test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

2 เม.ย. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 168 ความงามที่เปราะบาง (16+)


   เนี่ยหลี่พยักหน้า เพราะจะมีกองทัพสัตว์อสูรนับร้อยล้านตัวยกขบวนมาโจมตีตามที่ได้บอกเอาไว้ แต่ก่อนหน้านั้นต้องมีการเตรียมการเอาไว้หยางซิ่นพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เข้าใจแล้ว ข้าจะจัดการให้”


“งั้นข้าขอตัวละ!” 

เนี่ยหลี่พูดหลังจากที่คิดแล้วว่าหยางซิ่นเข้าใจสิ่งที่ตนจะบอก



  “น้องชาย เจ้าจะรีบกลับแล้วรึ, มีธุระอะไรเร่งด่วนงั้นรึ” หยางซิ่นยิ้มแล้วมองไปที่เนี่ยหลี่ 



“ตอนนี้ข้าไม่ได้ธุระฯอะไรทั้งนั้น” เนี่ยหลี่พูดพร้อมส่ายหัว “งั้น ทำไมไม่อยู่ดื่มกับพี่สาวก่อนหล่ะ” หยางซิ่นพูดเย้ยเนี่ยหลี่แต่เมื่อเห็นอาการลังเลของเนี่ยหลี่จึงพูดต่อว่า 


“คงไม่ใช่ว่าน้องชายเนี่ยหลี่ เจ้ากลัวว่าพี่สาวคนนี้จะแอ้มเจ้าหรอกนะ”



    ก่อนที่จะมาหาหยางซิ่น เนี่ยหลี่เองก็อารมณ์ไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่ได้กังวลว่าจะถูกหยางซิ่นหลอกฟันเขา  แม้หยางซิ่นจะแสดงท่าทียั่วยวนออกมาแต่ในใจของนางนั้นเพียงแค่ต้องการจะหยอกล้อเนี่ยหลี่เท่านั้น การที่ หยางซิ่นได้ตำแหน่งผู้อำนวยการของสมาคมนักปรุงยานั้นมิใช่มาจากรูปลักษณ์ภายนอกของนางแต่อย่างใด แต่เพราะความสามารถในการบริหารงานอันดีเลิศของเธอ ในอนาคตมีหลายอย่างที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือความสามารถของนาง



“ตกลง!! ข้าดื่มเป็นเพื่อน พี่หยางเอง” เนี่ยหลี่ตอบหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง



        ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน เนี่ยหลี่และหยางซิ่นนั่งดื่มสุราอยู่ที่โต๊ะหินในสวนหย่อม “ตั้งแต่ข้าเกิดมาในเมืองกลอรี่ข้าได้แต่เฝ้าถามว่ามีอะไรอยู่ภายนอกเมืองกลอรี่งั้นรึ? เมื่อข้าได้ออกไปค้นหาก็พบแต่ซากปรักหักมากมายไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนกับว่าการใช้ชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ราวกับการถูกขังอยู่ในกรงนก มันช่างน่าเบื่อเสียยิ่งกว่าอะไร” หยางซิ่นพูดจากนั้นจึงยกจอกดื่ม




       เมื่อเห็นหยางซิ่นพูดแบบนั้น เนี่ยหลี่จึงเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้า “นอกเมืองกลอรี่นั้นมีภูเขาแห่งบรรพกาล อยู่ ที่นั่น มีอยู่ไกลกว่าพันลี้ มีเพียงสองชนเผ่าเท่านั้นมียังเหลือรอดอยู่  ไกลออกไปทางทิศตะวันออกยังมีทะเลทรายที่ไร้จุดจบ ทางทิศตะวันตกนั้นมีทั้งพื้นที่ที่แห้งแล้ง,ที่ราบ,ป่าพิษและอื่นๆอีกมากมาย ในพื้นที่เหล่านี้ก็ยังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่ด้วยเช่นกัน นอกจากทวีปแห่งเทพแล้วยังมีอีกกว่าสิบทวีป มีหลายทวีปที่มาจากโลกหลัก ในโลกหลักนั้นก็ยังแบ่งออกเป็นหลายดินแดนย่อย นอกจากโลกนี้ก็ยังมีอีกหลายภพ”





       เมื่อได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลี่พูดออกมา หยางซิ่นไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าเขานั้นพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ อะไรคือโลกหลัก? อะไรคือดินแดนย่อย? อะไรคือภพอื่นๆ? นางเดาได้เลยว่าถ้าโลกที่เนี่ยหลี่กล่าวมานั้นมันจะต้องใหญ่มากๆ มันจะต้องมีที่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้แน่นอน



      หยางซิ่นเข้าใจแล้วว่ามีเพียงมนุษย์อันน้อยนิดที่อยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ ตัวพวกเขาเองก็เหมือนถูกต้อนให้อยู่ในเมืองกลอรี่อันเล็กจิ๋วอีกทั้งยังต้องดิ้นรนหาทางรอด



    “ดื่มให้กับโลกอันกว้างใหญ่...ดื่ม” หยางซิ่นยกจอกดื่มอีกกล่าวออกมาว่า “ข้า หยางซิ่น เป็นเด็กกำพร้า ต้องทนทุกข์ทรมานจากการดูถูกมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็พยายามไต่เต้าจนได้มาอยู่ในตำแหน่งนี้ ได้มาโดยการยั่วยวนหลอกล่องั้นรึ? เปล่าเลยข้ามาอยู่ ณ จุดนี้ได้ด้วยความสามารถของข้าเอง แม้บัดเดี๋ยวนี้เหล่าผู้ชายที่แข่งกับข้า มีสักคนมั้ยที่ไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง”



     หยางซิ่นเริ่มมีอาการเมา เมื่อได้ยินแล้วเนี่ยหลี่จึงคิดถึงเอี้ยจื่ออวิ้น เขาก็รู้สึกท้อแท้และยกจอกเหล้าขึ้นมา “ดื่มให้กับความสามารถของพี่หยาง...ดื่ม”





   “ตำแหน่งผู้อำนวยการสมาคมนักปรุงยานี้ ต่างก็เป็นที่จับจ้องของผู้คนมากมาย แต่ข้าก็ยังรักษามันไว้ได้อย่างมั่นคง แต่เพื่ออะไรละ ข้ามีคนรอบกายมากมายแต่ไม่มีผู้ใดเลยที่เข้าใจข้าเลยสันคน” หยางซิ่นยิ้มแล้วดื่มอีกจอกหนึ่ง “ข้าสู้ตลอดทั้งชีวิตของข้า แต่ก็พบว่ามีแต่ความว่างเปล่า”




       “พี่สาวหยางซิ่น แต่ท่านก็ยังมีข้าอยู่ไม่ใช่รึ” เนี่ยหลี่หัวเราะออกมา เขารู้ได้ทันทีถึงความเดี่ยวดายของหยางซิ่น ในชาติที่แล้วของเขานั้นก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน เดินทางท่องไปทั่วโลก พบผู้คนมากมาย แต่คนสนิท,เพื่อนรักและคนรักเพียงหนึ่งเดียวของเขาต่างตายจากเขาไปแล้วทั้งสิ้น



“ฮ่าๆ คำพูดของน้องเนี่ยหลี่ทำให้พี่หยางคนนี้ซาบซึ้งใจยิ่งนัก” หยางซิ่นยิ้มแล้วพูดออกมาว่า “พี่หยางซิ่นคนนี้มีคำขออย่างหนึ่งจะขอจากเจ้า หากอสูรวายุเหมันต์บุกเข้ามาในเมืองได้สำเร็จ ข้าต้องการให้น้องเนี่ยหลี่ทำให้พี่หยางซิ่นคนนี้ได้ตายอย่างสงบแล้วเผาร่างของข้าทันที อย่าให้พวกปีศาจมันได้ลิ้มรสเนื้อข้าโดยเด็ดขาด”




       “ไม่มีทาง!ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้เมืองกลอรี่ถูกทำลายโดยเหล่ากองทัพอสูรแน่นอน”  เนี่ยหลี่พูดด้วยท่าทางที่เคร่งขึม “ตกลง ข้าเชื่อใจเจ้า” หยางซิ่นพูดพร้อมก้มคำนับ
ทั้งสองคนดื่มกันจนดึกดื่น เนี่ยหลี่ได้บอกกับเธอถึงเป้าหมายของเขาว่า เขาต้องการที่จะเป็นผู้ที่เก่งที่สุดในโลกใบนี้เพื่อจะปกป้องและไม่ให้ใครมาทำอันตรายกับครอบครัวของเขา,เพื่อนรักของเขาและคนรักของเขา




      ในห้องของหยางซิ่น นางได้พาเนี่ยหลี่ลงนอนที่เตียง เมื่อเห็นเนี่ยหลี่หลับอย่างสบาย เธอเริ่มรู้สึกมึนหัวขึ้นมาเพราะเธอดื่มเข้าไปมาก แต่เนี่ยหลี่นั้นดื่มหนักกว่าเธอมากนัก เธอมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้วและเริ่มสร่างเมา ในความมืดสายตาของเธอเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนหยางซิ่นขยับตัวเธอเข้าไปใกล้หน้าของเนี่ยหลี่  เผยให้เห็นเนินหน้าอกเพียงเล็กน้อยทำให้ร็สึกยั่วยวนอย่างยิ่ง




       หลังจากที่มองหน้าเนี่ยหลี่เป็นเวลานาน แก้มของเธอก็กลายเป็นสีแดง ทำให้เธอรู้สึกราวกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง เธอกลับถอนหายใจ “เมื่อข้าเกิดมา แต่เนื้อคู่ของข้ายังไม่เกิด จนบัดนี้เนื้อคู่ของข้าได้เกิดแล้ว แต่ข้าก็แก่เสียแล้ว ถ้าพี่สาวคนนี้อ่อนกว่านี้สักสิบปี เป็นเหมือนกับเสี่ยวหนิงเอ๋อแล้วหล่ะก็ ข้าจะตามตื้อเจ้าอย่างไม่ลดละ น้องเนี่ยหลี่จะเป็นคนที่มีน้ำใจเป็นคนดี เสียดายที่เราไม่อาจคู่กันได้ น้องเนี่ยหลี่มีลิขิตที่จะกลายเป็นมังกรที่จะทะยานขึ้นไปถึงสววรค์ทั้งเก้าชั้น ส่วนข้าที่จะต้องอยู่ที่นี่จนแก่เฒ่านั่นคือชะตาของข้า เพียงได้รู้จักเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว” หยางซิ่นมองที่หน้าของเนี่ยหลี่และได้จูบที่หน้าผากของเขา เธอยิ้มแล้วก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆและเดินจากไป



     แม้นางจะเป็นผู้หญิงที่เก่ง และนางก็ยังไม่เชื่อใจผู้ชาย ใครเล่าจะมาเข้าใจความรู้สึกโดดเดี่ยวของนางได้





     ภายใต้แสงจันทร์ ด้วยท่าทางอันงดงามดั่งบัวหิมะที่บริสุทธิ์และมีเสน่ห์ แม้หยางซิ่นจะออกไปแล้วแต่ก็ยังมีกลิ่นหอมจากกายของนางหลงเหลืออยู่ในห้อง แม้เนี่ยหลี่จะดื่มเหล้าไปมากก็ตาม เขาก็ยังคงสติของเขาไว้ได้ ถ้าหยางซิ่นคิดจะอะไรเกินไปกว่านี้แล้วหล่ะก็ เขาคงต้องได้เสียใจในภายหลังแน่นอน เพราะเขาไม่อาจขัดขืนได้ 





        เมื่อเห็นหยางซิ่นเดินจากไป เนี่ยหลี่จึงรู้สึก  โล่งอก แม้นางจะมีเส่นห์,น่าหลงใหลและเย้าแหย่เนี่ยหลี่อยู่เสมอ แต่เธอก็รู้ถึงลิมิตของตนเอง เขายังเข้าใจถึงความโศกเศร้าที่อยู่ในใจของนาง ภายนอกหยางซิ่นอาจจะเป็นผู้หญิงที่เก่ง แต่แท้จริงแล้วนางกลับเป็นคนที่น่าสงสารยิ่งนัก



      เนี่ยหลี่เริ่มนั่งขัดสมาธิและสลายฤทธิ์เหล้า(แอลกอฮอล์)ออกจากร่างกายก่อนที่จะเริ่มฝึกพลัง




     ในค่ำคืนที่มืดสนิท มีเพียงบางจุดของตำหนักเจ้าเมืองเท่านั้นที่ยังมีแสงสว่างอยู่ แสงจากเชิงเทียนในห้องของเอี้ยเซิ่ง




        เอี้ยเซิ่งกำลังอ่านเอกสารต่างๆ ทุกๆวันเขาต้องได้รับรายงานทั้งหมดเกี่ยวกับทรัพยากรต่างๆ, การออกสำรวจสัตว์อสูรและความเคลื่อนไหวของสมาคนทมิฬ



      เมื่อเริ่มรู้สึกอ่อนล้า เขาจะเริ่มเดินพลังทันทีเพื่อบรรเทาอาการ หลังจากนั้นเขามองไปทางตำหนักของเอี้ยจื่ออวิ้นและนึกถึงตอนที่เขาตีก้นเนี่ยหลี่ที่ลานอาณาเขตสังหาร ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา



      เมื่อก่อนเขาเวลาที่เขาคิดถึงเนี่ยหลี่นั้นมีแต่จะต้องกัดฟันด้วยความโกรธอยู่เสมอแต่บัดนี้ความคิดของเขาที่มีต่อเนี่ยหลี่ได้เปลี่ยนไปเป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ต่างจากเดิม เมื่อเอี้ยเซิ่งกำลังที่จะอ่านเอกสารต่อก็มีคนมาเคาะที่ประตู


“เข้ามา” เอี้ยเซิ่งมองที่ไปที่ประตู เขาสัมผัสถึงพลังของเอี้ยฮั่น “ท่านพ่อ” เอี้ยฮั่นเดินเข้ามาในห้องแล้วคำนับเอี้ยเซิ่ง

  “ฮั่นเอ๋อ เจ้ามาที่นี่ทำไมรึ” เอี้ยเซิ่งยิ้มตออบ “ข้ามีเรื่องที่จะมาปรึกษากับท่านพ่อ” เขาตอบหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง


“ได้!!” เอี้ยเซิ่งพยักหน้า “เมื่อไม่กี่วันมานี้ ข้ารู้สึกว่ามีคนแปลกหน้ามากมายเข้ามาอยู่ในตำหนักของเอี้ยจื่ออวิ้นและทำให้ข้ารู้สึกสงสัย แต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่” เอี้ยฮั่นก้มหัวลง แววตาของเขาแสดงถึงความลังเลและไม่สบตากับเอี้ยเซิ่ง


     “นั่นคงจะเป็นเนี่ยหลี่และเพื่อนของเขา และพวกเขายังเป็นเพื่อนร่วมชั้นของจื่ออวิ้นอีกด้วย คงจะพักอยู่ที่ตำหนักของนางสักพัก” เอี้ยเซิ่งยังไม่รู้ว่า เอี้ยฮั่น นั้นยังปักใจอยู่กับเอี้ยจื่ออวิ้นมาโดยตลอด พวกเขาสองคนมีอายุที่ห่างกันมาก ความสัมพันธ์ก็ไม่ต่างจากพี่น้อง พวกเขาต่างก็ไม่เหมาะสมกันกับอีกฝ่าย

     ในเวลานี้ หากเปรียบเทียบระหว่างเอี้ยฮั่นกับเนี่ยหลี่ , เอี้ยเซิ่งคงเลือกเนี่ยหลี่มาเป็นลูกเขย แต่งกับเอี้ยจื่ออวิ้น เพราะเอี้ยฮั่นใช้อารมณ์ส่วนตัวมากเกินไปจนเขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจ


    “ท่านพ่อ ข้าเข้าใจ ตลอดมาท่านดูแลและอบรมสั่งสอนลูก หวังว่าจะให้ข้าสืบทอดตำแหน่งต่อจากท่าน แต่ข้ากลับขาดคุณสมบัติทำให้ท่านต้องผิดหวัง เมื่อก่อนข้าอาศัยอยู่ข้างถนนเพราะท่านรับข้ามาเลี้ยง ข้าต้องการเพียงจะตอบแทนบุญคุณท่านเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยหวังว่าจะได้ตำแหน่งเจ้าเมืองเลย” เอี้ยฮั่นก้มลงคุกเข่าและร้องไห้ออกมา



     เอี้ยเซิ่ง เห็นดังนั้นจึงรีบพูดออกมาว่า “ฮั่นเอ๋อ ข้าเข้าใจ พรสวรรค์ของเจ้านั้นน่าอัศจรรย์และยังรุดหน้ามากกว่าข้าตอนที่อายุเท่ากับเจ้าเสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายสิ่งที่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ข้าหวังไว้ แต่ข้าหวังว่าเจ้านั้นจะปล่อยวางได้”


      “ข้าเข้าใจ เมื่อไม่นานมานี้ จื่ออวิ้นสามารถเพิ่มระดับพลังได้อย่างก้าวกระโดด แสดงถึงความสามารถที่มหัศจรรย์และเริ่มเหนือกว่าข้าแล้ว” เอี้ยฮั่น พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว “การที่จะยกตำแหน่งเจ้าเมืองให้จื่ออวิ้นนั้นก็เป็นเรื่องปกติ หากแต่ว่าข้าถูกฝึกมาเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าเมืองที่ดีและข้านั้นก็เชื่อในคำพูดของท่านและพยายามอย่างหนักมากโดยไม่ขาดตกบกพร่อง จนบัดนี้ท่านกลับบอกข้าว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน! ท่านคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างมั้ย? ความฝันทั้งหมดนั่นมันสลายไปแล้วใช้มั้ย?”


    “ฮั่นเอ๋อ...ข้าขอโทษ” เอี้ยเซิ่งพูดด้วยความเสียใจ


      “ทุกครั้งที่ข้าได้พบ จื้ออวิ้น ข้าบอกกับตัวเองว่าจะต้องแต่งงานกับนางให้ได้ แต่ข้าไม่เคยได้การยอมรับจากใจของท่านเลย ท่านกีดกันข้าออกจากใจของท่าน มันก็จริงที่ข้านั้นเป็นเด็กข้างถนนไม่ใช่สมาชิกตระกูลวายุเหมันต์ของท่าน ข้าเคยฝันว่าสักวันข้าจะต้องเป็นเจ้าเมืองให้ได้ และจะได้แต่งงานกับจื้ออวิ้น แต่ตอนนี้ท่านบอกกับข้าว่า ข้าไม่เหมาะที่จะได้เป็นเจ้าเมือง ”


 “ท่านเป็นคนที่มอบความฝันนี้ให้กับข้า แต่ตอนนี้มันมีแต่ความว่างเปล่า ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว” เอี้ยฮั่นพูด


    “ฮั่นเอ๋อ” เอี้ยเซิ่งรู้สึกผิด เพราะตั้งแต่ได้รู้จักกับเนี่ยหลี่ เขาเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่เข้าเชื่อมาตลอดนั้นผิด เขาควรเอาใจใส่ทั้ง จื้ออวิ้น กับ เอียฮั่น และไม่ควรบังคับพวกเขาให้เป็นไปตามที่วาดหวังเอาไว้ เขาจึงเดินเข้าไปกอด    เอี้ยฮั่น “ฮั่นเอ๋อ ข้าเข้าใจความเศร้าโศกในใจของเจ้า มันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่ควรโยนความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงนี้แก่เจ้า พลักดันให้เจ้าเป็นไปตามที่ข้าหวังเอาไว้ เจ้าควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ข้าไม่ควรกดดันเจ้าแบบนี้เลย”

ขณะที่ เอี้ยเซิ่งกำลังกอดเอี้ยฮั่นอยู่นั้น สายตาของเอี้ยฮั่นก็เปลี่ยนไปกลายเป็นแววตาที่ดุร้าย..จบตอน
แปลโดย Starbot

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง