test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

11 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 219 เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร


ซิคงยี่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด พลังที่ปกคลุมทั่วร่างลุกโชนขึ้นและปลดปล่อยลูกพลังงานสีเงินออกมา ในกลุ่มก้อนนั้นพลันปรากฏวิหคร่างหนึ่งที่มีปีกขนาดใหญ่  รอบตัวของมันมีสายฟ้าอยู่นับไม่ถ้วน จากนั้นมันก็พุ่งเข้าใส่ต้วนเจี้ยน
ตูม !!
สายฟ้าผ่าลงมายังต้วนเจี้ยน เขากรีดร้องอย่างมาอย่างเจ็บปวดในทันที สายฟ้านั้นทะลวงผ่านการป้องกันโดยสมบูรณ์ มันตรงเข้าทำลายห้วงวิญญาณของเขาโดยตรง
“เด็กน้อย เจ้ายังอ่อนหัดเกินกว่าจะมาต่อกรกับข้า ถึงอย่างนั้นข้าต้องยอมรับว่าการพัฒนาของเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะมาท้าทายข้า!! ดังนั้น....ตายซะเถอะ!!” ซิคงยี่ค่อย ๆ หายเข้าไปในวิหคสายฟ้า จากนั้นวิหคตัวนั้นก็กู่ร้องลั่น
ตูม ตูม ตูม !!
เสาสายฟ้ากระหน่ำผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องเข้าใส่ร่างกายของต้วนเจี้ยน
ราวกับว่าร่างกายจะฉีกออกจากกัน ต้วนเจี้ยนกัดฟันแน่น อาศัยความอดทนอย่างถึงที่สุดและจ้องเขม็งไปยังซิคงยี่
ปีกเขาเขาขยับขึ้นลง ค่อย ๆ บินเข้าหาซิคงยี่ จนระยะห่างระหว่างกันหมดลง
“เป็นไปไม่ได้!!” ซิคงยี่เบิกตาอย่างตื่นตระหนก เขาไม่คิดเลยว่าต้วนเจี้ยนจะสามารถกระพือปีกของมันขณะที่ถูกโจมตีด้วยสายฟ้าที่หนาแน่นเช่นนั้นได้
“เหอะ! เจ้าเฒ่าผายลม พ่นอะไรออกมา ที่ข้าเป็นเช่นนี้ได้นั่นก็เพราะการช่วยเหลือจากเจ้า ถ้าเจ้าไม่ทรมาณข้าทั้งวันทั้งคืน ข้าคงไม่สามารถมีร่างกายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้” ต้วนเจี้ยนกัดฟันแน่น เมื่อเขาพยายามต้านการโจมตีของสายฟ้าเหล่านั้น ตอนนั้นเองต้วนเจี้ยนฟันดาบเพลิงนิลในมือเข้าใส่ซิคงยี่
ซิคงยี่หลบอย่างทันทีทันใดและปล่อยสายฟ้าอันรุนแรงเข้าใส่ต้วนเจี้ยน สายฟ้าเหล่านั้นกลายเป็นใบมีดนับไม่ถ้วน
ถึงอย่างนั้น ต้วนเจี้ยนกลับไม่มีปฏิกิริยาหวาดหวั่นใด ๆ ต่อสายฟ้าเหล่านั้น แม้ว่าความเจ็บปวดอันโหดร้ายนั้นดูเหมือนว่าจะต้องการฉีกกระชากห้วงวิญญาณของเขาออกจากกัน  ความเกลียดชังภายในจิตใจเป็นสิ่งที่ทำให้เขายังครองสติอยู่ได้
ในที่สุดเขาก็มีโอกาสที่จะได้แก้แค้น….จะปล่อยให้มันหลุดมือไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
ต้วนเจี้ยนคำรามลั่นฟ้า จู่ ๆ เกล็ดสีดำก็ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา รวมทั้งปีกบนแผ่นหลังก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็นห้าถึงหกเมตร เปลวไฟสีดำลุกโชนขึ้นปกคลุมไปทั่วร่าง ห้วงวิญญาณก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงไป พลังมากมายไม่สิ้นสุดระเบิดออกมาจากร่าง
ห้วงวิญญาณของต้วนเจี้ยนได้เริ่มเปลี่ยนแปลงภายใต้การโจมตีของสายฟ้าเหล่านั้น เขาได้ทะลายกำแพงจากระดับ 5 ดาว แบล็กโกลด์ ไปสู่ระดับตำนานร่วมกับพลังแห่งสัจธรรมที่ได้รับจากเนี่ยลี่ ความแข็งแกร่งของเขาได้บรรลุขึ้นไปอีกระดับ
ระดับตำนาน!!!
ตูม ตูม ตูม!!!
เสียงระเบิดดังออกมาโดยมีร่างของต้วนเจี้ยนเป็นศูนย์กลาง
เมื่อสัมผัสถึงพลังอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัว ใบหน้าของซิคงยี่ถึงกับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาไม่คิดเลยว่าต้วนเจี้ยนจะยกระดับขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนการเลื่อนระดับ เขาก็รู้สึกแล้วว่าคงไม่สามารถปราบมันลงได้ ตอนนี้มันเลื่อนเป็นอีกระดับนึง ซิคงยี่ก็ไม่ใช่แม้แต่คู่มือของต้วนเจี้ยนอีกต่อไป!!
เนี่ยลี่ยกยิ้มน้อย ๆ เมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของต้วนเจี้ยน ในอดีตต้วนเจี้ยนมีระดับ 5 ดาว แบล็กโกลด์ ไม่คิดเลยว่าเมื่อโดนสายฟ้าของซิคงยี่เพียงไม่นานกลับเป็นตัวช่วยให้ต้วนเจี้ยนสามารถทะลวงระดับขึ้นมาได้ ตอนนี้ต้วนเจี้ยนเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว เนี่ยลี่รู้สึกได้ถึงพลังระดับสูงในห้วงวิญญาณของต้วนเจี้ยน
เมื่อรู้สึกถึงพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของต้วนเจี้ยน ซิคงยี่ก็ไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เขาร่อนลงบนพื้น แล้วพยายามที่จะหนี
“ซิคงยี่...แก...เจ้าโจรเฒ่า..คิดจะไปที่ใดกัน?!” ต้วนเจี้ยนคำรามกร้าว มังกรดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นรอบ ๆ หมัดที่เขาเหวี่ยงออกไป
พลังทำลายล้างอันรุนแรงผสานกับความเร็วอันเหลือเชื่อพุ่งเข้าใส่ซิคงยี่จนล้มลงกองอยู่กับพื้นอย่างไร้ความปรานี
ตูมม!!
          พื้นดินใต้ร่างของซิคงยี่ปรากฏเป็นหลุมลึก ปีกหักเป็นสองท่อน ซ้ำยังกระอักเลือดออกมา มองดูแล้วน่าอนาถเป็นที่สุด เขาใช้เคล็ดลับของตระกูลปีกสีเงินเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งถึงขีดสุด แต่ถึงกระนั้นก็ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต้วนเจี้ยน  หลังจากโดนการโจมตีที่รุนแรงเข้าไปสิ่งที่เขาฝึกฝนมากลายเป็นไร้ค่า
          “เหตุใดข้าจึงพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า? ไอ้ลูกชู้” จิตใจของซิคงยี่อัดแน่นไปด้วยความขุ่นเคือง และไม่สามารถยอมรับความเป็นจริงได้
          ต้วนเจี้ยนยกดาบเพลิงนิลขึ้นแล้วฟันไปที่ซิคงยี่ขณะที่คำรามออกมา “ตาย!!!
          “ท่านพ่อ!” เมื่อซิคงยี่เข้าใกล้ความเป็นความตาย ฮงหยูบินเข้ามา แกว่งดาบใหญ่ของเธอแทรกกลางระหว่างซิคงยี่และต้วนเจี้ยน
          ตูม!!
          ซิงคงฮงหยูถูกผลักกระเด็นกลับไปและมีเลือดไหลรินออกมาจากริมฝีปาก ถึงอย่างนั้นนางก็ยังปกป้องซิคงยี่อย่างไม่ลดละ
          ต้วนเจี้ยนหยุดดาบลงเมื่อมองเห็นซิคงฮงหยูยังคงดื้อด้าน เขานึกย้อนไปตอนยังเป็นเด็ก จำได้ว่าตัวเขาเองก็พยายามที่จะปกป้องท่านพ่อกับท่านแม่เช่นกัน ถึงอย่างนั้น เพราะความอ่อนแอของเขา เขาจึงไม่สามารถต่อสู้กับพวกเดรัจฉานตระกูลปีกสีเงินได้
          ท้ายที่สุดเขาทำได้เพียงร้องไห้คร่ำครวญมองดูพ่อแม่ของตัวเองถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
          เมื่อเทียบกันแล้วฮงหยูก็เหมือนกับเขาในอดีตมิใช่หรือ?
          “ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่..!! เจ้าโจรเฒ่าซิคงยี่จะต้องตายที่นี่!! ไปซะ...ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าด้วย” ต้วนเจี้ยนก้าวออกมาและวาดดาบไปข้างหน้า
          ดาบเพลิงนิลเฉือนเข้าที่คอของฮงหยู เลือดสีสดไหลลงมา ถึงอย่างนั้นฮงหยูก็ยังคงมองจ้องมาอย่างเยียบเย็น “ต้วนเจี้ยน ข้าไม่คิดเลยว่า ตัวข้าและท่านพ่อจะมาพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า หากเจ้าต้องการฆ่าก็ฆ่าเลย แต่หากจะฆ่าพ่อข้า เจ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน!!
          ต้วนเจี้ยนมองไปยังซิคงฮงหยู่ในสมองเต็มไปด้วยความทรงจำนับไม่ถ้วน หากศัตรูเป็นตัวเขาเองในก่อนหน้านี้ เขาก็คงจะฟันลงไปอย่างไม่ลังเล อย่างไรก็ตามในตอนนี้...เขากลับหยุดมือลง
            เขาวาดฝันที่จะกุดหัวของซิคงยี่นับครั้งไม่ถ้วน แต่คราวนี้ เขารู้สึกลังเล
          เมื่อต้วนเจี้ยนนิ่งไปเสียงถอนใจยาวก็ดังขึ้น “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร อย่าล้างความชั่วด้วยความชั่ว ซิคงยี่หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว แม้เจ้าจะไม่ฆ่ามัน มันก็ไม่มีที่ยืนในดินแดนนรกจองจำอีกแล้ว นอกจากนี้ มันก็ใกล้ตายเต็มที อย่างมากก็อยู่ได้อีกสามวันเท่านั้น เหตุใดเจ้าจึงไม่ปล่อยวางความเกลียดชังในใจเจ้า หากเจ้าวางมันลงได้ เมื่อนั้นเจ้าจะเข้าใจถึงโลกและสวรรค์แห่งเต๋า...”
          เสียงนั้นแผ่วเบา ฟังดูไม่คุ้นเคย และไม่ทราบที่มา
          เนี่ยลี่ขมวดคิ้ว คนคนหนึ่งปรากฏขึ้นในมโนสำนึก คำเหล่านี้ใช่มาจากชายชราที่เป็นบ้าคนนั้นหรือเปล่า?
          ต้วนเจี้ยนมองไปยังบริเวณรอบ ๆ  แต่ไม่เห็นใครที่เอ่ยประโยคเหล่านั้น เมื่อดูสภาพที่น่าอนาถของสองพ่อลูกซิคงยี่และซิคงฮงหยู ความเกลียดชังในจิตใจค่อย ๆ กระจายหายไปอย่างช้า ๆ  ซิคงยี่ตอนนี้สูญเสียสิ่งที่สั่งสมมาทั้งหมด ถึงเขาไม่ทำสิ่งใดกับมัน ก็ใช่ว่าตระกูลอื่น ๆ จะปล่อยไป ยังไงซะซิคงยี่ก็ต้องตาย การแก้แค้นของเขาได้รับการเติมเต็มแล้ว
          ต้วนเจี้ยนเก็บดาบเพลิงนิล เขาเดินอย่างช้า ๆ ตรงเข้าไปหาเนี่ยลี่
          เมื่อเห็นการกระทำของต้วนเจี้ยน เนี่ยลี่ถอนใจอย่างเงียบงัน นับแต่ต้วนเจี้ยนสามารถปล่อยวางความแค้นลงได้ นั่นเป็นผลดีต่อการพัฒนาของต้วนเจี้ยนเองในอนาคต ต้องของคุณชายแก่คนนั้น ต้วนเจี้ยนจึงสามารถปลดเปลื้องภาระในใจลงได้
          ฮงหยูมองตามแผ่นหลังของต้วนเจี้ยนด้วยความรู้สึกว่างเปล่าเป็นเวลานาน ทันใดนั้น นางก็ปรี่ตรงเข้าไปอย่างคลุ้มคลั่งและกรีดร้องใส่ต้วนเจี้ยน “เหตุใดเจ้าจึงไม่ฆ่าพวกเรา!! เหตุใดเจ้าจึงไม่ฆ่า!! เจ้าเวทนาพวกเรางั้นรึ? เราไม่ต้องการความเห็นอกเห็นใจของเจ้า!!!!
          “ต้วนเจี้ยนหันมาชำเลืองมองสองพ่อลูก ตาของซิคงยี่มีความความเลื่อนลอยว่างเปล่า เขากล่าวเสียงเย็น “เหตุผลที่ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าทั้งคู่ เป็นเพราะช้าไม่ต้องการให้มือของข้าต้องแปดเปื้อน ข้าไม่ต้องการเป็นคนแบบเจ้า! ถึงอย่างนั้น ยังไงก็ต้องมีใครซักคนตามล่าหาความยุติธรรมจากพวกเจ้าแน่นอน!
          ได้ยินคำนั้น ซิคงฮงหยูก็ชะงักไป น้ำตาไหลลงอาบใบหน้า หากเป็นเช่นมันก็แย่ยิ่งกว่าการถูกฆ่าเสียอีก
          ซิคงยี่และซิคงฮงหยูทรุดลงบนพื้นอย่างหมดหนทาง ในตอนนี้แม้แต่พวกตระกูลปีกสีเงินด้วยกันเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ซ้ำยังถอยออกห่างทั้งคู่ พวกเขาเตรียมที่จะวิ่งหนีตั้งแต่ซิคงยี่ล้มลงแล้ว หากพวกเขายังอยู่ข้างพ่อลูกคู่นี้จุดจบของพวกเขาคงไม่สวยแน่
          “ต้วนเจี้ยนข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถปล่อยวางอารมณ์ในจิตใจได้...ทำได้ดีมาก!” เนี่ยลี่ตบลงบนบ่าของต้วนเจี้ยนพลางยิ้มน้อย ๆ
          “ขอรับ” ต้วนเจี้ยนพยักหน้า น้ำตาหยดหนึ่งจวนเจียนจะไหลออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าของดินแดนนรกจองจำที่ตอนนี้กลายเป็นสีเทา มันยังคงกว้างใหญ่เช่นเคย
ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าทำสำเร็จแล้ว จากวันนี้เป็นต้นไปข้าจะใช้ชีวิตให้ดี ท่านที่อยู่ในยมโลกไม่ต้องเป็นห่วงข้านะ
เสียงถอนหายใจที่ไม่ทราบที่มาดังขึ้นอีกครั้ง มันทำให้ใจของทุก ๆ คนปลอดโปร่งขึ้น [บุ๋งบุ๋ง]
ชายชราคนนั้นอีกแล้วหรือ? นับตั้งแต่ที่ชายชราคนนั้นให้คำแนะนำแก่ต้วนเจี้ยน ทึ่จริงแล้วชายคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นบ้าจริงๆ ก็ได้ เนี่ยหลี่ไม่เข้าใจในเจตนาของชายแก่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู ชายคนนี้อาจจะเป็นทายาทของจักรพรรดิคงหมิงคนอื่น ๆ ก็เป็นได้ ทางที่ดีตัวเขาเองควรหนีให้ห่างไว้ดีกว่า
ยู่หยันขมวดคิ้ว เสียงถอนใจนั่น เธอเองก็รู้สึกถึงอันตรายเช่นกัน
“เนี่ยลี่ ! รีบไปจากที่นี่เถอะ!
“อืม” เนี่ยลี่พยักหน้า
ต้วนเจี้ยนเงยหน้าขึ้นมองเนี่ยหลี่ ความแค้นของเขาได้รับการสะสางแล้ว ต่อจากนี้ไป ขอเพียงเนี่ยลี่ต้องการ ไม่ว่าที่ไหนเขาก็จะตามไปด้วย
“จบเรื่องแล้ว....กลับกันเถอะ” เนี่ยลี่กล่าว หลังจากหยุดคิดไปพักหนึ่ง
ทันใดนั้น ชายแต่งตัวดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเนี่ยลี่ เป็นหลี่เฮิงจากตระกูลอัคคีสวรรค์คนนั้น
“คุณชาย ยังจำข้าได้หรือไม่ขอรับ” หลี่เฮิงเอ่ย
“แน่นอน” เนี่ยหลี่พยักหน้า
“ขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณชายในครั้งนี้ หากคุณชายไม่รังเกียจ ท่านยินดีไปเยี่ยมเยือนตระกูลอัคคีสวรรค์หรือไม่ขอรับ” หลี่เฮิงกล่าว เขาเห็นว่าต้วนเจี้ยนเป็นผู้ติดตามของเนี่ยลี่ ขนาดผู้ติดตามยังเก่งกาจถึงเพียงนี้ ตัวตนของเนี่ยหลี่จะน่านับถือขนาดไหน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เนี่ยลี่ก็เอ่ยขึ้น “เรายังมีธุระบางอย่างที่ต้องทำ ตอนนี้กำลังจะไปแล้ว” เนี่ยหลี่มองไปยังเหล่าตระกูลที่อยู่รอบ ๆ “ตัวข้าไม่ใช่คนจากดินแดนนรกจองจำ หากพวกท่านทั้งหมดปรารถนาที่จะออกไปจากดินแดนนรกจองจำ ข้าจะส่งคนจำนานหนึ่งมาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการในไม่กี่วัน”
หลายตระกูลในดินแดนนรกจองจำมีความแข็งแกร่งใช้ได้ ด้วยสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย พวกเขาย่อมอยากออกไปจากที่นี่ หากตระกูลเหล่านี้ย้ายไปอยู่ที่เมืองกลอรี่ เมืองกลอรี่จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นแน่นอน นอกจากนี้ในหมู่สิบสามตระกูล ยังมีผู้เยี่ยมยุทธระดับตำนานถึงสองคนและระดับแบล็กโกลด์อีกเป็นโหล
ส่วนชายแก่ลึกลับคนนั้น แม้เขาจะไม่แน่ใจว่าเป็นหนึ่งในเหล่าทายาทของจักรพรรดิคงหมิงหรือไม่ ชายคนนั้นอาจจะไม่สนใจอะไรกับเมืองกลอรี่ก็ได้ ซ้ำร้าย พวกทายาทคนอื่นเองก็อาจจะรู้เรื่องประตูมิติโบราณกันอยู่แล้ว พลังที่ลึกเกินหยั่งถึงเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต่อกรได้เลย [บุ๋งบุ๋งบุ๋ง]

แปลโดย.......อนันต์กาล

ข้าพเจ้าเป็นนักแปลแสนอ่อนหัด ภาษาไม่แข็งแกร่ง
แปลจบก็ธาตุไฟแตกซ่าน ตายอย่างอนาถในที่สุด
**[บุ๋งบุ๋งบุ๋ง] เป็นเสียงของการดำน้ำนั่นเอง

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง