test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

4 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 171 สัตว์อสูรห้วงเวลา


          เมื่อเนี่ยหลีเดินเข้าไปและมองสำรวจอย่างรวดเร็ว เขาก็ถึงกับตกใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคลังสมบัติของคฤหาสน์เจ้าเมืองจะสะสมของโบราณไว้มากมาย
          

   "ข้าสามารถนำพวกมันออกไปได้งั้นเหรอ?" เนี่ยหลีถามอย่างยิ้มแย้มระหว่างมองไปทางเอียจืออวิน
          

"อื้ม" เอียจืออวิ้นพยักหน้าตอบรับ เนี่ยหลีช่วยเธอและบิดา บุญคุญนี้นั้นใหญ่หลวงยิ่งนัก มันไม่อาจตอบแทนด้วยของเพียงไม่กี่ชิ้นแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงของไม่กี่ชิ้น เอียจืออวิ้นตัดสินใจที่จะยอมรับทุกคำขอของเนี่ยหลีแบบไม่ต้องคิดให้มากความเลยด้วยซ้ำ
          

"ถ้างั้น ข้าขอหยิบอะไรก็ตามที่ข้าชอบละกันนะ"
          

        เนี่ยหลีเท้าเอว สายตาของเขาพลันประสบเข้ากับหินบางอย่างในกองสมบัติ เข้ายื่นมือออกไปเพื่อสำรวจดูพวกมัน
          

       เมื่อเนี่ยหลีคว้าหินที่ดูธรรมดาขึ้นมาจำนวนหนึ่งจากกองสมบัติอันระยิบระยับ เอียจืออวิ้นก็ถามอย่างอดสงสัยไม่ได้ "นั่นมันคืออะไรน่ะ?"
          


          "มันคือศิลาผู้พิทักษ์สวรรค์ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะถูกสร้างขึ้นที่เหมืองทางเหนือสุดของทวีปสวรรค์ ซึ่งตอนนี้คงถูกปกครองโดยพวกสัตว์อสูรไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านจารึกมักจะสลักรูปแบบจารึกเมื่อพวกเขาได้รับสิ่งของมา มันช่วยเสริมพลังให้กับเวิ้งวิญญาณได้ อีกทั้งยังสร้างม่านพลังได้อีกด้วย ลองเอาศิลาผู้พิทักษ์สวรรค์นี่ไปดูเป็นตัวอย่าง มันมีรูปแบบจารึกระดับเหล็กดำสลักไว้ มันสามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากระดับเหล็กดำได้ถึงสองครั้งเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าจารึกพวกนี้จะถูกใช้ไปแล้ว คงต้องมีการซ่อมแซมนิดหน่อย" เนี่ยหลีคว้าศิลาผู้พิทักษ์สวรรค์มาหกก้อน แล้วจึงเทเลือดของสัตว์อสูรลงไปเพื่อซ่อมแซมรูปแบบจารึก จากนั้นเขาก็ได้ซ่อมแซมศิลาไปถึงสามก้อน แล้วจึงซ่อมแซมที่อยู่บนฝ่ามือของเอียจืออวิ้นอีกสามก้อน
          

"นี่มัน..." เอียจืออวิ้นมองไปที่ศิลาผู้พิทักษ์สวรรค์ทั้งสามก้อนบนฝ่ามือ "เป็นของที่มีค่าสูงมาก..."
          


        "มันเป็นของตระกูลเจ้า ว่าแต่ ทำไมเจ้าถึงถือพวกมันไว้ล่ะ เก็บมันไว้สิ" เนี่ยหลีหัวเราะและมองไปรอบๆต่อ
          


       แก้มของเอียจืออวิ้นแดงเล็กน้อยแล้วเธอจึงเก็บศิลาผู้พิทักษ์สวรรค์ทั้งสามลงไป
          


         เนี่ยหลียังคงเดินดูโดยรอบคลังสมบัติ แล้วจึงเดินไปที่ภูเขาสมบัติ เขาจะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร? เขารู้สึกสงสัยว่าจะมีคัมภีร์รูปแบบจารึกระดับตำนานอยู่ที่นี่? ถ้ามันมี เขาคงหยิบมันไปโดยไม่ต้องเอ่ยคำขอแน่นอน ในตอนนี้พลังความสามารถของเขายังห่างไกลกับเป้าหมายยิ่งนัก เขาหวังว่าจะมีของที่ช่วยเป็นหลักประกันชีวิตเขาอยู่บ้างในกองสมบัติพวกนี้
          


          ถ้าอะไรที่ถูกตาต้องใจ โดยเฉพาะสิ่งที่สามารถนำไปใช้ระหว่างการต่อสู้ได้ เนี่ยหลีคงจะคว้าแล้วโยนมันลงแหวนเก็บของโดยไม่ลังเลแน่นอน หรืออาจจะเป็นแหวนเก็บของของเอียจืออวิ้นหลังจากที่บอกเธอถึงวิธีใช้งาน
          


        หลังจากนั้นชั่วครู่ เนี่ยหลีได้คว้าสมบัติมานับร้อยชนิด ประดุจดังกำลังปล้นคลังสมบัติแห่งนี้อยู่
          


      ถ้าเอียเซิ่งเห็นภาพนี้เข้าหัวใจคงแหลกสลาย เนี่ยหลีใช้ที่นี่อย่างกับเป็นสถานที่ในบ้านของเขาเองอย่างไรอย่างนั้น
          


          "น่าเสียดาย ที่นี่ไม่มีอะไรที่ถูกตาต้องใจข้าเลย คลังสมบัตินี่ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก" เนี่ยหลีพูดอย่างผิดหวังเล็กน้อย
          


           เมื่อเอียจืออวิ้นได้ยินเช่นนั้น เธอถึงกับอับจนคำพูด ไม่มีอะไรที่ถูกตาต้องใจเจ้า? แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งหยิบของไปนับร้อยชิ้น!?
          


            เนี่ยหลีพบคัมภีร์จารึกสิบห้าม้วนที่มีเทคนิคต้องห้ามระดับตำนาน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ดีอะไรมากมาย สิบม้วนนั้นเป็นเพียงแค่เศษซาก แต่ที่เหลืออีกห้านั้นพอที่จะซ่อมแซมได้ หลังจากที่เนี่ยหลีซ่อมแซมคัมภีร์จารึกทั้งห้าแล้ว เขาได้มอบมันสามม้วนให้แก่เอียจืออวิ้นและเก็บไว้เองสองม้วน
          

      เนี่ยหลีเท้าเอว ส่วนใหญ่ของทุกอย่างที่ผ่านสายตาของเขานั้นถูกนำมาแล้ว ด้วยสมบัติมากมายที่อยู่ด้านข้างมันทำให้เขารู้สึกค่อยยังชั่วอยู่บ้าง
          


          ทันใดนั้นสายตาของเนี่ยหลีก็ไปบรรจบกับไข่ลึกลับในบรรดาสมบัติที่เหลือ ไข่ที่ว่านั้นมีสามขนาด มีสีแดงและสีทองพร้อมด้วยรูปแบบจารึกมากมายบนตัวไข่
          

          เนี่ยหลีเชื่อในสารบบความรู้ของตน แม้ว่าจะไม่อาจเข้าใจรูปแบบจารึกที่สลักอยู่ แต่มันต้องเต็มไปด้วยปริศนาแน่นอน
          


         รูปแบบจารึกพวกนี้แทบไม่คุ้นตาเขาเลย เขาไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนแน่นอน
          


      เมื่อสายตาของเนี่ยหลีจ้องมองไปยังไข่ประหลาด เอียจืออวิ้นก็ถามอย่างสงสัย "มันคืออะไรเหรอเนี่ยหลี?"
          


         "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน" เนี่ยหลียิ้มเจื่อนๆ พร้อมส่ายหน้า เนี่ยหลีทราบถึงไข่ของสัตว์อสูรส่วนใหญ่ แต่นี่มันแทบไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันเป็นไข่อะไร ทำให้เขาแย่
          

   รูปแบบจารึกบนไข่พวกนี้ช่างลึกลับ ในตอนนี้เนี่ยหลีไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องมัน
          


        เนี่ยหลีไม่อาจทราบได้ว่ามันคืออะไร หรือมันเป็นเพียงแค่ไข่? เอียจืออวิ้นตกใจเล็กน้อย ในใจของเธอนั้นมองว่าเนี่ยหลีรู้ทุกสรรพสิ่งบนโลกหล้า ไม่อาจมีสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือความรู้ของเนี่ยหลี
          

       "ถ้างั้น เราจะทำยังไงดี?" เอียจืออวิ้นมองไปยังเนี่ยหลีและถามออกมา
          

      เนี่ยหลีจ้องมองไข่ลึกลับพวกนั้น เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังบางอย่างที่ออกมาจากมัน สิ่งมีชีวิตภายในไข่จะต้องยังคงมีชีวิตอยู่แน่ คลื่นพลังนั้นทำให้เนี่ยหลีสัมผัสได้ถึงความลึกลับและความกดดัน
          

   'แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?' เนี่ยหลีพยายามครุ่นคิด
          


     เนี่ยหลีคิดอะไรบางอย่างและพยายามที่จะเคลื่อนตัวเล็กน้อย เขารวมพลังภายในเวิ้งวิญญาณให้มันบางพอที่จะทะลุเข้าไปภายในไข่ เขาคิดไม่ออกจริงๆว่ามันเป็นไข่ของสัตว์อสูรอะไร เมื่อมันดูดซับพลังวิญญาณของเขา มันได้หลอมรวมเข้ากับพลังของเขาและเขาพยายามทำให้มันศิโรราบ!
          

          เมื่อเขาถอนพลังวิญญาณออกมาจากไข่ เนี่ยหลีรู้สึกได้ถึงการต่อต้านจากคลื่นพลังของไข่ คาดได้ว่ามันปฏิเสธพลังวิญญาณของเนี่ยหลี เหมือนมีม่านพลังปิดกั้นไม่ให้พลังวิญญาณเนี่ยหลีเข้าไป
          

      เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงม่านพลังที่ทรงพลัง เนี่ยหลีถึงกับตกใจ นี่มันจะต้องเป็นสัตว์อสูรระดับสูงมากอย่างแน่นอน อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าไม่ได้มาจากโลกนี้!
          

ถ้าสัตว์อสูรมีม่านพลังเช่นนี้ตั้งแต่ยังเป็นไข่ อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นถึงระดับเทพ
          

 เนี่ยหลีพยายามที่จะแทรกแซงพลังวิญญาณของเขาเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่ามันก็ยังคงล้มเหลว นี่มันช่างน่าท้อใจ แต่ทันใดนั้นเนี่ยหลีก็พบว่าเศษเสี้ยวหน้าของหนังสือจิตอสูรท่องเวลาบนอกของเขากำลังส่องสว่าง
          

   หมายความว่าเจ้าไข่นี่มันดึงดูดเศษเสี้ยวหน้าของหนังสือจิตอสูรท่องเวลา?
          

       เนี่ยหลีมองไปยังเศษเสี้ยวหน้าของหนังสือจิตอสูรท่องเวลา เศษเสี้ยวหน้านั้นได้ลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับแสงสีขาวที่แผ่ไปยังไข่ลึกลับนั่น แสงนั้นได้หมุนวนอย่างรวดเร็วโดยรอบของไข่ ทันใดนั้นก็บังเกิดแสงสีทองส่องสว่างออกเคียงคู่กับแสงจากเศษเสี้ยวหน้าของหนังสือจิตอสูรท่องเวลา
          

ภาพอันลึกลับนี้ถึงกับทำให้เนี่ยหลีและเอียจืออวิ้นตื่นตะลึง
          

หนังสือจิตอสูรท่องเวลา?
         

       เป็นไปได้ว่าไข่นั่นมีความเกี่ยวข้องกับหนังสือจิตอสูรท่องเวลา?
          


         "สัตว์อสูร... สัตว์อสูรห้วงเวลา..." เนี่ยหลีพึมพำ ทันใดนั้นก็บังเกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นภายในใจเขา นั่นจะต้องเป็นสัตว์อสูรในตำนาน สัตว์อสูรห้วงเวลา? สัตว์อสูรห้วงเวลานั้นเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรลี้ลับ พวกมันถูกกล่าวถึงในเอกสารอันน้อยนิด
          


           ตามตำนานกล่าวไว้ว่า สัตว์อสูรห้วงเวลานั้นยากยิ่งนักที่จะจับต้อง และจำนวนของไข่สัตว์อสูรห้วงเวลายิ่งมีเพียงน้อยนิดมากๆ พวกมันไม่เคยถูกลงบันทึกไว้ในเอกสารใดๆ
          


           ในอดีตมีผู้คนที่พยายามค้นหาเบาะแสของสัตว์อสูรห้วงเวลา หนึ่งในสัตว์อสูรห้วงเวลาถูกเรียกว่า มูซห้วงเวลา พวกมันดูธรรมดามากหากนำไปเทียบกับสัตว์อสูรห้วงเวลาตัวอื่น เมื่อใดก็ตามที่มีใครบางคนค้นพบมูซห้วงเวลา พวกเขามักจะให้หญ้ามันกินและพยายามที่จะเข้าไปใกล้มันเพื่อให้ประตูห้วงเวลาโผล่ออกมา แต่เมื่อมีใครเข้าไปใกล้ พวกมูซห้วงเวลาจะโดนดูดกลืนหายเข้าไปในประตูห้วงเวลา พวกมันมักจะไปกลับทุ่งหญ้าภายในห้วงเวลานี้ จากนั้นเพียงชั่วครู่ก็จะหายไปปรากฏขึ้นในสถานที่อยู่ห่างไกลออกไป หรือไม่ก็หายไปเลย
         


        เมื่อมันหายไป พวกมูซห้วงเวลานั้นมักจะปรากฏขึ้นในสถานที่เดียวกันในร้อยปีให้หลัง หรือไม่ก็พันปีหลังจากนั้น เพราะพวกมันนั้นสามารถเดินทางท่องเวลาได้ อย่างไรก็ตาม มูซห้วงเวลานั้นไม่ได้ทำสัญญากับมนุษย์หรือสัตว์อสูร พวกมันจึงไม่ได้ส่งผลอะไรมากกับประวัติศาสตร์
          

          พวกมูซห้วงเวลาเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรห้วงเวลาที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ซึ่งในบันทึกยังมีอีกสองตัวคือ หมาป่าห้วงเวลาและอสูรสิงโตห้วงเวลา พวกมันเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติของมูซห้วงเวลา
          


       แต่ไม่ว่าจะเป็นมูซห้วงเวลา หมาป่าห้วงเวลาหรืออสูรสิงโตห้วงเวลา พวกมันเหล่านั้นไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่วางไข่เพื่อสืบพันธ์
          

          แสงจากเศษเสี้ยวหน้าหนังสือจิตอสูรท่องเวลายังคงส่องประกายอยู่บนไข่ รูปแบบจารึกบนไข่เองบางครั้งก็เรืองแสง บางครั้งก็หม่นลง เนี่ยหลีควบคุมพลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายในเพื่อค้นหาจุดอ่อนของม่านพลัง ในที่สุดแสงบนไข่ก็มืดลง เนี่ยหลีสัมผัสได้ว่าม่านพลังได้แตกออกและผลักดันพลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายใน
          

ตู้ม!
          

          เนี่ยหลีรู้สึกเหมือนหัวของเขาได้ระเบิดแตกกระจาย หัวของเขาเริ่มที่หมุนด้วยความเร็วสูงมาก มันเปรียบดั่งจิตใจของเขาได้ผ่านเวลามาหลายศตวรรษ ทุกภาพของช่วงชีวิตก่อนหน้าได้ปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขา
          

ไข่ลึกลับยังคงดำเนินการดูดพลังวิญญาณของเนี่ยหลีอย่างต่อเนื่อง
          


          เมื่อเนี่ยหลีรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขาใกล้เหือดแห้ง เขาจึงรีบถอนพลังออกมาจากไข่นั่นทันที เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าไข่นั่นไม่ได้ดูดพลังของเขาแล้ว เนี่ยหลีจึงเป่าปากอย่างโล่งอก ทันใดนั้นเนี่ยหลีได้รับรู้ถึงความลึกลับจากไข่ คลื่นพลังภายในไข่ได้เติบโตขึ้นและดูแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย อีกทั้งเนี่ยหลียังรู้สึกได้ว่าตัวเขาและไข่มีความเชื่อมโยงกันอย่างประหลาด
          

"ข้าจะเอาไข่นี่ไปศึกษาอย่างละเอียด" เนี่ยหลีพูดพร้อมมองไปยังเอียจืออวิ้น
          

        "ได้สิ" เอียจืออวิ้นพยักหน้า เนี่ยหลีนั้นสามารถนำอะไรก็ได้ที่ต้องการจากคลังสมบัติแห่งนี้
          


         เนี่ยหลีเก็บไข่ลึกลับนั่นลงในแหวนเก็บของ เขารู้สึกได้รางๆถึงความลึกลับของไข่นี่ อีกทั้งยังเกิดความคิดว่าเขาจะสามารถไขปริศนานี่ได้ในอนาคต
          

        ทันทีที่เขาคว้าหน้าที่เหลืออยู่ของเศษเสี้ยวหน้าหนังสือจิตอสูรท่องเวลา เนี่ยหลีและเอียจืออวิ้นก็เดินออกไปจากคลังสมบัติแห่งนี้
          


        ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นมาจากท้องฟ้า เนี่ยหลีเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับนกยักษ์กำลังบินอยู่บนอากาศ
          

นั่นคือบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง เอียหยาน!
          

  ความสนใจของเนี่ยหลีจ้องมองไปยังหุ่นเชิดวิญญาณที่กำลังร่อนลงมาจากฟ้า
          

  บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยานพูดอย่างหงอยๆ "เนี่ยหลี ในอนาคตข้าจะไม่ทำงานแบบนี้อีกแน่ มันช่างน่าเบื่อยิ่งนัก"
          

          "บรรพชนผู้ก่อตั้งเอียหยาน พวกสมาชิกของสมาคมทมิฬนั้นเป็นพวกนอกรีต พวกมันกำลังทำสิ่งที่พวกมันต้องการ ถ้าท่านช่วยเมืองกลอรี่จากเนื้อร้ายก้อนนี้ มันจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐและสูงส่งมาก ท่านไม่ยินดีเหรอ?" เนี่ยหลีกล่าวยิ้มๆ
          

          "แม้ว่าข้านั้นจะตายไปหลายพันปีแล้ว พวกลูกหลานเหล่านี้ยังกังวลว่าข้าจะว่างมากเกินไปสินะ ยังจะสร้างสมาคมทมิฬมาเพื่อก่อปัญหาอีก" ในมุมมองของเอียหยาน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในเมืองกลอรี่หรือสมาคมทมิฬต่างก็เป็นลูกหลานของเขาทั้งนั้น!


  แปลโดย Esthe


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง