test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

10 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 179 ชื่อเสียงเกียรติยศ



   เสิ่นฮองเผยรอยยิ้มจืดๆและพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ขาวซีด “น้องฮูเหยียนเจ้าช่างตลกเสียจริง ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเมืองกลอรี่มาโดยตลอด พวกเราจะก่อกบฎไปทำไมกัน?

“ฮาฮ่า งั้นข้าก็สบายใจหน่อย” ฮูเหยียนชางหัวเราะออกมา

     แม้พวกเขายังจะทำตัวสงบเสงี่ยมกันอยู่ แต่ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆก็ไม่ได้ส่งเสียงดังเหมือนอย่างเคย พวกเขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ ผู้นำตระกูลเหล่านี้ล้วนแต่เจ้าเล่ห์ทั้งนั้น พวกเขาพอจะจับได้รางๆแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลวายุเหมันต์กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นมีแต่จะย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ

     ฮูเหยียนชางเป็นถึงมือขวาของท่านเจ้าเมือง การกระทำของเขาเป็นการทดสอบตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจนและปฏิกิริยาของพวกเขากลับมีมากจนน่าตกใจ นั้นแสดงว่าจริงๆแล้วพวกเขากำลังเตรียมที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นในไม่ช้าเป็นแน่

เนี่ยหลี่ เอี้ยซิ่วและเอี้ยโช่วได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่นั่งด้านบนของพวกเขา

     เอี้ยโช่วส่ายหัวแล้วถอนหายใจออกมา “น้องฮูเหยียน เขาวู่วามเกินไปยิ่งนักแต่เขาก็รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาเพียงแค่จะทดสอบตระกูลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั่นหมายความว่า พวกเขาตัดสินใจที่ก่อกบฏขึ้นมาจริงๆ!


     “เสิ่นฮองนั้นมีจิตใจที่คับแคบและละโมบ เขาเองก็หมายตาที่จะได้ครองตำแหน่งเจ้าเมืองมานานแล้ว ถึงกับทำเรื่องน่าละอายอย่างการส่งให้เสิ่นเอี้ยมาสนิทสนมกับอวิ้นเอ๋อ” เอี้ยซิ่วถอนหายใจออกมา ที่อันตรายที่สุดก็คือท่านเจ้าเมือง เอี้ยเซิ่งที่ไม่บุตรชายเอาไว้สืบทอดตำแหน่งเขาเลย มีเพียงบุตรสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าเขาจะรับเอา เอี้ยฮั่น มาเป็นบุตรบุญธรรมแต่การทรยศของเอี้ยฮั่นนั้นทำให้ตระกูลวายุเหมันต์ของละอายใจยิ่งนัก

     เนี่ยลี่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าพ่อของฮูเหยียนหลานเร่อนั้นจะสามารถรู้ถึงความลับที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะทรยศเมืองกลอรี่ได้ขนาดนี้ จากที่ได้สังเกตมา คนที่เอี้ยเซิ่งเชื่อใจมากที่สุดคงจะเป็นฮูเหยียนชางเป็นแน่

   งานเลี้ยงไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงดังเหมือนเคย เสิ่นฮองมองไปรอบๆและรู้สึกได้ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์      ฮูเหยียนชางได้เตือนตระกูลอื่นๆเกี่ยวกับพวกสัมพันธ์ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์กับตระกูลวายุเหมันต์กำลังจะไปถึงจุดแตกหัก และขอให้ทุกตระกูลรักษาระยะห่างกับพวกเขาเอาไว้ด้วย

     แม้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะเป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ก็ตาม ถ้าพวกเขาต้องเลือกระหว่างตระกูลวายุเหมันต์และตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ พวกเขาจะเลือกตระกูลวายุเหมันต์อย่างไม่ลังเลเลย เพราะสิ่งที่พวกเขาต่างก็รู้กันก็คือ ตระกูลวายุเหมันต์นั้นปกครองเมืองกลอรี่ หลายร้อยปีแล้ว ตระกูลวายุเหมันต์ได้วางรากฐานเอาไว้จนยากที่จะหยั่งถึง เป็นสิ่งที่ตระกูลอื่นๆนั้นไม่อาจจะทำให้สั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย

   เสิ่นฮองมองไปยังเหล่าผู้นำตระกุลต่างๆที่อยู่รอบๆ พวกเขาต่างก็หลบหน้าเพราะทำตามคำสั่งที่ให้หลีกเลี่ยงเขาเอาไว้

  เสิ่นฮองเงยหน้าขึ้นไปมองที่นั่งด้านบนของลานจัดงานเลี้ยงที่เป็นที่นั่งของเอี้ยซิ่ว เอี้ยโช่วและเนี่ยหลี่ สีหน้าเขาหม่นหมองและดื่มเหล้าเข้าไปอีก

     ปกติแล้ว ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นมักจะวางแผนอย่างรอบคอบเสมอ หากทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่ต้องลงทุนมากขนาดนี้และสามารถล้มผู้นำอย่างตระกูลวายุเหมันต์ได้แน่นอน แต่ตอนนี้ ทั้งหมดก็พังทลายตั้งแต่ที่ไอ้เจ้าเนี่ยหลี่ได้ปรากฎตัวออกมา

    เสิ่นฮองนั้นรู้สึกเหมือนไม่สามารถหาทางออกได้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นไปเป็นศัตรูกับเนี่ยหลี่กันตั้งแต่ชาติปางก่อนหรืออย่างไร? ทำไมเนี่ยหลี่ถึงได้ต่อต้านตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด? เสิ่นฮองคิดแล้วก็เสียใจเกินกว่าที่จะพรรณนาออกมาได้

    ตอนนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถึงบีบให้จนมุมเสียแล้วด้วยตระกูลมากมายในเมืองกลอรี่ ต่างก็เว้นระยะห่างจากวพกเขามากขึ้นเรื่อยๆและการกดดันจากตระกูลวายุเหมันต์ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างนี้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียงแค่สองทางเลือกเท่านั้น หนึ่งคือยอมจำนนแต่โดยดี ส่วนอีกทางก็คือการสมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬและเปิดฉากการโจมตี

   เสิ่นฮองจะไม่มีทางเลือกข้อแรกอย่างแน่นอน แต่การเลือกข้อสอง ถ้าพวกเขาล้มเหลว พวกขาจะโดนประณามไปตลอดกาล

ตอนนี้ ที่โรงเตี๊ยมบางแห่งในเมืองกลอรี่ที่เป็นส่วนหนึ่งของตำหนักใหญ่ในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ อีกไม่ช้านี้การต่อสู้ก็กำลังจะเริ่ม

     เอี้ยเซิ่งบุกเข้าไปยังตำหนักใหญ่ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ การบุกเข้าไปโดยพาเอายอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์หลายคนตามไปด้วย ส่วนทหารคุ้มกันได้ล้อมตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไว้เอาแล้ว ตอนนี้การปิดล้อมนี้น้ำสักหยดยังผ่านไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แม้จะกลายเป็นนกก็ไม่มีทางที่จะหนีรอดไปได้แน่นอน

  อย่างไรก็ตาม เอี้ยเซิ่งและฝีมือของตระกูลวายุเหมันต์ยังไม่ได้สังหารใครเลยสักคน พวกเขาเพียงทำให้คนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บเท่านั้น

   แต่เมื่อเอี้ยเซิ่งเตรียมที่จะเข้าไปในส่วนของห้องโถงใหญ่ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ บริเวณนั้นก็เปล่งแสงออกมามากมาย อักขระและอาคมที่ลึกลับมากมายหลายสิบอันก็ปรากฎออกมาพร้อมกันแล้วหมุนวนไปรอบๆดังเป็นเหมือนกับตาพายุ จนกลายเป็นพลังม่านบาเรียป้องกันเอาไว้

      เอี้ยเซิ่งขมวดคิ้วเข้ามาชนกัน เนี่ยคงเป็นค่ายกลลงอาคมที่บรรพชนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์วางเอาไว้ป้องกันอันตรายเป็นแน่

นี่คงเป็นการป้องกันตัวเองของตระกูลศักดิ์สิทธิ์แน่นอน

  “ค่ายกลนี้เอาไว้ใช้สำหรับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น มันจะกันต้านทานข้าได้ยังไงกัน?” ชุดของเอี้ยเซิ่งโบกสบัดไปตามแรงลมและเขาก็เดินตรงเข้าไปยังค่ายกลนั้นอย่างช้าๆ

    ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่กับเมืองกลอรี่มานานหลายปี มีหรือที่ตระกูลวายุเหมันต์จะไม่รู้ถึงไพ่ตายที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มีไว้อยู่ในมือ? เอี้ยเซิ่งแทบจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จนหมดไส้หมดพุง! มีเพียงสิ่งที่ไม่รู้คือ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้แอบสมรู้ร่วมคิดกันกับสมาคมทมิฬและความสัมพันธ์นั้นไปถึงระดับไหนแล้วเท่านั้น

    “นี่สำหรับการทรยศต่อเมืองกลอรี่...ตายซะเถอะ!” เอี้ยเซิ่งหน้ามืดลงมือเพราะความโกรธ เขากลายร่างเป็นราชันย์วานรวายุเหมันต์และคำรามออกมา ท้องฟ้าโดยรอบพลันเยือกเย็นเหมือนกับถูกแช่แข็งและพลังความเย็นนั้นก็พุ่งไปยังค่ายกลลงอาคมป้องกันของตระกูลศักดิ์สิทธิ์

     ตั้งแต่ที่เขาหลอมรวมกับจิตวิญญาณอสูร ราชันย์วานรวายุเหมันต์ ความแข็งแกร่งของเอี้ยเซิ่งก็เพิ่มขึ้นมาอย่างคลื่นยักษ์ที่โหมกระหน่ำ อีกเพียงนิดเพียงนิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะก้าวเข้าไปสู่ระดับตำนานได้สำเร็จ ยิ่งเขาสามารถควมคุม ราชันย์วานรวายุเหมันต์ได้อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะก็ พลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาถึงสี่เท่าจนน่าตะลึงอย่างที่สุด

 ตูม!...ตูม!...ตูม!

  พายุหิมะยังโหมโจมตีใส่ค่ายกลลงอาคมที่ใช้ป้องกันตระกูลศักดิ์สิทธิ์

เนี่ยหลี่และพรรคพวกยังไม่ได้ออกมาประกาศใดทั้งสิ้น ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆจึงได้เริ่มพูดคุยสนทนากันเสียงดังต่ออีกครั้ง

      หลังจากที่เสิ่นฮองได้ดื่มเหล้าเข้าไปอีกหลายจอก เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้ว่าผู้คนจากตระกูลต่างๆมากันพร้อมหน้าแล้ว ทำไมยังไม่เริ่มงานเลี้ยงกันเสียที? เหมือนว่าพวกเขากำลังถ่วงเวลาเอาไว้ ตระกูลวายุเหมันต์คิดอะไรอยู่กันแน่?แต่หลังจากทันทีที่คิดได้บางอย่างออก เสิ่นฮองก็ถึงกับเหงื่อตก

     เสิ่นฮองตบโต๊ะและลุกขึ้นมา

เสียงจากการกระแทกโต๊ะทำให้ทั่วทั้งงานเงียบเสียงทันที สายตาของทุกคนล้วนมองไปที่เสิ่นฮอง

     “พวกเราไม่ได้มาหารือกันเรื่องการยกทัพของสัตว์อสูรหรอกรึยังไงกัน? หากเป็นดังนั้น ข้าก็จะขอถามอะไรสักอย่าง ท่านเจ้าเมืองอยู่ไหน? ทำไมท่านเจ้าเมืองยังไม่มาปรากฎตัวกันล่ะ? ทำไมต้องให้แขกทุกท่านที่มาจะตระกูลต่างๆต้องรอด้วย?” เสิ่นฮองพวกออกมาอย่างเยือกเย็น แม้เขาจะไม่ได้ใช้เสียงดัง แต่เสียงนั้นลึกและทรงพลัง ทุกคนในงานเลี้ยงสามรถได้ยินเสียงเขาทั้งหมด

      เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆก็เริ่มพูดคุยกันว่ามันเป็นความจริง พวกเขาก็รู้สึกสงสัยด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขารอมาจนถึงป่านนี้แล้วและยังไม่เห็นท่านเจ้าเมืองออกมาปรากฎตัวเลย ปกติงานเลี้ยงแบบนี้ท่านเจ้าเมืองจะต้องมาเป็นประธานงานนี้ด้วยตัวเขาเองมิใช่รึ?

อย่างไรก็ตาม เสิ่นฮองมีท่าทีที่ลำพองใจขึ้นมาเล็กน้อย

       “ท่านผู้อาวุโสเสิ่นฮอง ท่านเจ้าเมืองมีงานอะไรบางอย่างที่จะต้องไปสะสางอยู่ก็เป็นได้ เขาคงจะมาในอีกไม่ช้านี้หรอกครับ ท่านผู้อาวุโสเสิ่นฮองหากท่านทนรอไม่ไหว ข้าจะเป็นประธานงานเลี้ยงนี้เอง” เนี่ยหลี่พูดอย่างสุภาพและขมวดคิ้ว เจ้ามารจิ้งจอกเฒ่าในที่สุดก็รู้ตัวแล้ว เมื่อหมามันจนตรอกมันก็ต้องมีแว้งกัดใส่เป็นธรรมดา เนี่ยหลี่รู้สึกประหลาดใจกับการโต้กลับของเสิ่นฮองว่าจะทำแบบนี้

      ณ เวลานั้น สายตาของทุกคนล้วนจ้องมองไปที่เนี่ยหลี่ ก่อนที่เอี้ยเซิ่งจะมาถึง เนี่ยหลี่น่ะหรือที่จะเป็นประธานให้กับงานเลี้ยงนี้? ไม่มีใครคาดคิดว่าเนี่ยหลี่จะมีฐานะที่สูงอย่างนี้เลยสักคน

       “ฮาฮ่าๆ ไร้สาระ! เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าน่ะหรือที่จะมาเป็นประธานงานที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้น่ะ? นี่ตระกูลวายุเหมันต์กำลังเล่นตลกอะไรกับพวกเรากันแน่เนี่ย?” เสิ่นฮองหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เสียงนั้นดังสนั่นไปทั่วทั้งงานเลี้ยงนี้

       ได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป หากผู้นำตระกูลต่างๆไม่เคยได้พบหรือไม่เคยแม้แต่รู้เลยว่าใครคือเนี่ยหลี่ พวกเขาจะมีความคิดเห็นเช่นไรกับนี้อย่างไรกันนะ? แต่หลังจากที่การกรีฑาทัพของสัตว์อสูรได้บุกเข้ามา เนี่ยหลี่ได้สร้างผลงานชิ้นใหญ่เอาไว้ เนี่ยหลี่ทำให้ทั้งความเสียหายและจำนวนผู้คนที่เสียชีวิตเหลือน้อยที่สุดกว่าทุกครั้งที่สัตว์อสูรได้บุกมาโจมตี

     ยอดฝีมือคนธรรมดาทั่วไปหรือแม้แต่ผู้นำตระกูลหลายคนไม่ได้ออกมาความเห็น พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดเยาะเย้ยหรือถากถางออกไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า บางคนที่ยังไม่เคยเห็นเนี่ยหลี่มาก่อนก็เริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงค่อยๆ

“ท่านรู้จักเขามั้ย?คนที่ชื่อเนี่ยหลี่คนนั้นน่ะ!

“เนี่ยหลี่? นั่นคือคนที่เป็นดาวรุ่งสุดยอดอัฉริยะของเมืองกลอรี่ มิใช่รึ?”

“ข้าได้ยินมาว่าเขามาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ด้วยนะ!

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยได้พบเนี่ยหลี่มาก่อน แต่พวกเขาก็ได้ยินชื่อเสียงของเนี่ยหลี่มาแล้วทั้งนั้น

       เหล่ายอดฝีมือในงานเลี้ยงต่างก็มองไปยังตระกูลบันทึกสวรรค์ และเมื่อได้เห็น เนี่ยไฮ้ เนี่ยอิงและคนอื่นๆ พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นจากแสดงออกมาทางสีหน้าของพวกเขา แม้กระทั่งในอกของพวกเขาแทบจะระเบิดออกมา งานเลี้ยงนี้แท้จริงแล้วเนี่ยหลี่เป็นประธานในครั้งนี้ พวกเขามีหรือที่จะมารู้สึกภูมิใจแบบนี้มาก่อนเลย? เมื่อพวกเขาทั้งหมดได้รู้ถึงในสิ่งที่เนี่ยหลี่กระทำไปไม่นานมานี้  ในตอนนี้เนี่ยหลี่ก็กลายมาเป็นคนที่สำคัญอันดับหนึ่งของเมืองกลอรี่ไปเสียแล้ว

    เป็นเพราะเนี่ยหลี่ ตระกูลบันทึกสวรรค์ถึงได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกลอรี่ได้ ซึ่งห่างจากตำหนักท่านเจ้าเมืองไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร อีกทั้งมีอะไรบางให้ที่ทำให้สมาคมนักปรุงยาได้ติดต่อทำการค้ากับตระกูลบันทึกสวรรค์ และในขณะเดียวกันจำนวนของทหารคุ้มกันของตระกูลบันทึกสวรรค์เองก็เพิ่มขึ้นมาหลายพันคนจนกลายเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้

   พวกเขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า อย่างตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจะรุ่งเรื่องได้ถึงขนาดนี้ สายตาของเหล่ายอดฝีมือล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ความรุ่งเรื่องของตระกูลบันทึกสวรรค์นี้ต้องมาจากเนี่ยหลี่เป็นแน่

     “ข้าได้ยินมาว่าขณะที่กองทัพสัตว์อสูรได้บุกเข้ามา เนี่ยหลี่ได้ใช้วิธีลึกลับบางอย่างจนทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเหลือน้อยที่สุด มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นของจำนวนคนที่ได้เสียชีวิตไปในสงครามต่อสู้กับกองทัพสัตว์อสูรบุกมาโจมตีครั้งที่ผ่านมา!

“มันเป็นเช่นนั้นหรอกรึ!

    “ข้ายอมรับในตัวเขา หากไม่ใช่เพราะเขาแล้ว ข้าคงได้ตายไปในการโจมตีของกองทัพสัตว์อสูรเป็นแน่ ในระหว่างกองทัพสัตว์อสูรบุกเข้ามา อสูรวายุเหมันต์กำลังใช้กรงเล็บของแทงเข้ามาที่คอของข้า เขาช่วยข้าเอาไว้ก่อนที่หัวข้าจะขาด โชคดีที่มีเพียงอสูรระดับโกลด์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงได้ หากมันไม่เป็นดังนั้นแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นใครเล่าจะรู้ได้!

“ข้าก็ยอมรับในตัวเขาเช่นกัน มันเป็นเรื่องจริงที่พี่น้องของข้าหลายคนรอดตายจากเหตุการณ์นี้!

      ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆได้รู้ว่าเป็นเพราะเนี่ยหลี่ที่ได้ช่วยเหลือพวกเขาในขณะที่กองทัพสัตว์อสูรบุกโจมตีเข้ามา พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ยอมรับในตัวเขา เมืองกลอรี่สามารถทุกทำลายโดยกองทัพสัตว์อสูรได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้นทุกตระกูลต่างก็รู้ว่าการร่วมมือกันเท่านั้น พวกเขาจะสามารถป้องกันเมืองกลอรี่เอาไว้ได้จากการกลืนกินและเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆได้อย่างไร จนต้องมีใครสักคนที่จะสามารถมาช่วยพวกเขาต่อสู้จากการกรีฑาทัพของสัตว์อสูร เขาก็ควรที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ

     เสิ่นฮองไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงของเนี่ยหลี่นั้นจะเข้าไปอยู่ในใจของเหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆได้ถึงขนาดนี้ ในใจของเขาเริ่มกลายเป็นมืดหมองมาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยชื่อเสียงของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อาจจะเทียบได้กับเจ้าเด็กได้เลยจริงๆ!
จบตอนครับ

   เนี่องจากตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายในส่วนของผม ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้กำลังใจผมเสมอมานะครับ ขอบคุณครับ
*แถม มีคนถามเรื่องต้วนเจี้ยนมาเรื่องปีก คือใน่สวนนี้ผมคิดว่าการที่ต้วนเจี้ยนเข้ามาในเมืองกลอรี่ได้โดยไม่มีคนเอะใจ นั่นแสดงว่าเขามีลักษณะเหมือนคนทั่วไป แต่ด้วยการฝังเข็มของเนี่ยหลี่และร่างกายเฉพาะ ต้วนเจี้ยนจะแปลงร่างเป็นขั้นสองก็คือร่างของเผ่ามังกรก็จะมีปีกนะครับ ต้วนเจี้ยนโดยทะลวงจุดจนทำอะไรได้มากมายพลังเพิ่ม ก็น่าจะมีสกิลแบบนี้มาด้วยนะครับ คนแต่งน่าจะต้องการแบบนี้


 แปลโดย Starbot


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง