test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

12 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 142 ซิคงอวี้



เนี่ยหลี่เหลียวมองไปที่เด็กหนุ่มที่ถูกมัดไว้กับเสา แม้ว่าเขาจะถูกทรมานอย่างทารุณ, แต่เนียหลี่ก็ยังรู้สึกตะหงิดๆได้ถึงแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของเด็กหนุ่มคนนั้น ถ้าวัดจากสีหน้าที่แสดงความรู้สึกออกมาก นัยน์ตาสีดำของเขาคู่นั้นช่างเติมเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ภายใต้ผมยาวที่ปกคลุมใบหน้าอยู่

ปีกสีทองเข้มของเขาคู่นั้นเป็นของจริง, ปีกมังกรที่ผ่านขั้นตอนการวิวัฒนาการมาจาก เหล่าสายเลือดมังกรดำมันย่อมแข็งแกร่งกว่าพวกปีกสีเงิน


อย่างไรก็ตาม, การเพาะบ่มพลังของเขานั้นยังอยู่แค่ระดับขั้นโกลด์3ดาวเท่านั้น


       ในมุมมองของเนียหลี่, มันไม่มีเรื่องผิดหรือถูกในเรื่องความเกลียดชังระหว่างสองตระกูลหรอก ถึงอย่างงั้นก็เถอะการที่จะมาทรมาณเด็กหนุ่มแบบนี้มันช่างดูไร้มนุษยธรรมไปซะหน่อย เนียหลี่และเด็กหนุ่มสายตาประสานตากัน แต่แล้วเนียหลี่ก็เบี่ยงเบนหลบสายตาไปและเดินตามหลังซิคงฮงหยู๋ต่อ


     ในห้องโถง ชายวัยกลางคนร่างอ้วนนั่งอยู่บนบัลลังก์ทรงสูง เขาหลับตาลงครึ่งนึง โฉมหน้าแสดงเห็นถึงสีหน้าที่ดูเฉยเมยช่างดูมืดมนสิ้นหวัง ผ้าคลุมที่ดูหรูหราช่วยให้ดูดีมีราศีของความสูงศักดิ์ขึ้นนิด ข้างกายมีสตรีสามนางค่อยนวดเฟ้นหลังและขาให้ สตรีทั้งสามนางสวมใส่อาภรณ์เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งเล็กๆ
(ฮาเรมล่ะ...เบ้ยเฮ้ย)



       เนียหลี่สามารถเห็นลึกเข้าไปถึงในดวงตาของชายวัยกลางคนด้วยการเหลือบมองไป ภายใต้เปลือกตาของเขานั้นแย้มให้เห็นนัยน์ตานิดๆสีเทาเข้ม มีพลังวิญญาณแผ่ออกมาจากชายคนนั้นเสียด้วย เนี่ยหลีตกตะลึงขึ้นเล็กๆ ชายคนนี่น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานเชียวหรือนี่!! แต่ถึงอย่างนั้นจากการสังเกต เขาดูเหมือนจะเหลือเวลาชีวิตอยู่อีกไม่มากและใช้การดื่มยาอายุวัฒนะเพื่อชลอประทังชีพไปวันๆ


       ชายคนนี้ก็คือหัวหน้าตระกูลปีกสีเงิน ซิคงอวี้


เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของซิคงฮงหยู๋และเนียหลี่, เขาก็เปิดตากว้างขึ้นแล้วมองมาทางของซิคงฮงหยู๋และเนียหลี่



    “ฮงหยู๋, เขาเป็นใคร?” ซิคงอวี้พูดออกมาอย่างขึงขัง ก่อนจะจ้องมองมาที่เนียหลี่แย้มเจตนาก่อความรุนแรงราวจะกินเลือดกินเนื้อก็มิปาน
(หรือว่าพระเอกของเราจะมีชื่อเกาหลีว่านา วอน
ตรีนแกไปไหนมาไหน ชวนหมี่เหลืองได้ตลอดสิ -.- )


     “คาราวะท่านพ่อ,เขาเรียกตัวเองว่าเหลยโจ๋ว ผู้สืบทอดตระกูลสีเงินจรัสแสงและมาถึงนี่โดยบังเอิญซิคงฮงหยู๋รายงานพร้อมโค้งคำนับ



    “ตระกูลสีเงินจรัสแสงรึ?  ซิคงอวี้งงงวยไปช่วงขณะจากนั้นก็หัวเราะ” “ตระกูลสีเงินจรัสแสงนั้นสูญสิ้นไปแล้วจากการบุกทำลายของฝูงสัตว์อสูร,เหตุใดถึงมีผู้สืบทอดได้เล่า?” ซิคงอวี้มองมาทางเนียหลี่ด้วยสายตาราวกับจะเข่นฆ่าในทันที จริงๆแกเป็นใครกันแน่” “แกเป็นสายลับจากตระกูลไหนซักตระกูลมั๊ย!”


    หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่พ่อของเธอพูด, ซิคงฮงหยู๋ก็รู้สึกถมึงทึงไปด้วย สายตาอันเย็นชาทอดมองทางเนียหลี่เช่นเดียวกัน


       เผชิญกับเจตนามุ่งร้ายที่ซิคงอวี้แผ่ออกมา, เนียหลี่ก็กล่าวอย่างนิ่งสงบ คารวะท่านหัวหน้าตระกูล, ข้าเป็นผู้สืบทอดของตระกูลสีเงินจรัสแสงจริงๆ ถึงแม้ว่าตระกูลหลักจะโดนทำลายสูญสิ้นไป แต่สาขารองอีกสองแห่งก็ยังกระเสือกกระสนรอดมาได้ขอรับ


    “ไอ้สวะซิคงอวี้พ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา คนผู้นี้ต้องเป็นสายลับจากตระกูลอื่นซักตระกูลแน่ๆ ลากมันออกไปสังหารซะ!”


     ทหารยามรักษาการณ์ระดับโกลด์จำนวนนึงหันหอกจ่อมาทางเนียหลี่ ถ้าซิคงอวี้บัญชามาเช่นนี้, เนี่ยหลี่ก็มีแต่จำต้องถูกตัดหัวโดยทันที


      เนียหลี่เห็นได้โดยวิสัยว่าซิคงอวี้กำลังทดสอบเขาอยู่จึงกล่าวอย่างทะนงว่า ท่านหัวหน้าตระกูล,ถ้าท่านจะประหารข้าโดยมิฟังข้าจนจบก่อน ข้าก็จะไม่โน้มน้าวทัดทานใดๆอีก!”


    “อื้มมมม,เจ้านี่ช่างกล้าซะจริงๆ ถ้ายังไม่คายความจริงออกมา อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทล่ะนะซิคงอวี้กล่าวและพ่นลมทางจมูกอย่างเย็นชา


     “เรื่องแรก,ข้าไม่ใช่คนในโลกนี้, ข้ามากจากโลกภายนอก ข้าสามารถพิสูจน์ได้! เนียหลี่ผสานเข้ากับจิตอสูรเงาพรายอย่างไว และร่างของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว


     เห็นเนี่ยหลี่เปลี่ยนร่าง, สีหน้าซิคงอวี้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จิตอสูรเงาพรายไม่ใช่สัวต์อสูรที่อยู่บริเวณนี้ โดยวิสัยปรกติ,จิตอสูรจะสามารถถนอมรักษาเอาไว้ได้แค่600ปี สำหรับจิตอสูรที่เคยถูกเก็บรักษาไว้แต่อดีตครั้งก่อนเก่าถ้าไม่ถูกใช้ไปก็จะถูกทำลาย


  เนียหลี่ผสานร่างกับจิตอสูรที่เขาไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน เพราะเหตุนั้นการที่เขาจะมาจากโลกภายนอกมีความเป็นไปได้สูง


    แม้ว่าจิตอสูรนี้จะมาจากโลกภายนอก มันก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าเจ้าไม่ได้มาจากตระกูลอื่นใดๆได้
ซิคงอวี้ยังคงไม่มั่นใจ สีหน้าของเขาดูเศร้าหมองมืดมน ทำให้ยากที่จะเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่



เนียหลี่ยิ้มอ่อนๆและพูดขึ้นว่า 



      “ข้าไม่สามารถพิสูจน์ได้มากไปกว่านี้,แต่อย่างไรก็ตาม,ท่านหัวหน้าตระกูล, ตระกูลปีกสีเงินมีความลับอันยิ่งใหญ่อยู่ข้อนึงคือ เมื่อสมาชิกได้รับปีกสีเงินจากวิหกอัสนีปีกเงิน,ร่างกายของพวกเขาจะต่อต้านที่จะเติบโตต่อ กล่าวโดยทั่วไป,สมาชิกของกระกูลปีกสีเงินจะอยู่ต่อได้อีกแค่ไม่เกิน60ปี เป็นความจริงมิใช่หรือ?”


     ได้ฟังที่เนี่ยหลี่กล่าว,แววตาของซิคงอวี้ที่เติมเต็มไปด้วยความเย็นชาก็จ้องมองมาทางเนียหลี่ แกเป็นใครกันแน่,ไอ้หนูแกรู้อยู่ใช่ไหมว่าแกกำลังพูดอะไร?”


       “ข้าสืบเชื้อสายมาจากตระกูลสีเงินจรัสแสง เรื่องที่ข้ารู้มา,ข้าก็ได้ยินมาจากผู้อาวุโสในตระกูล ซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่ามันจริงเท็จประการใด หลังจากที่ข้าพูดออกไปข้าก็รู้ตัวว่าหัวหน้าตระกูลคงไม่ปล่อยข้าไป แต่มันจะเป็นยังไงล่ะถ้าข้าจะบอกว่าข้ามีสูตรที่รักษาปัญหานี้ลงได้? ท่านหัวหน้าตระกูลจะลองคิดดูอีกทีไหม?” เนียหลีมองไปที่ซิคงอวี้ด้วยท่าทีสีหน้าที่ดูสงบเยือกเย็น ในใจของเขาคิดว่าซิคงอวี้คงไม่ปฏิเสธเรื่องที่ล่อใจแบบนี้เป็นแน่



      “สูตรรักษา? ฮ่าฮ่า,แกนี่ตลกซะจริงซิคงอวี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง อย่างไรก็ตามในการหัวเราะก็เผยให้เห็นอาการสั่นเทาเล็กๆ จากสิ่งนั้น,เนี่ยหลี่สามารถรู้สึกได้ว่าเขาก็ไม่ได้เฉยเมยกับความตายที่คืบคลานเข้ามาโดยสิ้นเชิง อาการป่วยของตระกูลปีกสีเงินของข้าน่ะไม่มีทางรักษาหรอก


      “ใครบอกว่าไม่มีทางรักษา? เมื่อครั้งที่ตระกูลสีเงินจรัสแสงทราบถึงปัญหาที่ตระกูลปีกสีเงินต้องเผชิญอยู่, เราเหล่าตระกูลสีเงินจรัสแสงก็ไขว่ขว้า ค้นหาวิธีรักษามาเป็นเวลายาวนาน วันหนึ่งเราก็ค้นพบ


       อย่างไรก็ตาม เราไม่มีเวลาพอที่จะแจ้งให้ตระกูลปีกสีเงินได้รู้ก่อนยุคมืดได้มาถึง ฝูงสัตว์อสูรได้ทำลายตระกูลเงินจรัสแสงเสียหมดสิ้น แต่แล้วสูตรรักษานั้นก็ยังถูกส่งต่อผ่านมา รอคอยให้มีสมาชิกของเราซักคนนึงค้นหาตระกูลปีกสีเงินเจอเพื่อถ่ายทอด เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของบรรพบุรุษ” (ปั้นเรื่องเป็นตุเป็นตะเลยนะพ่อคุณ)


    ถึงแม้ว่าเนียหลี่จะปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นทั้งเพ,แต่ท่าทีแสดงออกมาของเขาก็ดูจริงจัง (ไอ้พระเอกกระล่อน!)


    ด้วยความรู้ของเขาที่มีอยู่ลึกซึ้ง มันจึงไม่ยากเลยที่จะคาดเดาจุดอ่อนของอีกฝ่ายและจี้ให้ถูกจุด จากอาการตอบสนองของซิคงอวี้ เนียหลี่ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาชนะแล้ว


     “ถ้าเรื่องราวเป็นเช่นนั้น,ก็จงเร่งบอกสูตรรักษามาเถิด ซิคงอวี้นั่งลงบนบัลลังก์ด้วยท่าทีสงบลงและมองมาทางเนียหลี่ด้วยสายตาประดุจดั่งเหยี่ยว


      “จริงๆแล้ว,ข้าเคารพนับถือท่านหัวหน้าตระกูลและตั้งใจที่จะมอบสูตรรักษาที่ว่านี้ให้ท่านหัวหน้าตระกูลอยู่แล้ว แต่แล้วท่านหัวหน้าตระกูลกลับต้อนรับข้าเยี่ยงนี้ ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคิดถึงความปลอดภัยของตัวข้าเองก่อน ข้าขออภัยด้วยท่านหัวหน้าตระกูล เนี่ยหลี่กล่าวพร้อมประสานมือคารวะ

     
   คิ้วทั้งสองของซิคงฮงหยู๋ขมวดเข้าหากัน นางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องแต่ก็บอกไม่ถูกว่าอะไร


     “ไอ้สวะเอ้ย,แกคิดว่าอาศัยแค่คำพูดของแก คิดว่าข้าจะเชื่อรึ?” ซิคงอวี้พูดและหัวเราะอย่างเย็นชา


       “ข้ารู้ว่าท่านหัวหน้าตระกูลอาจจะไม่เชื่อข้า,แต่ข้าก็มีวิธีที่พิสูจน์มันได้ อาการป่วยของตระกูลปีสีเงินต้องการสมุนไพร76อย่างเพื่อปรุงยา และต้องใช้เวลา49วันในขั้นตอนปรุงเพื่อให้มันออกผลลัพธ์ การต่อต้านของร่างกายจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างสุดแสนแต่ข้าก็มีวิธีง่ายๆที่พอใช้บรรเทาอยู่ตรงนี้, ท่านหัวหน้าตระกูลซิคง ท่านจะลองดูไหมล่ะ!” เนียหลี่ขยับแขนขวาแล้วนำหญ้าสมุนไพรออกมากำหนึ่งจากแหวนเก็บของของเขา 


        “นี่คือว่านเทียนฟ้าง(หญ้าเบิกสวรรค์),ข้าเชื่อว่าท่านหัวหน้าตระกูลยี่คงน่าจะรู้จักมัน ว่านตัวนี้ไม่มีสารที่เป็นพิษแม้แต่น้อย มันช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของท่านหัวหน้าตระกูลได้
ท่านหัวหน้าซิคงจะลองดูหน่อยไหม!”

     เนียหลีโยนว่านโอสถออกไป


      ซิคงอวี้ยืนมือออกไปจับหญ้าโอสถนั้นไว้ เขาลดมือลงเพื่อดูว่านในมือ ใช่แล้วมันคือว่านเทียนฟ้างแน่ๆ มันไม่มีว่านเทียนฟ้างงอกขึ้นได้ในบริเวณนี้ ตั้งแต่เมื่อตระกูลปีกสีเงินได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้ พวกเขาก็ได้นำหนังสือยาติดตัวมาด้วย ในหนังสือก็มีบันทึกเกี่ยวกับว่านเทียนฟ้างอยู่เช่นเดียวกัน


     ถ้าเนียหลี่นำว่านที่ไม่รู้จักออกมา เขาก็คงไม่กล้าที่จะทดลอง แต่นี่เป็นว่านเทียนฟ้างที่เขาเองก็รู้จักอยู่ และมันก็ไม่มีพิษ


     เห็นซิคงอวี้ลังเล เนียหลี่ก็ยุเข้าไปอีกนิดเหมือนดั่งเทน้ำมันลงกองไฟ โดยกล่าวว่า จากที่เห็นใบหน้าของท่านหัวหน้าซิคง,ท่านน่าจะใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้วกระมัง ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?ถึงท่านเพาะบ่มพลังมาได้ถึงระดับตำนานแต่เมื่อท่านสิ้นชีพท่านก็จะไม่เหลืออะไรอยู่ดีนอกจากเศษกระดูก


     ซิคงอวี้พ่นลมออกจมูกอย่างเฉื่อยชา จากนั้นจึงโบกมือให้ใครซักคนไปต้มยามาและกล่าวขึ้นต่อ 


     “ถ้ามันไม่สามารถบรรเทาอาการป่วยได้จริงๆล่ะก็ อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทละกัน” (เอาจริงๆลุงดูมีมารยาทตรงไหนเรอะ เห็นจะฆ่าพระเอกตูลูกเดียว)
จากนั้นซักพัก ยาที่นำไปต้มก็ถูกนำมาเสริฟโดยบ่าวไพร่ เมื่อได้รับถ้วยยามาเขาก็ดื่มมัน (เป่าหน่อยไหมลุง ร้อนลิ้นแทน) จากนั้นใบหน้าของซิคงอวี้ก็เริ่มเหยเก



     “ท่านพ่อ!! ซิคงฮงหยู๋ตะโกนอย่างร้อนใจเป็นห่วง รังสีเข่นฆ่าแผ่ออกมาจากร่างของนาง กระบี่ยาวในมือจ่อมาที่คอของเนียหลี่ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับท่านพ่อของข้า, ข้าจะฝังแกไว้พร้อมกับเขา


     จากนั้นช่วงครู่, ซิคงอวี้ก็ปล่อยลมหายใจออกยาว เขารู้สึกถึงร่างกายที่สบายขึ้น ความเจ็บปวดในร่างกายที่อยู่กับเขามาเนิ่นนานถูกบรรเทาลงไปอย่างมาก เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าว่านเทียนฟ้างจะทำให้บังเกิดผลแบบนี้ได้


   ซิคงอวี้โบกมือและพูดขึ้น ฮงหยู๋,ถอยออกไป!!”


     ซิคงฮงหยู๋มองมาที่ซิคงอวี้แล้วจึงเก็บกระบี่ไว้ข้างตัวและถอยออกไป

ซิคงอวี้กล่าวอย่างเย็นชาถ้าเจ้ามีสูตรรักษาอยู่ก็จงรีบนำมันออกมาเดี๋ยวนี้และข้าจะไว้ชีวิตเจ้า


      ได้ยินคำของซิคงอวี้, เนียหลี่ก็หัวเราะและกล่าวขึ้น หลังจากที่ท่านหัวหน้าตระกูลรู้ถึงสรรพคุณของว่านเทียนฟ้าง,ท่านก็ควรจะเชื่อข้าได้แล้วนะ ลูกผู้ชายไม่ควรยืนหลังชนฝา ท่านหัวหน้าตระกูลคงไม่คิดว่าข้าจะมอบมันให้หรอกนะ ถ้าเกิดท่านกลับคำขึ้นมา,ข้าก็ซี้แหงแก๋น่ะสิยิ่งกว่านั้นมันมีสมุนไพรมากมายที่ต้องใช้ตามที่ตำรับยาบอก แถมมันก็จะหาได้จากโลกภายนอกเท่านั้นถึงจะเห็นผล


     “ไอ้หนุ่มแกแน่ใจแล้วหรือที่จะต่อต้านข้าน่ะซิคงอวี้ มองเนียหลี่อย่างเย็นชา ข้ามีวิธีทรมาณให้แกยอมคายสูตรนั้นออกมาเป็นพันๆวิธีเลยทีเดียวนะ


     เนี่ยหลีขำ ท่านหัวหน้าตระกูล,ท่านแก่แล้วนะ อย่างมากก็แค่เราตายกันทั้งคู่ ถ้าท่านบังคับข้าๆอาจจะเปลี่ยนแปลงมันไปซักเล็กน้อย ท่านคิดหรือว่าด้วยวัยของท่านๆจะยังอยู่รอดต่อไปได้อีก


      เนี่ยหลีประสานสายตากับซิคงอวี้ด้วยความเย็นชาเช่นเดียวกัน


      จากนั้นชั่วครู่,ซิคงอวี้ก็หัวเราะออกมาและกล่าวจึงขึ้นว่า โถ่หลานเหลยโจ๋ว เจ้าช่างกล้าหาญซะเหลือเกิน เมื่อกี้ข้ากำลังทดสอบเจ้า แต่เจ้าก็สมควรแล้วที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลสีเงินจรัสแสง สมควรแล้วจริงๆ ข้าดีใจจริงๆที่ได้เห็นว่าตระกูลสีเงินจรัสแสงมีผู้สืบทอดที่เหมาะสมได้ถึงเพียงนี้

      ได้ยินคำของซิคงอวี้,เนียหลี่ก็สบถในใจว่าจิ้งจอกเฒ่าเอ้ยแต่อย่างไรก็ตามเขาก็รักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ ท่านลุงก็ยกยอข้าเกินไป ก็มันไม่ใช่เพราะทำเพื่อตระกูลปีกสีเงินหรอกหรือที่ทำให้ตระกูลสีเงินจรัสแสงของข้าได้ค้นคว้าหาสูตรตำรับรักษานี้มาจนได้? เพื่อรักษาท่านลุงจากอาการป่วย,ถึงตัวข้าจะตายอีกซักล้านครั้งข้าก็จะไม่ลังเล นี่คือว่านเทียนฟ้างทั้งหมดที่ข้ามี มันคงสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดไปได้อีกหลายเดือนเนี่ยหลี่ขยับมือและหยิบว่านเทียนฟ้างโยนออกไป


     ซิคงอวี้ได้รับว่านเทียนฟ้างแล้วพยักหน้า จากนั้นจึงกล่าวขึ้นว่าหลานนี่ช่างรอบคอบซะจริงๆ ต่อไปก็ถือว่าตระกูลปีกสีเงินเป็นดั่งบ้านของหลานละกันนะ เจ้าจะสามารถไปที่ไหนแห่งใดก็ได้ ไม่มีใครที่จะห้ามเจ้า!  และถ้ามีอะไรที่หลานอยากได้ก็แล้วแต่ เจ้าก็บอกมาได้เลย!”

(สรุปจิ้งจอกเฒ่า VS จิ้งจอกหนุ่มเว้ยเฮ้ย ฮ่าฮ่าฮ๋า)


แปลโดย: IDeaPaeTonG นะแจ๊ะ...

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง