test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

24 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 157 กลับ




       เซี่ยวหนิงเอ๋อ หันกลับไปมองดินแดนคุกนรกเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่ามิติแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน แต่ก็ทำให้นางได้ผจญภัยร่วมกับเนี่ยหลี่ ยามที่นางเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ได้เนี่ยหลี่มาช่วยไว้  เขาได้ช่วยชีวิตของนางจากปากของสัตว์อสูรโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง



    นางจะไม่มีวันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในมิติแห่งนี้เลย ทุกๆ เรื่องราวจะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่นางจะเก็บมันไว้ในใจ



     บางครั้งนางถึงกับคิดไปว่า จะดีแค่ไหน หากทุกคนอยู่ในดินแดนคุกนรกตลอดไป ต่อให้ในมิติจะเหน็บหนาว แต่หากมีเนี่ยหลี่อยู่ข้างกาย นางก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนที่สามารถพึ่งพาได้ ทว่า ในเมื่อนี่เป็นเพียงความเพ้อฝัน นางจึงได้แต่ลอบถอนใจ



เนี่ยหลี่หันกลับมาเห็นสีหน้าของนางก็ต้องงุนงง ถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่า?"




    "ไม่มีอะไรหรอก" เซี่ยวหนิงเอ๋อตอบ นางส่ายหน้าก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อปิดบังใบหน้าที่ขึ้นสีแดง แล้วรีบเดินเข้าไปในลวดลายอาคมเคลื่อนย้าย


   หลังจากนั้น เนี่ยหลี่ก็เดินตามเข้าไป



ณ เมืองกลอรี่



    ระหว่างที่ทุกคนไม่อยู่ ค่ายกลหมื่นอสูรได้ถูกดำเนินการตั้งค่ายกลจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งเอียซิ่วและเอียเซิ่งต่างก็เก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ ทันทีที่ค่ายกลถูกเปิดใช้ เมืองกลอรี่จะมีเกราะป้องกันเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง




    "เนี่ยหลี่ ไอ้หนูนั่นสร้างผลงานให้เมืองกลอรี่อย่างมากทีเดียว นับว่าหักลบกลบหนี้เรื่องที่ผ่านมาได้เกินพอ หากเขาสามารถสร้างความดีความชอบมากกว่านี้ ต่อให้เขาต้องการให้คนเฒ่าคนแก่อย่างข้าไปขออภัยเขา ข้าก็ยังยินดี" เอียเซิ่งพูด ขณะทอดสายตาไปยังค่ายกลหมื่นอสูร




   เขาได้เห็นอำนาจของค่ายกลหมื่นอสูร และค่ายกลเทพอัสนีบาตสังหารมาแล้ว ค่ายกลพิฆาตระดับเดียวกันแปดชนิดรวมกันเป็นค่ายกลหมื่นอสูรกาย พลังของค่ายกลจะต้องเกินกว่าใครจะจินตนาการได้เป็นแน่




    เมื่อตอนที่อสูรโลกันตร์บุกจวนเจ้าเมือง ในยามที่คับขันอย่างที่สุด เนี่ยหลี่ยังส่งกุญแจควบคุมค่ายกลหมื่นอสูรและค่ายกลเทพอัสนีบาตพิฆาตให้เขา ในตอนนั้น ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ที่เอียเซิ่งมีต่อเนี่ยหลี่ก็อันตรธานไป บางทีอาจถึงขั้นรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา




      แม้ว่าเนี่ยหลี่จะวางตัวตามสบาย ดูสง่างามแม้ในยามที่ทำตัวเหลวไหล ขณะเดียวกันก็ยังเป็นคนตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องสูตรยาทิพย์และค่ากลหมื่นอสูร ก็นับว่าเป็นคุณประโยนช์ต่อเมืองกลอรี่ในระดับที่เรียกว่าหากมีการสร้างอนุเสาวรีย์ให้เนี่ยหลี่ก็ไม่แปลกแม้แต่น้อย





     ในสายตาของเอียเซิ่ง การปกป้องเมืองกลอรี่นับว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าเรื่องใดนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการปกป้องเมือง แน่นอนว่าการปล่อยวางเรื่องของบุตรีเพื่อทำหน้าที่เจ้าเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย





    "แล้วเนี่ยหลี่ ไอ้หนูนั่นหายไปไหน? เหตุใดเราจึงหาตัวไม่พบสักที นี่มันนานมากแล้วนะ?" เอียเซิ่งขมวดคิ้วเป็นปม เนี่ยหลี่กับพลพรรคพากันหายตัวไปหลายวันแล้ว





    เรื่องนี้เอียซิ่วกลับไม่สามารถช่วยได้ เขาส่งคนออกค้นหาในหลายๆ ที่ แต่กลับไม่ได้รับรายงานว่าพบร่องรอยของคนในกลุ่มของเนี่ยหลี่ที่ใดเลย นั่นทำให้เขาเริ่มนั่งไม่ติดที่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเนี่ยหลี่และพรรคพวกจะถูกพวกสมาคมทมิฬลักพาตัวไป?....แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่ชี้ไปทางนั้น




    เวลานี้ พวกเขาค่อยตระหนักถึงความสำคัญของเนี่ยหลี่ หากรู้เรื่องนี้ก่อน พวกเขาจะต้องส่งคนคอยอารักขาเนี่ยหลี่แน่




     ครู่ต่อมา ข้ารับใช้คนหนึ่งรีบเข้ามาแจ้งว่า




     "รายงานท่านเจ้าเมือง เอียซิ่ว เนี่ยหลี่กลับมาแล้วขอรับ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงของจวนเจ้าเมืองขอรับ"


   เมื่อได้ยินรายงาน ทั้งเอียเซิ่งและเอียซิ่วต่างก็สามารถมองเห็นประกายยินดีในแววตาของอีกฝ่าย


  เด็กนั่นกลับมาจนได้!! เท่านี้พวกเขาก็สามารถปล่อยวางความกังวลในหลายวันนี้ออกไปได้

  

        ณ ห้องโถงในจวนเจ้าเมือง




   เนี่ยหลี่และพลพรรครอจนเริ่มเบื่อ เอียจื่ออวิ้นรีบสาวเท้าเข้ามาในห้องโถง พริบตาที่สายตาของนางเห็นเนี่ยหลี่ ความวิตกกังวลในแววตาก็สลายไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพียงคิดว่าเนี่ยหลี่หายตัวไป ก็ทำให้นางถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว



  ต่อให้นางไม่ยอมรับ แต่เนี่ยหลี่ได้กลายมาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตของนางแล้ว




   บางครั้งนางถึงกับถามตัวเอง หากเนี่ยหลีพลันหายไปจากชีวิตของนาง นางจะเป็นอย่างไร? ทุกครั้งที่คำถามนี้ผุดขึ้นมา จิตใจของนางต้องหวั่นไหวอย่างใหญ่หลวง แม้ว่าเนี่ยหลี่จะทำตัวหนวกหูและน่ารำคาญเสมอ แต่ก็นับได้ว่าเขาสร้างสีสันให้กับชีวิตสีขาวราบเรียบอันจืดชืดของนาง เขามอบความรู้สึกว่าถูกปกป้องเป็นอย่างไรให้นางได้รับรู้


   เมื่อนางพบเนี่ยหลี่ นางก็นับได้ว่าโล่งใจไปเปราะหนึ่ง



   "จื่ออวิ้น" เนี่ยหลี่ร้องเรียกพลางยิ้มแย้ม เหตุผลที่เอียจื่อหวินรีบเร่งขนาดนี้ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากนางเป็นห่วงเขาจนรอไม่ไหว จริงมั้ย?




   เมื่อเห็นเซี่ยวหนิงเอ๋อยืนอยู่ข้างกายเนี่ยหลี่ ไม่ทราบเหตุใด เอียจื่ออวิ้นกลับรู้สึกหม่นหมองในใจ นางตัดสินใจหันหลังกลับและจากไป เนี่ยหลี่หายตัวไปหลายวันและเมื่อเขากลับมา ก็มีเซี่ยวหนิงเอ๋ออยู่เคียงข้าง



   เมื่อเห็นเช่นนั้น เนี่ยหลี่ได้แต่งุนงง รีบเข้าขวางทางเอียจื่ออวิ้น ก่อนจะยิ้มและพูดว่า "เหตุใดยังไม่ทันทักทายสักคำก็คิดจากไปเล่า?"



   "ข้าเข้าผิดห้อง" เอียจื่ออวิ้นเบ้หน้า นางไม่อยากยอมรับว่าเร่งรีบมาที่นี่เพราะเป็นห่วงเนี่ยหลี่



   เนี่ยหลี่ยิ้มพลางมองเอียจื่ออวิ้น การพบกันอีกครั้งหลังแยกจาก ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้




   เอียจื่ออวิ้นค่อยนึกขึ้นได้ เหตุใดนางจึงหงุดหงิดเล่า? เป็นเพราะเนี่ยหลี่จากไปโดยไม่ร่ำลา หรือเพราะเมื่อเนี่ยหลี่กลับมาเขากลับอยู่ร่วมกับเซี่ยวหนิงเอ๋อ? เหตุใดนางจึงรู้สึกเช่นนี้? นี่ทำให้นางรู้สึกสับสน




     "เข้าห้องผิด? แน่ใจนะว่าไม่ได้มองหาข้า?" เนี่ยหลี่พูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ ทันใดนั้น เขายื่นมือออกมาจับมือเอียจื่ออวิ้นไว้ และวางมณีวิญญาณพายุหิมะไว้บนมือขาวผ่องคู่นั้น "มณีเม็ดนี้มอบให้เจ้า เพื่อนๆ ของข้าทุกคนอยู่ที่นี่ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก"



      จากนั้นเขาฉวยโอกาสก็จูงมือนางไปหาพวกตู่ซื่อ




    เอียจื่ออวิ้นพลันหน้าแดงพยายามดิ้นรนขัดขืนให้เนี่ยหลี่ปล่อยมือ นางอับอายยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นมองอยู่




    เมื่อเห็นดังนั้น นัยตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อต้องเกิดแววเศร้าสลด ถึงแม้ว่าเนี่ยหลี่เคยบอกกับนางแล้วว่าเอียจื่ออวิ้นเป็นคนสำคัญที่สุดของเขาและแม้ว่าเขาจะต้องสละชีวิต เขาก็จะยังอยู่ข้างนาง เซี่ยวหนิงเอ๋อประพฤติเฉกเช่นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ แม้ทราบว่าไปนั้นร้อนแต่ก็ยังอดบินเข้าใกล้จนไฟเผาตัวเองไม่ได้ นางเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักนางตอบ แต่ยามนี้เมื่อนางเห็นเนี่ยหลี่กับเอียจื่ออวิ้นหยอกล้อกัน นางกลับไม่สามารถห้ามใจไม่ให้เจ็บปวดได้




   เมื่อสายตาของเอียจื่ออวิ้นกับเซี่ยวหนิงเอ๋อพบกัน ทั้งคู่ได้แต่หันหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วนใจ


   หลู่เพียวลอบยกนิ้วให้เนี่ยหลี่ในใจ เนี่ยหลี่เป็นสุดยอดผู้ชายตัวอย่างของรุ่นจริงๆ แม้ว่าทั้งเอียจื่ออวิ้นและเซี่ยวหนิงเอ๋อจะมีความงามระดับนางฟ้า แต่ก็ยังตกอยู่ในมือเนี่ยหลี่ทั้งคู่




  พอเซี่ยวซุ่ยเห็นความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของหลู่เพียวก็พอจะเดาความคิดได้ นางชกหลู่เพียวเบาๆ ก่อนจะถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย

หลู่เพียวสะดุ้งเบาๆ หากเซี่ยวซุ่ยอ่อนโยนได้สักครึ่งหนึ่งของเอียจื่ออวิ้นหรือเซี่ยวหนึ่งเอ๋อก็คงจะดีไม่น้อย แต่ยามนี้เขาได้แต่ลอบถอนใจอย่างแผ่วเบา


  "พวกเราอยู่ชั้นเดียวกัน รู้จักันหมดอยู่แล้วน่า" ตู่ซือยิ้มบางๆ ให้เอียจื่ออวิ้น "นี่เซี่ยวซุ่ย นางเป็นคู่หมั้นหลู่เพียว"



   แม้ว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาร่วมเดือนแล้ว แต่ก็ยังนับได้ว่าไม่ใคร่คุ้นเคยกับเอียจื่ออวิ้นนัก แต่เมื่อมีเนี่ยหลี่เป็นสะพาน ทั้งหมดก็เริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้น




  ตู่ซือ หลู่เพียว เว่ยหนาน และพวกต่างก็หัวเราะพูดคุยกัน พากันเล่าประสบการณ์ที่ได้พบในดินแดนคุกนรก เมื่อเรื่องนี้เข้าหูเอียจื่ออวิ้นนางไม่คิดเลยว่าในช่วงเวลาสั้นๆ เนี่ยหลี่จะสามารถพบเรื่องราวได้มากมายปานนี้ เนี่ยหลี่และพวกออกผจญภัยในที่ต่างๆ ในขณะที่นางนอกจากซากนครกล้วยไม้โบราณแล้ว นางยังไม่เคยออกไปนอกเมืองกลอรี่มาก่อน ยิ่งทำให้นางอยากออกไปเผชิญโลกภายนอกมากขึ้นไปอีก




     ครู่ต่อมา เอียเซิ่งและเอียซิ่วก็มาถึง




    เมื่อเอียเซิ่งเข้ามาในห้องโถง เอียจื่ออวิ้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากบิดาของนางพบว่านางอยู่กับเนี่ยหลี่ล่ะก็ คงอารมณ์ไม่ดีแน่




    สายตาของเอียเซิ่งมุ่งไปที่เนี่ยหลี่ก่อนหันเหมาทางเอียจื่ออวิ้น จากนั้นคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน เดิมทีเขาเห็นว่าความดีความชอบของเนี่ยหลี่สามารถลบล้างความผิดที่แล้วมาได้ แต่เมื่อเขาเห็นเอียจื่ออวิ้นยืนอยู่ใกล้กับเนี่ยหลี่ เขากลับรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ยิ่งเขาเคยโดนเนี่ยหลี่ปั่นหัวมาแล้ว อย่าว่าแต่เอียจื่ออวิ้นเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา ย่อมถูกเนี่ยหลี่ปั่นหัวโดยง่าย



   เอียเซิ่งปรับสีหน้าก่อนจะกระแอมไอสองครั้ง



  "ท่านเจ้าเมือง"



   "คารวะท่านเจ้านคร" ตู่ซื่อ หลู่เพียวและคนอื่นๆ รีบก้มศีรษะทำความเคารพเอียเซิ่ง พวกเขาไม่เคยพบเอียเซิ่งมาก่อนก็จริง แต่เมื่อเห็นครั้งแรกก็รับทราบถึงความน่าเกรงขามที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนของท่านเจ้าเมือง พวกเขาก็ยังอดแตกตื่นมิได้



  เนี่ยหลี่ค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเอียเซิ่ง เด็กชายยิ้มแย้มกล่าวว่า "ยินดีที่ได้พบ ท่านพ่อตา"




   ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เอียเซิ่งต้องลอบด่าทอในใจ เนี่ยหลี่ไม่เว้นทางถอยให้เขาแม้แต่น้อย ขณะที่เขาอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธไม่ได้ เนี่ยหลี่กลับเรียกเขาเป็นพ่อตาต่อหน้าผู้คนมากมาย หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ตระกูลวายุเหมันต์ย่อมไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้



     หากเป็นคนอื่นกระทำแบบเดียวกัน เขาผู้นั้นต้องโดยเอียเซิ่งตบจนเลือดกลบปากแน่ ทว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี่ เอียเซิ่งกลับรู้สึกว่าตนเป็นคนไร้พลัง ยิ่งในเมื่อเขามีเรื่องให้เนี่ยหลี่ช่วย จึงทำได้เพียงหลบสายตาพลางกระแอมกลบเกลื่อน





   เมื่อได้ยินเนี่ยหลี่เรียกเอียเซิ่งเช่นนั้น เอียจื่ออวิ้นพลันหน้าแดงสดใส ลอบดึงชายเสื้อของเนี่ยหลี่เพื่อให้เขาหยุดปาก เดิมทีนางคิดว่าเอียเซิ่งคงจะต้องสอนบทเรียนให้กับเนี่ยหลี่อีกสักบท แต่ไม่คิดเลยว่าเอียเซิ่งจะทำเพียงกระแอมกลบเกลื่อนผ่านไปแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ยินอะไร นั่นทำให้เอียจื่ออวิ้นได้แต่ยืนนิ่งด้วยความสับสน




   ไม่เพียงเอียจื่ออวิ้นเท่านั้น คนอื่นๆ ก็เช่นกัน เนี่ยหลี่เรียกเอียเซิ่งเป็นพ่อตา แต่เอียเซิ่งกลับไม่ปฏิเสธ นี่นับว่าเป็นข่าวที่น่าแตกตื่นสะท้านโลกแล้ว อาจบางที เอียเซิ่งอาจจะคิดรับเนี่ยหลี่เป็นลูกเขยจริงๆ ?



    ชั่วขณะที่เอียเซิ่งเข้ามาในห้องโถง ต้วนเจี้ยนก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของเอียเซิ่ง สุดยอดฝีมือท่านนี้เองหรือ ที่เป็นพ่อตาของนายท่าน ต้วนเจี้ยนถึงกับประทับเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำ




    เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้พลันรู้สึกจมูกเปียกชื้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นางไม่คิดเลยว่าเนี่ยหลี่กับเอียจื่อหวินจะมีความสัมพันธ์กันขนาดนี้แล้ว แม้แต่เจ้านครยังไม่คัดค้าน เซี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกราวกับตกลงไปในห้วงไร้ที่สุด นางรู้ว่าความจริงแล้วระหว่างนางกับเนี่ยหลี่นับว่าเป็นไปไม่ได้ แต่นางก็ยังดึงดันพยายามลองดู บางทีนางกับเนี่ยหลี่อาจจะไม่มีชะตาต้องกันมาตั้งแรก นางเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้ในใจ และตัดสินใจที่จะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้นางจะไม่ได้แต่งงานกับเขา นางก็จะขอเป็นโสดไปจนตาย



   พอเห็นปฏิกิริยาของเอียเซิ่ง เนี่ยหลี่พลันยิ้มออกมา ในที่สุดเอียเซิ่งก็ใจอ่อนแล้ว



   ที่เป็นเช่นนี้เพราะเอียเซิ่งเป็นคนประเภทเก็บความรู้สึก




   เนี่ยหลี่เคลื่อนกายไปยืนข้างเอียเซิ่ง แล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า "ท่านพ่อตา เมื่อข้าเข้ามาที่นี่ ข้ารู้สึกได้ว่าค่ายกลหมื่นอสูรได้ถูกตั้งเสร็จแล้ว ข้าขอส่งมอบกุญแจสำหรับควบคุมค่ายกลให้ท่านเลยก็แล้วกัน"



   ได้ยินที่เนี่ยหลี่พูด เอียเซิ่งอดใบหน้าร้อนผ่าวมิได้ ค่ายกลหมื่นอสูรนี้ จัดตั้งได้ด้วยความช่วยเหลือของเนี่ยหลี่ที่เขาต้องแลกด้วยบุตรีของตน เรื่องนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับเขาเป็นอันมาก



    "ท่านพ่อตา ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเราได้แก้ปริศนาค่ายกลโบราณที่ตั้งอยู่ใกล้กับจวนเจ้าเมือง กลายเป็นว่าค่ายกลนั้นคือลวดลายอาคมเคลื่อนย้าย ที่จะนำไปสู่ดินแดนคุกนรก พวกเราค้นพบสมบัติหลายอย่างจากที่นั่น นี่คือผลึกโลหิตที่ผ่านการคัดแยกจนบริสุทธิ์แล้ว ข้าขอมอบให้ท่านเป็นของขวัญ"



   เนี่ยหลี่พูดพลางหยิบผลึกโลหิตจำนวนหนึ่งยัดใส่มือของเอียเซิ่ง




   ผลึกโลหิต!!




   เอียเซิ่งและเอียซิ่วถึงกับยืนงง ผลึกโลหิตเป็นสมับติล้ำค่าแน่นอน ด้วยผลึกโลหิต ขีดจำกัดพลังของพวกเขาจะต้องพุ่งสูงขั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจสามารถทำให้ผู้ฝึกตนชั้นแบล็กโกลก้าวเข้าสู่ระดับชั้นตำนานได้เลยทีเดียว


   
     "ท่านเจ้าเอียซิ่ว นี่เป็นส่วนของท่าน" เนี่ยหลี่ส่งผลึกโลหิตอีกส่วนหนึ่งให้เอียซิ่วกับมือการที่ได้รับผลึกโลหิตจำนวนมากขนาดนี้ในครั้งเดียว นี่พวกเขากำลังถูกติดสินบนอยู่หรือ?..จบตอน


แปลโดย Moonstruckman



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง