test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 213 เข้าสู่กับดัก



เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น !! กำปั้นของหวู่หมั่นนั้นห่างจากลอร์ดเอียมัวเพียงแค่นิ้วเท่านั้น
แต่หากได้ไปได้มากไปกว่านั้นไม่ เมื่อหวู่หมั่นมองไปยังลอร์ดเอียมัวได้เห็นเหมือนโล่โปร่งแสงห้อมล้อมลอร์ดเอียมัวอยู่

ขณะนั้นเองลอร์ดเอียมัวก็ยิ้มที่มุมปาก ทันใดก็มีน้ำแข็งรายล้อมร่างของหวู่หมั่นและ
ตรึงร่างหวู่หมั่นในทันที

ใครก็ตามแต่ที่หมายประทุษร้ายเมืองกลอรี่ จักต้องตายลอร์ดเอียมัวตะคอกอย่างเฉยเมยพร้อมประเคนกำปั้นไปยังร่างของหวู่หมั่น ทำให้น้ำแข็งที่ตรึงร่างนั้นแตกกระจายออกพร้อมร่างหวูหมั่นเองกระเด็นออกไปทั้งกับเลือดเต็มปาก

หวู่หมั่นไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าลอร์ดเอียมัวนั้นจะใช้เคล็คลับเช่นนี้ได้ ทำให้เขาไร้การป้องกันได้อย่างง่ายๆทั้งยังทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยทีเดียว

ถ้าต้องได้ประสบพบกับการโจมตีเช่นนี้ แม้นหวู่หมั่นจะไม่ถึงกับชีวิตก็คงได้รับบาดเจ็บสาหัส (ไม่ตายก็คางเหลือง)  หลังจากที่ได้เห็นภาพนั้น นักสู้ระดับตำนานนับหลายสิบจากตระกูลสหวู่กุ้ยก็พุ่งตรงไปทางทิศของลอร์ดเอียมัว ลอร์ดเอียมัวก็ไม่ได้ทำการไล่ล่าหวูม่านต่อ ทั้งยังถอยกลับโดยที่ไม่ได้เหลี่ยวหลังกลับไปมองคนที่มาไล่ล่าตามเขา
เลย

เจ้าจะไปไหนได้ เหล่านักสู่ระดับตำนานเหล่านั้นจากตระกูลหวู่กุ้ยกล่าวพร้อมไล่ตามหลังลอร์ดเอียมัว

ลอร์ดเอียมัวได้ทำร้ายหวู่หมั่นบาดเจ็บ พวกเขาจะปล่อยไปได้โดยมิทำสิ่งใดเลยหรือ?

อย่างไรก็ตาม ด้วยอัตราความเร็วของลอร์ดเอียมัวนั้น ลอร์ดเอียมัวจึงเข้ามาสู่อาณาเขตค่ายกลหมื่นอสูรด้วยความรวดเร็ว

เมื่อตระกูลหวู่กุ้ยนั้นเริ่มทำการโจมตีเมืองกลอรี่ พลเมืองชาวกลอรี่ทั้งหมดได้หลบหนีไปยังที่หลบภัยใต้ดิน ทั้งยังอยู่ในอาณาเขตของค่ายกลหมื่นอสูรด้วย
ค่ายกลหมื่นอสูรนี้ประดุษดั่งกับเกราะป้องกันภัยที่แข็งแกร่งซึ่งจะสามารถปกป้องทุกคนที่อยู่ภายในนี้

เหล่านักสู้หลาบสิบคนนั้นหยุดเพียงภายนอกค่ายกลและไม่ได้ย่างกรายเข้ามา

" มีบางสิ่งไม่ชอบมาพาลเกี่ยวกับค่ายกลนี้ พวกเราต้องระวังให้มาก  เจ้าเอียฮั่นนั้นบอกมาว่าค่ายกลหมื่นอสูรนี้อาจสามารถสังหารได้แม้กระทั้งนักสู้ระดับตำนานเลยทีเดียว "

"เหตไฉนใยพวกเราต้องจักเกรงค่ายกลเช่นนี้ด้วยเล่า พวกเราจะเข้าไปพร้อมกัน"
นักสู่ระดับตำนานของตระกูลหวู่กุ้ยนั้นถกเถียงกัน แม้นว่าว่าค่ายกลหมื่นอสูรนี้อาจสังหารได้แม้กระทั้งนักสู้ระดับตำนานได้จริง แต่ด้วยจำนวนของนักสู้ระดับตำนานมากมายของพวกเขา จึงมิได้ครั่นคร้ามต่อสิ่งใด

นักสู้ระดับตำนานคนนึงจึงได้นำเข้าไปในอาณาเขตของค่ายกลหมื่นอสูรก่อน

          เมื่อเห็นอย่างนั้นนักสู้ระดับตำนานคนอื่นๆก็ทยอยตามเข้ามาในอาณาเขตของค่ายกล นักสู้ระดับตำนานของตระกูลหวู่กุ้ยนั้นมีความคิดที่ตื้นเขินยิ่งนักโดยเฉพาะเกี่ยวกับ ความแข็งแกร่งของเมืองกลอรี่จากคำบอกเล่าของเอียฮั่น ดังนั้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาปรามาสเมืองกลอรี่  แม้เอียฮั่นจะรู้จักค่ายกลหมื่นอสูรแต่ก็หาได้รู้ซึ้งถึงพลังที่แท้จริงของค่ายกลหมื่นอสูรไม่ !!

นักสู้ระดับตำนานของตระกูลหวู่กุ้ยคนแล้วคนเล่า ที่รุกเข้ามาในเขตของค่ายกล ณ ใจกลางอาณาเขตของค่ายกลหมื่นอสูร เอี่ยเซิ่งตะคอกอย่างเฉยเมยพร้อมดำเนินการใช้งานค่ายกลหมื่นอสูรอย่างรวดเร็ว สัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์นับหมื่นตัวปรากฎขึ้นท่ามกลางฟากฟ้า และในทันใดนั้นท้องฟ้าทั้งหมดก็มืดดำครึ้มสนิท ในบัดดลดั่งการต่อสู่ที่เข้มข้นเริ่มขึ้น
แม้ว่าคนของตระกุลหวู่กุ้ยจะเป็นนักสู้ในระดับตำนาน แต่เมื่อมาอยู่ในค่ายกลหมื่นอสูรนี้แล้ว พวกเขารู้สึกเหมือนโดนกักและกดดันด้วยพลัง  ถ้าหากเป็นแค่เป็นเพียงสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ ธรรมดาๆทั่วไป พวกเขาสามารถฆ่ามันได้มากมายเท่าไหร่ที่ต้องการก็ย่อมได้ แต่เมื่อสัตว์อสูรเหล่านี้หากอยู่ภายใต้อาณัติ์การควบคุมของค่ายกลหมื่นอสูรแล้วไซร้ จะผสมผสานจุดเด่นตลอดจนจุดด้อยรวมกันได้อย่างลงตัวสมบูรณ์  จึงไม่ง่ายนักที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้

ไม่ว่าสิ่งใดก็ตาม ที่เหล่านักจากตระกูลหวู่กุ้ย(อสูรสาบ)จะพยายามอย่างไรก็ตามแต่ ก็มิอาจทำลายค่ายกลหมื่นอสูรนี้ได้เลย แม้ว่าจะต้องพึ่งหาทุกวิถีทางการทุกอย่างในช่วงเวลานี้ก็ตามแต่ก็ต้องทำ ด้วยเช่นนั้นค่ายกลนี้ยังไม่สามารถทำอะไรพวกเค้าได้ แต่หากจะหนีก็ยังเป็นเพียงแค่ฝันกลางวันเท่านั้นเอง

"ชั่วช้าจริง ไอ้ค่ายกลนี้ช่างร้ายอะไรเยี่ยงนี้"

"ข้าบอกแล้วไง ว่าให้รอบคอบกว่านี้ แต่กระนั้นพวกเจ้าก็ยังคงเข้าปะทะมาในนี้โดยที่ไม่ได้คิดก่อน"


เหล่านักสู้ระดับตำนานของตระกูลหวู่กุ้ยรู้สึกกดดันภายในใจ นับตั้งแต่เกิดมาและอาศัยอยู่ในโลกใต้พิภพ(โลกนรกานต์)นั้น พวกเขายังไม่เคยได้เห็นค่ายกลแบบนี้มาก่อนในชีวิต แม้ว่าเอียฮั่นจะเอ่ยถึงค่ายกลนี้มาก่อน แต่ก็เพียงบอกว่าค่ายกลนี้สามารถที่จะต่อกรกับหนึ่งในศิษย์ของจอมมารจากสมาคมทมิฬมาแล้ว แต่พวกเหล่านักสู้นี้ก็ไม่เคยจะคาดคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะสามารถจัดการกับพวกเค้าให้ติดอยู่ในกับดักค่ายกลนี้ทั้งหมดได้ในคราเดียว



ในขณะเดียวกันนั้นเอง กองทัพใหญ่ของตระกูลหวู่กุ้ยนั้นก็มาถึงจึงบุกเข้าโจมตีเมืองกลอรี่และเริ่มทำสงครามกับทหารประจำที่ป้องกันเมือง ก่อให้เกิดการต่อสู่ที่วุ่นวาย ขึ้น ลอร์ดเอียมัวร์ เงยหน้าขึ้น มองเห็นเหล่าสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ จำนวนหลายหมื่นอยู่รายล้อมรอบเหล่านักสู้ระดับตำนานของตระกูลสาบอสูรไว้นั้น ลอร์ดเอียมัวร์ ก็รู้สึกตกใจอย่างมากในจิต แม้นลอร์ดเอียมัวร์ยังมิเคยคาดคิดเลยว่า ค่ายกลหมื่นอสูรนั้นจะให้นักสู้ระดับตำนานเข้ามาติดกับได้ พลังของค่ายกลหมื่นอสูรนี้มากเกินกว่าที่ลอร์ดเอียมัวร์จะจินตนาการไว้เสียอีก

ลอร์ดเอียมัวร์ได้ยินจากเอี่ยเซิ่งมาว่า ค่ายกลหมื่นอสูรนั้นถูกวางตามแบบแผนโบราณที่เขียนขึ้น และก็เป็นเนี่ยหลี่สามารถเข้าใจแบบแผนอันเป็นปริศนาเหล่านี้ได้นั้นเอง ( ขนาดลอร์ดเอียมัวร์พบ ยังอ่านไม่ออกแต่เนี่ยลี่อ่านได้ เข้าใจและสามารถนำมาใช้จริงได้ไงครับ)


เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เนี่ยหลี่ก็จักสร้างความดีความชอบต่อเมืองกลอรี่ได้อย่างมากมายแล้วนัก ถ้าเนี่ยลี่อาจจะกลายเป็นบุตรเขยของตระกูลวายุเหมันตร์แล้วละก็ไร้ซึ่งปัญหาใดๆเกิดขึ้นแน่นอน


ขณะที่คิดไปถึงความอัศจรรย์ของเนี่ยหลี่นั้น หลอดเอียมัวร์ก็ยิ้มเล็กน้อย  เขาก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่และทันใดนั้นเริ่มลงมือสังหารนักต่อสู้ระดับธรรมดาก่อน ดังนั้นการสังหารหมู่ ก็ได้เริ่มขึ้น ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะอยู่ในระดับแบล็คโกลด์  แต่จะสามารถรับมือการปะทะจากนักสู้พลังระดับตำนานได้เช่นไรกัน?

ทัพทหารของตระกูลหวู่กุ้ยก็เกิดโกลาหลอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของลอร์ดเอียมัวร์เพียงผู้เดียว

ภายในอาณาเขตของพายุหิมะของลอร์ดเอียมัวร์นั้น ไม่มีนักสู้ระดับธรรมดาคนไหนของตระกูลหวู่กุ้ยนั้นรอดชีวิตแม้แต่ผู้เดียว

ร่างของลอร์ดเอียมัวร์เป็นดั่งเสมือนร่างของเทพแห่งสงครามของเมืองกลอรี่ ที่จะระเบิดเสียงเชียร์ทั้งยังเพิ่มขวัญกำลังใจให้อย่างมากมาย

จากฉากภาพที่เห็นนั้น ดวงตาของเหล่านักสู้ระดับตำนานที่ติดอยู่ในค่ายกลหมื่นอสูรก็กลายเป็นสีแดงด้วยจากความโกรธ
 "ถ้าเราไม่หลบหนีออกจากค่ายกลนี้ได้นั้น กองทัพของพวกเราจะย่อยยับเป็นแน่ !
แล้วพวกเราจะกลับไปอธิบายกับเหล่าผู้อาวุโสได้เช่นไรกันหา "

" ไอ้ค่ายกลชั่วช้าที่น่ารังเกียจนี้ ! "


นักสู่ระดับตำนานเหล่านั้นได้รวมพลังปะทะโจมตีไปที่ ณ อาณาเขตพลังของค่ายกลแต่หาได้ทำสิ่งใดกับค่ายกลหมื่นอสูรนี้ได้ไม่ ทั้งยังยิ่งทำให้ใบหน้าของเหล่านักสู้นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยสกปรกแทน

โชคดีจริงๆ ที่เนี่ยหลี่ได้เป็นคนวางค่ายกลหมื่นอสูรเอาไว้ มิเช่นนั้นพวกเขา(ฝั่งเมืองกลอรี่) ก็ไม่รู้จะหาทางวิธีการใดมารับมือกับนักสู้ระดับตำนานจำนวนมากมายขนาดนี้ได้ในคราเดียว  เอี่ยเซิ่งที่ยืนอยู่ใจกลางของค่ายกลหมื่นอสูร เรียกความจำในจิตได้ว่า
เนี่ยหลี่ได้เคยกล่าวไว้ ว่าต่อให้มีนักสู้ระดับตำนานมาเป็นโหลๆเข้ามาอยู่ในเขตแดนค่ายกลหมื่นอสูรนี้ จักไร้ซึ่งผู้ใดออกไปได้ซักราย  ตั้งแต่แรก เอี่ยเซิ่งนั้นก็ไม่เชื่อเนี่ยลี่
แต่หลังจากได้เห็นอนุภาพของค่ายกลนี้ด้วยสายตาของตนเองแล้ว ก็รู้สึกช่วยไม่ได้และได้แต่ถอนหายใจไปเรื่อยๆ (กว่าจะยอมรับฝีมือของเนี่ยลี่ได้ต้องเห็นว่าเป็นของจริง)

          หากมิใช่เพราะเนี่ยหลี่แล้ว ใครจะรู้ล่ะว่าเมืองกลอรี่อาจจะล่มสลายจบลงก็เป็นได้  เอี่ยเซิ่งได้จ้องมองลงไปยังเหล่านักสู้ที่อยู่ภายในค่ายกลหมื่นอสูรนั้น นับตั้งแต่พวกนักสู้เหล่านี้ได้เข้ามานั้น จะออกไปคงได้แค่ฝันเท่านั้น เอี้ยเซิ่งต้องแสดงให้ตระกูลหวู่กุ้ยนั้นต้องได้รับความเจ็บปวด เพื่อจะได้ไม่อาจหาญกล้าทำการใดๆกับเมือกลอรี่อีก

ภายใต้การควบคุมของเอียเซิ่ง อสูรระดับแบล็คโกลด์ ในค่ายกลหมื่นอสูรนั้นได้แสดงพลังอย่างบ้าคลั่งพุ่งกระโจนเข้าใส่เหล่านักสู้ระดับตำนานของตระกูลหวู่กุ้ย

ณ สวนภายในตำหนักเจ้าเมือง

"หลู่หมิง การต่อสู้นั้นรุนแรงยิ่งนัก พวกเราจะมิทำการสิ่งใดเลยหรือ? " นักสู้ระดับตำนานคนหนึ่งจากจากตระกูลตราหยกถามขึ้นมา

หลู่หมิงส่ายหน้าและกล่าวว่า "ตระกูลตราหยก เราไม่สามารถที่จะเปิดเผยโฉมหน้าของพวกเราได้ หากไม่เช่นนั้นแล้วจะนำความยุ่งยากปัญหาต่างๆมาเพิ่มให้กับเมืองกลอรี่
เป็นล้นพ้น เมื่อเวลามาถึง ตระกูลหวู่กุ้ยจักเข้าใจได้ว่าแค่ตระกูลมันตระกูลเดียวนั้นไม่อาจจะที่ยึดครองเมืองกลอรี่ได้ ตระกูลหวู่กุ้ยอาจจะต้องยอมรวบรวมหาพันธมิตรเพื่อที่จะได้มาโจมตีเมืองกลอรี่อีก

สองนักสู้ระดับตำนานนั้นก็พยักหน้ารับจากการที่พวกเขา(หลู่หมิงและพวก)ได้มายังเมืองกลอรี่ พวกเขาก็ตกหลุมรักเมืองนี้ขึ้นมาทันที เมืองกลอรี่แห่งนี้หากเมื่อเปรียบกับโลกใต้พิภพ(โลกนรกานต์แล้ว)นั้นแล้วที่นี่เหมาะที่จะเป็นที่อยู่ของชาติพันธุ์มนุษย์มากกว่าเสียอีก  และซ้ำยังมีทรัพยากรมากมายอย่างล้นพ้นในการบ่มเพาะพลังวิญญาณอีกด้วย หากว่าตระกูลตราหยกจะเข้ามาที่นี่แล้วละก็ เมืองกลอรี่นี้คงจะอ้าแขนยินดีต้อนรับพวกเขาเป็นแน่ โดยปราศจากการใช้กำลัง  ทั้งพวกเขาและเมืองกลอรี่ต่างก็เป็นชาติมนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น และที่เมืองกลอรี่นี้ ยังมีที่ให้อย่างเพียงพอเลยทีเดียว ! ดังนั้นหลู่หมิงและอีกสองคนจึงไม่ปราถนาที่จะเห็นเมืองกลอรี่ถูกยืดครองโดยตระกูลหวู่กุ้ย

เนี่ยหลี่ซึ่งขณะนี้ที่อยู่ ณ ใจกลางเขตอาคมดูดกลืนจิตอสูรและกำลังบ่มเพาะพลังวิญญาณอยู่นั้น ก็ได้ลืมตาขึ้นและกวาดสายตาไปยังโดยรอบ เอี่ยจืออวิน เซียวหนิงเอ๋อ และทุกคนยังอยู่ในการดูดซับพลังในการบ่มเพาะอยู่ ทุกๆสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นภายนอกนั้นยังมิได้รบกวนการฝึกพลังแต่อย่างใด

เนี่ยหลี่มองไปในท้องฟ้าที่ห่างออกและเห็นนักสู้ระดับตำนานจากตระกูลหวู่กุ้ยนั้นติดกับอยู่ในค่ายกลหมื่นอสูร ด้วยพลังฤทธิ์เดชอำนาจของค่ายกลนี้ คงจะมหาหฤโหดสำหรับนักสู้ระดับตำนานเหล่านั้นที่จะทำลายออกมาได้

เหล่ากลุ่มนักสู้ระดับตำนานจากตระกูลหวู่กุ้ยยังคงมิสามารถที่จะทำสิ่งใดต่อเมืองกลอรี่ได้เลย  ตอนนี้พวกเขาอาจจะต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ เนี่ยหลี่และผองเพื่อน อาจจะมิต้องทำการใดทั้งสิ้น ซึ่งบ่งบอกได้ว่าเนี่ยลี่และพวกสามารถปกปิดพลังความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังมีความรู้สึกสัมผัสอย่างหนึ่งที่เข้ามาในจิตเนี่ยลี่  หากเมืองกลอรี่กำจัดเหล่านักสู้เหล่านี้ให้เสียสิ้น ตระกูลหวู่กุ้ยคงจะไม่ยอมให้ผลลัพท์ออกมาเป็นเช่นนั้นโดยง่ายแน่ และอีกไม่ช้าไม่นาน ก็จะมีหมู่เหล่านักสู้ระลอกต่อมายังเมืองกลอรี่เป็นแน่แท้

จบตอนครับ

 แปลโดย SPOCK





เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง