test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

20 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 187 การเผชิญหน้า


          เนี่ยหลีหลี่ตาลงนิดหน่อย ในตอนนี้เขาได้ใช้พลังของค่ายกลหมื่นอสูรอย่างเต็มพลังจนถึงขีดสุด
          
           ตูมมม!
          
      เสียงนั้นทำให้ทั้งโลกและสวรรค์ถึงกับสะเทือน มันเป็นเสียงที่น่ากลัวดั่งคลื่นยักษ์ที่โถมกวาดผืนแผ่นดิน ในขณะนั้นทุกผู้คนต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงจากคลื่นกระแทกที่แผ่กระจายไปยังอาคารต่างๆ จนถึงกับทำให้มันแตกร้าวได้
          

เป็นพลังที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!
          

นี่มันไม่ใช่พลังที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะมีได้เลย!
          

        เอียเซิ่งและผู้อาวุโสระดับทองดำต่างก็เปลี่ยนสีหน้า ภายในใจต่างคิดถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับพลังขนาดนี้ พวกเขาคงเป็นผุยผงภายในพริบตาเป็นแน่
          
        เมื่อหลงชาอยู่ภายใต้พลังระดับนี้ หน้าของเขาก็ซีดเผือดทันที ผิวหนังของเขานั้นเปิดออกจนเห็นกล้ามเนื้อภายใน นี่มันเป็นพลังที่ถึงกับทำลายร่างมังกรของเขาได้ พริบตาที่เขากำลังจะเข้าปะทะกับพลังนี้ หลงชาถึงกับต้องใช้งานของวิเศษบางอย่างในมือเขาทันที
          
        ตูม! ตูม! ตูม!
          
      ของวิเศษที่เขาใช้เพื่อป้องกันถึงกับระเบิดเป็นผุยผง ของวิเศษพวกนี้เขาได้รับมาจากจอมมารเมื่อครั้งที่หลงชาเข้าถึงระดับตำนาน มีทั้งเกราะผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ โล่แห่งความมืด และอื่นๆอีกหลายชิ้น
          
        อย่างไรก็ตามเมื่อของพวกนี้เข้าปะทะกับพลังของค่ายกลหมื่นอสูร พวกมันก็แทบจะกลายเป็นขี้เถ้าในทันที
          

         หลงชาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าพลังของค่ายกลหมื่นอสูรจะมีพลังที่สุดยอดขนาดนี้ ต่อให้เป็นของวิเศษระดับตำนานก็คงไม่อาจช่วยปกป้องตัวเขาได้
          

ตูม!
          
      หลงชากระเด็นลอยออกไปหลายร้อยเมตร หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงแสดงถึงลมหายใจที่ยังคงมีอยู่ เสื้อผ้าของเขาแหลกสลาย ร่างกายต่างก็เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ หลงชาตกอยู่ในสภาวะเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาไม่เสียสละของวิเศษจำนวนหนึ่ง หลงชาคงตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          
      ต่อให้ระดับพลังของเขาตอนนี้จะเป็นระดับตำนาน เขาก็ไม่อาจที่จะรับการโจมตีได้แม้เพียงครั้งเดียวเมื่ออยู่ต่อหน้าค่ายกลหมื่นอสูร!
          
     ความหวาดกลัวเข้าครอบงำหลงชา ตัวเขานั้นประเมินตนสูงเกินไป
          
    เอียเซิ่งและคนอื่นๆต่างก็ไม่คิดว่าหลงชาจะทรงพลังขนาดนี้ ถ้าเขาเป็นหมายเลขสองของสมาคมทมิฬและมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้ ถ้าอย่างนั้นจอมมารที่เป็นหัวหน้าที่แท้จริงของสมาคมทมิฬจะมีพลังขนาดไหนกัน?
          
       หลงชาจับหน้าอกของเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดแต่ก็แฝงด้วยความเคารพและพูดว่า "ค่ายกลหมื่นอสูรทรงพลังจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะของวิเศษที่ข้าใช้เพื่อรักษาชีวิตละก็ ข้าคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ที่ข้ารับมือกับการโจมตีจากเจ้า ข้ากับจอมมารจะรอเจ้าไปเยี่ยมเยือนที่สมาคมทมิฬ! ภายในสามเดือน ถ้าเจ้ายังไม่ไปเยือน พวกเราจะมาส่งคำเชิญให้กับเจ้าเอง!"
          
     หลังจากที่พูดจบ หลงชาก็คว้ากุยชาและลอยจากไป ค่อยๆหายออกไปบนฟากฟ้าจากระยะสายตา
          
         ได้เห็นหลงชาและกุยชาหลบหนีไปเช่นนั้น เนี่ยหลีก็หลี่ตาลง ถ้าเขายังคงใช้ค่ายกลหมื่นอสูรอย่างต่อเนื่อง เขาคงจะบังคับให้หลงชากับกุยชายังคงอยู่ที่นี่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าเขาฆ่าหลงชาและกุยชาในใจของเขาก็จะเกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่จอมมารจะออกมาเอง จากที่เห็นพลังของหลงชาแล้วมีความเป็นไปได้ว่าจอมมารจะต้องน่ากลัวกว่าหลงชาหลายเท่าแน่นอน นอกจากนี้จอมมารยังเป็นคนที่ได้ผ่านพิธีการปลอบประโลมจิตวิญญาณ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเหนือกลัวเอียมัวแน่นอน ถ้าเขาพบว่าหลงชากับกุยชาถูกฆ่า จอมมารจะต้องบ้าคลั่งถึงกับทำให้เมืองกลอรี่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตแน่นอน
          
        ในตอนนี้หลงชาได้หวาดกลัวต่อพลังของเนี่ยหลีแล้ว อีกทั้งเขายังมีเวลาอีกสามเดือน อย่างไรก็ตามสามเดือนมันเป็นเวลาที่สั้นนัก แต่มันเพียงพอสำหรับเนี่ยหลีพัฒนาตนเองขึ้นไปอีกหลายระดับ อีกอย่างท่านจ้าวเอียมัวก็คงกลับมาแล้วเมื่อถึงเวลานั้น
          
     หลงชาเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่ผ่านการปลอบประโลมวิญญาณมาแล้วหลายครั้ง นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวเนี่ยหลี ตั้งแต่ที่เขาพูดถึงระยะเวลาสามเดือน เขาคงไม่กลับมาที่นี่อีกแน่นอนภายในระยะเวลานั้น
          

      เนี่ยหลีถึงกับคิ้วกระตุกแล้วคิดภายในใจ 'ถ้าเช่นนั้นก็เจอกันอีกครั้งในสามเดือนหลังจากนี้'
          
     เอียเซิ่ง เอียซิ่วและคนอื่นๆต่างก็มายืนข้างเนี่ยหลี
          
      เอียเซิ่งถอนหายใจ "เจ้าหลงชาตอนนี้น่าจะอยู่ระดับตำนานสามดาว เหนือมันยังมีจอมมาร อีกทั้งระดับพลังของจอมมารก็ยังไม่แน่ชัด ถ้าคนพวกนี้เข้าโจมตีเมืองกลอรี่ล่ะก็... ข้ากังวลว่าจะมีเวลามากพอที่จะหยุดพวกมัน!"
          

          ความกังวลยังคงมีอยู่ภายในใจของเอียซิ่วและคนอื่น การโจมตีที่เนี่ยหลีได้กระทำนั้นมันช่างทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่อาจฆ่าหลงชาได้ ความแข็งแกร่งของหลงชาทำให้พวกเขาถึงกับตกใจได้ ไม่ต้องพูดถึงจอมมารที่ต้องมีพลังเกินกว่าจะจินตนาการออก
          

           "พวกเราหวาดกลัวต่อสมาคมทมิฬ แต่อย่างไรพวกเราก็มีท่านเอียเซิ่งและเอียมัวที่เป็นระดับตำนานอยู่เคียงข้าง ถ้าพวกเราใช้ชีวิตเดิมพันในการต่อสู้ พวกเราก็คงที่จะต้องสูญเสียหนักพอสมควรเช่นกัน" เนี่ยหลีพูด
          

           "เนี่ยหลี เจ้าไม่ใช่ผู้ผ่านการปลอบประโลมวิญญาณใช่ไหม?" เอียเซิ่งจ้องมองไปที่เนี่ยหลี ก่อนหน้านี้เนี่ยหลีและหลงชาได้สนทนากัน เอียเซิ่งต้องได้ยินมันแน่นอน
          

          “คนที่ใช้วิชาปลอบประโลมวิญญาณนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานนิจนิรันดร์และในทุกคืนจิตวิญญาณของพวกมันจะต้องถูกเผาไหม้ ใครมันจะไปใช้วิชาปีศาจแบบนั้นกัน? ข้าก็แค่ฉลาดกว่าคนทั่วไป และมีความรู้เกี่ยวกับตำนานและพระเจ้าก็เท่านั้น เนี่ยหลีรีบแก้ต่างความเข้าใจผิด
          

         ความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า? เอี้ยเซิ่งและคนอื่นๆ ถึงกับมึนงง อย่างไรก็ตามให้คิดอีกครั้งเกี่ยวกับเนี่ยหลี เนี่ยหลีนั้นก็ไม่เหมือนคนที่จะใช้วิชาปลอบประโลมวิญญาณมาก่อนหน้านี้แน่นอน
          

            “หลังจากที่ผ่านการปลอบประโลมวิญญาณ คนผู้นั้นจะต้องเข้าใกล้จุดสูงสุดของพลังระดับตำนาน ตราบใดที่พวกเขายังคงพัฒนาพลังอย่างต่อเรื่อง การข้ามไปสู่อีกระดับพลังก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ข้าเชื่อว่าจอมมารจะต้องใกล้ถึงระดับนั้นแล้วแน่นอน เนี่ยหลีกล่าวอย่างลุ่มลึก จอมมารทำให้เนี่ยหลีรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ถ้าเขาปรารถนาที่จะปกป้องเมืองกลอรี่ เขาก็ต้องล้มจอมมารลงให้ได้
          
เขากำลังคิดถึงหนทางที่จะพัฒนาตนเองขึ้นไป!
          

        เอียเซิ่ง เอียซิ่วและคนอื่นๆ ต่างก็ทอดสายตาออกไปไกล เมืองกลอรี่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด ตอนนี้เอียเซิ่งเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านเอียมัวถึงคิ้วขมวดทุกครั้งที่กลับมา อีกทั้งเอียเซิ่งยังไม่ทราบอีกว่าเขาไปยังที่แห่งใด เขาทราบเพียงแค่ว่าท่านเอียมัวในตอนนี้กำลังจับตามองการเคลื่อนไหวของสมาคมทมิฬอยู่ ในระหว่างที่สำรวจพื้นที่ลึกลับก็ปล่อยให้เมืองกลอรี่เผชิญศึกกับสมาคมทมิฬ
          

   ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถูกกวาดล้างและสมาคมทมิฬก็ยอมล่าถอย สำหรับเมืองกลอรี่นี่นับเป็นข่าวดีอยู่บ้าง
          
          มองไปรอบบริเวณ หลังจากที่ผ่านการศึกครั้งใหญ่สถานที่แห่งนี้นับได้ว่าเละเทะยิ่งนัก อีกทั้งความสูญเสียจากการจากไปของผู้เชี่ยวชาญหลายตระกูลก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ อย่างไรก็ตามเอียเซิ่งก็ยังคงสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้อยู่บ้าง
          

       ภายในระยะเวลาสามเดือน ในใจของเนี่ยหลีตอนนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ระหว่างเขากับสมาคมทมิฬจะต้องเกิดการศึกขึ้นแน่นอน อีกทั้งจอมมารจะต้องขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของระดับตำนานอีกด้วย!
          
หลายพันไมล์ห่างออกไป ลึกเข้าไปในหุบเขา หลงชาและกุยชาเดินจากไปโดยทิ้งรอยเท้าไว้บนหิมะ
          

        “หลงชา แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” กุยชาถามขึ้น หลงชาคือคนที่มีร่างกายสายเลือดของเผ่ามังกร แม้ว่าหลังจากที่โดนโจมตีโดยค่ายกลหมื่นอสูร เขาก็ยังคงได้รับบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อเขานึกถึงพลังของค่ายกลหมื่นอสูรกุยชาก็ถึงกับเผยแววตาหวาดกลัวออกมาจากหัวใจ
          

       “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะทรงพลังขนาดนี้ มันเกือบที่จะทำลายวิญญาณข้าได้เลย หลงชาพูดแล้วยิ้มเล็กน้อย แม้ว่าข้าจะใช้ของวิเศษระดับตำนานถึงสามชิ้นปกป้องชีวิตนี้ไว้ ร่างกายข้าก็ยังคงได้รับบาดเจ็บสาหัส การบาดเจ็บครั้งนี้ข้าจะไม่รักษามันแม้ว่าจะผ่านไปกี่ปี มันจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าฝึกฝนพลัง
          
หลงชาจับหน้าอกแล้วไอออกมาเป็นเลือดทำให้หิมะสีขาวบริสุทธิ์เต็มไปด้วยเลือด
          
เอาจริงอย่างนั้นเหรอ?” กุยชาถามอย่างตกใจ
          

       “จากที่ข้าเริ่มต้นฝึกฝนการบ่มเพาะพลังจนถึงวันนี้ เคียงข้างจอมมาร จนถึงตอนนี้มีไม่กี่คนที่สามารถทำร้ายข้าได้ในรอบหลายสิบปีมานี้ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง ข้าประเมินพลังของค่ายกลหมื่นอสูรต่ำไป!” หลงชาพูด
          

         “ข้าคิดว่าค่ายกลหมื่นอสูรน่าจะมีพลังขนาดที่สามารถฆ่าผู้มีพลังระดับตำนานระดับสูงได้ด้วยซ้ำ ด้วยความแข็งแกร่งของร่างข้า ข้าคิดว่าข้าสามารถรับมือมันได้ แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าวิญญาณของข้าจะได้รับการโจมตีจากมันเช่นกัน!”
          

         “คนที่ควบคุมค่ายกลหมื่นอสูรนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก ในอนาคตเราคงทำได้เพียงแค่ป้องกันและระมัดระวังเท่านั้น!” หลงชาพูดออกมาด้วยความกลัวจากหัวใจของเขา เขาถึงกับดีใจด้วยซ้ำที่หนีออกมาจากเมืองกลอรี่ได้ โชคดีที่ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นในช่วงเวลานั้นเขาคงทำได้เพียงแค่สาปแช่งฟ้าดินเท่านั้น
          

        “ใช่!” หลงชาพยักหน้าตอบรับ หลังจากที่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เขาถึงกับหนาวสันหลัง ตั้งแต่ที่หลงชาเกือบตายโดยค่ายกลหมื่นอสูร เขาก็คิดแค่ว่าโชคดีมากแล้วที่ยังมีชีวิตรอดมาได้
          

         “เราจะกลับไปที่สมาคมทมิฬและเตือนพวกระดับล่างไม่ให้ออกไปไหนโดยไม่มีคำสั่งภายในระยะเวลาสามเดือน! เราจะตัดสินใจกันหลังจากที่จอมมารกำลับมาจากการฝึกพลัง หลงชากล่าว จิตใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อเนี่ยหลี เป็นเพราะคู่ต่อสู้ของเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอันทรงพลังที่ผ่านการปลอบประโลมวิญญาณมา ถ้าเกิดพวกของเขาถูกติดตามมาก่อนที่จอมมารจะกลับมาล่ะก็พวกเขาคงต้องตกตายทั้งหมดอย่างแน่นอน อีกทั้งสภาพของเขาในตอนนี้ก็อ่อนแอเป็นอย่างมาก สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเอียเซิ่งแม้แต่น้อย
          

        หลังจากที่พวกเขาสองคนพักกันชั่วครู่ พวกเขาก็กลับไปยังสาขาหลักของสมาคมทมิฬ หากพวกเขายังคงอยู่ที่ภายนอกนานเกินไปนั่นก็หมายถึงอันตรายที่เพิ่มมากขึ้น
          

        เป็นเพราะคฤหาสน์เจ้าเมืองได้ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา ตอนนี้มันเปรียบเสมือนซากปรักหักพัง เมื่อผู้คนในเมืองกลอรี่พบว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทรยศเมืองกลอรี่และเข้าร่วมกับสมาคมทมิฬ พวกเขาทุกคนต่างก็ปฏิเสธและดูถูกเหยียดยามตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังรู้สึกดีเป็นอย่างมากที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์โดนกวาดล้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกสมาชิกของสมาคมทมิฬที่แฝงตัวอยู่ในเมืองกลอรี่ต่างก็ล่าถอยกันออกไป อีกทั้งพวกผู้คนยังได้ยินมาอีกว่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากสมาคมทมิฬสองคนได้กลับไปพร้อมกับความพ่ายแพ้และบาดแผลอันสาหัส
          

       เกี่ยวกับการศึกในครั้งนี้ หัวข้อที่ผู้คนกล่าวถึงกันมากที่สุดคือเรื่องของเนี่ยหลีที่ควบคุมค่ายกลหมื่นอสูร ความดีความชอบที่เนี่ยหลีขับไล่สมาคมทมิฬออกไปได้ อีกทั้งการที่พวกสัตว์อสูรถูกกวาดต้อนมาทำให้เกิดการปะทะก็เป็นเพราะสมาคมทมิฬ เนี่ยหลีในตอนนี้มีชื่อเสียงเป็นรองแค่ท่านเอียมัวกับเอียเซิ่งเพียงเท่านั้น
          

      ผู้คนต่างเชื่อมั่นว่าเนี่ยหลีนั้นจะต้องเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปแน่นอน ต่อให้เข้าไม่ใช่เจ้าเมืองคนต่อไป อย่างไรเสียเขาก็คือบุตรเขยของเอียเซิ่ง ตั้งแต่ที่เอียฮั่นทรยศต่อเมืองกลอรี่มันก็ถูกประนามโดยทุกผู้คน
          
       แม้ว่าความแข็งแกร่งของสมาคมทมิฬจะฝังอยู่ในจิตใจของทุกผู้คน แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อมั่นว่าเมื่อใดที่ท่านเอียมัวกลับมา เขาจะต้องเข้าห้ำหั่นกับจอมมารเป็นแน่ อนาคตของเมืองกลอรี่ช่างส่องประกายยิ่งนัก พวกเขายังไม่สูญเสียความหวังไป
          
       เอียเซิ่ง เอียซิ่วและคนอื่นต่างก็กำลังเผชิญกับผลที่ตามมา ทางด้านเซี่ยวหนิงเอ๋อก็กลับไปยังตระกูลของตน
          
       แสงอรุณเบิกฟ้าได้ฉายมายังเมืองกลอรี่ที่อยู่ในหุบเขา หลังจากที่ผ่านศึกใหญ่มา ทุกอย่างก็กลับไปอยู่ในสภาวะสงบ อาคารต่างๆ ที่ได้พังลงก็ถูกก่อสร้างขึ้นมาใหม่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่..จบตอน

แปลโดย Esthe

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง