test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

3 พ.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 208 โครงสร้างพลังแห่งสัจธรรม

ตอนที่ 208 - โครงสร้างพลังแห่งสัจธรรม



ท่านปู่เอียมัว ตระกูลหวู่กุ้ยได้ส่งคนมาเพื่อจัดการกับเมืองกลอรี่แล้ว พวกเราควรกลับไปโดยเร็ว!เนี้ยหลี่พูดขึ้น เอียมัวมองตรงไปด้านหน้าอย่างครุ่นคิด นับแต่ที่เขาได้อาศัยอยู่ภายในเมืองใต้พิภพมาอย่างยาวนาน เขาควรจะเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าเมื่อเทียบกับเนี้ยหลี่

สีหน้าของเอียมัวเคร่งขรึมลงเล็กน้อยและกล่าวด้วยความเย็นชาว่า เอียฮั่นเจ้าคนทรยศนั่น ! เขาได้แพร่งพรายข้อมูลของเมืองกลอรี่แก่ตระกูลหวู่กุ้ย เมืองกลอรี่ย่อมต้องถูกหมายตาโดยตระกูลหวู่กุ้ยเป็นแน่ ด้วยความแข็งแกร่งของเมืองกลอรี่ในตอนนี้ เราคงไม่สามารถจัดการกับตระกูลหวู่กุ้ย ถ้าหากเราสามารถถ่วงเวลาพวกมันไว้นานที่สุดได้ล่ะก็ จากนั้นค่อยคิดหาหนทางอื่น

ถ้าเขาทราบมาก่อนว่าเอียฮั่นนั้นมีใจคิดคดทรยศเอียมัวคงจะสังหารเขาด้วยมือของตัวเองมานานแล้ว!

ท่านปู่เอียมัว ท่านอยู่ในนครใต้พิภพมานานเท่าใดแล้วหรือขอรับ?” เนี้ยหลี่ถามขณะมองไปที่เอียมัว

ข้าได้ตระหนักถึงการดำรงอยู่ของนครใต้พิภพเมื่อห้าปีก่อน……” เอียมัวยังคงไม่สามารถยืนยันตัวตนของเนี้ยหลี่ได้ ด้วยเหตุนี้เขาไม่ควรจะพูดมากเกินไป

ดังนั้นแล้วตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมาเอียมัวได้ค้นพบนครใต้พิภพ นี่เป็นระยะเวลาที่เขาไม่ได้อาศัยอยู่ภายในเมืองกลอรี่ ด้วยความสามารถของเอียมัวเขาคงไม่สามารถทำอะไรได้ภายในห้าปี หรือว่าเขาอาจจะเตรียมการทำบางอย่างไว้อยู่แล้ว

ในเมืองกลอรี่ เอียมัวเป็นเสาหลักศูนย์รวมจิตใจของทุกคน จากช่วงเวลาที่เนี้ยหลี่เข้าใจ เขาเคยได้ยินความสำเร็จทุกอย่างของเอียมัวเคยทำมา ในฐานะของเขาที่เป็นพลเมืองธรรมดาเขาได้ลุกขึ้นด้วยความสามารถของตนเอง และจากความเข้าใจที่มีต่อการฝึกฝนเขาก็ได้แต่งงานกับบุตรสาวเจ้าเมือง จนกลายมาเป็นเจ้าเมืองคนต่อไป และกลายเป็นจุดสูงสุดที่ดำรงอยู่ของเมืองกลอรี่ เพราะเหตุนี้เอียมัวจึงถูกเคารพประดุจบุคคลในตำนาน

สำหรับเรื่องการแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าเมือง เนี้ยหลี่รู้สึกว่าเขาควรต้องหารือเล็กๆน้อยๆกับท่านปู่เอียมัวเสียแล้ว

สักครู่หนึ่งเอียมัวไม่อาจทนต่อความสงสัยได้อีกต่อไปจึงถามว่าเจ้าเด็กน้อยเจ้ามาจากตระกูลใด?”

ข้ามาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ขอรับเนี้ยหลี่ยิ้ม

เอียมัวจำได้ว่าท่ามกลางเหล่าตระกูลขุนนางในเมืองกลอรี่ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นอยู่อันดับท้ายสุด เขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาจะสามารถผลิตอัจฉริยะดังเช่นเนี้ยหลี่ได้ แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ เขามองสำรวจเนี้ยหลี่ใหม่ทั้งหมด ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะเป็นคนของตระกูลบันทึกสวรรค์ แต่ถ้ายึดความสำเร็จของเนี้ยหลี่เป็นหลัก รวมถึงการที่เขาได้รับความร่วมมือจากตระกูลตราประทับหยก และยังมีลั่วหมิงกับผู้ติดตามของเขาที่เป็นผู้ฝึกตนระดับตำนานอีกสองคนก็น่าจะคุณสมบัติเพียงพอให้พูดคุยกับตระกูลวายุเหมันต์ได้

เมื่อก่อนหน้านี้ เอียฮั่นเคยพยายามลอบสังหารท่านพ่อตาด้วยพิษสมุนไพรลิ้นมังกรของเขาด้วยนะขอรับ โชคยังดีที่ตอนนั้นข้าอยู่ด้วยจึงสามารถถอนพิษออกมาได้ แต่ข้านึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากเอียฮั่นทรยศเมืองกลอรี่แล้วเขายังขายข้อมูลเมืองกลอรี่ให้กับตระกูลหวู่กุ้ยอีก นี่ยกโทษให้ไม่ได้!ดวงตาของเนี้ยหลี่เปล่งประกายด้วยความต้องการฆ่าอย่างแจ่มชัด

หลังจากนั้นตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬทำการหักหลังเมืองกลอรี่ เคราะห์ยังดีที่เสิ่นฮ่องถูกสังหารโดยท่านพ่อตา เหลือพวกมันเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หนีรอดไปได้

เอียมัวขมวดคิ้วของเขาเพียงแวบหนึ่ง ชั่วเวลาที่เขาไม่อยู่ในเมืองกลอรี่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ

เอียฮั่นนั้นเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง! มันเป็นเพราะเจ้าเอียเซิ่งที่ทำให้เขาเสียคน เจ้าเอียเซิ่งมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของมัน และยังตั้งใจจะส่งผ่านตำแหน่งเจ้าเมืองไปให้กับมันเสียอีก การที่ไม่สังหารเอียฮั่นในเวลานั้นทำให้เมืองกลอรี่ตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ มันเป็นความผิดของเขา เมื่อข้ากลับไป คงจะต้องทำการสั่งสอนเขาเสียแล้ว!เอียมัวพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ถ้าไม่ได้เนี้ยหลี่เอียเซิ่งคงถูกสมุนไพรลิ้นมังกรเอาชีวิตไปเป็นแน่แท้ แม้กระทั่งเขาเองก็ยังไม่มีวิธีการรักษาพิษจากสมุนไพรลิ้นมังกรนี้ แต่ทว่าเนี้ยหลี่สามารถช่วยเอียเซิ่งเอาไว้ได้ ไม่แปลกใจเลยที่เขาได้หมั้นหมายกับจืออวิ้นของเขา

สมาชิกของตระกูลวายุเหมันต์นั้นรู้จักวิธีการตอบแทนบุญคุณและรักษาคำพูดเสมอ เนื่องจากเอียเซิ่งได้หมั้นหมายจืออวิ้นกับเนี้ยหลี่แล้ว ดังนั้นเขาเองก็ควรจะยอมรับการแต่งงานนี้อย่างเต็มใจ

ด้วยการเคลื่อนที่รวดเร็วประดุจสายฟ้ามุ่งหน้าไปยังเมืองกลอรี่ เนี้ยหลี่กับเอียมัวยังคงนำอยู่ด้านหน้า ทางด้านหลังยังมีผู้ที่เคลื่อนตัวตามมาก็คือลั่วหมิงกับอีกสองคน เนี้ยหลี่ก็เริ่มต้นการสนทนากับเอียมัวต่อ

ท่านปู่เอียมัวท่านได้เข้าถึงสัจธรรมแห่งวายุเหมันต์แล้วหรือขอรับ?” เนี้ยหลี่ถามขึ้นขณะมองไปยังเอียมัว ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้ถึงสัจธรรมแห่งวายุเหมันต์ที่แผ่ออกมาจากเอียมัว

ถูกแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่ถึงขั้นเข้าใจอย่างถ่องแท้ ข้าแค่เพียงสัมผัสในแง่มุมหนึ่งของมันเท่านั้น ข้าคาดว่ายังคงอีกนานกว่าจะไปถึงขั้นเซียน (เดมิก๊อด)เอียมัวกล่าวขณะที่เขาส่ายหัว

นอกจากนี้ข้ายังสัมผัสได้ถึงสองกลิ่นอายที่ค่อนข้างทรงพลังแผ่ออกมาจากท่านปู่เอียมัว ถ้าท่านปู่เอียมัวสามารถเข้าใจในอำนาจแห่งสัจธรรมแล้วล่ะก็ ความแข็งแกร่งของท่านคงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากมายเป็นแน่เนี้ยหลี่ยิ้ม

ร่องรอยแปลกใจสะท้อนอยู่ภายในดวงตาของเอียมัว เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเนี้ยหลี่นั้นมีสติปัญญาหลักแหลมเช่นนี้ นอกเหนือไปจากการสัมผัสได้ถึงพลังแห่งสัจธรรมจากร่างของเขา เขายังสามารถสัมผัสได้ถึงสองกลิ่นอาย ช่างน่าตกใจนักด้วยใบหน้าของเนี้ยหลี่เขาเป็นเพียงแค่เด็กที่มีอายุสิบสี่ปีเท่านั้น! เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะเป็นบางคนที่ใช้ [เคล็ดดวงจิตกลืนดารา] เหมือนจอมมารรึไม่?

เอียมัวตรวจสอบเนี้ยหลี่ แต่ทว่าเขาไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายจากดวงจิตกลืนดาราจากร่างกายของเขาเลย

จากการมองของเอียมัวส่งผลให้เนี้ยหลี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเขาจึงกล่าวว่าท่านปู่เอียมัว ข้าไม่ใช่ใครบางคนที่ใช้เคล็ดดวงจิตกลืนดารา ในเหล่าบรรดาผู้ที่ใช้เคล็ดดวงจิตกลืนดารานั้นใบหน้าของพวกเขาจะซีดจาง เลือดในกายจะถูกต้มจนเดือดอยู่เสมอและดวงจิตพวกเขาก็ประดุจกระแสน้ำที่เอ่อล้น ข้าล้วนหาได้มีอาการใดๆเหล่านั้น

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่เอียมัวเผยรอยยิ้มฝืนๆออกมา เขาคาดไม่ถึงว่าความคิดของเขาจะถูกมองออกโดยเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่รู้สึกระอายใจเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องเคล็ดดวงจิตกลืนดารา แต่วิญญาณของเขาได้รับการกำเนิดใหม่ เขาคิดว่าสิ่งที่ลึกซึ้งที่สุดในโลกใบนี้อาจจะเป็นจิตวิญญาณก็เป็นได้

ข้ามีความรู้แจ้งในสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืด ดังนั้นจิตวิญญาณของข้าจึงแข็งแกร่งกว่าของคนธรรมดาเนี้ยหลี่คิดถึงข้ออ้าง ไปพร้อมกับเคลื่อนไหวมือขวาของเขา สัจธรรมแสงสว่างกับความมืดก็เปล่งประกายพาดผ่านปลายนิ้วของเขา

เอียมัวรู้สึกถึงสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืด ด้วยความประหลาดใจเขาได้หันไปมองทางเนี้ยหลี่ทันที ก่อนอื่นควรจะรู้ว่าตัวเขานั้นต้องผ่านการฝึกฝนนานับประการมาเป็นเวลานับทศวรรษก่อนที่เขาจะสามารถตีความถึงร่องรอยพลังแห่งสัจธรรม นอกจากนี้ยังมีหนทางอีกไกลก่อนที่เขาจะควบคุมพวกมันได้ตามปรารถนา อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่เข้าใจในพลังแห่งสัจธรรมและสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ

เรื่องแท้จริงที่ก็คือเขาไม่ได้ฉลาดขนาดนี้เมื่อตอนที่เขาเท่าเนี้ยหลี่ เอียมัวได้สลักชื่อของเนี้ยหลี่ลงในจิตใจว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง!

ด้วยการที่เข้าใจถึงสองพลังแห่งสัจธรรม เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดในอนาคต แม้แต่ในโลกใต้พิภพ เจ้าเมืองใต้พิภพเองยังไม่สามารถที่จะควบคุมสองพลังแห่งสัจธรรมในเวลาเดียวกันได้เลย ใช่ไหม?

เนี้ยหลี่มีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากในหัวใจของเอียมัว ในเรื่องการหมั้นหมายระหว่างจืออวิ้นกับเนี้ยหลี่ เอียเซิ่งยังนับได้ว่ามองการไกล เนี้ยหลี่นั้นมีความสามารถที่พิเศษ และลักษณะนิสัยที่ไม่หยิ่งผยอง เกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็ไม่มีปัญหาอะไรกับนิสัยของเขา

เนี้ยหลี่บนตัวของเอียมัวมีเศษเสี้ยวของดวงแสงศักดิ์สิทธิ์จากจิตวิญญาณเทพวายุเหมันต์อยู่ เว้นเสียแต่ว่าจิตวิญญาณเทพวายุเหมันต์จะสูญสิ้นไปแล้ว ถึงอย่างนั้นเพียงพลังอำนาจของเศษเสี้ยวนี้ แม้ไม่อาจเทียบได้กับตอนที่ยังสมบูรณ์แต่พลังนี้ยังคงยิ่งใหญ่มากนัก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกลิ่นอายลึกลับแผ่ออกมาจากตัวของเขา ทว่าข้าไม่สามารถตรวจสอบมันได้ยู่หยานถ่ายทอดเสียงไปยังเนี้ยหลี่ด้วยน้ำเสียงที่มีความเศร้าเจือปนเล็กน้อย

ดวงแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณเทพวายุเหมันต์? ไม่แปลกเลยที่เนี้ยหลี่จะรู้สึกตกใจ ที่มีเศษชิ้นส่วนแห่งจิตวิญญาณเทพวายุเหมันต์อยู่ภายในร่างกายของเอียมัว สำหรับกลิ่นอายอื่นๆนั้น ยู่หยานไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามันคืออะไร มันเหมือนกับว่ามันมาจากโลกอื่น

ความจริงแล้วพื้นฐานของอำนาจแห่งเป็นเพียงรูปแบบจารึก ทุกประเภทของพลังสัจธรรมจะมีโครงสร้างพิเศษเป็นของตัวเอง รูปแบบของวายุเหมันต์ก็ควรจะเป็นอะไรเช่นนี้รูปแบบจารึกก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเนี้ยหลี่ นี่เป็นโครงสร้างของพลังแห่งสัจธรรมที่เนี้ยหลี่มี

เมื่อเห็นรูปแบบจารึกขนาดเล็กเคลื่อนไหวบนฝ่ามือของเนี้ยหลี่ เอียมัวพูดอย่างประหลาดใจว่าถ้างั้นพลังแห่งสัจธรรมแท้จริงแล้วก็คือ รูปแบบจารึกบางอย่างงั้นรึ!

เมื่อได้เห็นโครงสร้างรูปแบบจารึกเหล่านี้ เอียมัวก็เข้าใจในทันทีหลังจากทั้งหมดเอียมัวเป็นบุคคลที่ปราชญเปรื่องและเขาได้ศึกษาในพลังแห่งสัจธรรมมาอย่างยาวนาน เขาควรจะมีองค์ความรู้ในพลังแห่งสัจธรรมอยู่บ้าง ด้วยคำพูดของเนี้ยหลี่ทำให้เขาเหมือนคนที่ตื่นจากฝัน เดินสู่ทางรู้แจ้ง

ดังนั้นในกรณีนี้…. เอียมัวเหลือบมองไปยังเนี้ยหลี่อย่างลึกซึ้ง เพียงคำพูดไม่กี่คำจากเนี้ยหลี่ มันก็อาจจะช่วยให้เขาเข้าถึงระดับขั้นเซียน (เดมิก๊อด)ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาก็เป็นได้!

เอียมัวรู้ว่าเนี้ยหลี่จงใจบอกทั้งหมดนี้แก่เขา ดวงตาของเขาก็มีประกายแห่งความขอบคุณ หลังจากการฝึกฝนมาหลายปี ร่างกายของเขาก็ทรุดโทรมลงไปตามอายุ เขาคิดว่าคงจะไม่สามารถเข้าสู่ระดับที่สูงกว่าได้อีกแล้ว

เอียมัวเป็นห่วงว่าหลังจากเขาจากไปจะไม่มีใครปกป้องเมืองกลอรี่ เอียเซิ่งเองก็ยังไม่เข้าถึงระดับตำนานถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาถ้าเขาเข้าถึงระดับตำนานแล้ว เขาก็ยังคงไม่อาจต่อกรกับจอมมารได้ จอมมารนั้นมีชีวิตไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตามชีวิตของเขานั้นอยู่ได้เพียงหนึ่งร้อยปีเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงที่ตอนนี้เมืองกลอรี่ถูกหมายตาจากตระกูลหวู่กุ้ย อย่างไรก็ตามถ้าหากเขาดำเนินการเข้าสู่ระดับเซียน (เดมิก๊อด)ได้ล่ะก็ อายุของเอียมัวก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นร้อยกว่าปีหรือมากกว่านั้น นอกจากนี้พวกเขายังมีต้นทุนที่จะต่อกรกับตระกูลหวู่กุ้ย แต่มันยังคงยากถ้าหากตระกูลหวู่กุ้ยส่งผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน สองคนมาจัดการเมืองกลอรี่ จนกว่าพวกเขาละทิ้งรากฐานและทำลายพวกเขากระทั่งพวกเขาหนีไป

เอียมัวรู้สึกพึงพอใจที่ยังมีรุ่นหลังเช่นเนี้ยหลี่ อีกทั้งเนี้ยหลี่ยังเป็นหลานเขยของเขา ความพึงพอใจของเอียมัวที่มีต่อเนี้ยหลี่ค่อยๆเพิ่มขึ้นๆ อย่างต่อเนื่อง

เนี้ยหลี่ยังคงบอกเล่าถึงรายละเอียดเคล็ดลับในการทำความเข้าใจพลังแห่งสัจธรรมแก่เอียมัว

ด้วยความสติปัญญาความฉลาดของเอียมัวหลังจากทำความเข้าใจในสาระสำคัญของพลังแห่งสัจธรรมขอบเขตการฝึกฝนของเขาก็พุ่งทยานขึ้นทันที พลังแห่งสัจธรรมแห่งวายุเหมันต์เองก็ค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในร่างของเขาด้วยเช่นกัน

มันกลับกลายเป็นว่าการเข้าใจในพลังแห่งสัจธรรมแท้จริงแล้วเป็นเรื่องง่ายอย่างยิ่ง!

ในหลายสิ่งหลายอย่างก่อนที่จะเข้าใจมัน การหาหนทางให้เจอมันเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาทำความเข้าใจต่อมัน พวกเขาก็จะค้นพบความจริงที่ว่ามันง่ายมากที่จะเข้าใจในพลังแห่งสัจธรรม

ลั่วหมิงกับอีกสองคนที่ติดตามมาทางด้านหลังรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างเนี้ยหลี่กับเอียมัว ถ้าหากพวกเขารู้ว่าเนี้ยหลี่พูดถึงความลับการฝึกฝนเพื่อเข้าสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน (เดมิก๊อด)แล้วล่ะก็ ลำไส้ของพวกเขาคงจะบิดเกลี้ยวจากการที่ไม่ได้ขึ้นไปและแอบฟังการสนทนาของพวกเขาเป็นแน่


แปลโดย [แร๊คคูนแมน]

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง