test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

10 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 217 ตำแหน่งผู้นำพันธมิตร


แม้ว่ามันเกิดรอยแตก แต่ไข่ก็ยังไม่ได้ฟักออกมา วังน้ำวนแปลกประหลาดในไข่ใบนั้นดูดซับพลังสัจธรรมอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เนี่ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังสัจธรรมที่อยู่รอบ ๆ ถูกดูดซับจนเหือดแห้ง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ ต่อจากนั้นมันก็เริ่มดูดซับพลังแห่งสัจธรรมในร่างของเขา เมื่อรู้สึกได้เช่นนี้เนี่ยหลี่รีบดึงพลังแห่งสัจธรรมของเขากลับ
 “เจ้าสหายตัวนี้ช่างตะกละจริง ๆ!” เนี่ยหลี่พูดอย่างท้อถอย แม้ว่ามันจะดูดซับพลังแห่งสัจธรรมไปเป็นจำนวนมากมันก็ยังไม่ฟักซะที

 พลังแห่งสัจธรรมของเจ้ายังไม่เพียงพอที่จะฟักมันได้ยู่หยานพูดขณะที่หล่อนส่ายหัว ไข่ที่ยังไม่ฟักใบนี้สามารถดูดซับพลังแห่งสัจธรรมได้มากมายมหาศาล แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ นับว่าไข่ใบนี้ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
แม้ว่าไข่ใบนี้จะยังไม่ฟักแต่เนี่ยหลี่ก็สัมผัสได้ราง ๆ ว่ามีหัวใจกำลังเต้นอยู่ภายในนั้น เมื่อพลังแห่งสัจธรรมได้ถูกประจุเข้าไปในไข่ใบนั้น การเต้นของหัวใจในไข่ใบนั้นก็เริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนั้นมันยังสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเนี่ยหลี่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

มันดูเหมือนว่าจะใช้เวลาฟักอย่างช้า ๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟักไข่ใบนี้ในคราเดียว

ถึงแม้ว่ายู่หยานจะมีพลังแห่งสัจธรรมเพียงพอ แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะฟักไข่ใบนี้ด้วยตัวเอง สรุปว่าพลังแห่งสัจธรรมของเขาเองจะช่วยให้เขาสร้างสัมพันธ์กับไข่ใบนั้น

ขณะที่เนี่ยหลี่กำลังศึกษาถึงอักขระที่จารึกอยู่บนไข่ใบนั้น เอียหยานก็ร่อนลงมาบนไหล่ของเนี่ยหลี่

 บรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยานท่านไปไหนมา? ข้าไม่ได้พบท่านมาเป็นเวลานานแล้วเนี่ยหลี่พูดในขณะที่มองดูเอียหยาน ในช่วงที่เจ้าจากไปนั้นเมืองกลอรี่เกือบจะล่มสลายแล้ว!”

 “เข้าได้เฝ้ามองจากที่ที่ห่างไกลออกไป เมื่อตระกูลหวู่กุ้ยโจมตีเมืองกลอรี่นั้น พวกตระกูลหวู่กุ้ยยังคงไม่สามารถจะทำอะไรเมืองกลอรี่ได้ ในเวลาอันสั้นนี้ ข้าได้เดินทางไปทั่วเมืองนรกและได้พบกับข่าวดีอะไรบางอย่าง เนี่ยหลี่เจ้าอยากรู้รึเปล่า?” เอียหยานถามอย่างมีจุดมุ่งหมาย

 “ข่าวอะไรอย่างนั้นหรือ?” เนี่ยหลี่ถาม

 รีบ ๆ บอกมาเถอะ ไม่มีใครว่างเช่นท่านหรอกยู่หยานพูดในขณะที่คิ้วของนางขมวดเล็กน้อย

 แม่นางน้อย เจ้าต้องอดทนเมื่อฟังคนอื่นพูด อย่างไรก็ตามข้าอยู่มานานว่าพันปี เจ้าจะต้องให้ความเคารพผู้อาวุโสเข้าใจไหม?” เอียหยานพูด เขาชำเลืองมองไปที่ยู่หยานและเห็นร่างที่เล็กจิ๋วของนางโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับนาง มันไม่เป็นไรหากเนี่ยหลี่จะไม่เคารพเขาแต่ถ้าแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงก็ยังไม่เคารพเขานั่นก็คงจะเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถอดทนได้ เนี่ยหลี่เจ้าไปลักพาตัวแม่นางน้อยผู้นี้มาจากไหน?”

ได้ยินคำพูดของเอียหยานแล้ว เนี่ยหลี่ทำหน้าแปลก ๆ เมื่อเขาเห็นยู่หยานแสดงออกทางสีหน้าของนาง แบบนี้ไม่ดีแน่ เขารีบพูด บรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน ข้าลืมแนะนำท่าน นี่คือเทพธิดายู่หยาน เพราะว่าร่างศักดิ์สิทธิ์ของนางแตกเป็นเสี่ยงและร่างกายภาพของนางถูกทำลายไป นางจึงฟื้นฟูร่างศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ นี้ขึ้นมา และตอนนี้ระดับของนางคือระดับตำนาน เมื่อนางก้าวไปสู่ขั้นสุดยอดนางก็จะเป็นเทพแห่งวิญญาณซึ่งห่างไกลจากระดับตำนานมาก! นอกจากนั้นข้าลืมบอกท่านไปว่า นางอยู่มาเป็นเวลานานมากกว่าหมื่นปีแล้ว...

 “แค่ก แค่ก เอียหยานไอออกมาด้วยความกระอักกระอ่วนและมองเนี่ยหลี่ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่แรก?!”

หนึ่งพันปีเมื่อเทียบกับคนที่อยู่มานานมากว่าหมื่นปีทำให้เขารู้สึกไม่ต่างอะไรกับเด็กทารก เขาเรียกเธอว่าแม่นางน้อยเสมอ นั่นทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วน เขาไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่ลักพาตัวเทพแห่งวิญญาณมาได้อย่างไร
ในเรื่องของเทพแห่งวิญญาณ เอียหยานไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขามากนัก ยกเว้นเรื่องที่ว่าพวกเขาปรากฏตัวในเทพนิยายเท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม อย่างไรก็ตามเขารู้ว่าเมืองกลอรี่มีเศษเสี้ยวของพลังชีวิตเทพแห่งวิญญาณอยู่และนั่นคือสมบัติที่ทรงอำนาจมาก

 “รีบบอกมา!” ยู่หยานเรียกร้องมาในขณะที่นางโบกมือ เอียหยานไม่กล้าโต้เถียงผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ใบหน้าของเอียหยานเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งขรึมและพูดอย่างเครียด ๆ  ท่านเจ้าแห่งนรกเตรียมการคัดเลือกสาวก เมื่อได้เป็นสาวกแล้วก็จะมีโอกาสครอบครองเมืองนรกและได้รับการสืบทอดตำแหน่งจากเขาด้วย เหล่าผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียนจากหลายตระกูลต่างก็เดินทางไปร่วมคัดเลือก สามผู้เยี่ยมยุทธระดับเซียน ของตระกูลหวู่กุ้ยก็เข้าร่วมการคัดเลือกด้วย ดังนั้นราว ๆ ครึ่งปีนี้ ตระกูลหวู่กุ้ยก็จะไม่โจมตีเมืองกลอรี่อีกต่อไป สรุปได้ว่าเมื่อเทียบเรื่องเมืองกลอรี่กับสิ่งที่ล่อใจอย่างเรื่องที่จะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของจ้าวแห่งนรกเรื่องหลังดูจะเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า!”

 “ผู้สืบทอดตำแหน่งจากจ้าวแห่งนรก?” เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแน่นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดแล้วหากจะเป็นสาวกของเจ้าแห่งนรกจะต้องทำอย่างไร?”

 “จากที่ข้าได้ยินมา คนที่ไปถึงระดับสูงสุดของดินแดนมรณะเก้าชั้นจะได้พบกับเจ้าแห่งนรกเอียหยานพูดมันพูดได้ว่าผู้เยี่ยมยุทธระดับที่สูงกว่าระดับแบล็กโกลด์ทั่วอาณาจักรนรกต่างก็เดินทางไปที่ดินแดนมรณะเก้าชั้น นั่นรวมไปถึงจอมมารและหลงชาแห่งสมาคมทมิฬด้วย!”

กระทั่งจอมมารแห่งสมาคมทมิฬก็ยังมุ่งหน้าไปที่ดินแดนมรณะเก้าชั้นด้วยรึ? นี่เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้มากแค่ไหน
 เนื่องจากคุณสมบัติขั้นต่ำคือระดับแบล็คโกลด์ ถ้าอย่างนั้นเราก็สามารถไปทดสอบดูได้สิ เนี่ยหลี่พูดขึ้นหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง

เอียหยานมองเนี่ยหลี่และพูดขึ้นว่า เจ้าเด็กเหลือขอเนี่ยหลี่ นี่เจ้าคิดจะไปจริง ๆ รึ?”

 “แล้วนี่ไม่ใช่จุดประสงค์ที่ท่านบอกข่าวนี้ให้ข้ารับรู้หรอกหรือ?” เนี่ยหลี่กลอกตาไปที่เอียหยาน เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ไม่ว่าจ้าวแห่งอาณาจักรนรกเป็นผู้เยี่ยมยุทธแบบไหน การที่คอยดูเหตุการณ์ก่อนย่อมจะถูกต้องเสมอ

เมื่อถูกเนี่ยหลี่มองออก เอียหยานก็ได้แต่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนและพูด ตั้งแต่จ้าวแห่งอาณาจักรนรกได้คัดเลือกสาวกมานั้น เขาไม่ได้คัดเลือกคนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด แต่หากเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงที่สุด แค่เหตุผลนี้มันก็เป็นผลดีต่อเจ้าแล้ว! ตราบเท่าที่เจ้าสามารถเป็นสาวกของจ้าวแห่งนรกได้ จะยังมีใครกล้าแตะต้องเมืองกลอรี่ในอนาคตอีก?”

ได้ยินคำพูดของเอียหยาน เนี่ยหลี่ผงกหัว นี่เป็นทางออกทางเดียวจริง ๆ

ยู่หยานจมอยู่ในความคิดของนางชั่วขณะ แม้ว่าจ้าวแห่งนรกจะเป็นเทพแห่งวิญญาณที่เป็นปริศนา ไม่มีใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขา แต่อย่างไรก็ตามจุดหนึ่งที่สามารถพูดได้คือ ครั้งหนึ่งเขามีท่าทีต่อต้านเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรจากเผ่าพันธุ์มนุษย์

 “เนี่ยหลี่ ข้าจะเดินไปที่ดินแดนมรณะเก้าชั้นกับเจ้ายู่หยานพูด

ด้วยความช่วยเหลือของเทพธิดายู่หยาน การเดินทางครั้งนี้จะต้องปลอดภัยมากขึ้นอย่างแน่นอน

หลังจากตัดสินใจว่าเดินทางไป เนี่ยหลี่ก็ได้เตรียมคนที่จะเดินทางไปไปยังดินแดนมรณะเก้าชั้นกับเขา คนแรกที่เขาคิดเอาไว้คือต้วนเจี้ยน ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของต้วนเจี้ยน หากว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายอะไรที่จะเกิดขึ้น เขาจะสามารถปกป้องตัวเขาเองได้ สำหรับส่วนที่เหลือเขาไม่แน่ใจว่าจะนำพาพวกเขาไปด้วยดีหรือไม่

เนี่ยหลี่บอกให้ต้วนเจี้ยนให้เดินทางไปกับเขา

 ต้วนเจี้ยนเจ้าจะเดินทางไปยังดินแดนมรณะเก้าชั้นกับข้าหรือไม่?”  เนี่ยหลี่ถามและมองไปที่ต้วนเจี้ยน
ต้วนเจี้ยนคุกเข่าลงและพูด ไม่ว่านายท่านจะเดินทางไปยังสถานที่แห่งใด ต้วนเจี้ยนจะตามนายท่านไปทุกหนทุกแห่ง แต่ต้วนเจี้ยนมีเรื่องอยากจะขอร้องนายท่าน

 “ลุกขึ้นก่อนแล้วค่อยพูด เจ้าต้องการอะไร?”

 “ก่อนที่จะเดินทางไปยังดินแดนมรณะเก้าชั้น ข้าหวังเอาไว้ว่าข้าจะต้องไปตัดหัวของของซิคงอวี้เป็นการส่วนตัวตาของต้วนเจี้ยนทอประกายเย็นเยียบอย่างน่ากลัว เมื่อใดที่ความแค้นได้รับการชำระ ต่อให้เขาต้องตายด้วยการต่อสู้ในอนาคตเขาก็จะไม่เสียใจ
เนี่ยหลี่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แม้ว่าซิคงอวี้จะเป็นผู้เยี่ยมยุทธระดับตำนาน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของต้วนเจี้ยนในเวลานี้ก็เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับซิคงอวี้ได้แล้ว และการเดินทางไปกลับอาณาจักรคุกอเวจีก็คงจะใช้เวลาไม่กี่วัน  เขาขมวดคิ้วและพูด ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะเดินทางไปอาณาจักรคุกอเวจีเป็นเพื่อนเจ้า!”

ในส่วนเรื่องของการหมั้นหมาย ตามมารยาทแล้วเนี่ยหลี่กับเอียจืออวิ้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในการจัดงาน ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงไม่มีเรื่องใดมารบกวนจิตใจ

 ขอบคุณนายท่าน!” ประกายตาของต้วนเจี้ยนเต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ เขาเฝ้ารอคอยวันนี้มานาน จากช่วงเวลาที่พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าเป็นต้นมา เขาก็ได้แต่เฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของการล้างแค้น



ณ อาณาจักคุกอเวจี

หลังจากตระกูลปีกสีเงินประสบความกับหายนะด้วยน้ำมือของเนี่ยหลี่และพรรคพวกมาเป็นเวลานาน ตระกูลปีกสีเงินก็อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาถูกตระกูลอื่น ๆ กดขี่ข่มเหง แต่เดิมนั้นตระกูลอื่นในอาณาจักรคุกอเวจีต่างก็คิดว่าตระกูลปีกสีเงินจะไม่สามารถกลับมามีอำนาจได้อีก พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าอยู่อยู่การบ่มเพาะพลังของซิคงอวี้จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นซิคงอวี้ยังส่งจดหมายไปถึงเหล่าผู้อาวุโสที่เป็นพันธมิตรกันเพื่อเรียกให้มาเข้าร่วมประชุมแต่งตั้งผู้นำพันธมิตรคนใหม่

ถึงแม้พวกเขาจะไม่มั่นใจว่าซิคงอวี้วางแผนอะไรไว้ แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ยังมาเข้าร่วมการประชุม

สนามกลางเมืองเต็มไปด้วยสมาชิกจากหลายตระกูล ตระกูลปีกสีเงินได้เตรียมการให้ผู้เยี่ยมยุทธระดับโกลด์และระดับแบล็คโกลด์สวมใส่เสื้อเกราะที่ดูเป็นมาตรฐานและดูดีในสายตาของพวกเขา ซิคงอวี้และซิคงหงหยูอยู่ท่ามกลางการแวดล้อมคล้ายกับเป็นคนที่มีชื่อเสียง
ใบหน้าของซิคงอวี้ขาวซีด แต่อย่างไรก็ตามดวงตาของเขาก็ทอประกายเย็นเยียบเต็มไปรังสีแห่งการฆ่าฟัน

 ท่านพ่อ บาดแผลของท่าน…”

ซิคงอวี้พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ข้าได้ใช้วิธีลับของตระกูลปีกสีเงิน ถึงแม้ว่าการบ่มเพาะพลังของข้าจะก้าวหน้า แต่อายุขัยของข้าก็เหลืออีกไม่มากนัก ข้าอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ปีเดียว หงหยู พ่อจะยกตำแหน่งหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรให้เจ้าและจะช่วยเจ้ากำราบเจ้าเฒ่าพวกนี้ด้วย ข้าจะบังคับให้พวกมันกินยาเม็ดหัวใจอเวจี อย่างน้อยมันก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าตระกูลปีกสีเงินอยู่รอดไปได้อีกหลายร้อยปี พ่อสามารถช่วยเจ้าได้เท่านี้ จากนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!”

 “ท่านพ่อ....ดวงตาของซิคงหงหยูคลอไปด้วยน้ำตา

 อย่าร้องไห้ เจ้าคือลูกสาวของข้า เจ้าจะร้องไห้ได้อย่างไร? ข้าซิคงอวี้ ได้ทำในสิ่งที่ข้าปรารถนามาตลอดชีวิต ฆ่าคนมานับไม่ถ้วนและมีวิญญาณพยาบาทอยู่ภายใต้ดาบของข้านับไม่ถ้วน หากในอนาคตข้าตกนรก ข้าจะกลายเป็นคนที่สามารถฆ่าภูตผีปีศาจและจะกลายเป็นอมตะ!” ดวงตาของซิคงอวี้ทอประกายด้วยความโหดเหี้ยม

 ค่ะ ท่านพ่อซิคงหงหยูตอบรับหลังจากปาดน้ำตา

.
ตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลหมาป่าเถ้า และเหล่าผู้เยี่ยมยุทธจากตระกูลอื่น ๆ ต่างก็มาปรากฏตัว เหล่าผู้อาวุโสจากหลายตระกูลต่างก็ยืนอย่างภาคภูมิ
จากสิบสามตระกูล ตระกูลที่มีผู้เยี่ยมยุทธระดับตำนานก็มีตระกูลปีกสีเงิน ตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์และตระกูลหมาป่าเถ้า สำหรับตระกูลอื่นเช่นตระกูลมังกรดำ พวกเขามีเพียงผู้เยี่ยมยุทธระดับแบล็คโกลด์ขั้นห้าดาว

ผู้อาวุโสของตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์ หลี่เซี่ยวพูดอย่างเย็นชา ซิคงอวี้ พวกเรารู้ว่าท่านวางแผนเรียกพวกเรามาประชุมที่นี่ แต่ด้วยสภาพของตระกูลปีกสีเงินในตอนนี้ ท่านไม่โอหังเกินไปหน่อยที่คิดว่าจะสามารถรับมือพวกเราทั้งหมดได้อย่างนั้นหรือ?”

หลี่เซี่ยวสวมเสื้อผ้าสีขาวและยืนอย่างสุขุมเยือกเย็นดั่งภูผา ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความกดดัน ข้างกายหลี่เซี่ยวมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นมีนามว่าหลี่เฮิง เขาเป็นคนที่ขายมีดบินสามเล่มให้แก่เนี่ยหลี่

 หลี่เซี่ยว โม่หยาถึงแม้ว่าเจ้าทั้งสองจะอยู่ในระดับตำนานเช่นข้า แต่ตระกูลของเจ้าทั้งสองก็ยังไม่อาจเทียบเคียงกับตระกูลของข้าได้ ในสองถึงสามปีที่ผ่านมานี้สภาพแวดล้อมในอาณาจักรคุกอเวจียิ่งย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ ข้ารู้สึกว่าพวกเราทั้งสิบสามตระกูลควรจะแต่งตั้งผู้นำกลุ่มพันธมิตรคนใหม่เพื่อนำพาพวกเราออกไปจากอาณาจักรคุกอเวจีแห่งนี้!” ซิคงอวี้พูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

 มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขัน ซิคงอวี้บางทีท่านอาจจะรู้จักทางที่จะออกไปจากที่นี่?” โม่หยาหัวเราะอย่างเย็นชา

 “แน่นอนว่าข้ารู้ ตราบใดที่พวกท่านแต่งตั้งข้าเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรคนใหม่ ข้าจะนำพาพวกท่านทั้งหมดออกไปจากอาณาจักรคุกอเวจีแห่งนี้ซิคงอวี้กวาดสายตาไปทั่วแล้วพูดข้าพบข่ายมนต์เคลื่อนย้ายซึ่งจะนำพาพวกเราออกไปจากอาณาจักรคุกอเวจี นอกจากนั้นข้ายังได้พบศิลาแห่งแสงที่จะใช้ทำการขับเคลื่อนข่ายมนต์ด้วย!”

จบตอน


แปลโดย XXX

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง