test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

19 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 226 ศัตรูที่คาดไม่ถึง


มังกรวารีซากศพแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมทุกคนต่างตกใจกับการปรากฏตัวของมัน ทั้งเจ้ามังกรวารีซากศพตัวตรงหน้านี้นั้น ยังแตกต่างจากตัวอื่นๆอีก คือมันมีเม็ดมุกประหลาดสีชาดที่ล่อทุกสายตาให้จับจ้องอย่างช่วยไม่ได้
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ร่างทั้งหกร่างทะยานขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้วเข้าโรมรันกับมังกรวารีซากศพ
ยิ่งอยู่มานานเท่าไหร่ เจ้ามังกรวารีซากศพก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น ขนาดเนี่ยหลียังบอกไม่ได้เลยว่าเจ้ามังกรตัวนี้อยู่มาเท่าไหร่แล้ว แต่เมื่อวิเคราะห์ดูจากพลังของมันแล้ว มันน่าจะยังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นเซียน ไม่งั้นพวกคนทั้งหกคนนั้นได้ตายไปแล้วแน่ๆ
บุคคลทั้งหกที่กำลังสู้กับมังกรวารีซากศพตอนนี้นั้น ต่างก็เป็นสมาชิกรุ่นใหม่มากพรสวรรค์จากตระกูลใหญ่ๆทั้งนั้น พวกเขาต่างมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองและไม่กลัวเจ้ามังกรวารีซากศพเลยสักนิด
บู้ม! บู้ม! บู้ม!
ทั้งหกคนต่างพัวพันกับเจ้ามังกรวารีซากศพไม่ยอมปล่อยให้มันไปไหน แถมแต่ละคนยังรอจังหวะฉวยเอาเม็ดมุกบนหน้าผากเจ้ามังกรอยู่ทุกเวลา
เนี่ยหลีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายเจ้ามุกสีแดง ถึงเขาจะไม่แน่ใจว่ามันจะใช่มุกที่เกิดจากธรรมชาติไหม แต่เมื่อดูจากพลังอันบริสุทธิ์ที่มันปล่อยออกมา เนี่ยหลีก็มันใจได้เลยว่ามันจะต้องเป็นสิ่งล้ำค่ามากแน่ๆ
เนี่ยหลี เจ้ามุกเม็ดสีแดงนั่นมันคืออะไร เอียจื้ออวิ้นถามด้วยความสงสัย ในใจเธอตอนนี้อยากรู้มากว่ามันคืออะไร
ข้าก็ไม่ทราบ เนี่ยหลีส่ายหน้ากล่าว
พอได้ยินเนี่ยหลีตอบ ตาของเอียจื้ออวิ้นก็ฉายแววตาประหลาดใจออกมา ยังมีสิ่งล่ำค่าที่แม้แต่เนี่ยหลีก็ไม่รู้อยู่ด้วยงั้นเหรอ? ในความคิดของเธอนั้น เธอคิดว่าเนี่ยหลีนั้นรู้ไปหมดทุกอย่าง
เห็นอาการของเอียจื้ออวิ้น เนี่ยหลีก็พอจะเดาออกว่าเธอกำลังคิดอะไร เขายืดแขนคลายกล้ามเนื้อพร้อมทั้งยิ้มเจื่อนๆให้อีกฝ่าย ก็นะ เขาไม่ใช่พระเจ้านี่ที่จะได้รู้ไปหมดทุกอย่าง ในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขายังไม่รู้
ทันใดนั้น เจ้ามังกรวารีซากศพก็ได้แผดเสียงคำรามขึ้นฟ้า พร้อมๆกับที่มีลูกพลังน้ำพุ่งออกจากปากมัน ลูกพลังก้อนนี้พุ่งใส่พื้นที่ๆหนึ่งก่อนจะระเบิดอย่างรุนแรง สะเก็ดน้ำขนาดใหญ่สาดกระเซ็นไปทั่ว ซึ่งหากสะเก็ดน้ำไปสัมผัสถูกผิวใครเข้า ผิวคนนั้นก็จะเปื่อยยุ่ยทันทีพร้อมกับมีควันเหม็นโชยออกมา
อ๊ากกกกกกกก!” คนที่ถูกสะเก็ดน้ำนี้ต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
และเมื่อสะเก็ดน้ำนี้กระเซ็นมาหาเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้น
ระวัง!” เนี่ยหลีอุทานเตือนพร้อมกับผลักเอียจื้ออวิ้นให้พ้นทาง ส่วนมือซ้ายเขาก็หยิบหินม่านพลังศักดิ์สิทธิ์มาเรียกใช้งาน
บู้มมม!
ลูกสะเก็ดน้ำกรดระเบิดใส่ทั้งเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้นพื้นดินบริเวณที่ทั้งสองเคยอยู่ถูกละลายกลายเป็นหลุมด้วยพิษของสะเก็ดน้ำ แต่เป็นเพราะเนี่ยหลีใช้หินม่านพลังศักดิ์สิทธิ์และหลบออกมาได้ทันทำให้เขาไม่เป็นอะไร ทว่าหากใช้ม่านพลังจากหินศักดิ์สิทธิ์มารับตรงๆละก็ คาดว่าม่านพลังคงจะต้านเอาไว้ไม่ได้
เนี่ยหลีกับเอียจื้ออวิ้นร่วงลงมาในหลุมใกล้ๆ กลิ่นสาบสาวส่งกลิ่นหอมลอยออกมาให้เนี่ยหลีดอมดมอย่างไม่ตั้งใจ มือของเนี่ยหลีตะปบเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่มชวนสัมผัสจนแม้แต่จิตใต้สำนึกของเนี่ยหลียังสั่งออกมาว่า บีบซะ และผลที่ตอบรับกลับมาก็คือความรู้สึกที่นุ่มนิ่มและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งกลิ่นผมของเอียจื้ออวิ้นก็ทำให้เนี่ยหลีรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
และก่อนที่เอียจื้ออวิ้นจะได้ทันตกใจที่พวกตนตกลงมาในหลุม เธอก็ตกใจเข้ากับการที่มีเนี่ยหลีทับอยู่บนร่างกายเสียก่อน น้ำหนักของอีกฝ่ายทำให้เธอหายใจไม่ค่อยออก และพอเธอรู้สึกถึงสัมผัสแปลกๆบนหน้าอก หน้าเนียนขาวของเธอก็แดงขึ้นมาทันที
เจ้า...ลุกเลย!”
ก่อนหน้านี้ ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าสิ่งเดียวที่จะตอบแทนเนี่ยหลีจากการช่วยพ่อของเธอได้ก็คือร่างกายของเธอเอง แต่พอมาตอนนี้เธอจึงรู้แล้วว่า พอมันจะเกิดขึ้นจริงๆเธอกลับยังไม่พร้อมและยังรู้สึกแปลกๆอยู่ (ผิดกับหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีชวนเข้าห้องนี่จะเขินนิดหน่อยแล้วเดินตามต้อยๆ55)
พอเห็นปฏิกิริยาของเอียจื้ออวิ้นเนี่ยหลีก็รีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะปีนกลับขึ้นไปพลางแก้ตัวว่า อุบัติเหตุ มันเป็นอุบัติเหตุ...
เอียจื้ออวิ้นลุกขึ้นทั้งๆที่ยังหน้าแดงก่อนจะพูดเสียงค่อยว่า อะ..อือ!”
พอเห็นท่าทางขวยเขินของเอียจื้ออวิ้น ในใจของเนี่ยหลีก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ เขายื่นมือออกไปช่วยรับเอียจื้ออวิ้นขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า สะเก็ดน้ำจากมังกรวารีซากศพนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด เจ้าต้องระวังตัวให้มากๆนะ
เอียจื้ออวิ้นทอดสายตามองไปรอบๆ รอบข้างของเธอตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยบ่อหลุมที่เกิดจากลูกสะเก็ดน้ำนั่น พอเห็นแบบนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ
เนี่ยหลีเดินนำเอียจื้ออวิ้นกลับไปดูสถานการณ์ ตอนนี้การต่อสู้ของชางหมิง มู่เย่ และอีกสี่คนกับเจ้ามังกรวารีซากศพนั้นยิ่งดุเดือดมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
บู้ม!
ชางหมิงชกหมัดรัวใส่เจ้ามังกรด้วยหมัดเปล่าๆที่เปลื้อนเลือดเต็มไปหมด ทำให้เจ้ามังกรร้องด้วยความเจ็บปวด เจ้ามังกรสะบัดหางไปมาจนปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า ร่างของชายหนุ่มถูกผลักกระเด็นไปไกลพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต
ชางหมิงทำเพียงแค่เหลือบมองเจ้าหนุ่มนั้นแวบนึง ถึงแม้พวกเขาจะร่วมมือกันจนถึงเมื่อครู่นี้ แต่ตามจริงพวกเขาก็ยังเป็นศัตรูกันอยู่ ซึ่งต่อให้เจ้าพวกนั้นตายชางหมิงก็ไม่ได้สนใจอะไรมันอยู่แล้ว
พอได้ยินเสียงร้องของมังกรวารีซากศพ เนี่ยหลีก็คิดในใจว่า ดูท่าว่าเจ้ามังกรวารีซากศพคงจะทนได้อีกไม่นานสินะ ถึงเจ้ามังกรตัวนี้จะแข็งแกร่งมากแต่ก็คงยังไม่ใช่คู่มือของนักสู้ระดับตำนานที่รวมมือกันสู้
ก๊าซซซซ ซซซ ซ!”
จู่ๆมุกสีชาดบนหน้าผากของเจ้ามังกรก็เรืองแสงออกมาอาบทั่วร่างเจ้ามังกรไว้ก่อนจะเผยให้เห็นร่างใหม่ของมัน หนวดคู่หนึ่งงอกยาวออกมาจากมุมปากของมัน เกล็ดเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงชาด
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
หางของมันสะบัดฟาดใส่นักสู้อีกสองคน  ส่งให้พวกนั้นกระเด็นหลุดออกมาจากวงต่อสู้
เจอแบบนี้ทั้งชางหมิงและมู่เย่ก็ถอยออกมาตั้งหลักก่อน
ใครจะไปรู้วะว่าเจ้ามุกสีแดงนั่นจะทำให้มังกรบ้านนั่นเลื่อนระดับขึ้นได้แบบนี้ ต่อจากนี้คงจะสู้ยากขึ้นล่ะนะ!”
เนี่ยหลีนั้นทำเพียงแต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงแม้ว่ามุกสีชาดนั้นน่าจะมีมูลค่ามหาศาลก็เถอะ แต่หากเขาพลาดเขาต้องตกตายอย่างแน่นอน เพราะงั้นถ้าไม่เสี่ยงจะดีที่สุด
ทันใดนั้น เนี่ยหลีก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสพลังที่คุ้นเคย เนี่ยหลีมองไปทางฝูงชนแล้วก็พบกับใครคนหนึ่งเข้า...เจ้านั่นคือเอียฮั่นใช่ไหม?
เอียฮั่นกำลังยืนอยู่กับคนของตระกูลหวู่กุ้ยและกำลังชมการต่อสู้จากระยะไกล
เห็นเนี่ยหลีกำลังจ้องบางอย่างด้วยสายตาแปลกๆ เอียจื้ออวิ้นจึงมองตามทิศที่เนี่ยหลีทอดไป และพอเธอเห็นเอียฮั่น ในใจเธอก็ขุ่นเคืองขึ้นมาทันที ...เป็นเพราะเอียฮั่น เธอจึงเกือบเสียพ่อไป กับเอียฮั่นแล้ว สิ่งที่เธอมีให้มีแค่ความเกลียดชังและเดือดดาล
หลังจากรู้สึกว่ามีใครกำลังมองอยู่ เอียฮั่นจึงมองไปยังทิศนั้น และเมื่อเขาพบเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้น แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที พวกนั้นคือเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้นจริงๆ... เป็นเพราะเนี่ยหลี ที่ทำให้เขาต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างหมาจนตรอก และยิ่งเห็นว่าเอียจื้ออวิ้นอยู่ด้วยกันกับเนี่ยหลี ในใจของเอียฮั่นก็เต็มไปด้วยไฟแค้น
ถ้าพวกเจ้าคิดจะมาตายกันที่นี่เอง อย่าหาว่าข้าผิดล่ะ!” เอียฮั่นกำหมัดแน่นจนมีเสียงกระดูกกระทบกัน
ตอนนี้คนของตระกูลหหวู่กุ้ยที่ยืนกับเอียฮั่นมีกันประมาณยี่สิบคน คนที่อยู่หน้าสุดเป็นชายหนุ่มหุ่นล่ำที่สวมเซตชุดเกราะสีเงินและแบกดาบใหญ่สีเงินวาวไว้อยู่ ออร่าอันตรายถูกแผ่ออกมาจากตัวเขาตลอดเวลา
เอียฮั่นกระซิบข้างหูชายคนนั้นว่า นายน้อยหวู่หยู สองคนนั้นเป็นคนเมืองกลอรี่!”
หวู่หยูเหลือบไปมองเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้น ก่อนจะหรี่ตามองเอียจื้ออวิ้นให้ชัดๆ จนเมื่อเห็นใบหน้าของเอียจื้ออวิ้นชัดๆแล้ว ตาของเขาก็ฉายแววสนใจ ในทุกๆเผ่าพันธุ์ มนุษย์นั้นเป็นเผ่าที่เพศหญิงสวยที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังเด็กแต่หากโตกว่านี้อีกหน่อยจะต้องสวยจนหาใครเปรียบได้ยากแน่ๆ
มาจากเมืองกลอรี่เหรอ พวกมันแข็งแกร่งระดับไหน หวู่หยูถามเอียฮั่น
ตามที่ข้าจำได้ ทั้งสองนั้นน่าจะยังอยู่เพียงแค่ระดับทองเท่านั้น เอียฮั่นกล่าวหลังจากหยุดคิดชั่วครู่ ในวันที่เขาหลบหนีจากเมืองกลอรี่นั้น ทั้งเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้นยังอยู่เพียงระดับทองเท่านั้น
ไร้สาระ หากพวกมันยังอยู่เพียงระดับทอง คิดเหรอว่าพวกมันจะกล้าเข้ามาเหยียบดินแดนมรณะเก้าชั้น? หวู่หยูเอ็ด
พอได้ฟังหวู่หยูกล่าว เอียฮั่นก็หน้าเจื่อนทันที มันก็จริงล่ะนะที่คงไม่มีใครที่อยู่ระดับทองจะกล้าเข้ามาป้วนเปี้ยนในแดนมรณะเก้าชั้นนี้ เป็นไปได้ไหมว่าพวกนั้นจะเลยระดับทองมาแล้ว? ...เป็นไปไม่ได้... ถึงจะมีอัตราการฝึกฝนที่รวดเร็วมากขนาดไหน แต่ก็ไม่น่าจะเร็วได้ขนาดนี้ อัตราการฝึกรวดเร็วขนาดนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ!
เป็นไปได้ว่าทั้งสองถูกใครพามาด้วย แต่ภายหลังอาจจะหลงกันก็ได้... เอียฮั่นตอบกลับหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่เชื่อแน่ๆว่าทั้งเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้นจะฝึกได้รวดเร็วจนเขาตามไม่ทันแม้แต่ฝุ่น
หวู่หยูฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะส่งคนไปหาเนี่ยหลีและเอียจื้ออวิ้น
เนี่ยหลี พวกนั้นมาแล้ว เอียจื้ออวิ้นเพ่งมองพวกนั้นอย่างใจจดใจจ่อ มือขวาของเธอกำอัญมณีจิตวิญญาณน้ำแข็งไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ด้วยระดับขั้นของเธอ เธอสามารถใช้พลังของอัญมณีจิตวิญญาณน้ำแข็งได้อย่างเต็มที่ และนั่นทำให้ความสามารถของเธอเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
ตรงกันข้ามกับเอียจื้ออวิ้น ตัวเนี่ยหลีนั้นยังคงสงบและก้าวเท้าเดินไปหานักสู้จากตระกูลหหวู่กุ้ย เขาไม่กลัวเจ้าเอียฮั่นนั่นหรอก จะกลัวก็แต่ว่ามันจะวิ่งหนีหางจุกตูดเสียมากกว่า ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เขาคงจะหัวเสียมากแน่ๆ
พอเห็นท่าทางของเนี่ยหลี ตาของหวู่หยูก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าเนี่ยหลีนั้นอยู่เพียงระดับแบล็คโกลด์เท่านั้น แล้วเจ้าแบล็คโกลด์นั่นจะทำอะไรพวกตนที่มีพวกมากกว่าได้?  มันไปเอาความมั่นใจผิดๆแบบนี้มาจากไหน?
เอียฮั่น ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้ามายืนโชวหราให้ข้าเห็นตัวแบบนี้ วันนี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่จนกว่าข้าจะได้คิดบัญชีกับเจ้า!” เนี่ยหลีจ้องเขม็งไปที่เอียฮั่น ไอ้คนทรยศ! คนที่กล้ากบฏเมืองกลอรี่ที่เขารัก มันต้องถูกเขาสั่งสอนด้วยตัวเอง!!!
เนี่ยหลี แกมันโอหังเกินไปแล้ว นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันห้ะ? ที่นี่คือดินแดนใต้พิภพนะไม่ใช่เมืองกลอรี่! แล้วเมื่อกี้แกพูดว่าจะสั่งสอนใครกัน...หา!” เอียฮั่นแค่นเสียงใส่เนี่ยหลีด้วยความเดือดดาล
หวู่หยูยืนกอดอกจ้องไปทางเนี่ยหลี เจ้าหนู เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก! ต่อหน้าข้า หวู่หยู เจ้ายังกล้าทำตัวโอหังอีก หากเจ้ายอมก้มหัวให้ข้า ข้าอาจจะใจดีปล่อยเจ้าไป แต่หากเจ้ายังทำตัวกร่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงแบบนี้ต่อไป อย่ามาตำหนิทีหลังว่าข้าโหดเกินไปล่ะ!”
เนี่ยหลีเหลือบสายตาไปมองหวู่หยูและพรรคพวก เขาระบายยิ้มแล้วกล่าวว่า ถ้าพวกเจ้ายอมปล่อยเอียฮั่นมาให้ข้า เรื่องนี้ก็จะจบกันไป แต่หากปฏิเสธ...ถ้าข้าทำอะไรลงไปอย่ามาว่าข้าทีหลังล่ะ!
พอเห็นสายตาและคำพูดเนี่ยหลี หวู่หยูก็รู้สึกรำคาญขึ้นมาตะหงิดๆ เจ้าบ้านี่มันไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าถึงได้หาญกล้ามาทำตัวกร่างแบบนี้ ในกลุ่มของหวู่หยูนั้นทุกคนต่างอยู่ระดับแบล็คโกลด์กันหมดแล้ว แถมยังมีอีกสองคนที่อยู่ระดับตำนาน แล้วเจ้าเด็กบ้านี่มีดีอะไรถึงได้กล้ามาทำตัวกร่างแบบนี้?...จบตอน



  แปลโดย Garn Gasidech

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง