใจ เธอไม่ใช่หญิงใจแคบอะไร ทั้งหนิงเอ๋อก็รู้จักเนี่ยหลีมานานกว่าเธอด้วย
เนี่ยหลีเดินเรียดไปตามทาง ดูจากไกลๆเขาก็เห็นหญิงสาวหน้าตาดีกำลังเดินอยู่อย่างแช่มช้อย นั่นจะเป็นใครไม่ได้นอกเสียจากเซี่ยวนิงเอ๋อ! ทว่า...ข้างๆหนิงเอ๋อกลับมีชายหน้าตาดีมากคนหนึ่งเดินเคียงคู่อยู่ด้วย ชายคนนั้นหน้าตาดีทั้งยังเนียนใสดั่งกับรูปสลักหยกขาวก็มิปาน ท่าทางของเขาดูสุภาพเรียบร้อยด้วย
ชายคนนี้ดูคร่าวๆน่าจะอายุราวๆสิบห้าสิบหกปี รูปร่างผอมบาง คิ้วยาวดูมีเสน่ห์ แววตาดูอบอุ่น จมูกโด่งได้รูป ทั้งผิวพรรณก็ขาวราวกับหิมะและเนียนนุ่มดั่งกับผืนน้ำ นัยน์ตาของเขาดูมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ บนปากประทับรอยยิ้มจางๆแต่เมื่อดูดีๆจะพบว่านั่นเป็นรูปปากปกติตามธรรมชาติของเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากหญิงใดได้พบเจอกับชายผู้นี้ล่ะก็ หัวใจของพวกเธอต้องตกเป็นของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น
รูปร่างหน้าตาแบบนี้ ต่อให้เป็นผู้หญิงเห็นก็ยังต้องอิจฉา
หนุ่มหน้าหล่อคนนี้ยิ้มไปคุยไปกับเซี่ยวหนิงเอ๋อเป็นระยะๆ ซึ่งเซี่ยวหนิงเอ๋อก็ยิ้มหวานตอบอีกฝ่ายกลับอยู่เป็นระยะๆเช่นกัน
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันบนเส้นทางเล็กๆ มองแล้วดั่งกับทั้งคู่เป็นคู่รักในจินตภาพก็มิปาน
ทั้งๆที่ภาพตรงหน้านั้นดูเหมือนไม่มีอะไรต้องใส่ใจ แต่เนี่ยหลีกลับรู้สึกแปลกๆในใจ เขาแปลกใจกับความรู้สึกนี้อยู่ไม่น้อย เกิดอะไรขึ้นกับเขา? คิดแล้วเนี่ยหลีก็นึกถึงเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเขากับหนิงเอ๋อ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก หากไม่มีเรื่องของชาติก่อนล่ะก็ เขาว่าเขาต้องตกหลุมรักเธอแน่ๆ
เนี่ยหลี คงไม่ใช่ว่าเจ้าหึงเธอหรอกใช่มั้ย เอียจื้ออวิ้นเอ่ยขำๆ
ไม่หรอก เนี่ยหลียิ้มพลางส่ายหัวตอบกลับ เขารู้ว่าเอียจื้ออวิ้นแค่แกล้งเขาเล่นเท่านั้น
หนิงเอ๋อ ทางนี้!” เนี่ยหลีโบกมือเรียกเซี่ยวหนิงเอ๋อ
พอเห็นเนี่ยหลี ดวงตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อก็เบิกกว้างด้วยความดีใจ เธอเริ่มก้าวเท้าเร็วขึ้นและเปลี่ยนเป็นวิ่งไปทางเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้น
เนี่ยหลี เอียจื้ออวิ้น ในที่สุดข้าก็เจอพวกเจ้าเสียที เซี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวด้วยความดีใจ เธอยังจำได้ดีตอนที่อยู่ในแดนหมอกมายา ตอนนั้นเนี่ยหลีดูกระวนกระวายและพยายามหาเธอให้เจอด้วยความมุ่งมั่น เห็นแบบนั้นเธอก็แอบดีใจเล็กๆ อย่างน้อยในใจของเนี่ยหลีก็ยังมีเธอเป็นคนสำคัญของเขาอยู่...ถึงจะน้อยกว่าเอียจื้ออวิ้นก็เถอะ
หนุ่มหล่อเดินตามหลังเซี่ยวหนิงเอ๋อมาและมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเนี่ยหลี พอพบกับอีกฝ่าย เนี่ยหลีก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากทั้งยังน่าจะผ่านการฝึกฝนมาอีกมากมาย เขาไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าคนนี้มาฉันท์มิตรหรือศัตรู ถ้าเกิดเป็นศัตรูก็คงจะรับมือด้วยยากมากแน่ๆ แต่ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแกร่งขนาดไหนแต่อย่างน้อยๆก็น่าจะแกร่งกว่าชางหมิงและมู่เย่อย่างแน่นอน

ดินแดนใต้พิภพนี้มีพยัคฆ์ซ่อน มังกรเร้นอยู่จริงๆ!

หนิงเอ๋อ ชายคนนี้คือ...? เนี่ยหลีหันไปมองหนิงเอ๋อและเอ่ยถาม
เซี่ยวหนิงเอ๋อได้ยินคำถามของเนี่ยหลีจึงรีบแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จัก เขาชื่อเซี่ยวหยู่ ก่อนหน้านี้ข้าถูกชายกลุ่มหนึ่งตามรังควาน ก็ได้เขานี่แหละที่ช่วยข้าไว้
เนี่ยหลีได้ยินดังนั้นก็รีบประกบมือและเอ่ย ต้องขอบคุณพี่ชายเซี่ยวหยู่มากๆที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยหนิงเอ๋อไว้
พี่ชายเนี่ยหลี ท่านสุภาพเกินไปแล้ว เซี่ยวหยู่กล่าวยิ้มๆ รอยยิ้มของเขาดูราวกับแสงแดดแห่งรุ่งอรุณ
ท่านรู้ชื่อข้าด้วย? เนี่ยหลีขมวดคิ้วงุ่น
ระหว่างทาง น้องสาวหนิงเอ๋อได้เอ่ยถึงท่านอยู่บ่อยครั้ง ทำไมข้าจะไม่รู้จักท่านล่ะ เซี่ยวหยู่กล่าวยิ้มๆพร้อมทั้งหัวเราะเล็กน้อย
น้ำเสียงของเขาดูสุภาพและนิ่มนวลทั้งยังทำให้ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกเป็นกันเอง คงเป็นไปได้ยากที่จะมีคนไม่ชอบเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขนาดหนิงเอ๋อก็ยังเผลอวางโล่งในใจให้กับชายคนนี้ แต่ถึงจะอย่างนั้นเนี่ยหลีกลับยังคงไม่ไว้ใจและเว้นระยะห่างกับชายคนนี้อยู่ เพราะถึงยังไงชายคนนี้ก็เป็นคนแปลกหน้าที่หนิงเอ๋อเพิ่งได้รู้จัก ทั้งความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงลึกล้ำยากจะคาดเดา ใครจะรู้ล่ะบางทีอีกฝ่ายอาจจะวางแผนอะไรไว้ก็ได้?
ในอดีตชาติ เนี่ยหลีพบเจอคนมามากมาย ย่อมไม่ไว้ใจใครง่ายๆอยู่แล้ว
ได้ยินที่เซี่ยวหยู่กล่าว เซี่ยวหนิงเอ๋อก็หน้าร้อนผ่าวพลางเหลือบไปมองดูปฏิกิริยาของเอียจื้ออวิ้น เพราะยังไงเอียจื้ออวิ้นก็เป็นคู่หมั้นของเนี่ยหลี เธออาจจะแสดงท่าทีไม่พอใจก็เป็นได้
เอียจื้ออวิ้นนั้นรู้อยู่แล้วว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อนั้นหลงรักเนี่ยหลีอยู่ ในอดีต เธอและเซี่ยวหนิงเอ๋อเคยเปลี่ยนจากเพื่อนสนิทเป็นคนแปลกหน้า และเมื่อเนี่ยหลีได้เข้ามาในชีวิตของพวกเธอ ความสัมพันธ์ของพวกเธอก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีกเพราะเขา
ถึงแม้ว่าความรู้สึกของเธอจะยังค่อนข้างซับซ้อน แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของเอียจื้ออวิ้นแล้วนั้น เธอนั้นไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปล่อยให้โชคชะตานำพาไปเองจะดีกว่า
เซี่ยวหยู่มองดูทั้งสามคนด้วยความขบขัน เขาระบายยิ้มออกมาและเอ่ย ระหว่างเดินทางด้วยกัน ข้าและน้องสาวหนิงเอ๋อคุยกันค่อนข้างจะถูกคอ พอได้คุยกับหนิงเอ๋อแบบนั้น ข้าที่เดินทางคนเดียวเบื่อๆจึงคิดว่าหากพวกท่านให้ข้าร่วมเดินทางด้วยก็คงจะดีไม่น้อย
พอคิดว่าอีกฝ่ายอยากจะมาร่วมกลุ่มด้วย เนี่ยหลีก็รู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ การปล่อยให้ใครที่ไม่รู้ตื้นหนาลึกมาร่วมเดินทางด้วยแบบนี้ค่อนข้างจะอันตราย เพราะในเมื่อเจ้าเซี่ยวหยู่โผล่มาในแดนมรณะเก้าชั้นแบบนี้ มันจะต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นแน่ มันคงไม่มีใครเข้ามาในแดนมรณะแห่งนี้เพียงเพราะอยากจะหาเพื่อนเพิ่มหรอก จริงไหม?
ทั้งอีกฝ่ายยังแข็งแกร่งมากเกินกว่าจะมาโผล่ในแดนมรณะชั้นหนึ่งแบบนี้ด้วย
เนี่ยหลีจึงคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเก็บงำแผนชั่วร้ายไว้เป็นแน่
เซี่ยวหนิงเอ๋อหันไปมองนี่ยหลีและคิดว่าเขาคงจะไม่วางใจเซี่ยวหยู่เป็นแน่ เธอจึงเอ่ยว่า เนี่ยหลี เซี่ยวหยู่เขาเป็นคนดีนะ
ยิ่งได้ฟังคำของหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีก็ยิ่งสงสัยเจ้าเซี่ยวหยู่มากยิ่งขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาจึงรู้สึกแบบนั้น อาจเพราะด้วยความหล่อเหลาและสง่างามอันไร้ที่ติของเจ้าหมอนี่ มันดูสมบูรณ์แบบเกินไป...สมบูรณ์แบบจนถึงขั้นที่ว่าหาใครมาเทียบได้ยาก ทั้งเสียงก็ไพเราะและสุภาพเมื่อพูดคุยกับผู้อื่น ทว่าเพราะการปรากฏตัวของหมอนี่กลับทำให้เนี่ยหลีรู้สึกอารมณ์ไม่ดีสุดๆ
เนี่ยหลีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า หนิงเอ๋อ พวกเรายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ เพราะงั้นเราจึงพาคนอื่นมาด้วยไม่ได้หรอกนะ
ดูเหมือนว่าพี่ชายเนี่ยหลีจะมีอคติกับข้านะ เซี่ยวหยู่กล่าวยิ้มๆ เขารู้ว่าเนี่ยหลีนั้นไม่ค่อยชอบพอตนสักเท่าไหร่
มีอคติเหรอ? แน่นอน! เพิ่งจะรู้กันแท้ๆแล้วมาบอกว่าอยากจะเข้าร่วมกลุ่ม ใครมันจะไปรับล่ะ?
แต่ถึงจะอย่างนั้นเนี่ยหลีก็ยังสงบจิตไว้ได้อยู่ เขายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลว่า พี่ชายเซี่ยวหยู่เข้าใจผิดแล้ว ถึงพวกเรานั้นจะเพิ่งรู้จักกัน แต่ท่านนั้นได้ช่วยหนิงเอ๋อไว้ ข้าจะไปรู้สึกแบบนั้นได้ยังไงล่ะ?

  แปลโดย Garn Gasidech



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง