test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

11 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 140 จอมมาร?







          ไม่รู้ว่าเนี่ยลี่คิดอะไรอยู่ในใจ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันแล้วเดินต่อไปข้างหน้า
          

      บนท้องฟ้าสีเทา บางครั้งฝูงนกก็บินผ่านมาทางพวกเขา เสียงกรีดร้องแหลมสูงเพิ่มบรรยากาศที่ประหลาดในยามค่ำคืน แต่นกเหล่านี้มีขนาดใหญ่เพียงแค่ผลปาล์ม เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรขนาดยักษ์ บนท้องฟ้าที่เจอก่อนหน้านี้ ขนาดคงมีความแตกต่างมากเกินไป
          

        ตู่ซื่อและลู่เพียว ที่เดินตามหลัง และระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก  สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก ทำได้แค่เพียงคอยต้องระมัดระวังตัวให้ดีเท่านั้น
          
  
     "นั่นคืออะไร?" ตู่ซื่อเลิกคิ้วของเขาขึ้น แล้วชี้ไปที่ถิ่นทุรกันดารข้างหน้า
          
   
      เนี่ยลี่มองไปยังทิศทางที่ ตู่ซื่อชี้ไป เขาสามารถมองเห็นราง ๆ ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่
          

    เนี่ยลี่คิดเพียงครู่เดียวแล้วพูดว่า “พวกเราจะไปดูกัน”
          

       กลุ่มของพวกเขาเดินไปยังทิศทางของอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ ขณะที่พวกเขาไปยืนดูอยู่ใกล้ ๆ  พวกเขารู้สึกถึงความกดดัน ที่แผ่ออกมา ทำให้รู้ลึกหายใจได้อย่างลำบาก
          

      “เจ้านี่มันคืออะไรกันแน่?” 


   ลู่เพียว อยากรู้อยากเห็นในเรื่องนี้มาก แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันอย่างหนัก แต่พวกเขาก็ยังคงสำรวจต่อไป
          

      ภูติโลหิตหลายตัวเข้าประกบกลุ่มของเนี่ยลี่ แต่หลังจากที่ได้รับรู้ถึงแรงกดดัน พวกมันรีบกระจายตัวและวิ่งหนีไป เห็นได้ชัดว่าอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่นี้ ส่งผลกระทบกับภูติโลหิตมาก
          

   “พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะลองเข้าไปดูหน่อย”



     เนี่ยลี่ สั่งให้ทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาผสานร่างกับจิตอสูรเงาพราย แล้วค่อย ๆ เดินไปใกล้อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่นั้น
          

     “ระวังตัวด้วยนะ!” 

   เซี่ยวหนิงเอ๋อและพวกตะโกนบอกเนี่ยลี่ จากจุดที่พวกเขายืนรออยู่
          

  
        ตอนที่เขายืนอยู่ห่างออกไปหลายเมตร เนี่ยลี่เงยหน้ามองอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน ความสูงของอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่คือประมาณสูงหลายสิบเมตร มีโทนสีเทา เนี่ยลี่ไม่รู้ว่าอนุสาวรีย์ทำมาจากสิ่งใด
          

        อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่มีรอยแกะสลักด้วยอักษรโบราณ หกรูปแบบ เนี่ยลี่รู้อยู่คร่าว ๆ แค่รูปแบบเดียว
          


       “ผู้ใดที่ติดข้ามข้าจะได้รับเกียรติยศ ส่วนผู้ใดที่ต่อต้านข้ามันจักต้องพินาศ ตลอดชีวิตของข้า ผู้ที่มีพรสวรรค์อันเป็นความสามารถพิเศษ ได้เริ่มเข้าใจเมื่อตอนอายุได้สิบขวบ  ข้าสามารถแยกภูเขาทลายหินผาได้  เข้าใจความอ่อนโยนของอาณาจักรตอนอายุได้สิบสามปี ทำให้แม่น้ำเหือดแห้งด้วยมือของข้า ตอนอายุสิบหกเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับจิตวิญญาณอสูร และทะลวงข้ามผ่านระดับตำนาน ตอนอายุสามสิบ ไม่มีผู้ในใต้ผืนฟ้าแห่งนี้ที่จะต่อต้านการโจมตีของข้าได้ ข้าได้ต่อสู้กับยอดฝีมือทั่วโลกและไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ เข้าใจขอบเขตของตนเองเมื่ออายุได้สี่สิบ เปิดภูมิปัญญาล่วงรู้ในอดีตและปัจจุบัน  ตอนอายุห้าสิบได้รับรู้ภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง ทิ้งร้างราชบัลลังก์และจากมา เหลือทิ้งไว้เพียงถ้อยคำสิบคำ ที่จะส่งผ่านไปยังรุ่นต่อไป... ”

          

        หลังจากที่อ่าน ข้อความบนอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่เนี่ยลี่ก็ตกใจ เขาไม่เคยคิดว่าอนุสาวรีย์โบราณนี้จะถูกทิ้งไว้โดยจักรพรรดิคงหมิง จากอนุสาวรีย์นี้ เนี่ยลี่อาจรู้สึกว่าจักรพรรดิคงหมิงจะต้องเป็นคนที่มีมีความสามารถมากในช่วงชีวิตของเขา
          



          สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เนี่ยลี่นั้นตกใจ  คือการที่จักรพรรดิคงหมิงเข้าใจขอบเขตของตนเมื่ออายุสี่สิบปี และก็สามารถล่วงรู้อดีตและปัจจุบัน  แล้วอดีตและปัจจุบัน ที่ว่าหมายถึงสิ่งใดกัน?
          

     เนี่ยลี่รู้สึกว่า จักรพรรดิคงหมิง กับ ตำราจิตอสูรท่องเวลา อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด บางทีจักรพรรดิคงหมิง อาจจะเป็นกุญแจที่ไขความลับของมัน
          

  “ถ้อยคำสิบคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง”
          

       เนี่ยลี่จ้องมองตรงส่วนด้านล่างของอนุสาวรีย์โบราณ แต่มีรอยขีดข่วนบนอนุสาวรีย์โบราณเป็นรอยที่เกิดขึ้นจากของมีคมบางอย่าง ทำให้ถ้อยคำไม่ชัดเจนจนมองไม่ออก
          


      “ถ้อยคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ทำไมถึงได้ถูกขูดออก” เนี่ยลี่เลิกคิ้วขึ้น อาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่มาถึงที่นี่ก่อนเขา หลังจากที่ได้เห็นถ้อยคำทั้งสิบแล้ว เพื่อไม่ให้ใครได้มาเห็นอีก จึงได้ขูดลบมันออก?
          

         หลังจากที่เนี่ยลี่ได้นั่งตรึกตรองเป็นเวลานาน ทั้งซากปรักหักพังของเมืองกล้วยไม้โบราณ และถิ่นทุรกันดารนี้ มีสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งไว้เบื้องหลัง เพียงแต่ว่าสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิงพยายามทำคือสิ่งใด?
          


         หลังจากการตรวจสอบบริเวณด้านข้างของอนุสาวรีย์โบราณ ก็ไม่ได้พบสิ่งอื่นใดอีก เขาก็เกิดประกายความคิดขึ้นมา มือของเขาสัมผัสรอยขูดและรูปแบบจารึกลึกลับ อย่างช้า ๆ และ ขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโบราณสถาน
          


            "ไม่เคยคิดเลยว่าจักรพรรดิคงหมิงจะบรรลุระดับตำนาน หลังจากที่เขาตั้งอนุสาวรีย์นี้  เมื่อเขาแกะสลักคำพูดเหล่านั้น ล้วนออกจากความตั้งใจของเขาที่อยู่ภายใน  แม้ว่าใครบางคนจะมาขูดลอกข้อความนั้นออกไป   มันเป็นไปไม่ได้ที่จะขูดออกโดยความตั้งใจจักรพรรดิคงหมิง. "
          

จากนั้นเนี่ยลี่ก็มองเห็นภาพในความคิดขึ้นมา



ราวกับว่าเขาอยู่ในท้องฟ้าที่ห่างไกล ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีขาว ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ 




“ข้าคือใคร? ข้ามาจากที่ใด? และข้ากำลังจะไปที่แห่งหนใด? ในสายตาของข้า ชีวิตนับไม่ถ้วนได้แตกสลายไป และชีวิตอีกนับไม่ถ้วนที่กำลังเกิดขึ้นมา สิ่งที่มีชีวิตที่ต้องดิ้นรนในวงจรของการเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม สายเลือดรุ่นต่อไปก็จะเป็นผู้ทีได้รับมรดก มนุษยชาติล้วนดำเนินอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตามเส้นทางอันสูงส่ง  หรือที่นี่จะเป็นที่สิ้นสุดของเส้นทาง” ขณะที่ชายในเสื้อคลุมสีขาวถอนหายใจ



“เส้นทางที่ว่าคือสิ่งใดกัน?



"เส้นทางที่ว่าคืออะไร?" เนี่ยลี่นึกอยู่ในใจ
นี่คือสิ่งที่ผู้คนติดอยู่หลังจากที่ทะลวงผ่านระดับที่เหนือกว่าตำนานแล้ว

          
“การมีอยู่ของเส้นทาง”
          


        ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนที่ต้องต้องผิดหวังกับการค้นหา แต่ไม่พบเจอกับสิ่งใด หนทางเส้นเดียวที่อยู่ในใจ  จักรพรรดิคงหมิง คงจะสามารถเข้าใจถึงหนทางนี้ ในสถานที่แห่งนี้และทิ้งอนุสาวรีย์โบราณนี้ไว้ สิ่งที่เนี่ยลี่ยังสงสัยคือ หลังจากที่ข้ามผ่านเวลามาเนิ่นนาน กลับไม่มีเอกสารหลักฐานใด ๆ ที่ระบุว่า จักรพรรดิคงหมิง ได้ก้าวข้ามผ่านระดับตำนาน
          


       อาจจะเป็นไปได้ว่าหลังจากที่จักรพรรดิคงหมิง ได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว เขาเดินทางไปยังพื้นที่อื่นที่ห่างไกลและไม่ได้อยู่ในบริเวณของแผ่นดินนี้
บุคคลลึกลับที่ก้าวข้ามระดับตำนานได้ก่อนข้า และจากนั้นก็หายสาปสูญไป เนี่ยลี่ พึมพำ
          


       “ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด” ชายในเสื้อคลุมสีขาวถอนหายใจ  

       หลังจากนั้นก็เดินไปทางด้านหลัง


(ตรงส่วนนี้ จะสลักสิบคำนี้ไว้  无极本无始 无始方无尽 อ่านว่า หวู จี เติ่ง หวู ฉี่ หวู ฉี่ ฟาง หวู จิน)
          


       เนี่ยลี่นึกถึง ถ้อยคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งไว้เบื้องหลัง  ก็รู้สึกตกใจ เมื่อตอนที่เขามีหนังสือจิตอสูรท่องเวลา เขาเคยเห็นถ้อยคำทั้งสิบนี่มาก่อน  ถ้อยคำทั้งสิบที่เขียนลงบนแผ่นกระดาษก็ลึกซิ้งมาก เนี่ยลี่ไม่นึกมาก่อนเลยว่า นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิง ได้เข้าใจ
          


       ตอนนั้น เนี่ยลี่คิดว่ามันถูกทิ้งไว้โดยยอดฝีมือบางคน  ณ เวลานั้นเนี่ยลี่ได้บรรลุถึงขอบเขต ที่ว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับตำนานยังไม่สามารถแม้แต่จินตนาการได้ แต่ตอนนั้นเนี่ยลี่ก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายของถ้อยคำทั้งสิบได้ เนี่ยลี่ไม่เคยคิดว่า ถ้อยคำทั้งสิบนี้ถูกทิ้งไว้หลังจากที่จักรพรรดิคงหมิง ข้ามผ่านระดับตำนาน
          


        นึกถึงเมื่อชาติที่แล้วของเขา จู่ ๆ เนี่ยลี่ ก็มีความเข้าใจอย่างลึกซ้ำต่อคำบางคำเหล่านี้ ข้อความทั้งสิบคำหมายถึงความจริงของชีวิต มรดกของชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด เนี่ยลี่ได้เข้าใจเพียงบางส่วนของประโยคทั้งหมด
          



           ทันใดนั้นเนี่ยลี่รู้สึกถึงห้วงขอบเขตวิญญาญของเขาพลุ้งพล่าน แรงจิตวิญญาณของเขาขยายตัวออกและเอ่อล้น เข้าไปใน จิตวิญญาณของ อสูรเงาพราย และ จิตวิญญาณของแพนด้าเขี้ยวอสูร วิญญาณทั้งสองได้วิวัฒนาการเป็นครั้งแรก และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิม
          


           แม้ว่าเนี่ยลี่จะเข้าใจถึงถ้อยคำแค่บางส่วน แค่เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมัน แต่เขาได้รับรู้แล้ว ถึง อาณุภาพของข้อความทั้งสิบ
          



          แม้ว่าตอนนั้นเขาจะอยู่แค่ระดับตำนาน แต่ด้วยเขามีประสบการณ์จากการต่อสู้มาอย่างยาวนาน เขาจึงมีความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป



     “ทำไมข้าถึงได้ไม่เข้าใจ ทั้ง ๆที่มีความเชี่ยวชาญ และความแข็งแกร่ง อย่างมาก ในชีวิตที่แล้วของข้า” 


  


เนี่ยลี่ เดินไปเงียบๆ



        อย่างไรก็ตาม ข้าเคยได้พบเจอข้อความมานับหมื่น ข้าได้ไปยังทั่วทุกมุมของโลกอันกว้างใหญ่ ได้พบเจอกับข้อความมากมาย บางทีจักรพรรดิคงหมิง อาจจะไปยังดินแดนที่ห่างไกลยิ่งกว่านั้น
          

เนี่ยลี่มองไปยังภาพเบลอๆของจักรพรรดิคงหมิง
          


        “ด้วยการใช้เทคนิคเปลี่ยนสวรรค์  ข้าเคยคาดคะแนไว้ว่า คงมีสักห้าคนที่มีความสามารถที่จะเข้าใจถึงถ้อยคำทั้งสิบของข้า ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ ชนิดหาตัวจับได้ยาก และสามารถเข้าใจถ้อยคำได้ทั้งสิบคำ ทั้งห้าคนจะฆ่ากันเอง คนสุดท้ายจะกลืนกินความเข้าใจในสิบถ้อยคำนี้ ของอีกสี่คนที่เหลือ และจะได้พบกับข้า”  เสียงของจักรพรรดิคงหมิง ฟังดูเลื่อนลอย
          


        เนี่ยลี่รู้สึกตกใจ งั้นตัวของเขาเองก็อยู่ในการคาดคำนวนของจักรพรรดิคงหมิง
          


      ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งนี้ก็เป็นรูปปั้นของจักรพรรดิคงหมิงแน่ๆ?
          



        จักรพรรดิคงหมิงคำนวณได้ว่าจะมีห้าคนที่มีความสามารถที่จะเข้าใจ ถ้อยคำทั้งสิบคำนี้  ทั้งห้าคนฆ่ากันเอง เพื่อกลืนกินความเข้าใจของคนอื่น ๆ  แต่ยังมีอีกสี่คน เนี่ยลี่ตระหนักได้ว่าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองให้รวดเร็วกว่านี้  บางทีทั้งสี่คนนั้นอาจจะกำลังมองหาเขาอยู่ก็เป็นได้
          

    ขณะที่เนี่ยลี่กำลังสับสน ก็มีแสงวาบ ปรากฏภาพในใจของเขา

          ชายคนหนึ่งมาบินและหยุดในด้านหน้าของอนุสาวรีย์โบราณแห่งนี้ เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า จะมีพื้นที่เช่นนี้อยู่ในเมืองกลอรี่ ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะคุ้มค่า ผู้ใดที่ติดข้ามข้าจะได้รับเกียรติยศ ส่วนผู้ใดที่ต่อต้านข้ามันจักต้องพินาศงั้นเหรอ คำพูดใหญ่โตเช่นนี้ ผู้ใดที่เป็นจักรพรรดิคงหมิง คงจะจองหองไม่น้อยเป็นแน่แท้ ”

          ชายคนนี้มองไปที่อนุสาวรีย์โบราณเป็นเวลานาน คิ้วของเขาขมวดแน่น


      “ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด มันคืออะไรกัน การบ่มเพาะอะไรที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำทั้งสิบนี้ จักรพรรดิคงหมิง นี่มันน่าขำยิ่งนัก”
          


         ชายคนนี้ ดูท่าทางจะไม่มีความสนใจต่อโบราณสถานนี้ เขาหันไปมองรอบ ๆ และเตรียมตัวที่จะออกจากที่นี่ อย่างไรก็ตามหลักจากที่ขบคิดอยู่สักพัก เขาก็หันหลังกลับมามองรอบ ๆ
          


“นับตั้งแต่นั้นมา แม้แต่ข้า จอมมาร ก็ยังไม่อาจที่จะเข้าใจมันได้ คนอื่น ๆ ต่างก็ยอมแพ้ที่จะเข้าใจมัน” ประกาศว่าตัวเองคือจอมมาร จากนั้นก็เอากริชออกมา แล้ว ก็ขูดลบข้อความทั้งสิบออกไป
          

“ฮ่าฮ่าฮ่า แค่นี้ก็สะอาดหมดจดแล้ว”
          
         ทันใดนั้นจู่ ๆ จอมมาร ก็ขมวดคิ้วของเขา


“เอ๋? อะไรกัน ข้อความทั้งสิบนั่นคืออะไรนะลองนึกดูอีกทีซิ ทำไมข้าถึงจำมันไม่ได้เลย?



จอมมารเกาหัวของเขา และครุ่นคิดไม่นานนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้อยคำทั้งสิบนี่มันอะไรกันแน่ ?  เขามีความรู้สึกว่า ถ้อยคำทั้งสิบนี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่น่ามหัศจรรย์   อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ลบมันทิ้งไปแล้ว เขามองไปที่อนุสาวรีย์โบราณ อย่างเศร้าสร้อย เผยให้เห็นความขลาดเขลาบนใบหน้าของเขา


คนที่ทิ้งโบราณสถานแห่งนี้ไว้เบื้องหลังจะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงสุด


จอมมารมองไปที่โบราณสถานและนึกสงสัยอยู่สักครู่ก่อนที่จะจากไป เขาคิดว่าเขาไม่ได้โชคร้ายที่ไม่ได้รู้ถึงถ้อยคำทั้งสิบคำ


จู่ ๆ เนี่ยลี่ก็ได้สติขึ้นมา “มีใครบางคนเคยมายังสถานที่แห่งนี้”




“ดูเหมือนว่าการกระทำของจอมมาร ได้รับการบันทึกไว้ที่โบราณสถานแห่งนี้ และข้าก็ได้เห็นมัน จอมมารคือใครกันแน่? เป็นความจริงที่เขาได้มาที่นี่ก่อนข้า  ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด” เนี่ยลี่ท่องถ้อยคำที่แกะสลักไว้ทั้งสิบ ไว้ในใจของเขา

...จบตอน



แปลโดย นายมะพร้าว




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง