test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 182 สงครามใหญ่



ชั่วขณะที่เสียงของเอียซิ่วเงียบลง ทหารยามจำนวนนับไม่ถ้วนก็บุกเข้าสู่ห้องโถงกลางแล้วทั้งหมดก็พูดอย่างพร้อมเพียงกัน คำสั่งของท่านเจ้าเมือง ถ้าคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์คนใดออกไปจากที่นี่ พวกเราจะถือว่ามันคือคนทรยศและจะไม่มีการปราณีเด็ดขาด!”


      “สมาชิกทั้งหมดของตระกูลฮูเหยียนจงฟัง ท่านเจ้าเมืองมีคำสั่ง ถ้าคนในตระกูลศักดิ์สิทธิ์คนใดออกไปจากที่นี่ ให้ฆ่าโดยไม่ต้องปราณี!” ฮูเยียนเซียงตะโกนสั่ง


        “สมาชิกของตระกูลเทพเจ้าจงฟัง นี่คือคำสั่งที่ท่านเจ้าเมืองส่งมาถึงข้าเมื่อตอนบ่าย ถ้าสมาชิกคนใดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ออกไปสถานที่แห่งนี้ก็จงฆ่ามันซะ!” ผู้อาวุโสแห่งตระกูลเทพเจ้าพูดด้วยเสียงอันลุ่มลึก


เนี่ยหลี่ขมวดคิ้ว แม้กระทั่งตระกูลเทพเจ้าก็ยังร่วมต่อสู้ด้วยอย่างนั้นหรือ? เอียซ่งช่างเตรียมการเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แค่ตระกูลเทพเจ้าตระกูลเดียวก็อาจจะรับมือตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางรอดไปได้แน่นอน!


สถานการณ์ในห้องโถงกลางไม่สามารถคาดเดาได้ การต่อสู้ครั้งใหญ่สามารถเปิดฉากขึ้นได้ทุกเมื่อ ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ล้วนแต่ไม่ทันตั้งตัวมาก่อน พวกเขาไม่คิดว่าสานการณ์จะเลวร้ายลง ถ้ามีแค่เอียซิ่ว ฮูเหยียนเซียงและคนอีกจำนวนไม่มากล้อมตระกูลศักดิ์สิทธิ์เอาไว้พวกเขาก็คงประหลาดใจแค่เล็กน้อย แต่นี่แม้กระทั่งผู้อาวุโสของตระกูลเทพเจ้าก็ยังเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย  นอกจากนั้นพวกเขายังได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าเมืองอีก การจะช่วยพูดให้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว เหล่าสามตระกูลหลักและตระกูลวายุเหมันต์เป็นพันธมิตรกัน พวกเขายังต้องลังเลอะไรอีก? 


แม้กระทั่งตระกูลเทพเจ้ายังเคลื่อนไหว! เสิ่นฮองหน้าเปลี่ยนสี ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าตระกูลวายุเหมันต์จะเคลื่อนไหวต่อต้านพวกเขาแบบนี้? นี่เป็นคำสั่งจากเอียซ่งของจริงหรือของปลอม? เอียซ่งยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ?


   หรือจะเป็นเอียฮั่น? เขาถูกเอียฮั่นตบตาอย่างนั้นหรือ?


      โชคดีที่เขามีการเตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้ มิฉะนั้นแล้วเขาเกรงว่าพวกเขาทั้งหมดอาจจะต้องมาตายที่นี่!

      ข้าผิดหวังมากจริง ๆ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้ามีความดีความชอบใหญ่หลวงต่อเมืองกลอรี่แห่งนี้ และตอนนี้ตระกูลวายุเหมันต์ก็มีเจตนาที่จะทำลายสะพานหลังจากข้ามแม่น้ำไปแล้ว (ถีบหัวเรือส่ง) ฝูงสัตว์อสูรก็กำลังจับตามองเราจากภายนอก ฝูงหมาป่าที่ทะเยอทะยานพวกนี้ก็พยายามก่อศึกจากภายใน มันช่างน่าเศร้ายิ่งนัก!” เสิ่นฮองพูดออกมาดัง ๆ


      “เสิ่นฮอง จากที่ท่านพูดมา เห็นทีเราจะต้องปรึกษาหารือเรื่องนี้กันก่อนเล็กน้อย มันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักได้อย่างไร ท่านต้องการให้เราเอารายชื่อผู้เสียชีวิตในสงครามสัตว์อสูรครั้งก่อนหน้านี้ออกมาหรือไม่?  ในอดีต ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เข้าร่วมในสงครามสัตว์อสูรด้วยจำนวนคนที่น้อยที่สุดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและไต่เต้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลัก ในระหว่างนั้นพวกเจ้าได้ทำอะไรที่น้อยกว่าการกดขี่ข่มเหงตระกูลอื่นบ้าง? เนี่ยหลี่หัวเราะและพูด พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมแล้ว คนในตระกูลเหล่านี้ยังมีส่วนร่วมมากกว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าซะอีก!”


 ฟังคำพูดของเนี่ยหลี่แล้ว เหล่าผู้อาวุโสต่างหวนคิดถึงความเป็นจริง ในอดีตที่ผ่านมาตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้รับความสูญเสียน้อยที่สุดเสมอ  ทุก ๆ ครั้งที่ฝูงสัตว์อสูรบุกเมืองทุกตระกูลต่างก็ได้รับความสูญเสียใหญ่หลวง ความแข็งแกร่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ลดลงเลยหนำซ้ำยังเพิ่มขึ้นทุกครั้งหลังจากที่เกิดสงครามสัตว์อสูรด้วย พวกเขาก้าวมาจากการที่เป็นตระกูลเล็ก ๆ และค่อย ๆ ผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลัก!


เสิ่นฮองจ้องมองเนี่ยหลี่ด้วยความโกรธที่พลุ่งขึ้น เจ้าพยายามจะสร้างความขัดแย้งขึ้นในหมู่พวกเรา! จริงอยู่ที่ตระกูลศัดิ์สิทธิ์ของข้าได้รับความสูญเสียน้อยที่สุดเสมอ แต่ระหว่างที่ฝูงสัตว์อสูรบุกมาทุกครั้งนั้น พวกเราไม่ได้ละความพยายามในการป้องกันเมืองกลอรี่ ไม่มีเบาะแสชี้บ่งว่าเราสงวนความแข็งแกร่งของเราเอาไว้เลย!”


        “ไม่มีเบาะแสชี้บ่งว่าสงวนความแข็งแกร่งเอาไว้เลยอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าขันนัก ข้าเชื่อว่าทุกคนในตระกูลอื่น ๆ ได้เห็นท่าทีที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์แสดงออกแล้ว เปล่าประโยชน์ที่ผู้อาวุโสเสิ่นฮองจะออกมาปฏิเสธ เนี่ยหลี่หัวเราะอย่างเย็นชาแล้วพูด 


     “นอกจากนั้นข้ายังมีหลักฐานที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ติดต่อกับสมาคมทมิฬด้วย ท่านต้องการให้เรานำจดหมายโต้ตอบระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬออกมาหรือไม่?”


     “เจ้าป้ายสีเละตัดสินพวกเราเช่นนั้นหรือ?” เสิ่นฮองกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงลั่นออกมา น่าเศร้าใจนัก ที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้ามีความดีความชอบต่อเมืองกลอรี่มามากมาย แต่พวกเรากลับได้รับจุดจบเช่นนี้ เราควรจะพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด! แต่วันนี้เจ้ากลับกล่าวหาตระกูลศักดิ์สิทธิ์! ใครจะรู้ว่าต่อไปถึงคราวของตระกูลไหนอีก!”


 จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ช่างคารมคมคายยิ่งนัก แม้กระทั่งเอียซ่งเองก็เข้าใจว่าหากพวกเขานำเอาหลักฐานที่แน่นหนาออกมา เสิ่นฮองก็จะไม่ยอมรับมันจนกระทั่งถึงวันตาย นอกจากนั้นความต้องการที่จะให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยอมสิโรราบก็เป็นไปไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะต้องเจรจาด้วยกำลังเท่านั้น


 ทันใดนั้น ผู้อาวุโสในเสื้อคลุมสีเทาก็เหาะเข้ามาและร่อนลงข้าง ๆ ตัวเขาและกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเขา ทันใดนั้นสีหน้าของเสิ่นฮองก็เปลี่ยนไป


      “เอียซิ่วและพวกทรยศเมืองกลอรี่แล้ว พวกมันทำให้เราไขว้เขวแล้วล่อเรามาที่นี่ เมืองกลอรี่จะประสบกับหายนะจากการโจมตีของสมาคมทมิฬ! สมาชิกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จงฟัง เราจะฆ่าพวกมันและฝ่าวงล้อมออกไป!” เสิ่นฮองตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดแล้วจึงนำสมาชิกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตีฝ่าวงล้อมออกไปด้วยกัน


เสิ่นฮองช่างเป็นจอมเจ้าเล่ห์ที่แท้จริง แม้กระทั่งในเวลานี้ เขาก็ยังคงพยายามบิดเบือนความจริง ได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง นอกจากตระกูลฮูเหยียน ตระกูลเทพเจ้าและตระกูลอื่น ๆ อีกสองสามตระกูลยืนอยู่ข้างตระกูลวายุเหมันต์ สมาชิกของตระกูลอื่น ๆ ต่างก็มีความลังเลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากตระกูลของพวกถูกจู่โจมจากสมาคมทมิฬ?


อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่กล้าจะเข้าร่วมการต่อสู้โดยปราศจากความรอบคอบ พวกเขาได้แต่ส่งคนกลับไปที่ตระกูลเพื่อตรวจดูสถานการณ์


ผู้ช่ำชองจากตระกูลวายุเหมันต์ ตระกูลเทพเจ้า ตระกูลฮูเหยียนและตระกูลอื่น ๆ อีกสองสามตระกูล ล้วนต่อสู้ร่วมกัน แหตุการณ์ช่างยุ่งเหยิงนัก

เสิ่นฮองนำคนของเขาพุ่งไปข้างหน้า ทำให้ผู้ช่ำชองของตระกูลวายุเหมันต์และตระกูลฮูเหยียนกระเด็นออกไปกว่าสิบคน


ในเมืองกลอรี่ เสิ่นฮองเป็นผู้ช่ำชองลำดับที่สาม   เขาเป็นรองแค่เอียมัวและเอีซซ่งเท่านั้น ความแข็งแกร่งของเขาไปถึงจุดสุดยอดของระดับแบล็คโกลด์ เมื่อปราศจากเอียซ่ง ก็ไม่มีใครสามารถขวางทางเขาได้ เขานำสมาชิกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากห้องโถงกลาง


ผู้ช่ำชองของตระกูลวายุเหมันต์และตระกูลฮูเหยียนไล่ตามพวกเขาจากห้องโถงกลางในทันที การต่อสู้ยิ่งรุนแรงมากขึ้น


เอียซิ่วเหาะขึ้นไปและเตรียมตัวกระตุ้นค่ายกลหมื่นสัตว์อสูร เมื่อค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรทำงานแล้ว การที่เสิ่นฮองและพวกจะออกไปก็ทำได้แค่ฝันเท่านั้น


ในขณะที่เอียซิ่วเคลื่อนไหว เงาร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นมาและจู่โจมใส่เขาทันที เงาร่างทั้งสามนั้นอยู่ในระดับแบล็คโกลด์!


ลบหลู่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้า เจ้าจะต้องชดใช้!” เสิ่นฮองคำราม สายตาของเขาจับจ้องไปที่เนี่ยหลี่ ทันใดนั้น สายตาของเขาระเบิดเจตจำนงแห่งการฆ่าฟันออกมา เหตุที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะเจ้าเนี่ยหลี่ ตายซะเถอะ! ข้าจะให้เจ้าเห็นว่าข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ ยังไง!”


   เสิ่นฮองตะโกนลั่นด้วยความกราดเกรี้ยวและพุ่งปรี่เข้าหาเนี่ยหลี่ด้วยความเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาด


ในสายตาของเสิ่นฮอง ด้วยความแข็งแกร่งของเขานั้นการฆ่าเนี่ยหลี่และถอยหนีไปนั้นจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา!


เนี่ยหลี่คาดการณ์ไว้แล้วว่าเสิ่นฮองมีท่าทีต่อต้านเขา เนี่ยหลี่ไม่มีความรู้สึกชอบใจในตัวเขาแม้แต่นิดเดียว เนี่ยหลี่รีบพุ่งตรงไปที่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรทันที แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับทองเท่านั้นก็ตาม แต่เขาก็ไม่หวาดกลัวเลยสักนิด แม้ว่าเขาจะถูกไล่ล่าโดยเสิ่นฮอง


ฮึ่ม แค่ระดับทองจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกัน?” ความเร็วของเสิ่นฮองมากกว่าเนี่ยหลี่หลายเท่า เขาจับตาดูระยะทางระหว่างเขาและและเนี่ยหลี่ใกล้ที่เข้ามา


สามร้อยเมตร สองร้อยเมตร หนึ่งร้อยเมตร...


เมื่อการโจมตีของเสิ่นฮองใกล้จะถูกตัวเนี่ยหลี่ มือขวาของเนี่ยหลี่เคลื่อนไหว หินเทพพิทักษ์ปรากฏขึ้นมาในมือเขา เกิดเสียงตูมสนั่น หินเทพพิทักษ์แตกออกบาร์เรียโปร่งใสปรากฏขึ้นรอบตัวเขาอย่างช้า ๆ
บูม!


เสิ่นฮองโจมตีถูกบาเรียโปร่งใส แรงสะท้อนจากการโจมตีทำให้ตัวของเนี่ยหลี่สั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่บาเรียก็ไม่แตกสลาย


    สิ่งนี้คืออะไร? บาเรียชนิดหนึ่ง? แม้แต่ความแข็งแกร่งระดับแบล็คโกลด์ก็ไม่สามารถทำลายได้?
เสิ่นฮองขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าหินเทพพิทักษ์นั่นคืออะไร


    อย่างไรก็ดี หลังจากถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงจากฝ่ามือของเสิ่นฮอง บาเรียก็เริ่มแตกร้าว


ขณะที่เสิ่นฮองกำลังตกตะลึง มือขวาของเนี่ยหลี่ก็เคลื่อนไหว มีดบินเพลิงสีชาดปรากฏขึ้นในมือของเขาและเปลี่ยนเป็นริ้วลำแสงพุ่งตรงไปสู่หัวของเสิ่นฮอง


   “ฮึ่ม บังอาจใช้การเล่ห์กลจิ๊บจ๊อยต่อหน้าข้าอย่างนั้นรึ? เสิ่นฮองคำราม เขารวบรวมพลังวิญญาณในมือขวาของเขาเพื่อที่จะคว้าจับมีดบิน ในมุมมองของเขาการจับมีดบินที่ขว้างด้วยร่างทรงอสูรระดับทองนั้นไม่ได้มีความยากเย็นอะไรเลยมีดบินเพลิงสีชาดเจาะทะลุฝ่ามือและตรงดิ่งไปที่หัวของเขา ช่างเป็นมีดบินที่คมกริบอะไรเช่นนี้ มันเจาะทะลุฝ่ามือของข้า?


เสิ่นฮองตกใจเป็นอย่างมาก ในภาวะล่อแหลมเช่นนั้น เขารีบเบี่ยงหัวหลบทันที มีดบินเฉียดผ่านหน้าเขาไป และสร้างรอยแผลรอยหนึ่งขึ้นบนใบหน้าของเขา ถ้าเขาช้ากว่านี้อีกนิดเดียวหัวของเขาจะต้องถูกมีดบินเล่มนี้เจาะทะลุอย่างแน่นอน! เสิ่นฮองกลัวจนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา มันเป็นมีดบินชนิดไหนกันแน่? มันช่างมีพลังที่น่ากลัวจริง ๆ


มองดูฝ่ามือของเขาที่ถูกเจาะทะลุ เสิ่นฮองระเบิดความโกรธออกมา ระดับแบล็คโกลด์ขั้นสุดยอดได้รับบาดเจ็บจากฝีมือมดตัวเล็ก ๆ ระดับทอง! ช่างน่าอัปยศอดสูยิ่งนัก! เขารีบจี้สกัดจุดห้ามเลือดบนฝ่ามือของเขาและเลือดก็หยุดไหล


      “เจ้าเด็กเวร ข้าจะดูว่าเจ้าจะวิ่งหนีไปที่ไหนได้!” เสิ่นฮองคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แล้วใช้ฝ่ามือโจมตีใส่เนี่ยหลี่อีกครั้ง
บูม!


   บาเรียรอบตัวเนี่ยหลี่พังทลายลงเป็นชิ้น ๆ ด้วยการโจมตีของเสิ่นฮอง เสิ่นฮองไม่ยอมหยุดเพื่อที่จับตัวเนี่ยหลี่


   “ลองชิมระเบิดโลหิตนี่ดูหน่อยเป็นไง!” เนี่ยหลี่สะบัดมือของเขา ลำแสงหกเส้นก็พุ่งตรงไปหาเสิ่นฮอง


   ได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลี่พูด เสิ่นฮองที่พยายามจะจับตัวเนี่ยหลี่ก็เปลี่ยนความคิดในทันทีทันใด ก่อนหน้านั้นบนกำแพงเมืองของเมืองกลอรี่ตัวเขาเองได้เห็นพลังอำนาจการทำลายล้างของระเบิดโลหิตสัตว์อสูรพวกนั้นมาแล้ว เสิ่นฮองย่อมไม่กล้าจะแตะต้องพวกมัน เมื่อรู้สึกถึงลำสงหกเส้นพุ่งตรงมาที่ตัวเขา เสิ่นฮองถอยฉากไปสิบกว่าเมตรและฟาดพลังฝ่ามือใส่อากาศ


บูม! บูม! บูม!


ลำแสงทั้งหกระบิดขึ้นกลางอากาศ เศษหินที่แหลกเป็นผุยผงร่วงลงสู่พื้น แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลำแสงทั้งหกเส้นนั้นเป็นแค่ก้อนหินหกก้อน ไม่มีระเบิดโลหิตสักอันเดียวในทันใดนั้น เนี่ยหลี่ก็เหาะไปไกลหลายร้อยเมตรแล้ว


     “อุ๊บ ข้าหยิบผิดหรือนี่ ขอโทษด้วยนะข้าต้องขอลาก่อนล่ะ!” เนี่ยหลี่พุ่งตรงไปสู่ตำแหน่งใจกลางของค่ายกลหมื่นสัตว์อสูร


เขาถูกเนี่ยหลี่หลอก! เสิ่นฮองโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว เขาชี้ไปที่เนี่ยหลีและคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เจ้าบังอาจหลอกข้าอย่างนั้นรึ!? เจ้าคิดว่าข้าไม่ได้มีการเตรียมการอะไรอีก อย่างงั้นรึ? สกัดเขาเอาไว้!”


ร่างสองร่างพุ่งตรงไปทางเนี่ยหลี่ พวกเขาเป็นผู้ช่ำชองระดับแบล็คโกลด์! ผู้ช่ำชองระดับแบล็คโกลด์สองคนนี้ได้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อรอรับคำสั่งของเสิ่นฮองเอียซิ่วที่กำลังต่อสู่กับผู้ช่ำชองระดับแบล็คโกลด์สองสามคนตะโกนไปที่เอียโซ่ว ไปช่วยเนี่ยหลี่!”


พวกเขาไม่คิดว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะมีผู้ช่ำชองระดับแบล็คโกลด์มากมายขนาดนี้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด! พฤติกรรมของเหล่าผู้ช่ำชองระดับแบล็คโกลด์พวกนี้ช่างเหี้ยมโหดยิ่งนัก พวกเขาล้วนมาจากสมาคมทมิฬ


เมื่อรู้สึกว่ามีเงาร่างสองเงาไล่ตามหลังเขามา เนี่ยหลี่ก็รู้ตัวว่าถ้าเขาไม่ใช้วิธีการสังหาร เขาย่อมจะไม่สามารถรอดพ้นไปได้ ด้วยการขยับมือขวาของเขา เขาหยิบตำราอักขระระดับตำนานออกมาจากวงแหวนมิติและเริ่มร่ายมนต์ จากนั้นครู่หนึ่งตำราอักขระระดับตำนานนั้นนั้นก็แปล่งแสงออกมา

พายุสายฟ้าตะวันบ่าย!...จบตอน



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง