test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

25 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 158 จอมมาร?



เอียเซิ่งสำลักไอแห้งๆ ออกมา เมื่ออยู่ต่อหน้าบุตรีของตน ผลึกโลหิตในมือของเขาราวกับเผือกร้อน หากเขายอมรับของขวัญเหล่านี้ไว้ มิใช่หมายความว่าเขารับเนี่ยหลี่เป็นบุตรเขยหรอกหรือ?



   "ท่านพ่อตา พวกเราเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันก็อย่าได้เกรงใจ ข้ายินดีที่สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์กับท่าน" เนี่ยหลี่ตบหลังเอียเซิ่งเบาๆ



   เอียจื้ออวิ้นจ้องเนี่ยหลี่อย่างโกรธระคนอับอายด้วยใบหน้าแดงซ่าน เนี่ยหลี่ไม่เคารพบิดาของนางเลย ยิ่งกว่านั้น ที่นางไม่เข้าใจที่สุดกลับเป็นอีกเรื่อง ตามปกติแล้ว หากเอียเซิ่งเห็นเนี่ยหลี่ ก็จะต้องโมโหแล้วไล่ฆ่ามัน แต่ตอนนี้ ทั้งสองคนกลับมีท่าทีสนิทสนมกัน แถมเนี่ยหลี่ยังเรียกบิดาของนางเป็นพ่อตาอีก



      เนี่ยหลี่ทำอย่างนั้นได้อย่างไร



พอนึกได้ว่าเนี่ยหลี่เพิ่งเรียกบิดาของนางอย่างไร เอียจื้ออวิ้นก็มีโทสะ นางยอมรับเขาเป็นสามีตั้งแต่เมื่อใด?





เอียซิ่วลอบยินดีที่ได้รับผลึกโลหิต ว่ากันตามตรง เอียซิ่วมีศักดิ์ฐานะ เป็นรองเพียงเอียมัวกับเอียเซิ่ง ความจริงเขาให้การยอมรับเนี่ยหลี่ตั้งแต่แรก ดังนั้นนับได้ว่าเนี่ยหลี่ประสบความสำเร็จไปแล้วหนึ่งในสาม




  เขาทำจนได้ การจู่โจมด้วยกระสุนเงิน ( TL: เข้าใจว่าแผลงเป็นติดสินบน) ครั้งนี้นับว่าทะลวงได้ตรงเป้าอย่างยิ่ง



    ตุ่ซื่อ หลู่เพียว และคนอื่นๆ พากันมองเนี่ยหลี่อย่างลืมตัว เนี่ยหลี่มันไปตีสนิทท่านเจ้าเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่มันเกินความคาดหมายไปมากทีเดียว เอียเซิ่งยอมให้เอียจื้ออวิ้นแต่งกับเนี่ยหลี่จริงๆ หรือ? นี่มันไม่น่าเป็นไปได้



   จีบสาวด้วยการเข้าหาบิดาของนางก่อน นี่มันวิชามารชัดๆ หลู่เพียวถึงกับอ้าปากตาค้าง



เมื่อเห็นเอียเซิ่งยังลังเล เนี่ยหลี่กลับเคลื่อนตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเอียเซิ่งว่า ท่านพ่อตา ในระหว่างการผจญภัย เราได้พบกับความลับสำคัญประการหนึ่ง"


    "ความลับอันใด?" เอียเซิ่งรู้สึกสงสัยขึ้น ค่ายกลโบราณ เป็นสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลัง แต่กลับไม่มีใครสามารถแก้ค่ายกลได้มาก่อน มันไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะสามารถแก้ค่ายกลได้ สิ่งใดกันที่ซ่อนอยู่ในนั้น?




   "เรื่องนี้...." เนี่ยหลี่มองไปยังผลึกโลหิตในมือเอียเซิ่ง แล้วพูดต่อว่า "ท่านพ่อตามิได้เห็นข้าเป็นคนในครอบครัวหรือ จึงไม่ยอมรับผลึกโลหิตไว้"



   นี่เป็นการขมขู่ชัดๆ เอียเซิ่งได้แต่ลอบด่าทอในใจ เพื่อเมืองกลอรี่แล้ว เขาได้แต่ยอมติดกับเด็กน้อยนี่ เอียเซิ่งกัดฟันเก็บผลึกโลหิตไปแล้วจึงถามว่า "มีอะไรซ่อนอยู่ในค่ายกลโบราณนั่น?"



    "ค่ายกลโบราณนั่นเชื่อมต่อกับมิติพิศดารแห่งหนึ่งเรียกว่า ดินแดนคุกนรก ในนั้นมีสัตว์อสูรมากมาย และมนุษย์อีกสิบสามตระกูล พวกนั้นติดอยู่ในนั้นมานานหลายพันปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมียอดฝีมือระดับตำนานอยู่ในนั้นด้วยสามคน" เนี่ยหลี่อธิบายอย่างนุ่มนวล บอกทุกอย่างที่มันพบให้เอียเซิ่งฟัง



   หลังจากเอียเซิ่งยอมรับผลึกโลหิต เนี่ยหลี่ยิ่งลามปาม มันไม่ให้ความเคารพเอียเซิ่งสักนิด




   "ดินแดนคุกนรก? ยอดฝีมือชั้นตำนานสามคน?" เอียเซิ่งถึงกับงุนงง แม้ว่าจะรู้จากเนี่ยหลี่ว่ายอดฝีมือชั้นตำนานทั้งสามนั้นเป็นนักสู้ ซึ่งมีทรงพลังไม่เท่าร่างทรงอสูรชั้นตำนาน แต่ก็ยังนับได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ ดูเหมือนว่าสิบสามตระกูลในดินแดนคุกนรกจะไม่ได้มีความสามัคคีมากนัก



   เรื่องนี้เท่ากับเป็นการบอกว่าแม้จะต้องเสียเมืองกลอรี่ไป ผู้คนมากมายก็ยังมีที่ให้ถอยเท้าไปยืนหยัดทรงกายได้ นี่นับเป็นข่าวสำคัญมากทีเดียว




   เนี่ยหลี่พลันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่อนุเสาวรีย์โบราณของจักรพรรดิคงหมิงขึ้นมาจึงถามว่า "โอ้ จริงสิ ท่านพ่อตา ท่านรู้จักคนที่เรียกว่า จอมมาร มั้ย?"


  จอมมาร? ทั้งเอียเซิ่งและเอียซิ่วอดตื่นตระหนกมิได้



  เอียเซิ่งถามว่า "เจ้าไปเจอจอมมารนั่นที่ไหน?"



  เนี่ยหลี่ยักไหล่ตอบว่า "ข้าแค่ได้ยินคนพูดถึง"




    "ข้าไม่แน่ใจว่า จอมมาร ที่เจ้าพูดถึงกับ จอมมารที่พวกเรารู้จักเป็นคนเดียวกันหรือไม่หรอกนะ แต่เมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน มีเด็กกำพร้าที่กำลังจะอดตายอยู่คนหนึ่ง ถูกชายแก่ในตระกูลหนึ่งรับไปอุปการะจนเติบใหญ่อายุได้ 17 ปี  ในตอนนั้นตระกูลนั้นถูกเรียกว่าตระกูลหยกสีชาด เป็นตระกูลใหญ่ระดับเป็นรองก็เพียงตระกูลวายุเหมันต์เท่านั้น ในตระกูลมียอดฝีมือมากมาย แม้แต่ยอดฝีมือชั้นแบล็กโกลด์ยังมีกันกว่าสิบคน  ที่เก่งสุดนั้นอีกเพียงก้าวเดียวก็จะเป็นขั้นตำนานแล้ว"




   เอียเซิ่งเล่าด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง "พูดแล้วก็น่าสมเพช เมืองกลอรี่ในเวลานั้นวุ่นวายเป็นอย่างมาก ผู้คนในตระกูลหยกสีชาดในตอนนั้นทั้งหยิ่งยะโสและใช้อำนาจบาตรใหญ่ ชายชราที่ทำงานให้กับตระกูลหยกสีชาดนั้นถูกเฆี่ยนจนตายเพราะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จได้ด้วยดี หลังจากนั้นเด็กชายนั้นก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครสามารถหาตัวเขาเจออีกเลย ทุกคนคิดว่าเขาคงถูกตระกูลหยกสีชาดเก็บกวาดไปแล้วไม่มีใครคิดว่าในหลายสิบปีถัดมา เด็กคนนั้นจะกลับมาบนหน้าสวมหน้ากากปิศาจประกาศตนเป็นจอมมาร แล้วเดินเข้าไปต่อสู้กับตระกูลหยกสีชาดตรงๆ "




    สู้กับทั้งตระกูลด้วยตัวคนเดียว? คนผู้นี้ต้องทรงพลังมากแน่ ตู่ซื่อ หลู่เพียว และพวกพากันฟังอย่างตั้งใจ



   "ผลลัพธ์เล่า?" เนี่ยหลี่เร่งรัดถาม




    "ตระกูหยกสีชาดถูกฆ่าล้างตระกูล ไม่มีคนรอดแม้แต่เหล่ายอดฝีมือชั้นแบล็กโกลด์และยอดฝีมือที่ใกล้บรรลุชั้นตำนานด้วย" เอียเซิ่งถอนหายใจแล้วพูดว่า "จอมมาร สมควรมีพลังไม่ต่ำกว่าขั้นตำนาน ถึงแม้ว่าเขาจะฆ่าล้างตระกูลหยดสีชาดได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ความโหดเหี้ยมของเขาสร้างความแตกตื่นและทำให้ตระกูลต่างๆ โกรธเกรี้ยวขึ้นมา หลายๆ ตระกูลส่งยอดฝีมือออกตามล่ามัน หลังจากการต่อสู้อันสะท้านฟ้าสะเทือนดิน จอมมารหนีรอดได้ เขาหนีไปซ่อนตัวอยู่ในภูเขา"




   "หลังจากนั้นเล่า?" เนี่ยหลี่ถาม ในชาตก่อน ตอนที่เมืองกลอรี่แตก เนี่ยหลี่เพิ่งอายุ 16 ปีเท่านั้น หรือก็คือเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขารู้มาก่อน




   เอียเซิ่งและเอียซิ่วมองหน้ากัน




   "จากนั้นจอมมารก็เริ่มก่อตั้งสมาคมทมิฬ" เอียเซิ่งพูด "มีข่าวลือว่าจอมมารตายหลังจากที่ตั้งสมาคมได้ไม่นาน แต่บ้างก็เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่คอยควบคุมคนของสมาคมทมิฬในช่วงหลายร้อยปีมานี้ ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าสมาคมทุกรุ่นถูกเรียกว่า จอมมาร"




    หัวหน้าของสมาคมทมิฬเรียกว่าจอมมาร? ในชาติก่อนมีความลับหลายอย่างที่เขาไม่ล่วงรู้เนี่ยหลี่ทบทวนสิ่งที่เขาเห็นที่อนุเสาวรีย์โบราณ ชายหนุ่มนั้นดูไม่เหมือนคนของสมาคมทมิฬเลย แม้ว่ามันจะนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง แต่กลับไม่มีบรรยากาศของผู้นำเอาเสียเลย บางทีนั่นอาจเป็นภาพของจอมมารช่วงที่ยังหนุ่ม ช่วงที่มันหายหน้าไปจากเมือง เขากลับอยู่ในดินแดนคุกนรก?





    เมื่อได้ยินเรื่องราวนี้ ทุกคนอดทอดถอนใจมิได้ สมาคมทมิฬเกิดจากคนในเมืองกลอรี่เองหรือ? หากไม่มีสมาคมทมิฬ อย่างน้อยในยามที่เมืองถูกฝูงสัตว์อสูรบุก ก็ยังสามารถสมัครสมานสามัคคีร่วมมือกันได้อย่างวางใจ ในตอนนี้สมาคมทมิฬมีอำนาจขนาดเป็นภัยคุกคามเมืองกลอรี่ได้ทุกเวลา




   'รอให้ข้าก้าวเข้าสู่ระดับตำนานก่อนเถอะ บางทีข้าอาจได้เจอกับจอมมารก็ได้' เนี่ยหลี่คิดในใจ




  หลังจากดึงตัวเองออกจากห้วงอดีต เอียเซิ่งหันเหสายตาไปที่ต้วนเจี้ยนพลางถามอย่างสงสัยว่า "ท่านนี้คือ?"



  เขาสามารถรับรู้ถึงพลังอันมหาศาลในตัวต้วนเจี้ยน แม้ว่าจะมองไม่ออกทั้งหมดก็เถอะ



    "นี่คือต้วนเจี้ยน" เนี่ยหลี่แนะนำ



   ต้วนเจี้ยนตอบเอียเซิ่งด้วยความเคารพว่า "ข้าเป็นข้ารับใช้ของนายท่านเนี่ยหลี่ขอรับ"




   ข้ารับใช้ของเนี่ยหลี่? เอียเซิ่งและเอียซิ่วแตกตื่นอีกครั้ง ยามเมื่อทั้งสองมองไปที่ต้วนเจี้ยน ก็สามารถรับรู้ถึงพลังอันมหาศาลของเขาได้ ทั้งสองเข้าใจว่าเขาคงเป็นยอดฝีมือลึกลับ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นเพียงข้ารับใช้ของเนี่ยหลี่ หรือเรื่องที่ว่าเนี่ยหลี่มีข้ารับใช้ที่ทรงพลังขนาดนี้ ด้วยพลังที่สัมผัสได้ ต้วนเจี้ยนจะต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าระดับแบล็กโกลด์แล้ว




   กว่าทั้งสองจพระงับความแตกตื่นลงได้ก็ต้องใช้เวลาสักครู่ หลังจากนี้ไม่ว่าเรื่องแต่กตื่นสะท้านโลกอะไรจะเกิดขึ้น ขอเพียงเกิดรอบๆ ตัวเนี่ยหลี่ก็ไม่นับว่าแปลกแล้ว เด็กชายนี่กลับสร้างความแปลกใจให้พวกมันได้ไม่เว้น


   "เนี่ยหลี่ เมื่อเขาเป็นคนของเจ้า เจ้าก็ดูแลจัดการเรื่องที่พักของเขาด้วย" เอียเซิ่งหันมาพูดกับเนี่ยหลี่




   "แน่นอน" เนี่ยหลี่พยักหน้าคราหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปพูดกับต้วนเจี้ยนว่า "ต้วนเจี้ยน เจ้าพักในจวนเจ้าเมืองนี้ตามสบาย ทำตัวเหมือนอยู่บ้านเลยก็ได้"



      "ขอรับ นายท่าน" ต้วนเจี้ยนรับคำด้วยความเคารพ



  หมายความว่าอย่างไรที่ให้ทำตัวเหมือนอยู่บ้านน่ะ? เอียเซิ่งลอบทอดถอนใจอย่างเสียมิได้



  หลังจากพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เอียเซิ่งก็พูดว่า "เนี่ยหลี่อยู่ก่อน ที่เหลือไปพักผ่อนเถอะ"


   "ขอรับท่านเจ้าเมือง"



  ตู่ซื่อและพวกพากันรับคำและกล่าวลาเนี่ยหลี่พลางล่าถอยกลับไป เอียจื้ออวิ้นกับเซี่ยวหนิงเอ๋อมองเนี่ยหลี่กับเอียเซิ่ง ก่อนจะล่าถอยออกไปนอกห้องโถง หลังจากทั้งหมดล่าถอยไปแล้ว ในห้องโถงเหลือเพียงเนี่ยหลี่ เอียเซิ่ง และเอียซิ่ว



"ท่านพ่อตา มีเรื่องพูดกับข้าหรือ?" เนี่ยหลี่พูดพลางยิ้มแย้มมองไปยังเอียเซิ่ง



  เอียเซิ่งหน้าดำคร่ำเครียดพูดว่า "เนี่ยหลี่ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าวางแผนอะไรไว้ อย่าได้เรียกข้าเป็นพ่อตาต่อหน้าผู้อื่นอีกเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"



    "โอ้ ท่านพ่อตาช่างโหดร้ายจริงๆ ข้าเพิ่งมอบกุญแจควบคุมค่ายกลหมื่นอสูร ของล้ำค่าอย่างผลึกโลหิตท่านก็ยอมรับไปแล้ว แม้กระทั่งเรื่องที่ค่ายกลโบราณเชื่อมต่อกับดินแดนคุกนรกข้าก็บอกออกไปหมดสิ้น ท่านเอาไปขนาดนี้แล้วแต่กลับไม่ยอมรับข้า นี่ท่านยังมีศักดิ์ศรีของเจ้าเมืองอยู่หรือเปล่า?



    เอียเซิ่งถึงกับพูดไม่ออกทีเดียว ไอ้หนูนี่ช่างหน้าด้านเกินไปแล้ว เขาต้องการให้เขาเอาบุตรีมาแลกกับเนื่องพวกนี้หรือ? นางเป็นทายาทหญิงของตระกูลเชียวนะ




    เอียซิ่วกระแอมไอคราหนึ่ง ยิ้มแล้วพูดว่า "เรื่องนี้เอาไว้ภายหลังเถอะ เนี่ยหลี่ ท่านเจ้าเอียเซิ่งเป็นถึงเจ้าเมือง เจ้าก็ไว้หน้าเขาหน่อย เรื่องของเจ้ากับจื้ออวิ้นก็วางใจเถอะ ตราบเท่าที่จื้ออวิ้นตกลง ข้ากับท่านเจ้าเมืองจะไม่ขัดขวาง เรื่องเรียกพ่อตาอะไรนั่น หากยังไม่ส่งมอบสินสอด ไม่นับว่ากล่าวเร็วกว่าเหตุไปหน่อยหรือ?"




    "บ้าจริง ของล้ำค่าอย่างผลึกโลหิตยังไม่สามารถเรียกเป็นสินสอดได้หรือ? เอาเถอะเรื่องนี้ข้าจะไม่พูดต่อแล้ว พวกท่านต้องการอะไร ขอเพียงพูดออกมาข้าจะนำสิ่งนั้นมาประคองส่งให้กับมือเลย" ขอเพียงเอียเซิ่งไม่คัดค้าน เนี่ยหลี่ก็ดีใจแล้ว หลังจากจัดการเรื่องเอียเซิ่งเรียบร้อย เขาค่อยกลับไปรอให้โอกาสให้เอียจื้ออวิ้นสุกงอมก็พอ




    แม้ว่าเอียจื้ออวิ้นจะไม่แสดงอาการอะไรในตอนนี้ แต่ก็นับว่านางให้ความสำคัญกับเขาแล้ว ด้วยความเข้าใจที่เนี่ยหลี่มีต่อเอียจื้ออวิ้นเขาต้องสามารถเอาชนะใจนางได้แน่ ตราบเท่าที่ไม่มีคู่แข่งย่อมไม่เป็นปัญหา อย่างเรื่องของเสิ่นเอียก็ได้ข้อสรุปแล้วอีกคนก็มีเพียงเอียฮั่น  เอียจื้ออวิ้นกับเอียฮั่นนับว่ามีข้อบาดหมางต่อกันตั้งแต่เด็ก ดังนั้นทางฝั่งเอียฮั่นนับว่าไม่ใช่คู่แข่งของเขา



   เรื่องสำคัญถูกจัดการไปทีละส่วน เมื่อตอนนี้มันไม่มีคู่แข่ง เนี่ยหลี่จึงไม่รีบร้อนเท่าใด ตอนนี้เขาต้องเพ่งความสนใจไปที่เรื่องด่วนก่อน ด้านหนึ่งคือเรื่องตระกูลศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬ อีกด้านคือเรื่องฝูงสัตว์อสูรที่จะมาบุก




   เพราะเนี่ยหลี่ เอียเซิ่งได้แต่ลอบทอดถอนใจ ตลอดชีวิตของเขา ไม่เคยมีใครไม่ฟังเขา ยกเว้นเนี่ยหลี่ เอียเซิ่งกลับไม่สามารถควบคุมการกระทำของเนี่ยหลี่ได้เลย



   เอียเซิ่งไม่ได้ต้องการพูดเรื่องนี้อีก ตราบเท่าที่เนี่ยหลี่สร้างประโยชน์ให้กับเมืองกลอรี่ เหล่าผู้อาวุโสตระกูลวายุเหมันต์ย่อมต้องต้อนรับมัน หากเด็กนี่รักจื้ออวิ้นจริง ก็คงได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแล้ว




     "เนี่ยหลี่ เราพบหลักฐานว่าตระกูลศักดิ์ศิทธ์ทรยศไปเข้าพวกกับสมาคมทมิฬแล้ว เราสาวถึงแหล่งกบดานของสมาคมทมิฬในเมืองกลอรี่ด้วย ขั้นต่อไปคือเราจะจัดการเรื่องนี้ยังไง เจ้ามีความเห็นอย่างไร?" เอียเซิ่งพูด อดลอบถอนใจไม่ได้ นี่ย่อมจะต้องเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง การต่อสู้ต้องขยายเป็นวงกว้างไปทั่วเมืองกลอรี่แน่ นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการเห็นที่สุด ทว่าหากไม่ตัดเนื้อร้ายอย่างตระกูลศักดิ์สิทธ์ออกไปล่ะก็ ในอนาคตจะต้องเกิดเรื่องใหญ่กว่านี้แน่




      เอียเซิ่งเริ่มขอคำปรึกษาจากเนี่ยหลี่อย่างไม่รู้ตัว จะอย่างไรในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนี่ยหลี่กลายเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อเมืองกลอรี่อย่างมากไปแล้ว




       หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เอียซิ่วพูดว่า "ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ กับสมาคมทมิฬ ไม่ว่าที่ใดถูกโจมตีก่อน อีกที่ก็จะอาศัยจังหวะนี้ก่อความวุ่นวาย แต่หากจะให้ทำลายสองแห่งพร้อมกัน ตระกูลวายุเหมันต์ของเรากลับไม่มียอดฝีมือเพียงพอ ถ้าจะขอความร่วมมือจากตระกูลอื่น อาจะทำให้ข่าวรั่วไหลได้ เรายังไม่อาจแน่ใจได้ว่ามีตระกูลอื่นเข้าร่วมกับสมาคมทมิฬเช่นตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีกหรือไม่"


นี่เป็นปัญหาหนักหนาที่รอให้พวกเขาแก้ไข
.....จบตอนครับ


    แปลโดย Moonstruckman



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง