test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 210 - พี่สาวเทพธิดา


ขอรับเนี้ยหลี่ผงกหัวของเขา เนื่องจากผุ้อาวุโสเอียมัวได้กล่าวออกมา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องอยู่ที่นี่

เอียมัวได้ทิ้งเขาไว้กับเอียเซิ่งแล้วออกไปจากสถานที่นี้

เอียเซิ่งแค่นเสียงหนึ่งครั้งกล่าวว่าเจ้าทำได้ดีนี่ ตอนนี้เจ้าก็มีคนหนุนหลังแล้ว ข้าคงไม่สามารถว่ากล่าวตักเตือนเจ้าได้อีกแล้ว สินะ?”

ท่านพ่อตาย่อมมีสิทธิในการว่ากล่าวตักเตือนข้าอย่างแน่นอนเนี้ยหลี่กล่าวขึ้นขณะที่เขาหัวเราะ เอียเซิ่งนั้นสามารถทำให้คนอื่นตกใจกลัวได้ แต่มันไม่อาจใช้ได้กับเขา

หลังจากได้ฟังคำพูดกลั่วเสียงหัวเราะของเนี้ยหลี่ เอียเซิ่งยิ่งรู้สึกย่ำแย่กว่าเดิม มันเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรกับเนี้ยหลี่ได้ ดังนั้นเขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าในเมื่อเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบแล้ว ดังนั้นเจ้าต้องจัดการให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ทำการจัดส่งของหมั้นมา เจ้าจะต้องหมั้นไว้ก่อน แต่การแต่งงานจะถูกจัดขึ้นเมื่อพวกเจ้าอายุสิบหก ถ้าหากก่อนหน้านั้นเจ้าทำเรื่องไม่สมควรล่ะก็ข้าจะเป็นคนจัดการเจ้าด้วยตัวเอง

เนื่องจากบิดาของเขาได้ตกลงไปแล้ว ดังนั้นเอียเซิ่งจึงได้อนุญาติในเรื่องการแต่งงาน แต่ทว่าเขาก็ได้หาทางขัดขวางเนี้ยหลี่ในทางอื่นแทน

ข้าทราบแล้วถึงแม้เอียเซิ่งจะไม่ได้พูดก็ตาม แต่เนี้ยหลี่ก็ตั้งใจไว้ในทำนองนั้นอยู่แล้ว

เอียเซิ่งรู้สึกหมดหนทาง เขารู้ว่าการข่มขู่ของเขาไร้ประโยชน์ต่อเนี้ยหลี่ แต่ไม่ว่าอย่างไราเขาก็ควรพูดคำพูดพวกนั้นออกไป

ท่านพ่อตาสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจเนี้ยหลี่ยิ้มจากนั้นก็กล่าวกับเอียเซิ่งว่าใช่แล้วเมื่อเร็วๆนี้ข้าได้คิดออกถึงเคล็ดลับบางอย่างเกี่ยวกับพลังแห่งสัจธรรมในตอนนี้เนื่องจากท่านพ่อตาได้เข้าสู่ระดับตำนานแล้ว ท่านสามารถเริ่มทำการศึกษาทำความเข้าใจพลังแห่งสัจธรรมได้

เนี้ยหลี่ได้ทำการโจมตีด้วยกระสุนเงินอีกครั้ง

เอ๊ะเอียเซิ่งกระอึกกระอักตอบกลับ เนี้ยหลี่มักจะนำเสนอผลประโยชน์สารพัดอยู่เสมอ และน่าเสียดายนักที่เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธมันได้ หลังจากที่ได้รับประโยชน์มา เขาก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะทำอะไรกับเนี้ยหลี่ได้

การแสดงออกของเอียเซิ่งกลับกลายเป็นอ่อนโยนมากขึ้นกล่าวว่าเอียฮั่นได้ส่งจดหมายมาให้ข้า ลองดูสิ

ทันทีที่เนี้ยหลี่รับจดหมายจากเอียเซิ่งมาดูดวงตาเขาก็ส่องประกายเย็นเยียบออกมา เขากล่าวขึ้นว่าเอียฮั่นทรยศพวกเราจริงๆ เขาได้ขายเราให้แก่ตระกูลหวู่กุ้ยเสียแล้ว จากที่ข้าทราบมาตระกูลหวู่กุ้ยนั้นมียอดฝีมือระดับเซียนจำนวนสามคน ที่เรียกว่าระดับเซียนที่ว่านั้นหมายถึงระดับขั้นที่เหนือกว่าระดับตำนาน ใครก็ตามที่อยู่ในระดับขั้นนั้นจะสามารถควมคุมพลังแห่งสัจธรรมได้ ยอดฝีมือจำพวกนี้แหละที่ยากจะจัดการกับพวกมัน เพียงแค่หนึ่งในพวกมันก็สามารถสร้างภัยพิบัติแก่เมืองกลอรี่ได้

หลังจากขบคิดชั่วครู่เอียเซิ่งกล่าวว่าเราสามารถใช้สิ่งที่ดีที่สุดของเรา และขึ้นอยู่กับว่าค่ายกลหมื่นอสูรว่าจะสามารถขับไล่พวกมันออกไปได้

ความแข็งแกร่งของเมืองกลอรี่ในตอนนี้มีน้อยเกินไป ในขณะที่ตอนนี้เรายังต้องเผชิญกับคมเขี้ยวของตระกูลหวู่กุ้ย มันจะมีปัญหาอีกมากมายตามมาในอนาคต

เนี้ยหลี่คำนวนชั่วครู่กล่าวว่าจากดินแดนใต้พิภพมาที่นี่ พวกมันจะต้องใช้เวลาหลายวัน ถ้านำกองกำลังมาก็คงจะหลายเดือน ดังนั้นเราควรถ่วงเวลาไว้ ในระยะเวลาไม่กี่เดือนพวกเราสมควรหาหนทางจัดการกับตระกูลหวู่กุ้ย เมื่อคนของตระกูลหวู่กุ้ยมาที่นี่ เราจะถ่วงเวลาพวกมันไว้ ใครจะรู้ว่าถ้าหากท่านเอียมัวอาจสามารถเข้าใจถึงพลังแห่งสัจธรรมในช่วงเวลากระชั้นชิดแบบนี้และเข้าถึงระดับขั้นเซียน แต่ถ้าท่านทำได้เราก็จะมีทุนรอนสำหรับจัดการกับตระกูลหวู่กุ้ย

นอกจากนี้เราจะต้องเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของพวกเราก่อนเป็นอันดับแรก ปล่อยให้ตระกูลหวู่กุ้ยคิดว่าพวกมันมีความสามารถที่จะกลืนกินพวกเรา มิฉะนั้นหากตระกูลหวู่กุ้ยได้ทำการติดต่อกับตระกูลอื่นและเป็นพันธมิตรกันพวกเราจะประสบความกดดันเพิ่มขึ้น

เนี้ยหลี่ขบคิดชั่วครู่แล้วกล่าวอีกว่าโชคยังดี ที่ในจำนวนหลายสิบคนที่มาเป็นยอดฝีมือระดับตำนาน ไม่ใช่พวกระดับเซียน

คิ้วของเอียเซิ่งกระตุกหลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ชั่วครู่แล้วกล่าวว่าถ้าหากเป็นยอดฝีมือระดับตำนานหลายสิบคน ค่ายกลหมื่นอสูรคงจะเพียงพอจัดการกับพวกเขา!

สิ่งสำคัญในการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือระดับตำนานหรือระดับเซียนคือความแข็งแกร่ง กลยุทธ์เหล่านี้มีไว้เพียงเพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น แน่นอนว่ายอดฝีมือตระกูลหวู่กุ้ยยังจะคงมาสานต่อหลังจากพวกเขาได้เริ่มไว้ หลังจากเนี้ยหลี่ได้บอกถึงครรลองของพลังแห่งสัจธรรมแก่เอียเซิ่งแล้ว เขาเองก็ยังต้องการเข้าไปเก็บตัวฝึกฝนอย่างรีบด่วน

ความรู้สึกอันแรงกล้าของสถานการณ์กระชันชิดล้วนลุกโชนขึ้นในจิตใจของทุกคน นอกเหนือจากตระกูลหวู่กุ้ย มันยังมีโอกาสอีกมากที่เมืองกลอรี่ จะเผชิญหน้ากับขุมพลังอันแข็งแกร่งในอนาคต

กองกำลังแรกที่ตระกูลหวู่กุ้ยส่งออกมาคาดว่าจะมาถึงภายในสิบวันหรือมากกว่านั้น เอียมัวได้ทำการประเมินความแข็งแกร่งของพวกมันว่า มียอดฝีมือระดับตำนานสิบกว่าคนและหนึ่งในนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ระดับเซียน ดังนั้นเอียมัวจึงพยายามทะลวงไปยังระดับเซียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทางนี้เป็นทางเดียวที่พวกเขาจะสามารถต่อสู้กับตรูกูลหวู่กุ้ย

สำหรับเนี้ยหลี่เองก็กำลังพิจารณาถึงพลังของฝ่ายตรงข้าม ในฝั่งของเขามีห้ายอดฝีมือระดับตำนาน มีเทพธิดายู่หยาน, ต้วนเจี่ยน, ลั่วหมิง, และอีกสองคนที่มาจากตระกูลตราประทับหยก ถ้านับรวมเอียมัวกับเอียเซิ่ง ก็จะมีเจ็ดคน ด้วยค่ายกลหมื่นอสูร พวกเขาแทบไม่ต้องออกไปเผชิญกับกองกำลังแรกของตระกูลหวู่กุ้ย

แต่นี่มันยังคงไม่เพียงพอ!

ความเร็วในการฝึกฝนเคล็ดวิชา [เทพวิถีฟ้า] ยังคงช้าเกินไป เนี้ยหลี่ไม่มีทางเลือก และคิดเกี่ยวกับการยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา

ใช่แล้ว, เคล็ดวิชาอสูรกลืนวิญญาณ!

เนี้ยหลี่นึกขึ้นมาได้ถึงเคล็ดวิชาลับที่เขานั้นเคยเห็นเมื่อช่วงชีวิตก่อนหน้าของเขา หลังจากกล่าวคำอำลากับเอียเซิ่งแล้ว เขาก็รีบตรงไปยังลานบ้านของเอียจื้ออวิ้น

การที่เอียมัวกลับมาทำให้เอียจื้ออวิ้นรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ อย่างไรก็ตามเธอได้รีบกลับเข้าไปฝึกฝนอย่างรวดเร็วหลังจากที่เธอได้พูดคุยกับท่านปู่ของเธอ ในขณะเดียวกันเธอก็ได้รู้ว่าเนี้ยหลี่นั้นกลับมาแล้วจากเอียมัว หลังจากที่แยกจากกันเป็นเวลานาน เธอมีความปรารถนาเล็กๆสำหรับเนี้ยหลี่ แต่ทว่าเธอพยายามระงับอาการเต้นของหัวใจของเธอและยังคงฝึกฝนอยู่ภายในตึกของตัวเองไปตามปกติ

แต่ดูเหมือนว่า หัวใจของเธอจะไม่ยอมสงบลง ทำให้เธอล้มเหลวในการฝึกฝนหลายต่อหลายครั้ง

เนี้ยหลี่ได้เข้ามายังภายในลานบ้านและมองเห็นเอียจื้ออวิ้นกำลังควบคุมราชินีหิมะ ภายในปากของราชินีหิมะมีไข่มุขอยู่ลูกหนึ่ง นี่เป็นไข่มุขที่เนี้ยหลี่ได้นำกลับมาจากดินแดนคุกนรกจองจำ มันดูเหมือนกับอัญมณีจิตวิญญาณลมหิมะ ทำให้การฝึกฝนของเธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดวงตาทั้งสองของเอียจื่ออวิ้นได้ปิดลง พวงแก้มที่สวยงามของเธอดูราวกับหยกเนื้อดีนั้นกำลังส่องประกายอยู่ภายใต้รัศมีแสงของพายุหิมะ ทำให้เธอดูราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิอันสูงส่ง  ทิวผมสีม่วงของเธอที่พาดอยู่บนบ่าของเธอยังช่วยขับกลิ่นอายเอื่อยเฉื่ยเพิ่มขึ้น เธอยังใส่ชุดคลุมผ้าไหม้สีขาวที่ช่วยขับเน้นสัดส่วนทำให้เธอดูบริสุทธิ์และมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

รังสีหนาวเย็นได้เคลื่อนไหวเป็นลักษณะวงกลมอยู่ภายในลานบ้านคล้ายกับพระราชวังน้ำแข็งอันสวยงาม สำหรับตอนนี้ชั่วขณะหนึ่งเนี้ยหลี่ได้จมลงไปกับการเหม่อมองไปยังเธอ สำหรับช่วงเวลานี้เขาปรารถนาเพียงแค่จ้องมองไปยังเธออย่างสงบโดยที่ไม่มีสิ่งได้มารบกวนพวกเขา

โดยที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้น เอียจื้ออวิ้นได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่าง และได้เคลื่อนสายตาของเธอ

เนี้ยหลี่เดินเข้าไปอยู่ด้านข้างของเอียจื้ออวิ้น เขารู้ว่าเธอสัมผัสได้ว่าเขามาถึงแล้ว แต่เธอยังคงปิดตาของตัวเองอยู่ ความคิดที่น่ารักของหญิงสาวทำให้เนี้ยหลี่เผยรอยยิ้มขึ้น

หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เนี้ยหลี่ก็ยังไม่ขยับเคลื่อนไหว เธอได้ลืมตาของเธอขึ้นและเห็นเขากำลังจ้องมองมาที่เธอ ในทันทีทันใดดวงหน้าของเธอก็แต่งแต้มไปด้วยสีแดงจากนั้นเธอก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมา เธอมองเขาด้วยความโมโหและพูดขึ้นว่าเจ้าจากไปเป็นเวลานานมาก โลกภายนอกคงมีสิ่งที่น่าสนใจมากเลยสินะ

ใช่แล้ว น่าสนใจมากเนี้ยหลี่ยิ้ม

เนี้ยหลี่ ครั้งหน้าถ้าเจ้าออกไปแล้วไม่พาข้าไปด้วย ข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีกเลยคอยดูเอียจื้ออวิ้นพูดด้วยท่าทีขุ่นเคืองเป็นอันมาก หลังจากที่เนี้ยหลี่จากไปเป็นเวลานาน หัวใจของเธอกลับโหยหาถึงเขา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเป็นเช่นนี้ เมื่อใดก็ตามถ้าหากเธอไม่เห็นเนี้ยหลี่ เธอจะรู้สึกขุ่นเคืองอย่างบอกไม่ถูกภายในจิตใจของเธอ

เธอยังกังวลว่าเนี้ยหลี่นั้นจะหายไปจากชีวิตของเธอ หรือว่าเขานั้นไม่รักเธอแล้ว มันช่วยไม่ได้ที่หัวใจของเธอจะรู้สึกกังวล

เพราะว่าการฝึกฝนในครั้งนี้อันตรายเกินไป แน่นอนว่าคราวหน้าข้าจะพาเจ้าไปด้วยเนี้ยหลี่ยิ้ม เขาดึงเอียจื้ออวิ้นเข้ามาแล้วพูดว่าเวลาตอนนี้กระชั้นชิดนัก ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องกระทำ เราควรจะเรียกตูซือ, ลู่เปียว, หนิงเอ๋อ แล้วก็พวกที่เหลือมา!

เจ้า…...” เมื่อมือของเธอถูกเนี้ยหลี่จับไว้ หัวใจของเธอสั่นไหวด้วยความเอียงอายแต่ทว่าเธอไม่ได้ขัดขืน ในคราวนี้เธอยอมให้เขาจับเอาไว้แต่โดยดี

ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ลานบ้าน

ลั่วหมิงกับผู้ติดตามทั้งสองจากตระกูลตราประทับหยกถูกจัดให้อยู่ในสถานที่อื่นไม่ไกลจากที่นี่นัก ทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นคนที่เขาสามารถไว้ใจได้ เอียจื้ออวิ้น, ตูซือ, ลู่เปียว, เซี่ยวหนิงเอ๋อ, ต้วนเจี้ยน, เหว่ยหนาน, ซูเซียงจุน, ซานหมิง และ เสี่ยวซุ่ย

รวมตัวเองด้วยเป็นทั้งหมดสิบคน

ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียทีนะเนี้ยหลี่ เจ้าหายไปนานมากจนทำให้พวกข้าเป็นกังวลเลยทีเดียวลู่เปียวหัวเราะลั่นขณะที่เขาคล้องแขนลงบนคอของเนี้ยหลี่แล้วก็ทุบเขา

ภายในดวงตาอันสวยงามของเซี่ยวหนิงเอ๋อ เธอมีคำพูดมากมายเป็นพันที่อยากจะพูดเมื่อเธอเห็นเขา อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ได้พูดออกมา ในเวลานี้เมื่อเจอเนี้ยหลี่หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความปรารถนา

เนี้ยหลี่ยิ้มน้อยๆกล่าววว่ามีอะไรหลายอย่างกำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ข้าจะค่อยๆบอกพวกเจ้าในภายหลัง ก่อนอื่นข้าจะแนะนำใครบางคนกับพวกเจ้าเขายกแขนขวาของเขาขึ้นและเทพธิดายู่หยานก็บินออกจากท้องแขนของเขาไปในอากาศ

ยู่หยานในวันนี้สวมใส่ชุดผ้าไหมสีแดงเข้มราวกับอัคคีกองหนึ่ง ลักษณะที่งดงามของเธอทำให้ทุกคนตาพรางพราว ถึงแม้ว่าเธอจะมีขนาดตัวเท่ากับมือมนุษย์สองมือซ้อนกันก็ตาม ด้วยความงดงามของเธอยังคงเปล่งประกายด้วยความศักดิ์สิทธิและสูงศักดิ์ เมื่อมองไปที่เธอเป็นธรรมดาที่คนทั่วไปจะรู้สึกต่ำต้อยกว่า

เมื่อได้เห็นเทพธิดาตัวน้อยข้อความประหลาดใจก็ได้ถูกเขียนขึ้นบนใบหน้าของพวกเขาทุกคน

เธอเป็นใคร?”

ทำไมเธอถึงตัวเล็กจัง?”

ทุกคนเบิงตากว้างและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนเพ่งมองไปยังเธอ ลูเปียวก็ค่อยๆยกแขนของเขาขึ้น ต้องการที่จะหยิกเข้าไปที่แก้มน้อยๆของยู่หยาน แต่ทว่าอย่างไรก็ตามเธอได้ปล่อยรังสีอำมหิตออกมา นั้นทำให้ลู่เปียวรีบถอยห่างจากเธออย่างรวดเร็ว

ลู่เปียวตกตะลึง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะมีพลานุภาพสูงส่งถึงขั้นนี้

ชื่อของเธอคือยู่หยานเนี้ยหลี่ตบลงไปบนบ่าของลู่เปียวและกล่าวว่าเธอเป็นจิตวิญญาณแห่งเทพของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และเธอก็อยู่มานานหลายพันปีแล้วด้วย เธอยังเป็นยอดฝีมือผู้ที่อยู่เหนือกว่าระดับตำนาน อย่างไรก็ตามขุมพลังแห่งเทพกับร่างกายศักดิ์สิทธิของเธอได้ถูกทำลายไป นี่เป็นร่างศักดิ์สิทธิใหม่ที่พึ่งได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาเมื่อเร็วๆนี้ นั้นเป็นสาเหตุว่าทำไมเธอถึงได้ตัวเล็ก

จิตวิญญาณแห่งเทพที่อยู่เหนือกว่าระดับตำนาน? เมื่อได้ยินที่เนี้ยหลี่พูดใบหน้าของลู่เปียวพลันซีดเผือดลงเนื่องจากความกลัว เขาเกือบจะล่วงเกินท่านเทพธิดาไปเสียแล้ว? โชคยังดีที่ท่านเทพธิดาไม่ได้ถือสาเขาและเพียงสะบัดเขาออก มิเช่นนั้นเขาคงจะตายโดยที่ยังไม่ทันได้รู้ตัว

เอียจื้ออวิ้น, เซี่ยวหนิงเอ๋อ กับพรรคพวกมีอาการตื่นตกใจอยู่บนสีหน้าของพวกเขา กับสิ่งที่คงอยู่มาตลอดหลายพันปี และยังอยู่เหนือกว่าระดับตำนานนั้น ถึงแม้ว่าขุมพลังแห่งเทพของเธอจะพังทลายไป แต่เธอก็ยังคงอยู่ในจุดที่ทั้งหมดไม่สามารถบรรลุไปถึงได้

ส่วนเรื่องที่ว่าเนี้ยหลี่ได้ไปพบกับเทพธิดายู่หยานและวิธีการพาเธอกลับมายังเมือกลอรี่อย่างไรนั้น? มันช่วยไม่ได้ที่จะทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเล็กๆน้อยๆ

ยินดีที่ได้พบทุกคน จากนี้ไปพวกเจ้าจะเรียกข้าว่าพี่สาวเหมือนกับที่เจ้าเนี้ยหลี่เรียกข้าก็ได้นะการแสดงออกของยู่หยานอ่อนโยนนุ่มนวลมากขณะที่ร่อนลงตรงไหล่ของเนี้ยหลี่ หลังจากที่เธออยู่กับเนี้ยหลี่มาเป็นเวลานาน เธอก็รู้สึกกับเขาเหมือนกับว่าเขานั้นเป็นน้องชายตัวน้อยของเธอไปเสียแล้ว

พวกเขาสามารถเรียกเทพธิดาที่อยู่มานานหลายพันปีว่าพี่สาวได้อย่างนั้นหรือ? ช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะเกิดความรู้สึกกังวลในจิตใจ ขณะเดียวกันทั้งหมดนั้นก็ได้เคลื่อนสายตาจ้องมองไปยังเนี้ยหลี่



แปลโดย [แร๊คคูนแมน]




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง