test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

13 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 144 ทดลองยา? (ต้วนเจี้ยน)


เนียหลี่และพรรคพวกถูกจัดสรรให้ไปพักอยู่ในตำหนักบริเวณสวนของตระกูลและมียามคอยรักษาการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้อยู่โดยรอบ ดูเผินๆก็เหมือนว่าพวกเขาถูกส่งมาดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยให้กับพวกเนียหลี่ แต่เอาจริงๆแล้วน่าจะมาคอยเฝ้าคุมพวกเขาเสียมากกว่า


ตู่ซือมองมาทางเนียหลี่อย่างดูเป็นกังวลและถามขึ้นว่า เนียหลี่,เราโดนให้จัดให้มาอยู่ตรงนี้ ดูท่าแล้วเราน่าจะออกไปยากแล้วล่ะ


เนียหลี่ยิ้มอ่อนๆแล้วตอบกลับไป ตั้งแต่ข้ามีวิธีที่จะเข้ามา ข้าก็เตรียมหนทางที่จะออกไปไว้อยู่แล้วล่ะเอาตามจริงถ้าหากคิดว่าอาณาบริเวณเล็กๆของตระกูลปีกสีเงินนี้จะกักรั้งเขาไว้ได้ล่ะก็ มันก็มโนไปซะล่ะ ฝันไปซะเหอะ! เพราะอย่างน้อยในหัวของเนียหลี่นั้นก็มีเป็นสิบๆวิธีที่ใช้หลบหนีออกไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ทันรู้ตัว


แต่อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขายังหาเอาประโยชน์กับตระกูลปีกสีเงินได้อยู่ อย่างน้อยก็เรื่องที่ตาเฒ่าซิคงอวี้สมัครใจช่วยเขาหาหินศิลาแห่งแสงล่ะ เขานั้นก็จะยังไม่คิดจากไปไหนเสีย จนกว่าเขานั้นจะได้สูบเลือดสูบเนื้อพวกตระกูลปีกสีเงินจนแห้งเหือดหมดตัวเสียก่อน (พระเอกหรือปลิง?)


หลังจากที่เซียวหนิงเอ๋อและคนอื่นๆได้ยินสิ่งที่เนียหลี่พูดมา พวกเขาก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจและเกิดความมั่นใจมากขึ้นในสิ่งที่เนียหลี่จะกระทำต่อไป


เนียหลี่และกลุ่มยังคงอาศัยอยู่ในตำหนักกลางสวนและมีสมาธิจดจ่อกับการฝึกฝนพลังของพวกเขา เซียวหนิงเอ๋อและคนอื่นๆเกือบจะบรรลุเข้าสู่ระดับโกลด์แล้ว ทั้งหมดมาจากเพราะว่าพวกเขาทั้งหลายเพิ่งได้ผ่านเรื่องสุดแสนอันตรายมาไม่นานนี้ (ก็ไอ้ที่วิ่งหนีผีสีชาดปะช้างแมมมอทนั้นแหละ) พวกเขาก็เลยมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ตัวพวกเขาเองนั้นมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากเท่าที่จะทำได้


         “เข้าไป

ทหารยามจำนวนหนึ่งลากต้อนนำเอาเด็กหนุ่มเข้ามาหัวหน้ายามกล่าวว่าคุณชายเหล่ย,พวกเราได้นำตัวไอ้คนทรยศมาให้ท่านแล้วขอรับ


    ร่างของเด็กหนุ่มมีโซ่ตรวนพันมัดซ้อนเอาไว้รอบกายทบกันไว้อยู่หลายรอบ นอกจากนี้การเพาะบ่มพลังวิญญาณของเขายังถูกผนึกเอาไว้ด้วยอักขระที่ถูกเขียนที่บริเวณหน้าท้องอีกด้วย


      “มันดูน่าจะแน่นหนาพอแล้วล่ะ, อ่ะนี่ยาทิพย์ข้าให้เจ้าๆไม่ต้องเกรงใจใดๆหรอกเนียหลี่กวาดมือขวาส่งยาทิพย์จำนวนหนึ่งไปให้หัวหน้ายามรักษาการณ์


     หลังจากที่หัวหน้ายามได้รับยาทิพย์เขาก็สูดดมกลิ่นมันดู  ในอึดใจหนึ่ง, ความรู้สึกปลาบปลื้มของเขาก็ถูกถ่ายทอดออกมาให้เห็นได้บนใบหน้า และเขาพูดขึ้นด้วยท่าทีดูสุภาพว่า คุณชายเหล่ยช่างสุภาพอ่อนโยนซะจริงๆ คุณชายเองก็ควรระวังตัวด้วยนะขอรับ, เจ้าคนทรยศนี่เป็นถึงระดับโกลด์3ดาวเชียวนะท่าน


       เนียหลี่หัวเราะและกล่าวไปว่า พวกท่านเล่นมัดเขาแน่นหนาขนาดนี้ อีกทั้งยังสะกดความแข็งแกร่งเขาเอาไว้ด้วยอักขระที่หน้าท้องอีก พวกท่านวางใจได้ เชิญพวกท่านไปพักผ่อนกันเถิด


        “ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็ขอตัว

เหล่ายามค่อยๆเดินออกจากตำหนักกลางสวนไปอย่างสุภาพ


      แม้ว่าเด็กหนุ่มจะถูกมัดอย่างแน่นหนา แต่บนใบหน้าเขาก็ยังคงรักษาความหยิ่งยโสไม่ยอมอ่อนข้อไว้ หลังจากที่ชำเลืองมองเนียหลี่, เขาก็หันหัวกลับไปไม่ยอมพูดไม่จา ก่อนที่จะถูกนำตัวมาที่นี่เขาได้ยินมาว่า


      เนียหลี่จะใช้ตัวเขาเอามาลองยา


    เนียหลี่มองพิจารณาดูเด็กหนุ่ม ภายในดวงตาของเขานั้นช่างเต็มไปด้วยห้วงลึกแห่งโทสะ ถ้าได้มีโอกาสเขาคงจะไม่ลังเลแม้สักเพียงนิดที่จะทำลายตระกูลปีกสีเงินให้หมดสิ้นซากไป

เจ้าชื่ออะไรรึเนียหลี่มองที่เด็กหนุ่มและถามไปเด็กหนุ่มคนนั้นมองกลับมาที่เนี่ยหลี่ เขาดูงุนงงเล็กๆก่อนที่จะเอ่ยไปอย่างหยิ่งทะนง ต้วนเจี้ยน
(ตัวละครโปรดคนแปล อ๊ากกกกก!!!)


   เนี่ยหลี่นั่งลงบนเก้าอี้และพูดขึ้นหลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ ถ้าข้าให้โอกาสเจ้าได้แก้แค้น เจ้าจะว่ายังไง


   ต้วนเจี้ยนมองเนียหลี่อย่างตกตำลึง(เอ้ย..ตะลึง) เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ๆเนียหลี่ถึงถามออกมาเช่นนั้น


ข้าไม่ใช่คนของตระกูลปีกสีเงินและก็ไม่ได้ปลื้มหรือพิศวาสอะไรพวกมันเนี่ยหลี่พูดขึ้นพร้อมทั้งยักไหล่


    ภายใต้ดวงตาของต้วนเจี้ยนที่ยังดูมึนตึ๊บอยู่ ก็ปรากฏรังสีอันแสนเย็นชาฉายแววขึ้นมาในทันทีทันใด แล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า ถ้าท่านตั้งใจจะมอบโอกาสเช่นนั้นให้กับข้า, ข้าขอตั้งสัตย์สาบานโดยใช้เกียรติของท่านพ่อท่านแม่ที่ตายไปแล้วของข้า ว่าข้าต้วนเจี้ยนคนนี้จะขอซื่อสัตย์จงรักภักดีกับท่านไปจนกว่าชีวิตของข้าจะหาไม่ และตัวข้าต้วนเจี้ยนคนนี้จะไม่มีวันทรยศท่านแน่นอน!”


    “นี่คือสิ่งที่เจ้าพูดของเจ้าเองนะคิ้วของเนียหลี่ขมวดเข้าหากัน เขาสามารถสัมผัสอย่างเบาบางได้ว่าปีกสีทองเข้มที่หลังของต้วนเจี้ยนคู่นั้นบรรจุไปด้วยอัดแน่นไปด้วยพลังอันไม่มีที่สิ้นสุดต่อไปจากนี้เจ้าก็จงติดตามข้าและข้าขอให้หลักประกันว่าข้าจะช่วยให้เจ้าได้แก้แค้นให้กับพ่อแม่ของเจ้าแน่นอน


    หลังจากได้ยิน, ต้วนเจี้ยนก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น ดวงตาของเขาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความตั้งใจที่ไม่ลดละ ดั่งเหมือนภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เขาหายใจเข้าลึกและกล่าวขึ้น ถ้านายท่านให้เวลาข้าสิบปี ข้าจะเอาหัวของไอ้เฒ่าชั่วสารเลวซิคงอวี้มาให้ได้! ถ้านายท่านสามารถช่วยข้าได้ ข้า,ต้วนเจี้ยนคนนี้ขอตั้งสัตย์สาบานว่า ข้าจะรับใช้ท่านเป็นเยี่ยงดั่งเจ้านายตลอดจนกว่าชีวิตของข้าจะสูญสิ้นไป, และขอสาบานที่จะสามิภักดิ์จงรักภักดีแก่ท่านและโดยไม่มีวันทรยศ! ถ้าข้าผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้ ขอให้ข้าถูกลงโทษสาปส่งโดยสวรรค์เบื้องบน

(สาบานไปหลายรอบมาก สองย่อหน้าเลยนะพ่อ)


   มีมากมายหลายช่วงจนนับไม่ถ้วนที่ต้วนเจี้ยนผู้อาฆาตคนนี้คิดถึงโหยหาความตาย แต่เขาก็เอาชนะมันมาเสียได้ทุกครั้ง และเขาก็กลายเป็นดั่งเสมือนสัตว์ร้ายที่มีรอยแผล สัตว์ร้ายที่เฝ้ารอคอยวันเวลาที่เหมาะสมที่จะสามารถเอาคืนตระกูลปีกสีเงินให้สาสมได้

เนียหลี่มองที่ต้วนเจี้ยนและส่งยาทิพย์ให้ แล้วกล่าวขึ้นว่า


     “กินซะ

ต้วนเจี้ยนรับยามาแล้วกลืนมันลงไปทั้งหมดในคราเดียวโดยไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย


    “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะวางยาพิษเจ้าหรือไงเนียหลี่มองดูต้วนเจี้ยนอย่างนิ่งสงบ

  
    “ถ้าท่านต้องการให้ข้าตาย, มันก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่ข้าจะอยู่รอด ต่อไปภายภาคหน้าชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับท่าน ถ้านายท่านต้องการมัน, นายท่านสามารถเอามันไปได้ทุกเมื่อต้วนเจี้ยนกล่าวและเงยหัวขึ้นอย่างองอาจ


       ถึงแม้จะเป็นนักโทษ, แต่ต้วนเจี้ยนก็ยังคงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้แค้น แม้ว่าเนียหลี่จะไม่ได้เอ่ยขึ้นมาว่าเขาสามารถที่จะหยิบยื่นโอกาสการแก้แค้นให้เขาได้, ต้วนเจี้ยนคนนี้ก็มิเคยคิดจะกล่าวโทษผู้ใด เนียหลี่เองก็ยังคงจำแววตาผูกพยาบาทและไม่มีความกลัวเกรงที่ต้วนเจี้ยนถ่ายทอดออกมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะถูกเฆี่ยนตีก็ตาม ถ้าคนจำพวกนี้ได้ถูกดูแลและมอบความจริงใจให้ เขาเหล่านั้นก็จะไม่มีวันทรยศผู้มีพระคุณของเขาอย่างแน่นอน



     “ข้ามีวิธีที่จะทำให้เจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างยิ่งยวด มันจะทำให้เจ้านั้นล้ำหน้ายิ่งกว่าพวกระดับตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้เสียอีก แต่เจ้าจะต้องยอมแลกกับเจ็บปวดและทรมานสุดแสนสาหัส เจ้าอยากจะลองมันดูมั๊ยล่ะ?” เนียหลี่ก้มหัวลงและถามขึ้นในขณะที่เขามองไปที่ต้วนเจี้ยน


     “แล้วความเจ็บปวดความทรมานที่ข้าต้องทนเผชิญมาในชีวิตนั้น มันแลดูน้อยนักหรือไงไอ้แก่ซิคงอวี้สารเลวนั้นต้องการให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมาน, แต่มันก็ไม่มีวันได้สมหวังหรอก ความเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานน่ะรังมีแต่ยิ่งจะทำให้ตัวข้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่าต้วนเจี้ยนจะถูกมัดไว้ด้วยโซ่แน่นหนา และถูกอักขระผนึกปิดกั้นการเพาะบ่มพลังเอาไว้ แต่มันก็ยังคงมีบรรยากาศของความไม่ยอมแพ้วนเวียนอยู่รอบกายเขา (คือเฮียแกเดือดมาก..ว่างั้นแหละ)


    จากการสบัดแขนขวา, เข็มจำนวนนึงปรากฏขึ้นบนมือเนียหลี่ ร่างกายของเจ้าบรรจุอัดแน่นไปด้วยเลือดแห่งสายตระกูลมังกรดำ ข้าสามารถปลุกสายเลือดมังกรดำในตัวเจ้าได้ เพราะเป็นผู้สืบทอดสายมังกร, เมื่อสายเลือดเจ้าถูกปลุกตื่นขึ้นพลังกายของเจ้าจะสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับตำนานเป็นอย่างน้อย


     “ที่ท่านพูดมา, ท่านจะบอกว่าท่านสามารถทำให้ข้าเป็นผู้ชำนาญระดับตำนานได้งั้นหรือร่างกายของเขาสั่นระรัวพร้อมกับมองดูเนียหลี่อย่างไม่เชื่อนัก


        “ถูกต้องแล้ว พลังแห่งสายเลือดมังกรนั้นไม่ธรรมดา ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับต่ำสุดของเผ่ามังกร มันก็ยังมีพลังมากพอที่จะต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานได้ แต่ถึงอย่างนั้น, เจ้าจะต้องเจอกับความทรมานสุดโหดเกินมนุษย์มนาถึงสิบวันก่อน หลังจากที่เจ้าทนผ่านมันมาได้ รากฐานร่างกายเจ้าถึงจะสามารถเข้าถึงพลังความแข็งแกร่งของระดับตำนานได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงห่างชั้นกับระดับตำนานที่แท้จริงอยู่ดี ก่อนที่เจ้าจะได้รับพลังอันน่าพอใจนั้นมา เจ้าก็ต้องทนความเจ็บปวดดั่งที่ข้าเล่าไปให้ได้เสียก่อนเนี่ยหลี่พูด


   “ไม่ว่าจะเป็นสิบวันหรือสิบปี ข้าก็จะทนมัน ต้วนเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่


      “อย่าตัดสินใจไวไปนักเลยเนี่ยหลี่พูดในขณะที่มองดูต้วนเจี้ยน ตัวเขาเองก็ยังคงพิจารณาการตัดสินใจเพื่อที่จะปลุกพลังมังกรให้ต้วนเจี้ยนครั้งนี้อยู่ (ก็มันโหดสัสรัสเซียอ่านะ) แต่เพื่อการได้จัดการกับซิคงอวี้ ต้วนเจี้ยนก็ไม่ได้ดูมีความทุ่มเทที่ลดน้อยถอยลงไปแม้แต่น้อยเลย

ต้วนเจี้ยนที่คุกเข่าลงข้างหน้าเนียหลี่ยืนอกผายออกแลดูมั่นคงและกล่าวขึ้น เอาเลย
  
กินยาทิพย์นี้เสียก่อนมันจะช่วยเจ้าฟื้นฟูพละกำลังให้เจ้า แล้วเราจะเริ่มกันหลังจากที่พละกำลังเจ้ากลับมาแล้ว เนี่ยหลี่พูดแล้วส่งยาทิพย์จำนวนหนึ่งไปให้ต้วนเจี้ยน

ต้วนเจี้ยนอ้าปากและกลืนมันลงไปทั้งหมดในทีเดียวและเริ่มรวมรวบพลัง เขาสามารถรู้สึกได้อย่างรวดเร็วว่าพลังงานในตัวเขาได้ถูกฟื้นฟูขึ้นอย่างมาก


      จากนั้นเนี่ยหลี่เริ่มใช้เทคนิคการฝังเข็มกับต้วนเจี้ยน เขารีบปักเข็มลงไปบนร่างของต้วนเจี้ยนอย่างต่อเนื่องเกิน30จุดในแนวลากยาวตามร่างกาย แม้ว่ามันจะเจ็บปวดอย่างมากในตอนเริ่มต้น แต่ต้วนเจี้ยนก็ออกอาการแค่เพียงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเนียหลี่ฝังเข็มลงไปบนร่างของต้วนเจี้ยนอีกจนครบทั้ง36จุด หน้าของต้วนเจี้ยนบิดเบี้ยวแสดงอาการเจ็บปวดขึ้นมาทันที

อะ...อะ...อะอ๊ากกกกกต้วนเจี้ยนแหกปากปล่อยเสียงแผดร้องแลดูทุกข์เข็ญแสนสาหัสออกมา, มันช่างดูเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนเสียเหลือเกิน


    ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนราวกับว่ามันถูกเผาโดยคลื่นความร้อนที่หมุนเวียนวนอยู่ภายใน เลือดมังกรภายในตัวได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว


    การแหกปากที่ส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวดของต้วนเจี้ยนนั้นดังจนได้ยินไปไกลเกินบริเวณตำหนักสวนกลางบ้านเสียอีก



      เมื่อเหล่ายามที่รักษาการณ์อยู่บริเวณสวนกลางบ้านได้ยินเสียงร้อง พวกเขาช่วยไม่ได้เลยที่จะมองหน้ากัน ความเจ็บปวดที่ต้วนเจี้ยนได้รับและแหกปากออกมาพลอยทำให้พวกเขารู้สึกหลอนไปด้วย พวกเขาทุกคนนั้นล้วนรู้จักต้วนเจี้ยน แม้ว่าต้วนเจี้ยนจะเป็นคนทรยศและถูกละทิ้งจากตระกูลอย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะแหกปากร้องด้วยความเจ็บปวดแบบนี้ แม้ว่าในตอนที่ถูกเฆี่ยนตีทั้งวันทั้งคืนก็ตามที


     ความจริงแล้ว, พวกเขานั้นก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวต้วนเจี้ยนอยู่เล็กๆ เพราะว่าจะมีใครที่ไหนอีกล่ะที่จะทำได้เหมือนดั่งเช่นต้วนเจี้ยน? ที่สามารถแสดงอาการออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เขานั้นไม่เคยมีความหวาดกลัวใดๆเลย และก็ไม่เคยคิดที่จะยอมอ่อนข้อให้ด้วย แม้ว่าเขาจะตกอยู่ภายใต้การทรมานอันโหดร้ายผิดมนุษย์ดั่งที่เขาได้ประสบมา


      แต่ตอนนี้, หลังจากที่ต้วนเจี้ยนถูกส่งเข้าไปได้ไม่นาน ก็กลับมีเสียงร้องครวญที่ดูทุกข์ทรมานแสนสาหัสดังออกมา สิ่งเดียวที่พวกยามรักษาการณ์จะจินตนาการได้คือ ความเจ็บปวดแบบไหนกัน?ที่ต้วนเจี้ยนกำลังได้เผชิญอยู่


        “ไม่อยากจะเชื่อเล้ย...ว่าคนที่ดูสุขุมเฉกเช่นคุณชายเหล่ยโจว, เมื่อเขาเข้าโหมดจะต้องไปทำการทรมาณใครซักคนจะฉายแววน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้


       ทหารยามรักษาการณ์ทั้งหลายรู้สึกขนหัวลุกตั้ง เช่นเดียวกับจิตใจที่รู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปหมด พวกเขามิอาจหาญกล้าที่จะจินตนาการถึงขั้นตอนในการทดลองตัวยาครั้งนี้เลย


ณ สวนในตำหนักหัวหน้าตระกูลปีกสีเงิน


    “ท่านหัวหน้าตระกูล นายน้อยเหล่ยโจวเริ่มการลองตัวยาแล้วขอรับ ข้าได้ยินมาว่าไอ้ต้วนเจี้ยนนั้นเจอกับการทรมาณอย่างหนักเสียด้วย แม้ว่าเราจะเคยเฆี่ยนตีไอ้เด็กนั้นมายาวนานแต่มันก็ไม่เคยร้องออกมาให้ได้ยินซักแอะ! แต่ตอนนี้หลังจากถูกนำตัวเข้าไปให้คุณชายเหล่ยโจวที่ตำหนักกลางสวนของตระกูลเพียงไม่นาน เสียงร้องทุรนทุรายดูทนทุกข์ของไอ้เจ้าต้วนเจี้ยน มันก็ดังขึ้นจนได้ยินไปไกลตั้งหลายลี้เลยขอรับ!”


     ซิคงอวี้คิ้วขมวด, เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหล่ยโจวจะมีวิธีการพรรณนี้ ถ้ามันถูกนำมาใช้ในการสอบสวนมันก็น่าจะได้ผลดีเยี่ยมทีเดียว



    ซิคงฮงหยู๋มองมาที่ซิคงอวี้และถามขึ้น ท่านพ่อ, ข้าคิดได้หลังจากที่กลับมา ว่าข้ารู้สึกว่าหลักฐานที่มาของเจ้าเหล่ยโจวนั้น มันช่างดูไม่ชอบมาพากลยังไงไม่รู้


      ซิคงอวี้พยักหน้าแล้วพูด มันไม่สำคัญหรอกฮงหยู๋ ว่ามันจะเป็นสมาชิกของตระกูลสีเงินจรัสแสงจริงๆหรือไม่ ตราบใดที่มันสามารถรักษาอาการป่วยของตระกูลปีกสีเงินของเราได้, บุคคลคนนี้ยังจะต้องคงอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเราจะได้สูตรรักษาอาการจากปากของมันมา พอหลังจากที่เราได้มัน เราก็จะสังหารไอ้เหล่ยโจวซะ!!


   เจตนามุ่งร้ายบอกใบ้ออกมาจากแววตาของซิคงอวี้และซิคงฮงหยู๋ก็พยักหน้าเพื่อรับรู้ถึงมัน


ณ สวนกลางบ้านของตระกูล



    “เนียหลี่, นี่นายทำอะไรกับเขาเนี่ย? นายไม่ได้กะจะใช้เขามาทดลองยาจริงๆใช่ไหม?” ตู่ซือถามในขณะที่มองดูต้วนเจี้ยนผู้ซึ่งตอนนี้นอนม้วนดิ้นทุรนทุรายไปมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเขาตอนนี้ก็ยังคงถูกมัดไว้ด้วยโซ่ เห็นแล้วมันช่างน่าเวทนาซะจริงๆ


      เซียวหนิงเอ๋อเองไม่อยากจะเชื่อ ว่าเนียหลี่จะใช้วิธีที่ผิดมนุษย์เพื่อจัดการกับต้วนเจี้ยน


       “ข้ากำลังสร้างโอกาสให้กับเขาอยู่ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองด้วยว่าเขาจะไปได้สูงเพียงไหน ตอนนี้ที่เขาก็ทำได้เพียงแค่พึ่งโชคชะตาแล้วล่ะ เนียหลี่กล่าวอย่าไปรบกวนเขา พวกเจ้าเร่งไปฝึกกันต่อเถิด


ทุกๆคนกลับไปมุมตัวเองและเริ่มฝึกต่อ



   มันไม่นานเท่าไหร่นักที่ซิคงอวี้นำหินผลึกโลหิตจำนวนมากมาให้กับพวกเนียหลี่ เนี่ยหลี่ได้ทำมันให้บริสุทธิ์ขึ้นแล้วแจกจ่ายแบ่งให้กับทุกๆคน จากนั้นทั้งกลุ่มเริ่มดูดซับพลังวิญญาณจากหินผลึกโลหิตอย่างบ้าคลั่งและเพ่งความสนใจไปที่การเพาะบ่มพลัง


      พลังวิญญาณถูกดูดออกมาจากหินผลึกโลหิตอย่างต่อเนื่องและถูกส่งไปยังขอบเขตวิญญาณ


      เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันที่สาม, เซียวหนิงเอ๋อผู้ซึ่งฝึกเทคนิคปีกมังกรวายุอัสนีก็ได้เข้าสู่ระดับโกลด์เป็นที่เรียบร้อย ไม่กี่วันหลังจากนั้น, คนอื่นๆก็เริ่มทยอยเข้าใกล้จุดที่จะพัฒนาไปสู่ระดับโกลด์กัน ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนเป็นผลลัพธ์จากหินผลึกโลหิตที่พวกเขาได้ทำการดูดซับติดต่อกันมาหลายวัน


แปลโดย: IDeaPaeTonG นะแจ๊ะ


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง