test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

12 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 143 โลกภายนอก



ขอบคุณท่านลุงเนี่ยหลี่กล่าวแล้วพยักหน้า มุมปากขดขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนๆ จิ้งจอกเฒ่าคง_ต้องคิดว่าเขาได้กำไรจากเรื่องนี้แน่ๆ ก็จริงอยู่! หญ้าเทียนฟ้างนั้นไม่มีฤทธิ์เป็นพิษ อย่างไรก็ตามหลังจากบริโภคมันเข้าไปมากๆ ผู้ที่ทานเข้าไปก็จะเริ่มตกเป็นทาสของมัน นั้นก็หมายถึงว่าเมื่อหญ้าเทียนฟ้างหมดลง ซิคงอวี้ก็จะไม่สนอะไรอีกนอกจากค้นหาหญ้าเทียนฟ้านมาเพิ่มอย่างสุดกำลัง <เคี้ยกกๆๆๆๆ>


      เนียหลี่เองก็มีวิธีจะรักษาอาการของซิคงอวี้อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจถึงนิสัยใจคอที่โหดเหี้ยมเฉกเช่นของซิคงอวี้ ตอนก่อนจะหายเขายังอาจจะยำเกรงเกรงกลัวเนี่ยหลี่อยู่ แต่ถ้าพอตาจิ้งจอกเฒ่าหายแล้วล่ะก็ ฮึ..ฮืม เนียหลี่คงจะเสียไพ่ในมือใบที่เขาจะสามารถควบคุมได้ไปแน่แท้


     ซิคงอวี้กล่าวอย่างดัง ทหาร! เตรียมจัดงานเลี้ยง,ข้าจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับหลานเหลยโจ๋วคนนี้เอง


     ลึกเข้าไปในใจของเนียหลี่ เขาคิดได้ว่าหนิงเอ๋อ,ลู่เปียวและคนอื่นๆยังคงอยู่ข้างนอก,แล้วแบบนี้ข้าจะติดต่อกับพวกเขาได้ยังไง? ถ้าหนิงเอ๋อกับคนอื่นๆเห็นเขาหายไปนานๆแบบนี้ พวกก็คงจะพลิกภูเขาค้นหาแน่ และถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขาอาจจะมีโอกาสประสบกับเรื่องร้ายๆก็เป็นได้_ เนียหลี่เองก็ตระหนักว่าถ้ามีจำนวนคนมาที่นี้มากไป มันก็จะไม่ค่อยจะดีนัก แต่อย่างั้นก็เถอะเขาก็เลือกที่จะพาพวกพ้องมาที่นี่ แต่จะให้ดีเขาต้องหาวิธีอื่นเพื่อรับมือกับตาเฒ่าซิคงอวี้


     เนียหลี่หันหน้ากล่าวไปทางซิคงอวี้ท่านเจ้าตระกูล ข้าจำต้องเดินทางลงเขาไป เพื่อนๆของข้ากำลังรอคอยข้าอยู่ด้านล่างเขา


      “โอ้?เพื่อนหรอ?” ซิคงอวี้คิ้วขมวดและคิดอะไรบางอย่างจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า เพื่อนของหลานก็เหมือนเพื่อนของพวกเรา ข้าจะส่งคนไปซักกลุ่มเพื่อรับพวกเขามาที่นี่!”


     “ข้าควรจะต้องเดินทางไปเอง ถ้าหากเพื่อนๆของข้าเกิดปะทะกันกับคนของท่าน,มันจะเป็นปัญหาซะเปล่าๆเนี่ยหลี่กล่าว


      “ได้สิ, งั้นให้ฮงหยู๋ไปกับเจ้าซิคงอวี้กล่าว ด้วยความแข็งแกร่งของฮงหยู๋, นางสามารถที่จะหยุดยั้งระดับเงิน5ดาวเช่นเนียหลี่ได้ง่ายดาย


      ด้วยการร่วมทางมากับฮงหยู๋ เนี่ยหลี่เดินทางลงจากเขามาพบกับหนิงเอ๋อและคนอื่นๆ


     ลู่เปียวถอนหายใจอย่างโล่งออกและพูดขึ้น เนียหลี่ในที่สุดนายก็กลับมาซะที นายเล่นหายไปซะนานเลยนะ พวกเราก็เป็นห่วงแทบแย่และกำลังจะขึ้นไปตามหาบนเขาอยู่แล้วเชียว


      เนียหลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อสบตากัน จากนั้นเนี่ยหลี่จึงกล่าวขึ้น หลังจากขึ้นไปบนเขา,ข้าได้พบกับท่านลุง เขามาจากตระกูลปีกสีเงินผู้มีสายสัมพันธ์กับตระกูลสีเงินจรัสแสงของข้าจนก่อนที่จะถึงยุคมืด!”


      เนียหลี่ไปเป็นสมาชิกตระกูลสีเงินจรัสแสงตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย?  ตู่ซือเหลือบไปเห็นสตรีที่ยืนรออยู่ข้างหลังเนี่ยหลีก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น


     เซี่ยวหนิงเอ๋อและคนอื่นๆก็ค่อยๆเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่เนียหลี่จะสื่อในไม่ช้าหลังจากนั้น พวกเขาเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีจึงเข้าใจได้ว่า เนี่ยหลี่คงกำลังหลบซ่อนความจริงอะไรบางอย่างกับคนพวกนั้น

    แต่ก็ยังมีคนที่ทุกคนเป็นห่วงนั้นก็คือ ลู่เปียว

แววตาของซิคงฮงหยู๋กำลังสังเกตท่าทีตอบสนองของตู่ซือและพรรคพวก และแล้วมาหยุดการสังเกตอยู่ที่ลูเปียวที่ปฏิกิริยาดูแปลกๆ

ลู่เปียวดูตกตะลึงขณะที่จ้องมองซิคงฮงหยู๋อย่างเห็นได้ชัด เซี่ยวซุ่ยกระแทกลู่เปียวด้วยแขนของเธอ เมื่อลู่เปียวมองกลับมาก็หลุดจากภวังค์และได้สติ ดวงตาของเขาเบิกโตขึ้นและถามเนี่ยหลี่ว่า เนี่ยหลี่,นางเป็นใครน่ะ? รูปร่างนางดูช่างแข็งแกร่งซะจริงๆ!”

ที่เมื่อกี้ข้าดูตะลึงๆก็เพราะกำลังมองความแปลกของนางเนี่ยแหละ ซิคงฮงหยู๋ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ลู่เปียว, หยุดพูดบ้าๆเลยนะ นี่พี่สาวของข้านะเฮ้ย!” เนียหลี่พูดขึ้นทันทีเพื่อให้รู้สึกเบาใจขึ้น (บรรยากาศเริ่มไม่ดีเพราะปากลู่เปี่ยวนี่น้อ)


     “ฮี่ฮี่, โทดๆข้าหลุดสำรวมไปนิด พี่สาว, ท่านชื่ออะไรอ่ะ?” ลู่เปียวจ้องมองซิคงฮงหยู๋แบบหื่นๆพิลึก ที่เขาต้องแสร้งหื่นก็เพื่อที่จะแสดงตัวตนจริงๆของเขา ว่าจริงๆเขานั้นไม่มีอะไรดูผิดปรกติ (หื่นหลบเกลื่อนนี่หว่า)


   “ซิคงฮงหยู๋ นางตอบกลับมาอย่างเย็นชา ถ้ามิเพราะว่าตระกูลปีกสีเงินต้องการบางสิ่งจากเนียหลี่ นางก็อยากที่จะสมนาคุณการกับผูกมิตรแบบนี้ให้กับเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ซะจริงๆ (สมนาคุณแบบไหนน้อ >,,<)

ลู่เปียว, นี่นายกล้าหลีหญิงต่อหน้าข้าเลยเรอะ? อยากตายใช่มั๊ย?”

เสียงดังตั๊บ! เมียลู่เปียวฟาดลูเปี่ยวเข้าไป1hit จากนั้นลู่เปียวโอดครวญจากการโดนตีอย่างต่อเนื่อง 118combo hits และนั่งยองๆเอามือกุมหัวไว้ (พ่อบ้านใจกล้านี่เนาะ)


   ซิคงฮงหยู๋หาได้สนใจท่าทีเหล่านั้นโดยสิ้น นางหมุนตัวแล้วพูดขึ้นว่าไปกันได้แล้ว


    ทั้งกลุ่มเดินตามซิคงฮงหยู๋ไป เนียหลี่จงใจเดินช้าลงและใช้สายตาจ้องมองตอบโต้สื่อสารกับกลุ่ม เพราะถึงเขาจะลดเสียงลงเพื่อพูดบางอย่าง มันก็ไม่สามารถหนีรอดหูระดับโกลด์5ดาวเฉกเช่นซิคงฮงหยู๋ไปได้

 ตระกูลปีกสีเงิน,ปราสาทที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ใหญ่ยักษ์

     ณ ห้องโถงที่บรรจุคนประมาณ100คน ผู้ซึ่งกำลังโยนไวน์ส่งต่อกันเป็นทอดๆ


        “หลานข้า, มาๆข้าจะเทไวน์ใส่ถ้วยให้ซิคงอวี้หยิบแก้วมาแล้วพูดเสียงดังขึ้นว่าหลานเหลยโจ๋วคนของตระกูลสีเงินจรัสแสง,แขกคนสำคัญ ต่อไปไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนแห่งใดเขตตระกูลปีกสีเงินของเรา จะไม่มีใครขัดขวางเขา และถ้าเขามีความต้องการอะไร พวกเจ้าทั้งหลายก็จงทำตามคำขอให้เขาอย่างดีที่สุด!”


    หลังจากได้ยินคำพูดของซิคงอวี้ สมาชิกของตระกูลปีกสีเงินก็มองหน้ากัน จากนั้นก็หันมามองเนี่ยหลี่และประหลาดใจว่าเขาเป็นใครกัน ถึงได้รับความใส่ใจจากหัวหน้าตระกูลขนาดนี้


        ซิคงอวี้จ้องมองกวาดตาผ่านไปยังตู่ซือและคนอื่นๆที่ช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกกดดัน เพราะหลังจากที่ถึงสถานที่แห่งนี้ พวกเขาก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเนียหลี่ จากนั้นหัวใจของพวกเขาก็ถูกกระตุ้นด้วยความกลัวด้วยเรื่องที่ซิคงอวี้เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับตำนาน


        “เจ้าและเพื่อนๆของเจ้าเป็นแขงผู้มีเกียรติของตระกูลปีกสีเงิน คิดซะว่าเป็นบ้านของเจ้า ไม่ต้องอึกอักลังเลไปหรอก!” ซิคงอวี้พูดและหัวเราะเสียงดัง


      “ขอบคุณครับท่านหัวหน้าตระกูลตู่ซือและคนอื่นๆประสานมือคารวะ


      คนที่ยังดูนิ่งสงบภายใต้เจตนาแอบแฝงของซิคงอวี้อยู่ได้ก็คงมีเพียงผู้เดียวคือ เนียหลี่ แม้แต่เซี่ยวหนิงเอ๋อก็ยังดูเกร็งๆนิดๆซึ่งสามารถสังเกตได้จากใบหน้าของนางที่แสดงออกมา


       เนียหลี่บีบมือนางเบาๆใบ้ให้นางทำตัวผ่อนคลายขึ้นทันใดนั้น,เสียงแส้ฟาดเป็นชุดก็ดังจนทำให้ได้ยินได้ ดึงความสนใจของทุกๆคนไปยังมุมของห้องโถง ที่เสาหินนั้นแท่งนั้นยังปรากฏร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกมัดอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงถูกทรมาณจนถึงบัดนี้ และคนส่วนใหญ่ให้ห้องโถงก็เห็นพ้องด้วยกับการทรมาณนั้น พวกเขาหัวเราะคิกคักเบาๆดูไม่แยแสกับมัน


    เซี่ยวหนิงเอ๋อไม่สามารถทนต่อไปได้จึงถามเนี่ยหลี่ขึ้นว่า เขาเป็นใครน่ะ


    “สมาชิกของตระกูลปีกสีเงิน

   เนียหลีจึงเล่าถึงจุดเริ่มต้นและรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมด

      เซี่ยวหนิงเอ๋อก้มคอต่ำลงแล้วพูดพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา พ่อแม่ของเขาตายหมดแล้วหรือ และตัวเขาเองก็มาถูกเฆี่ยนตีทรมาณอยู่แบบนี้นะหรือ,น่าสงสารจัง!”


     เนียหลี่มองไกลออกไป ดวงตาของเด็กหนุ่มเติมเต็มไปด้วยความไม่ยอมอ่อนข้อและเกลียดชัง ปีกสีทองเข้มบนหลังของเขาถูกมัดไว้ด้วยโซ่ พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มน่าจะดีเยี่ยมไม่เบา อย่างไรก็ตามถ้าเนียหลี่ช่วยชีวิตเขาๆน่าจะนำเรื่องมาให้เสียมากกว่า พิจารณาแล้วเด็กหนุ่มคนนั้นน่าจะเป็นดั่งเสี้ยนหนามในสายตาของซิคงอวี้


      ทันใดนั้น ความคิดดีๆก็แวบขึ้นในสมองของเนียหลี่


      หลังจากดื่มไวน์ไปอีกซักพักนึง เนียหลี่ก็พูดกับซิคงอวี้ที่ดูมีท่าทีที่เริ่มมึนเมา ท่านลุงข้ามีคำขอขอรับ ข้าจะรู้สึกเยี่ยมมากเลยถ้าท่านลุงตกลงให้ตามคำขอ


     “อะไรรึ? เจ้าว่ามาได้เลยซิคงอวี้พูดแล้วหัวเราะ


     เนียหลี่ชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่ถูกล่ามโซ่ที่อยู่ห่างออกไปแล้วกล่าวต่อว่า ข้าต้องการเขาคนนั้น


    “จะเอามันไปทำอะไรรึการไต่ถามของซิคงอวี้มาพร้อมกับแววตาแหลมคมที่ฉายแววออกมา ไอ้เด็กหนุ่มนั้นเป็นคนทรยศของตระกูลปีกสีเงิน!”


       เนียหลี่เผชิญหน้ากับสายตาที่เหลือบมองมาของซิคงอวี้โดยไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวใดๆ เขายิ้มอ่อนๆและพูดต่อไปว่า ข้าเห็นว่าไอ้เด็กหนุ่มนั่นเป็นเสี้ยนหนามในสายตาของท่านลุง และยังเป็นไอ้คนทรยศของตระกูลปีกสีเงิน และทุกๆคนคงอยากกำจัดเขาออกไปให้ได้ไวๆ อย่างไรก็ตามท่านลุงมัดเขาไว้ตรงนั้นและเฆี่ยนตีอย่างต่อเนื่องแบบนี้ มันจะเป็นเยี่ยงอย่างให้สมาชิกอื่นจดจำใช่ไหมล่ะ แต่ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น!”


      “วิธีอะไรล่ะ ซิคงอวี้ดื่มไวน์ต่อไปอย่างนิ่งๆ



   “เอามันไปเป็นหนูทดลองยาเนี่ยหลี่กล่าว แม้ว่าข้าจะมีความมั่นใจแน่นอนว่าจะรักษาท่านลุงจากอาการป่วยได้ สมุนไพรบางตัวมีอยู่แล้ว แต่กระนั้นสมุนไพรบางตัวยังมีคงมีไม่เพียงพอ สมุนไพรหลายๆตัวล้วนหาได้จากโลกภายนอก หากมีสมุนไพรซักตัวสองตัวที่ไม่ถูกต้อง ข้าคงจะไม่สามารถรักษาอาการป่วยของท่านได้ ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถแบกความรับผิดชอบจากความผิดพลาดเอาไว้ได้ เช่นนั้นถ้าข้าอยากจะหาใครซักคนมาลองยาข้าจะได้ไหม ถือซะว่าให้เขาได้อุทิศตัวเองครั้งสุดท้ายเพื่อตระกูลปีกสีเงินเถอะ


      ซิคงอวี้มองมาที่เนี่ยหลี่และพยายามหาว่าไอ้เด็กนี่มันพยายามจะโกหกหรือไม่ ในขณะที่เนี่ยหลี่เองก็ดื่มไวน์ในถ้วยไปอย่างนิ่งสงบ โดยแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้แยแสอะไรกับมัน


       “ได้, ให้มันได้เป็นตัวลองยาให้เจ้าละกันซิคงอวี้พูดอย่างนุ่มนวล ภายใต้อาณาเขตของตระกูลปีกสีเงิน, เขาไม่เชื่อว่าเนี่ยหลี่จะสามารถหนีไปไหนได้



        “นอกจากเรื่องนี้, ข้ายังมีคำขออีกข้อนึงเนี่ยหลี่ยิ้มอ่อนๆและพูดไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความปรารถนาส่วนตัวของข้า แต่ข้าก็รู้มาว่าในดินแดนของท่านลุงนั้นมีเหมืองหินศิลาเลือดอยู่ มันจะเป็นไปได้ไหมถ้าข้าจะขอหินศิลาเลือดของท่านซักหน่อย


     
        “แค่หินศิลาเลือด, ข้ามีอยู่เยอะแยะไป เจ้าหยิบเอาเถอะ เอาไปได้เลยจากนั้นมือขวาของซิคงอวี้ทุบลงบนผิวโต๊ะ ถ้าเจ้าไม่สามารถปรุงยาออกมาได้ในหนึ่งหรือสองเดือน......



      เนี่ยหลี่พูดสวนขึ้นมาทันที จะผลิตยาในเดือนสองเดือนมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรข้าก็ยังสามารถปรุงยาเพื่อบรรเทาอาการป่วยของท่านลงได้เนียหลี่พูดต่อเนื่องทันที มันจะสามารถฟื้นฟูการเพาะบ่มพลังของท่านลุงได้ด้วยและบรรเทาปวดจากอาการป่วยไปในตัว



      ได้ยินคำพูดของเนียหลี่, ซิคงอวี้ก็รู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆแต่เขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เรื่องที่จะพยายามให้เนี่ยหลี่ปรุงยาขึ้นมาในช่วงระยะเวลาอันสั้นมันก็ดูไม่น่าเป็นไปได้จริงๆ แต่ถ้าสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้มันก็ยังพอรับได้อยู่ แม้กระนั้นพลังเพาะบ่มของซิคงอวี้นั้นสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ตระกูลปีกสีเงินได้ถึงความปลอดภัย จากที่ผ่านมาไม่นานอาการป่วยของซิคงอวี้ที่เริ่มแย่ลง มันทำให้ตระกูลของศัตรูไม่น้อยเริ่มเคลื่อนไหว


    ซิคงอวี้พยักหน้าและกล่าวขึ้นว่าได้,ถ้าเช่นนั้นหลานก็จงปรุงมันมาเถิด


     มุมปากของเนียหลี่ผุดรอยยิ้มขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ซิคงอวี้จะให้เขาแจกจ่ายยาทั้งหมดออกไปเฉกเช่นเดียวกันกับที่จะไม่ปล่อยให้เนียหลี่ออกไปได้ครบสามสิบสอง อย่างยังไงตอนนี้เนียหลี่มีวิธีควบคุมซิคงอวี้แล้ว ฉะนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไร เนียหลี่พูดต่อท่านลุง,ถ้าข้าจะปรุงยาให้ได้ครบถ้วน ข้าก็จำจะต้องออกจากเขตแดนไปยังโลกภายนอก


    “โลกภายนอก?” ซิคงอวี้แย้มให้เห็นถึงความอึกอักลังเลของเขา


      “มันไม่จำเป็นต้องไปทั้งตระกูลหรอก ส่งคนไปซักกลุ่มเพื่อเก็บตัวยาก็เพียงพอแล้วขอรับเนียหลีกล่าว


      ซิคงอวี้ตอบกลับมาว่า แต่ข้าไม่รู้ว่าจะออกไปจากห้วงบริเวณนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราเข้ามาที่แห่งนี่ พวกเราก็ไม่สามารถกลับออกไปได้อีก


      “ในป่าห่างไกลนั้น มันมีอาณาเขตเคลื่อยย้ายต่างมิติอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม, เพื่อที่จะกระตุ้นอาณาเขตให้มันทำงาน พวกเราต้องการหินศิลาแห่งแสง23ก้อน เมื่อเราค้นพบหินศิลาแห่งแสงแล้ว เราก็จะสามารถออกไปได้เนี่ยหลี่กล่าวขึ้นดั่งโยนภาระหาหินศิลาแห่งแสงไปให้ซิคงอวี้ เพื่อที่จะรักษาอาการของซิคงอวี้เอง ตัวเขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้


      หลังจากได้ยินคำของเนียหลี่ ซิคงอวี้ไตร่ตรองอยู่ซักพักนึง แล้วคิดได้ว่าแม้ว่าเขาจะเปิดอาณาเขตเคลื่อนย้ายต่างมิติ แต่เขาก็สามารถทำลายมันลงเวลาใดก็ได้ จากนั้นซิคงอวี้จึงพยักหน้าก็ได้!! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง


     < และแล้วตอนต่อไปก็มาถึงตอนเด็ดตอนหนึ่งในใจของคนแปล **เด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็นใคร? มาเปิดตัวกันในตอนหน้า** สำหรับในตอนนี้....สวัสดีจ้า >

ปล. ค้างกันก่อนไปนะเหล่านักอ่าน...จุ๊บๆ เจอกันตอนหน้า อิอิ!!


แปลโดย: IDeaPaeTonG นะแจ๊ะ...



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง