test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

7 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 175 ซื้อใจผู้อวุโส


ภายในห้องลับของตำหนักเจ้าเมือง

งานใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่เนี่ยหลี่ หนีพ้นจาก ฮูเหยียน หลานเร่อ เขาก็พาเอี้ยจื่ออวิ้นมาที่นี่

      ที่ห้องลับรายล้อมไปด้วยแผ่นหินทำเป็นผนังของห้อง แต่ละฝั่งจะลงอาคมที่เพิ่มความแข็งแกร่งของผนังเอาไว้ มันมีไว้เพื่อเป้นที่ซ่อนตัวเมื่อกองทัพอสูรบุกเข้ามาได้สำเร็จ เจ้าเมืองคนก่อนๆต่างก็สร้างให้มันสมบูรณ์แบบที่สุดกันมาเรื่อยๆ เพื่อให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของตำหนักเจ้าเมือง

     “เนี่ยหลี่ เจ้าบอกว่าพ่อของข้าให้พาข้าที่แห่งนี้ แต่เราจะทำอะไรกันที่นี่หล่ะ” เอี้ยจื่ออวิ้น สงสัยจึงถามออกมา

    ภายในห้องลับที่ทั้งที่ว่างและพร้อมไปด้วยเสบียง โดยที่ไม่มีสิ่งอื่นนอกจากนี้

      “งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว ครั้งนี้พวกเราต้องกำจัดพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น ในเวลานี้ข้าเกรงว่ามันอาจจะมีสถานการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้” เนี่ยหลี่พูดและมองไปที่เอี้ยจื่ออวิ้นด้วยความเศร้า

    “แต่เรามาทำอะไรกันที่นี่หล่ะ” เอี้ยจื่ออวิ้นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทันทีที่นางคิดได้ นางก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “เนี่ยหลี่ นี่เจ้า.....”

     ขณะที่เอี้ยจื่ออวิ้นกำลังจะมีปฏิกิริยา เนี่ยหลี่ก็เปิดกลไกบนผนังหิน เกราะป้องกัน(น่าจะเป็นพลังบาเรีย)ก็โผล่ขึ้นมาระหว่าง เอี้ยจื่ออวิ้นกับเนี่ยหลี่    เอี้ยจื่ออวิ้นถูกกักไว้อยู่ในห้องลับ

     “นี่เป็นคำขอร้องจากพ่อของเจ้า” เนี่ยหลี่พูดและยิ้มออกมา(นึกท่าทางมันออกมาเลย...) ความจริงแล้ว เอี้ยเซิ่งกับเนี่ยหลี่นั้นไม่ถูกกัน ก็มีบางอย่างที่เขาทั้งสองคนสามารถเข้ากันได้

    เพื่อความปลอดภัยของเอี้ยจื่ออวิ้น แม้ว่าเอี้ยจื่ออวิ้นต่อต้านสำหรับเรื่องนี้ แต่เอี้ยเซิ่งกับเนี่ยหลี่จำเป็นต้องขังเธอไว้ที่ห้องลับแห่งนี้

    “เนี่ยหลี่ ปล่อยข้าออกไปนะ เร็วเข้า! การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้น เจ้าขังข้าไว้แบบนี้ทำไม” เอี้ยจื่ออวิ้นมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความโกรธเธอรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อที่จะทำลายบาเรียออกมา แต่พลังของเธอก็ถูกดีดกลับมา

     “เกรงว่าข้าคงทำไม่ได้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะต้องตอบโต้เราแน่นอน เจ้าเป็นลูกหลานที่สืบเชื้อสายจากตระกูลหลักของวายุเหมันต์ ตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย เจ้าคือจุดอ่อนของพวกเรา ดังนั้นเจ้าจึงต้องอยู่ที่นี่” เนี่ยหลี่พูดออกมาและยิ้มให้กับเอี้ยจื่ออวิ้น “วางใจ้ได้ แม้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงสร้างปัญหาได้ไม่มากเท่าไหร่ เจ้ารออยู่ที่นี่ไปก่อน อีกไม่นานข้าจะกลับมาหาเจ้า”

หลังจากที่พูดเสร็จ เนี่ยหลี่ทะยานออกไป

     “เนี่ยหลี่ เจ้ากลับมานะ” เอี้ยจื่ออวิ้นพูตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “ถ้าวันนี้เจ้าไม่ปล่อยข้าออกไป เจ้าอย่างหวังว่าจะได้พบข้าอีก....”

      เสียงของเธอดังก้องไปทั่วทั้งทางลับ เนี่ยหลี่ก็หายไปจากทางเข้าห้องลับอย่างรวดเร็ว เอี้ยจื่ออวิ้นกระทืบเท้าด้วยความโกรธ เธอตกหลุมพรางของเนี่ยหลี่อีกแล้วรึนี่ ตอนที่เนี่ยหลี่พาเธอมาที่นี่ เธอก็เริ่มเอะใจเร็วกว่านี้ เธอพยายามที่จะพังบาเรียออกมาแต่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งก็ไม่เป็นผล เธอได้แต่รอให้ใครสักคนเข้ามาช่วยเธออกไปหรือรอจนกว่าบาเรียจะหยุดทำงานในอีก 3 วันหลังจากนี้ แต่ในเวลานี้การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นที่จะนำไปสู่การจบเรื่องราวทั้งหมด(ในที่นี้น่าจะหมายถึงการกำจัดสิ่งที่เป็นภัยต่อเมืองนะครับ)

จะเป็นอย่างไรถ้าพ่อของเธอและเนี่ยหลี่ต้องตกอยู่ในอันตราย

  น้ำตาก็เริ่มไหลลงมาบนแก้มของเธอ ในตอนนี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย ใจเธอกลัวว่าเนี่ยหลี่จะต้องตาย แม้ว่าเนี่ยหลี่จะบอกกับเธอว่าอีกไม่นานเขาจะกลับมา แต่เธอก็ยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

แขกก็เริ่มเข้ามาที่งานเลี้ยง

   ตำหนักของเจ้าเมืองก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆมีการสนทนาและทำความรู้จักกับคนอื่นๆ

ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงคือ เอี้ยซิวกับเอี้ยโช่ว

     เนี่ยหลี่ได้รู้จากเอียซิ่วว่า เอี้ยโช่วเป็นคนที่ลึกลับเป็นอย่างมากในตระกูลวายุเหมันต์ เขาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังในการควมคุมกำลังคนของตระกูลวายุเหมันต์ เขาจะหาคนจากสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นพวกของตนและเขาก็เป็นผู้ที่มีอำนาจที่น่ากลัวไว้อยู่ในมือ

     ในเมืองกลอรี่ มีไม่มากนักที่จะรู้จักชื่อ เอี้ยโช่ว แต่ภายในตำหนักของเจ้าเมืองเข้าถือเป็นอันสองรองจากเอี้ยซิวเท่านั้น (ถ้าไม่นับ เอี้ยมัวกับเอี้ยเซิ่งนะ) และเป็นอันดับสี่ของตระกูลวายุเหมันต์อีกด้วย

เขาเป็นคนแก่ที่ทรงอิทธิพล

เมื่อเอี้ยโช่วเห็นเนี่ยหลี่ เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

  ได้เห็นรอยยิ้มของเอี้ยโช่ว เนี่ยหลี่รู้สึกสงสัยจึงถามออกไป “ผู้อาวุโส เราเคยกันมาก่อนรึเปล่าครับ”

      ทั้งชาติที่แล้วและในชาตินี้ เนี่ยหลี่ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับเอี้ยโช่วเลย ถ้าเนี่ยหลี่ได้เห็นเพียงครั้งเดียวเขาจะสามารถจำจดพวกเขาได้ทันที หลังจากที่ใช้ชีวิตมาทั้งสองชีวิต เขาจำได้เหมือนกับได้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วยซ้ำ แต่เนี่ยหลี่มั่นใจอย่างแน่นอนว่าเขาไม่เคยพบชายแก่คนนี้มาก่อน

     “เจ้าอาจจะไม่เคยพบข้ามาก่อน แต่ข้ารู้จักเจ้า ในวันนั้นที่เจ้าได้ทะเลาะกับเสิ่นซิ่ว ข้าได้เห็นทั้งหมดจากข้างนอก แม้กระทั้งเรื่องตำแหน่งที่ให้เจ้าดูแลห้องสมุดทั้งหมดก็เป็นฝีมือของข้าเอง ข้าไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เราจะได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้” เอี้ยโช่วพูดและหัวเราะออกมา

      วันที่เนี่ยหลี่มีปากเสียงกับเสิ่นซิ่ว เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่โดยยอดฝีมือ และรู้สึกถึงพลังน้ำแข็งที่ถูกปล่อยออกมา เนี่ยหลี่เดาว่าคนๆนั้นน่าจะต้องมาจากตระกูลวายุเหมันต์ แต่เขาก็ไม่รู้นั่นคือ เอี้ยโช่ว นั่นเอง

 ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้ว่ามีคนจากตระกูลวายุเหมันต์ เนี่ยหลี่คงจะไม่ยั่วโมโหใส่เสิ่นซิ่ว

    “ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่า ผู้อาวุโสคนนั้นก็คือท่าน ข้าขอขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือข้าเอาไว้” เนี่ยหลี่คารวะและขอบคุณเอี้ยโช่ว

   เอี้ยโช่วหัวเราะออกมาแล้วยังพูดว่า “ข้าคงไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือเจ้าอีกแล้ว ข้าเกรงว่าทุกอย่างได้อยู่ภายใต้การคำนวณของเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าคงทำได้เพียงทำไปตามกระแสเท่านั้น”

 ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเพราะต่างก็เข้าใจและรู้ใจกันทั้งสองฝ่าย

   “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทำลายม่านพลังของเขตแดนจิตสีเพลิงได้และการเพิ่มพลังของเจ้าที่เพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดด แม้แต่ข้าเองก็เทียบไม่ได้ ข้าละอายใจเหลือเกินที่จะพูดมาออกมาว่าคนแก่อย่างเราคงต้องเกษียณตัวเองเสียที เรื่องของอนาคตคงต้องฝากไว้กับคนรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า” เอี้ยโช่วหัวเราะออกมาจนหัวของเขาสั่นไปหมด

      “ท่านผู้อาวุโส ท่านกล่าวหนักไปแล้ว ท่านนะหรือชราภาพแล้วไม่จริงซะหน่อย พวกเราคนรุ่นหลังยังต้องการคำชี้แนะจากผู้อาวุโสอย่างพวกท่านอีกมากนัก นี่อาจจะไม่มากนักแต่เพื่อเป็นการแสดงความนับถือจากข้า โปรดรับไว้ด้วย” เนี่ยหลี่ดึงเอาผลึกโลหิตหลายอันออกมาและมอบให้แก่เอี้ยโช่ว

เขาจะต้องสร้างความสันพันธ์ที่ดีต่อเหล่าผู้อาวุโสระดับแบล็คโกลด์ของตระกูลวายุเหมันต์เอาไว้

     เมื่อได้เห็นผลึกโลหิตที่อยู่ในมือของเขา เอี้ยโช่วถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ ผลึกโลหิตนั่นเป็นของที่ล้ำค่า แม้แต่ยอดฝีมือระดับตำนานก็ยังต้องการมัน เขารู้สึกประหลาดใจที่เนี่ยหลี่ไปหาของพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่

   เอี้ยซิ่วเริ่มเข้าใจแล้วว่าเนี่ยหลี่นั้นวางแผนอะไรไว้จึงหัวเราะและพูดออกมาว่า “รับมันไปถอะ ก่อนหน้านี้ข้าก็ได้มันมาด้วยเช่นกัน ถ้าท่านไม่รับไว้ เนี่ยหลี่เองก็คงจะไม่สบายใจ”

   เอี้ยโช่วมองไปที่เนี่ยหลี่และเอี้ยซิ่ว เขาเข้าใจได้ว่าทั้งคู่นั้นต้องการอะไร เหตุผลที่เนี่ยหลี่มองของขวัญที่ล้ำค่าเช่นนี้ต้องเป็นเพราะ  อวิ้นเอ๋อ เขาได้รู้เรื่องราวระหว่างเนี่ยหลี่กับเอี้ยจื่ออวิ้น เขาจึงหัวเราะออกมาและพูดว่า “งั้นข้าจะรับมันเอาไว้”

     เนี่ยหลี่หัวเราะออกมาเล็กน้อย เอี้ยซิ่วเริ่มทำความสนิทสนมกับเขา เอี้ยโช่วด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสระดับแบล็คโกลด์ของตระกูลวายุเหมันต์นั้นคุยด้วยกันง่าย (ยัดใต้โต๊ะนี่หว่า...) ด้วยการมีทั้งผู้มีตำแหน่งระดับสูงของตระกูลวายุเหมันต์และการอนุมัติจากเอี้ยเซิ่ง ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

     ผู้คนจากตระกูลต่างๆมากมายมีจำนวนมากขึ้น ไม่นานพื้นที่ทั้งหมดก็เต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาต่างเข้าไปนั่งอยู่ในพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ ต่างก็มีมุมเป็นของตนเอง อย่างไรก็จำนวนคนที่มาร่วมงานของตระกูลวายุเหมันต์นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

      “ทำไมคนของตระกูลวายุเหมันต์ยังไม่มาถึงกันหล่ะ” เสิ่นฮองรู้สึกไม่ชอบมาพากล เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดจากตระฏุลต่างๆก็มากันพร้อมแล้ว มีเพียงหนึ่งถึงสองคนจากสิบคนของตระกูลวายุเหมันต์มาร่วมงาน ที่สำคัญมีเพียงเอี้ยซิ่วกับเอี้ยโช่วเท่านั้น

    ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ตำแหน่งใจกลางงาน ล้อมรอบได้ด้วยตระกูลต่างๆ ในเวลาเช่นนี้ถ้าเขาทำอะไรออกไปก็เท่ากับเปิดเผยให้ตระกูลอื่นๆรู้เข้า

    เนี่ยหลี่ออกไปนอกพื้นที่จัดงานและเห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพี่ยวกับพรรคพวกแม้กระทั้งคนจากตระกูลบันทึกสวรรค์และต้วนเจี้ยนก็มาร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยเช่นกัน แม้เนี่ยหลี่จะไม่ยอมให้พวกเขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยแต่พวกเขาก็ต้องการที่จะเข้าร่วมอยู่ดี เขาจึงต้องเตือนพวกนั้นเอาไว้ก่อน

    เนี่ยหลี่เดินตรงไปทางที่ตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่

      ได้เห็นเนี่ยหลี่ เนี่ยไฮ้ เนี่ยอิงและพรรคพวกก็รู้สึกตื่นเต้น เมื่อเนี่ยหลี่เดินมาด้านหน้าของห้องโถงหลัก พวกเขาเห็นคนสำคัญจากตระกูลวายุเหมันต์ถึงสองคนด้วยกันมีให้เกียรติกับเขา ด้วยสิ่งนี้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นเกี่ยวกับฐานะของเขาในตอนนี้ มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปอย่างบ้าคลั่งว่าเนี่ยหลี้กลายเป็นตัวเก็งว่าจะได้เป็นลูกเขยของท่านเจ้าเมือง ในเวลานี้พวกเขาต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจ หน้าตระกูลบางคนที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันต่างก็ก้มหน้าและเดินหลบออกเมื่อได้เห็นพวกเขา

      เนี่ยหลี่เดินมาหาเนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงที่อยู่ข้างๆพูดกระซิบข้างหูว่า “คืนนี้จะมีบางอย่างเกิดขึ้น ดูแลคนของเราให้ดี”

      ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงถึงจับใจสั่นไปเล็กน้อยพวกเขาพยักหน้าตอบ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ที่แน่ๆพวกเขาก็ต้องระวังตัวอย่างมากไว้ก่อน

    โชคดีที่เนี่ยหลี่ส่งคนไปแจ้งพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้ว นั่นคือเหตุผลที่เนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงพาพวกมีฝีมือมาเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ก็ไม่ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ความลับเช่นนี้ยิ่งรู้น้อยที่สุดยิ่งดี

   เนี่ยหลี่มองไปที่ต้วนเจี้ยนและพูดว่า “ต้วนเจี้ยน เจ้าตามข้ามา”

“ครับ” ต้วนเจี้ยนยืนขึ้นและเดินตามหลังเนี่ยหลี่

    ขณะที่เนี่ยหลี่กำลังเดินอยู่ เขาใช้เสียงแผ่วๆที่พวกเขาจะได้ยินกันเพียงสองคนและพูดว่า “คืนนี้ เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้น เจ้าต้องจับตาคนๆหนึ่งเอาไว้ นั่นคือ เสิ่นฮอง แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถล้มเขาได้ ยังไงเจ้าก็ต้องขัดขวางเขาเอาไว้”

      ตอนนี้ ต้วยเจี้ยนก้าวเข้าสู่ระดับแบล็คโกลด์ แต่ก็ยังไม่ใช่คู่มือของเสิ่นฮอง อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายของ  ต้วนเจี้ยนนั้น แม้จะต้องสู้กับยอดฝีมือระดับตำนาน เขาพอมีโอกาสยื้อการต่อสู้ได้

  “ครับ ข้าเข้าใจแล้ว” ต้วยเจี้ยน ผงกหัวตอบรับอย่างจริงจัง

 เนี่ยหลี่และต้วนเจี้ยนเดินตรงไปทางตระกูลมังกรทะยานฟ้า

      เมื่อเซี่ยวหยุนฟางและคนจากตระกูลมังกรทะยานฟ้าเห็นการปรากฎตัวของ เนี่ยหลี่ พวกเขาทั้งหมดล้วนยืนขึ้น ตอนนี้เนี่ยหลี่คือคนที่ทั้งอิทธิพลและทรงอำนาจมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

      “เนี่ยหลี่” เซี่ยวหนิงเอ๋อยินขึ้นและมองไปที่เนี่ยหลี่ ดวงตาของเธอดูเปล่งประกายงดงามยิ่งนัก

      เนี่ยหลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดกับ เซี่ยวหยุนฟางว่า “ยินดีที่ได้พบครับ ท่านลุง”

       ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เซี่ยวหยุนฟางเต็มไปด้วยรู้สึกความปลาบปลื้ม และรีบตอบกลับว่า “หลานเนี่ยหลี่ ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือดูแลเซี่ยวหนิงเอ๋อตลอดมา”

    เซี่ยวหยุนฟางและคณะรู้ถึงตัวตนเองเนี่ยหลี่แล้วจากนั้นจึงมองไปที่ ต้วนเจี้ยนผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังเนี่ยหลี่ ทั้งสองคนนั้นทำให้พวกเขารู้สึกเข้าใจอยู่ลึกๆ

       “ท่านลุง ท่านกล่าวหนักไปแล้ว หนิงเอ๋อเป็นเพื่อนที่สนิทของข้า ดังนั้นท่านลุงไม่ต้องเป็นห่วง นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันข้าขอมอบของขวัญเพื่อแสดงความนับถือ โปรดรับไว้ด้วย” เนี่ยหลี่ดึงขวดยาหลายขวดออกมาและมอบให้เซี่ยวหยุนฟาง

      เมื่อเห็นของขวัญที่เนี่ยหลี่มอบให้เซี่ยวหยุนฟาง เซี่ยวอี้และคนอื่นๆก็อิจฉาตาร้อนขึ้นมา เนี่ยหลี่ช่างร่ำรวยมหาศาลนัก บรรดาขวดยาเหล่านั้นมีทั้ง ยาเสริมพลังกายสีชาด, ยาเสริมวิญญาณและยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้าอันเลื่องชื่อ ยาแต่ละชนิดนั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลและเนี่ยหลี่มอบให้มาหลายขวดด้วยกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยาเสริมพลังกายสีชาด เพียงไม่กี่เม็ดก็มีมูลค่าสูงแล้ว

     อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นเป็นของขวัญที่มอบให้แก่เซี่ยวหยุนฟาง เซี่ยวอี้และพวกของเขาได้แต่รู้สึกเศ้ราสลด ทำไมพวกเขาไม่ได้ให้กำเนิดบุตรสาวดีๆมาสักคนหนึ่ง

แปลโดย Starbot






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง