test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

18 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 181 เจตนาที่แท้จริงถูกเปิดเผย




       ผู้อาวุโสเสิ่นฮองรู้จักวิธีลับในบทที่สาม ความลับที่หกจากคัมภีร์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ การชำระจิตวิญญาณหรือไม่? เนี่ยหลี่หัวเราะและมองไปที่เสิ่นฮอง

          การชำระจิตวิญญาณ? การชำระจิตวิญญาณเป็นวิธีการสอบสวนที่ทรงอำนาจวิธีหนึ่ง มันสามารถดึงจิตวิญญาณของผู้คนออกมาได้ เมื่อมันถูกดึงออกมาแล้วจิตวิญญาณจะไม่มีสำนึกรับรู้ ดังนั้นคำตอบที่ได้จะเป็นความจริงที่สุด

         ฟังคำของเนี่ยหลี่แล้ว ใบหน้าของเสิ่นฮองเคร่งขรึมลงพูดว่า ข้าย่อมต้องรู้จักวิธีการชำระจิตวิญญาณ ผู้ที่เรียนรู้วิธีที่โหดร้ายเช่นนี้มีไม่มากนัก 

     เนี่ยหลี่เจ้ารู้จักด้วยรึ?”

    คัมภีร์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในคัมภีร์ที่เรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ลับ แม้ว่าจะมีผู้คนที่ได้ยินเรื่องราวของวิธีชำระจิตวิญญาณมาก่อนก็ตามแต่ผู้ที่สามารถใช้ได้มันได้มีน้อยมาก เนี่ยหลี่ย่อมต้องรู้จักวิธีระดับล่างเช่นนี้ จากระดับขั้นของเขาตอนนี้ที่อยู่ในระดับทอง มันก็เพียงพอที่จะดึงเอาวิญญาณของเสิ่นหมิงออกมาได้แล้ว

       “ข้าเองก็แค่พอจะรู้จักวิธีชำระจิตวิญญาณงั้นข้ายกให้เนี่ยหลี่จัดการก็แล้วกันเอียโซ่วยิ้ม


        ได้ยินคำพูดของเอียโซ่วแล้ว สีหน้าของเสิ่นฮองเปลี่ยนไป เอียโซ่วนั้นมีตัวตนที่ลึกลับยิ่งนัก คนอื่น ๆ อาจจะไม่รู้จักเอียโซ่วแต่เขานั้นรู้จักเอียโซ่วดี เอียโซ่วเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ในการสวบสวนการลอบสังหารและบังคับให้รับสารภาพของตระกูลวายุเหมันต์ เขาเป็นคนที่ยากจะรับมือ


        “ผู้อาวุโสช่วยข้าด้วย ข้าเสิ่นหมิงซื่อสัตย์ต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาตลอด ข้าขอร้องท่าน ท่านผู้อาวุโสได้โปรดช่วยชีวิตข้าด้วย!” ได้ฟังคำของเอียโซ่วแล้วเสิ่นหมิงหน้าซีดเผือด หากวิญญาณของเขาถูกดึงออกมา เขาอาจจะต้องตาย


        เสิ่นฮองมองดูเอียโซ่วและคนอื่น ๆ แล้วพูดอย่างเย็นชา ตระกูลวายุเหมันต์กระทำการดังนี้มิใช่จะโหดร้ายเกินไปหน่อยหรือ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามเสิ่นหมิงได้ทำงานรับใช้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนานหลายปี ถึงแม้ว่าข้าจะขับไล่ไสส่งเขาออกจากตระกูลไปแล้ว แต่ข้าก็ไม่ยอมให้ใครมาลบหลู่เขาหรอกนะ!”


        “ข้ารู้ว่าทำไมผู้อาวุโสเสิ่นฮองถึงได้กลายเป็นเป็นคนที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้! จริง ๆ แล้วเสิ่นหมิงเป็นคนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องไม่ดีหากพวกเราแบบนั้นลงไป!” จากนั้นเนี่ยลี่พูดด้วยความเคร่งขรึม พาตัวอีกคนเข้ามา

      หลังจากนั้นสักครู่ผู้ช่วยหยุนหวา1ในชุดเสื้อคลุมสีเทาก็ถูกนำตัวเข้ามา เขาดูท่าทางน่ากลัว


 “ผู้อาวุโสเสิ่นหมิงรู้จักคนผู้นี้หรือไม่?” เนี่ยหลี่ยิ้มและมองดูเสิ่นฮอง


   เสิ่นฮองขมวดคิ้วและพูดด้วยเสียงเย็นชา เหตุใดข้าถึงจะต้องรู้จักเขา?”


         “ชื่อของเขาคือหยุนหวา เขาเป็นผู้ช่วยระดับล่างของสมาคมทมิฬ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการติดต่อกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แล้วท่านจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร?” เนี่ยหลี่พูดพลางยิ้ม เขามองอย่างสงบไปที่เสิ่นฮอง เนี่ยรู้ว่าการพยายามเปิดโปงเสิ่งฮองเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือการถ่วงเวลาเพื่อรอคอยให้เอียซ่งกลับมา

  
    “ฮืม เนี่ยหลี่เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันคำพูดของเจ้า?” เสิ่นฮองหัวเราะอย่างเยือกเย็น


      “หากข้าไม่สามารถใช้วิธีการชำระจิตวิญญาณกับผู้อาวุโสเสิ่นหมิง อย่างนั้นเราก็สามารถใช้วิธีชำระจิตวิญญาณกับผู้ช่วยหยุนหวาแห่งสมาคมทมิฬได้สินะ ผู้อาวุโสเสิ่นฮองคงไม่มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่มั๊ย?” เนี่ยหลี่พูดยิ้ม ๆ แล้วมองไปที่เสิ่นฮอง


        “ข้าย่อมต้องไม่มีความเห็นอะไรกับเรื่องนี้แน่นอนเสิ่นฮองพูดพลางยิ้ม เขาชำเลืองมองไปที่ผู้ช่วยหยุนหวาที่ถูกพันธนาการอยู่อย่างแน่นหนา มือขวาของเขารีบวาดผนึก ถ้าคนอย่างหยุนหวายังมีชีวิตอยู่ ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมามีเพียงอย่างเดียวนั่นคือหายนะ!


          เมื่อผู้ช่วยหยุนหวาได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ หน้าของเขาก็ซีดเผือดลงด้วยความกลัว ก่อนเขาจะเอ่ยคำพูดอะไรออกมา ทันใดนั้นเอง ตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำ รอยเลือดรอยหนึ่งปรากฏออกมาที่มุมปากของเขา พลังงานมหาศาลปะทะเข้ากับหัวใจของเขาจนแหลกสลายในทันทีนั้น เขาชี้นิ้วมาที่เสิ่นฮองและพูดว่า เจ้า... ก่อนที่จะพูดคำต่อไปร่างของเขาก็ร่วงลงสู่พื้น ลมหายใจของเขาหยุดสนิท


        ฮืม มันสมควรตายแล้ว เมื่อเห็นผู้ช่วยหยุนหวาตาย การแสดงออกของเสิ่นฮองไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรสักนิด เขาจ้องมองเนี่ยหลี่ด้วยสายตาที่เย็นชา
ร่างของผู้ช่วยหยุนหวาถูกวางลงพื้นอย่างเงียบ ๆ เลือดสด ๆ นองไปทั่วบริเวณ


        “นายน้อยเนี่ยหลี่ เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ทำไมเขาถึงได้ตายอย่างกะทันหันเช่นนี้? นายน้อยเนี่ยหลี่คงจะใช้คนตายมาใส่ร้ายป้ายสีตระกูลศักดิ์สิทธ์ของข้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่?” เสิ่นฮองพูดพูดขณะหัวเราะ แสดงว่าเขาไม่ได้กลัวอะไรเลย


        เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย วิธีห่วงโซ่วิญญาณอีกแล้ว เมื่อผู้ใดก็ตามถูกตราด้วยห่วงโซ่วิญญาณ แม้กระทั่งเนี่ยหลี่ก็ไม่สามารถปลดมันออกได้ เป็นธรรมดาที่สมาชิกของสมาคมทมิฬระดับล่างอย่างหยุนหวาจะถูกตราด้วยห่วงโซ่วิญญาณ ก่อนหน้านี้ผู้ช่วยหยุนหวาจะไม่ตายถ้าหากคนที่ใช้ห่วงโซ่วิญญาณอยู่ไกลจากตัวเขามากเกินไป นั่นจะทำให้ไม่สามารถกระตุ้นการทำงานของห่วงโซ่วิญญาณได้ ชั่วขณะที่ผู้ช่วยหยุนหวาปรากฏตัว เสิ่นฮองสามารถใช้ห่วงโซ่วิญญาณฆ่าผู้ช่วยหยุนหวาได้


       ในการเผชิญหน้าครั้งนี้ สามารถพูดได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์นี้เข้มงวดยิ่งนัก แม้กระทั่งเนี่ยหลี่เองก็ไม่สามารถช่วงชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบ


        อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสทั้งหมดก็มีสายตาที่แหลมคม พวกเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่ผู้ช่วยหยุนหวาจะตาย เสิ่นฮองได้ใช้มือของเขาวาดผนึกอะไรบางอย่าง ความกลัวต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้เกิดขึ้นในใจของพวกเขาเล็กน้อย มันเป็นไปได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬเช่นนั้นหรือ? พวกเขาไม่ได้กระวนกระวายจนเกินเหตุแต่ก็นิ่งเงียบคอยดูว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก


        เนี่ยหลี่ไม่ได้คาดหวังว่าความตายของผู้ช่วยหยุนหวาจะทำอะไรตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ ความตายของผู้ช่วยหยุนหวาหมายถึงคำเตือนที่ส่งไปถึงเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย ตอนนี้เขาทำได้แค่ถ่วงเวลา ถ้าเขาใช้หลักฐานที่แน่นหนาต่อสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตรง ๆ พวกเขาอาจจะต้องต่อสู้ตัดสินความเป็นความตาย และเมื่อการการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ใครจะรู้ว่ามีอีกกี่ชีวิตที่จะต้องสูญเสีย?


         ถ้าหากพวกเขาสามารถถ่วงเวลาได้นานพอที่เอียซ่งจะกลับมาหลังจากจัดการกับสาขาสมาคมทมิฬและรังของตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันก็จะเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด


        เสิ่นฮองมั่นใจว่าตระกูลวายุเหมันต์จะไม่สามารถเค้นเอาหลักฐานมาจากเสิ่นหมิงและผู้ช่วยหยุนหวาได้ เขาสามารถฆ่าพวกมันได้ทุกเมื่อโดยปราศจากคำพูดและปราศจากหลักฐาน พวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ อย่างไรก็ตามเสิ่นฮองก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อยที่เหล่าผู้อาวุโสต่างก็ต่อต้านเขา แม้ว่าตระกูลวายุเหมันต์ไม่สามารถหาพยานและหลักฐานมาพิสูจน์ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทรยศได้ แต่ตราบใดที่ตระกูลวายุเหมันต์ชี้นิ้วมาที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ คนส่วนใหญ่จากตระกูลอื่น ๆ ก็จะเชื่อว่ามันเป็นความจริง


        ถึงแม้ว่าเอียซ่งจะไม่อยู่และเสิ่นฮองได้พูดว่าเขาตายไปแล้ว ตระกูลวายุเหมันต์ก็กดขี่ข่มเหงตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั่นเป็นคำสั่งจากเอียซ่ง


     เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ จะเชื่อคำพูดของของเอียซิ่ว เอียโซ่ว และฮูเหยียนเซียงมากกว่า!


ณ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์


     เอียซ่งทลายค่ายกลมหึมาและนำกลุ่มคนทะลวงเข้าสู่ห้องโถงกลาง

ผู้อาวุโสระดับทองดำสามคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์โจมตีพร้อมกัน และปรี่เข้าหาเอียซ่ง


        หนึ่งในผู้อาวุโสระดับทองดำพูดอย่างเกรี้ยวกราด ท่านเจ้าเมืองตระกูลของข้าทำความผิดอะไรจึงนำไปสู่การที่พวกท่านจะมาทำลายล้างเรา? เราจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากท่านเอียมัวในเรื่องนี้!”


         เอียซ่งตวาด ตระกูลศักดิ์สิทธิ์สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬทรยศหักหลังนครรุ่งโรจน์ หากพวกเจ้ายอมสิโรราบ ข้าอาจจะให้โอกาสเจ้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าหากยังขืนต่อต้านอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”


      ได้ยินคำพูดของเอียซ่ง สามผู้อาวุโสต่างมองหน้ากันไปมาแล้วเงียบไป จากนั้นจึงลงมือจู่โจมใส่เอียซ่ง


           หลังจากเห็นการกระทำของผู้อาวุโสทั้งสาม ทำไมเอียซ่งจะไม่รู้ว่าสามผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะยึดติดอยู่กับความคิดเดิม (ไม่ยอมแพ้) เอียซ่งคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เขาผสานร่างเข้ากับดวงจิตอสูรวานรยักษ์เหมันต์และเริ่มทำการจู่โจม นักสู้ระดับทองดำสามคนที่มากับเอียซ่งตรงเข้าล้อมกรอบผู้อาวุโสทั้งสาม


    การต่อสู้ที่ดุดเดือดเริ่มต้นขึ้นทันที


ณ จวนท่านเจ้าเมือง ห้องโถงกลาง


    การปะทะคารมกับเนี่ยหลี่ทำให้เสิ่นฮองรู้สึกสังหรณ์ใจ เขารู้สึกได้ว่าเนี่ยหลี่และพวกกำลังถ่วงเวลาเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างอยู่


      เสิ่นฮองคิดอะไรขึ้นมาได้ในทันที หากเอียซ่งไม่ตายหรือเอียฮั่นเป็นคนของเอียซ่ง อย่างนั้นเอียซ่งก็สามารถยืนยันได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทรยศ ด้วยการที่เอียซ่งเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็วและเด็ดขาด เขาอาจจะสร้างความหายนะขึ้นที่รังของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว


         “เนื่องจากตระกูลวายุเหมันต์ไม่ไว้วางใจตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้า นั่นหมายถึงตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังมีสิทธิ์เสนอหน้าอยู่ที่นี่อีกหรือ? พวกเรากลับ!” เสิ่นฮองพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแล้วตบโต๊ะปังพร้อมกับลุกขึ้นยืน


  คนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์สองถึงสามร้อยคนลุกขึ้นเช่นเดียวกัน


        “ผู้อาวุโสเสิ่นฮอง ท่านเจ้าเมืองของพวกเรามีคำสั่ง การประชุมนี่เกี่ยวโยงกับความปลอดภัยของนครรุ่งโรจน์ ถ้าใครออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือว่ามันผู้นั้นเป็นคนทรยศเอียซิ่วคำราม


     พวกเขาไม่เคยคิดว่าเอียซิ่วจะหนักแน่นมั่นคงขนาดนี้ เหล่าผู้ช่ำชองจากตระกูลอื่น ๆ จับตามองมาที่เสิ่นฮองและสมาชิกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์


        ทุกคนรู้สึกถึงบรรยากาศที่เป็นปรปักษ์ พวกเขาสงสัยว่าสถานการณ์จะดีขึ้นได้อย่างไร จะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นหรือเปล่า? ตระกูลวายุเหมันต์จะจัดการอย่างไรกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์?


        เสิ่นฮองมองเอียซิ่วและพวกแล้วพูด ถ้าหากท่านเจ้าเมืองต้องการให้พวกเราอยู่ เราก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง อย่างไรก็ตามอะไรคือสิ่งที่เจ้าตัดสินใจ? เจ้าสามารถพูดแทนตระกูลวายุเหมันต์ได้อย่างนั้นหรือ? เจ้าสามารถพูดแทนท่านเจ้าเมืองได้หรือ? ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าท่านเจ้าเมืองยังมีชีวิตหรือหรือไม่ พวกเจ้ามีเจตนาอะไรซ่อนอยู่ พวกเจ้ากำลังพยายามจะสร้างโกลาหลให้กับนครรุ่งโรจน์!”


        แม้ว่าผู้อาวุโสจากหลาย ๆ ตระกูลจะยังคงเชื่อคำพูดของเอียซิ่วและพวก แต่พวกเขาก็ยังลังเลเกี่ยวกับตัวของเอียซิ่วและพวกเช่นกัน พวกเขาแสดงออกถึงการต่อต้านตระกูลศักดิ์สิทธิ์? อะไรจะเกิดขึ้นหากเสิ่นฮองพูดความจริง?


      “หากตระกูลศักดิ์สิทธิ์เชื่อฟังคำของพวกเรา ทำไมท่านถึงรีบร้อนด่วนจากไป ทำไมพวกเราไม่รอให้ท่านเจ้าเมืองกลับมาล่ะ แบบนั้นเป็นยังไง?” เอียซ่งหรี่ตา เขาสังเกตว่าจิ้งจอกเฒ่ารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ในตอนนี้เขาทำได้แค่เพียงข่มขู่เสิ่นฮอง


        “ใครจะรู้ว่าเจ้ามีเจตนาอะไรซ่อนอยู่ถึงได้เรียกพวกเหล่าผู้อาวุโสมาประขุมกัน?” สิ่นฮองคำราม มันอาจจะเป็นกลยุทธล่อพวกเราออกมาแล้วส่งใครไปทำลายตระกูลของเรา!”


      ทุก ๆ คำพูดของเสิ่นฮองทิ่มแทงเข้าไปในใจของพวกเขา แม้กระทั่งผู้อาวุโสจากหลายตระกูลก็ยังลังเล


         “เสิ่นฮอง การชุมนุมครั้งนี้ท่านเจ้าเมืองเป็นคนที่รียกประชุมด้วยตัวของท่านเอง เจ้าสงสัยท่านเจ้าเมืองงั้นรึ?” เนี่ยหลี่จับจ้องเสิ่นฮอง เขารู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว เขาแค่ต้องถ่วงเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


      “ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับท่านเจ้าเมือง? ใครจะรู้ว่าพวกเจ้าวางแผนอะไรเอาไว้?” เสิ่นฮองคำราม เราจะจากไปเดี๋ยวนี้แล้ว! ข้าจะดูซิว่าใครจะกล้าต่อต้านพวกเรา!”


      ผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เดินไปที่ทางออกของห้องโถงกลาง


     ตอนแรกผู้อาวุโสของตระกูลอื่น ๆ ยังยึดมั่นความคิดเดิม หลังจากปราศจากหลักฐาน พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี พวกเขาได้แต่เฝ้ามองจากวงนอกเท่านั้น


    เอียซิ่วและพวกทั้งหมดคำราม หยุดพวกเขาเอาไว้!”...จบตอน

แปลโดย XXX


      1.        Deacon มีความหมายว่าผู้ช่วยบาทหลวงในโบสถ์ มียศต่ำที่สุด ดูจากที่หยุนหวาทำหน้าที่ประสานงานและช่วยเหลือระหว่างสมาคมทมิฬและตระกูลศักดิ์สิทธิ์ผมเลยขอใช้คำว่าผู้ช่วยหยุนหวานะครับ

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง