test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

10 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 139 ผลึกโลหิต


           มิตินี้ช่างน่าพิศวงจริง ๆ

       ถึงแม้ว่าเนี่ยลี่จะไม่ทราบถึงต้นกำเนิดของเหล่าอสูรปิศาจ ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแต่สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เขาต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

     ทำไมคนพวกนั้นถึงเก็บพวกอสูรปิศาจพวกนี้ เอาไว้ในมิตินี้กันนะ ?

     เนี่ยลี่รู้สึกได้ว่ามันจะต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่อะไรสักอย่างซ่อนอยู่ที่นี่แน่นอน เขาหยิบหน้าของหนังสือจิตอสูรท่องเวลาขึ้นมา แล้วมองไปที่ตู่ซื่อ ลู่เพียวและพวกที่เหลือ แล้วก็พูดว่า พวกเราจะเดินไปตามทางนี้


       เนี่ยลี่ชี้ไปยังทิศทางที่มีแสงสว่างส่องมา

  ทุกคนยังคงเดินทางต่อไป ถึงแม้ว่าแสงสว่างนั้นจะริบหรี่มาก จนดูเหมือนส่องมาจากที่ที่อยู่ห่างไกลแสนไกล


   เนี่ยลี่และเซี่ยวหนิงเอ๋อเดินอยู่หน้าสุดของกลุ่ม ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม 

    บรรยากาศระหว่างทั้งคู่นั้นค่อนข้างจะเต็มไปด้วยความเขินอาย

  “หนิงเอ๋อ, ข้า... ต้องขอโทษเจ้าด้วย สำหรับเรื่องก่อนหน้านี้ มันเป็นสถานการณ์คับขันน่ะ เนี่ยลี่พูดขอโทษ

    “ข้าเข้าใจ ดวงตาของเซี่ยวหนิงเอ๋อฉายแววเศร้าออกมาแวบหนึ่ง, ทำไมเจ้าต้องขอโทษด้วย?
 

   ถ้าเนี่ยลี่ไม่ขอโทษ นางอาจจะรู้สึกดีมากกว่านี้ ถึงแม้ว่านางจะรู้ว่าในหัวใจของเนี่ยลี่นั้นจะมีใครอยู่แล้ว   แต่นางมั่นใจว่าความตายก็ไม่อาจจะทำให้นางยอมแพ้ได้

     เนี่ยลี่ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาครั้งหนึ่ง

     เขาไม่รู้ว่าจะปฏิบัติต่อหนิงเอ๋ออย่างไรดี เมื่อเทียบกับสิ่งที่หนิงเอ๋อทำให้เขา ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังในตัวเองอย่างมาก เพราะในชีวิตที่แล้ว เขาก็ติดค้างจื่ออวิน ซึ่งยังไม่ได้ชดใช้คืนเลย แต่แล้วในชีวิตนี้เขาก็มาติดค้างเซี่ยวหนิงเอ๋ออีก

   (ตรงนี้คิดว่า ติดค้างจื่ออวิน คือเรื่องความรู้สึก แล้วก็ที่ช่วยชีวิตเนี่ยลี่เอาไว้ในชีวิตที่แล้วครับ
ส่วนหนิงเอ๋อคือติดค้างด้านความรู้สึก ที่หนิงเอ๋อมารักเนี่ยลี่ แต่เนี่ยลี่ก็ตอบแทนความรู้สึกนั้นไม่ได้)
     ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถจัดการให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนได้ แต่เรื่องของความรู้สึกมันเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ความรู้สึกที่ติดค้างเซี่ยวหนิงเอ๋อ เขาคงสามารถตอบแทนได้ในโลกหน้าเท่านั้น 
(จะบอกว่าชาติหน้า แต่มันก็ฟังดูแปร่ง ๆ)

     เนี่ยลี่มองไปที่ป่ารอบ ๆ แล้วพบว่า หลังจากที่พวกเขานั้นถูกไล่ล่าจนเกือบได้รับอันตราย
เขาจึงคิดได้ว่า หากเดินทางแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พวกเขาอาจจะเจอกับพวกภูตโลหิต(ภูติสีแดง) อีกครั้งก็ได้   เพราะในป่านี้นั้น มีโอกาสที่จะพบกับภูติโลหิตได้ทุกเมื่อ และถ้าหากพวกเขาเจอภูติโลหิตอีกครั้ง

    นั่นคงหมายความว่าพวกเขาคงจะโดนไล่ล่าอีกครั้งอย่างแน่นอน

      เนี่ยลี่จึงพยายามคิดถึงทางออกอื่น ๆ ที่เป็นไปได้


       แล้วเนี่ยลี่ก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ มันเรียกว่าเทคนิค ระเบิดโลหิต สามารถทำได้โดยการนำเลือดสด ๆ ของอสูรปิศาจมาใส่ไว้ในขวด แล้วร่ายอักขระมนตราลงไปที่ขวด แล้วมันจะกลายเป็น “ขวดระเบิดอสูรโลหิต”


      เมื่อขวดระเบิดอสูรโลหิตนี้ถูกขว้างออกไป จะทำให้เกิดระเบิดขึ้นเป็นวงกว้าง แต่ระเบิดนี้จะได้ผลเฉพาะกับอสูรปิศาจที่ต่ำกว่าระดับโกลด์เท่านั้น ซึ่งผลของมันก็นับว่ารุนแรงยิ่งนัก

      เนี่ยลี่หยุดเดิน แล้วตบหน้าผากตัวเอง (แป๊ะ !!) , “ข้าเกือบลืมเรื่องนั้นไปได้ยังไงกัน !!

       เมื่อได้ยินที่เนี่ยลี่พูด ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง มองหน้าเนี่ยลี่แล้วถามว่า “เจ้าลืมอะไรหรือ ?”

“ตู่ซื่อ, ลู่เพียว, ในแหวนมิติของพวกเจา จะมีขวดคริสตัลจำนวนมาก ที่บรรจุยาเอาไว้ใช่หรือไม่ ?”

  “แน่นอน ข้าเตรียมของพวกนั้นไว้อยู่แล้ว” ตู่ซื่อตอบ, พร้อมกับพยักหน้า

   “พวกเจ้าไปจับพวกภูติโลหิตมา แล้วจัดการนำเลือดของพวกมันมาบรรจุลงไปในขวดพวกนั้น”

   “เจ้าจะเอามันไปทำอะไร ?”

   เนี่ยลี่ยิ้มแบบมีเลศนัย “ข้ามีวิธีใช้ประโยชน์จากมันแล้วกัน”

     “ตกลง พวกเราจะไปจัดการให้เอง” ตู่ซื่อกับลู่เพียวพูด แล้วพยักหน้า พร้อมกับปลึกตัวออกไปจากกลุ่ม เพื่อตามหาภูติโลหิต

    ไม่นานหลังจากนั้น ตู่ซื่อและลู่เพียวก็กลับมาพร้อมกับขวดที่บรรจุเลือดหลายสิบขวด เนี่ยลี่นำขวดเหล่านั้นมาเขียนอักขระมนตราลงไป ทีละขวด ๆ

   “เอาล่ะ ทุกคนเอาไปถือไว้คนละสามขวดนะ ที่เหลือก็ให้ตู่ซื่อกับลูเปียวเก็บไว้” เนี่ยลี่พูด

     “ถ้ามีโอกาส พวกเจ้าก็อย่าลืมเก็บเลือดจากพวกภูติโลหิตมาเพิ่มล่ะ จะได้มีสำรองไว้ใช้”ลู่เพียวหยิบขวดขึ้นมามองด้วยความสงสัย แล้วถามว่า “ไอ้ขวดนี้มันทำอะไรได้งั้นรึ ?”

      “ข้าจะสาธิตให้พวกเจ้าดูเอง แต่ระวังอย่าทำขวดหล่นล่ะ ไม่งั้นล่ะก็ ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้หรอกนะ” เนี่ยลี่พูดยิ้ม ๆลู่เพียวรู้สึกตะลึง ไอ้ขวดนี้มันอันตรายถึงขนาดนั้นเชียวหรือ? มือของเขาค่อย ๆ หมดแรง 

     แล้วขวดที่อยู่ในมือของเขาก็กำลังร่วงลงพื้น ...

      “แม่จ๋าาาาา !!” ลู่เพียวรีบชักมือลงไป แล้วหยิบขวดเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี
ตอนนี้หน้าของลู่เปียวซีดมาก เพราะความกลัวว่าขวดจะหล่นลงพื้นจริง ๆ
(อื้อหือ เจ้าลู่เพียว ทำขวดหล่นปุ้ป ร้องหาแม่เลยนะ 555 55.)

   ทุกคนต่างจ้องมาที่ลู่เพียวด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วเขาก็ยิ้มแบบอาย ๆ “ข้าขอโทษ ข้าเผลอไปน่ะ”

    เนี่ยลี่และพรรคพวกยังคงเดินทางต่อไปในป่าลึก หลังจากผ่านไปสักพัก พวกเขาก็พบกับฝูงภูติโลหิตอีกครั้ง พวกมันมีจำนวนนับร้อยตัว และดูท่าว่าจะเรียกพวกมาเพิ่มเรื่อย ๆ

   “ไอ้พวกบ้านี่ ยังกล้าที่จะโผล่หัวมาอีกนะ” น้ำเสียงของตู่ซื่อกลายเป็นจริงจังขึ้นมาทันที

   “ป่านี้เป็นพื้นที่หากินของพวกมัน ตั้งแต่ที่พวกเราเข้ามาเดินในเขตของมัน มันคงจะได้กลิ่น แล้วเรียกพวกมา” เนี่ยลี่พูด พร้อมกับโยนขวดระเบิดโลหิตขวดหนึ่งไปยังจุดที่มีภูติโลหิตอยู่กันหนาแน่นที่สุด

      ขวดลอยเป็นเส้นตรงไปในอากาศ .....

พวกภูติโลหิตยังคงกระโดดไปมา ..

      และมีภูติโลหิตตัวหนึ่ง กระโดดขึ้นมาจับขวดนั้นเอาไว้ แต่ด้วยแรงในการปาของเนี่ยลี่
ทำให้ทั้งขวด และภูติโลหิตตัวนั้น ตกลงไปที่พื้นพร้อม ๆ กัน

        ตู้มมมมมมมมมมมมม !!

   ขวดระเบิดออกในทันที มีรัศมีการระเบิดประมาน ห้าเมตร โดยบริเวณที่โดนระเบิดนั้น
โดนแรงระเบิดกวาดเรียบ ส่วนภูติโลหิตที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็ถูกไฟจากการระเบิดเผาจนดำเป็นถ่าน

   เพียงระเบิดอสูรโลหิตนี้ขวดเดียวสามารถจัดการกับภูติโลหิตได้นับร้อย ๆ ตัว !!

     ทุกคนต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้เห็นภาพนี้ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าระเบิดอสูรโลหิตขวดเล็ก ๆ นี้
จะสร้างความเสียหายได้รุนแรงขนาดนั้น

    ลู่เพียวแทบจะฉี่รดกางเกงของเขาด้วยความกลัว นี่ถ้าหากก่อนหน้านี้เขาทำเจ้าระเบิดขวดนี่หล่นลงพื้นจริง ๆ ล่ะก็ ? เขาไม่อยากจะคิดถึงมันเลย

“เอาล่ะ พวกเราไปต่อกันเถอะ” 

     เนี่ยลี่ยิ้มเล็กน้อย ถึงแม้ว่าภูติโลหิตจะน่ารำคาญ แต่พวกมันก็ไม่เป็นภัยต่อพวกเขาอีกแล้ว เพราะถ้าพวกภูติโลหิตโผล่มาอีก พวกเขาก็เพียงใช้ระเบิดอสูรโลหิตจัดการมันเสีย หรือหากเจอในจำนวนไม่มาก พวกเขาก็สามารถจัดการมันได้ง่าย ๆ เพราะภูติโลหิตเป็นเพียงอสูรระดับซิลเวอร์หนึ่งดาวเท่านั้น

     ทันใดนั้นเอง เว่ยหนานก็สังเกตเห็นบางอย่าง แล้วกระโดดเข้าไปที่กลางกองซากศพของภูติโลหิต

    วัตถุขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่ว ทอประกายแวววับในความมืด ดึงดูดความสนใจของเขา เว่ยหนานหยิบมันขึ้นมาด้วยความงุนงง แล้วถามเนี่ยลี่ว่า 

      “เนี่ยลี่ ข้าเจออะไรบางอย่าง แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

      เนี่ยลี่หยิบของนั้นมาจากมือของเว่ยหนาน แล้วพิจารณาสักครู่ แล้วสิ่งนี้ก็ต้องทำให้เขาตกใจมาก ..

 ทำไมสิ่งนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?

      “มันคืออะไรน่ะ ?” ตู่ซื่อและพรรคพวกก็สงสัยด้วย

       “นี่คือผลึกโลหิต !!” เนี่ยลี่หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “ผลึกโลหิต เป็นแร่ที่หายากมาก
โดยหลังจากที่มันถูกกลืนเข้าไปโดยอสูรปิศาจ มันจะสามารถกลายเป็นแหล่งพลังอันมหาศาลได้
มันมีพลังถึงขนาดที่จะทำให้เลื่อนระดับได้เลย แล้วก็ยิ่งไปกว่านั้น ผลึกโลหิตยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีก
คือการฝังผลึกโลหิตนี้ลงไปในอสูรปิศาจระดับต่ำ ผลคือ อสูรปิศาจเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามพวกอสูรปิศาจที่ผ่านวิธีการแบบนี้ จะดุร้ายขึ้นอย่างมาก”

      ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมภูติโลหินที่นี้ถึงดุร้าย และบ้าคลั่งนัก เพราะโดยทั่วไปแล้วภูติโลหิตมักจะอยู่กันเป็นกลุ่มเพื่อคอยล่าเหยื่อ แต่ก็หมายถึงเหยื่อตัวเล็ก ๆ เท่านั้น

     เมื่อเจอเหยื่อที่มาเป็นกลุ่ม พวกมันจะต้องหลอกล่อจนเหยื่ออ่อนแรงลงก่อน จึงจะเข้าโจมตี
แต่นี่กลับแปลกไป เพราะพวกมันเข้าโจมพวกเขาทันทีที่เห็น

    “เจ้าจะพูดว่าภูติโลหิตเหล่านี้ถูกฝังผลึกโลหิตงั้นหรือ ? แล้วทำไมเราถึงเจอผลึกโลหิตเพียงแค่อันเดียวเองล่ะ”

       ตู่ซื่อถามด้วยความสงสัย

       “คนที่สร้างมิติแห่งนี้ขึ้นมา คงจะจับภูติโลหิตมาจำนวนไม่มากนัก แล้วเขาก็ฝังผลึกโลหิตลงไป หลังจากนั้นพวกภูติโลหิตก็เกิดการขยายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ และถ้าหากบรรพบุรุษของมันดุร้ายล่ะก็ รุ่นถัด ๆ ไปก็จะดุร้ายยิ่งกว่า” เนี่ยลี่อธิบาย

       “นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมทั้ง ๆ ที่เราเจอภูติโลหิตจำนวนมากมาย แต่เรากลับพบผลึกโลหิตเพียงชิ้นเดียวสินะ” ตู่ซื่อและพรรคพวกเริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น

     ท่ามกลางภูติโลหิตนับร้อย ๆ ตัว มีเพียงตัวเดียวที่เป็นภูติโลหิตรุ่นแรก(ที่ถูกฝังผลึกโลหิตเอาไว้) หากเช่นนั้นแล้ว พวกภูติโลหิตเหล่านี้ อยู่ที่นี้มาเป็นเวลานานเท่าใดแล้วนะ ?

   เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอของดี อย่างผลึกโลหิตที่นี้ เพราะมันคือแร่ที่หายากยิ่งกว่าร่างทรงอสูรระดับตำนานเสียอีก

   ดูเหมือนกับว่าคนที่สร้างมิตินี้ขึ้นมาจะต้องมีทั้งอำนาจและเงินทองมากพอ ที่จะใช้ผลึกโลหิตกับภูติโลหิตพวกนั้น

   และยิ่งไปกว่าที่กล่าวไปข้างต้น ผลึกโลหิตยังมีประโยชน์พิเศษอีกอย่างหนึ่ง โดยการสกัดมลทินออกไปจากผลึก

     มันจะสามารถใช้ในการเพิ่มระดับพลัง และขยายห้วงพลังวิญญาณได้อีกด้วย ต่อให้เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานก็ยังคงรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ของพลัง จากผลึกนี้

    ในชีวิตที่แล้ว ท่านเอียมัวอาจจะได้พบกับที่นี้ และใช้ผลึกโลหิตจากที่นี้ก็เป็นได้ !

     “พวกเราต้องทำระเบิดโลหิตอสูรเพิ่มแล้วล่ะ !” เนี่ยลี่กล่าว

      ถ้าหากผลึกโลหิตสามารถหาได้จากที่นี้ เขาก็จะไม่เกรงใจอีกแล้ว นี่ถือเป็นโอกาสดีที่จะหาผลึกโลหิตได้ และโชคดีที่ในแหวนมิติของเขา มีขวดคริสตัลอยู่เป็นจำนวนมาก

    ลู่เพียวจับภูติโลหิตมาตรึงแขนตรึงขา แล้วจัดการทรมานมัน ภูติโลหิตตัวนั้นกรีดร้องเสียงแสบแก้วหูไปทั่ว ไม่นานหลังจากนั้น ฝูงของภูติโลหิตก็วิ่งมาทางที่พวกเขาอยู่

      ตู้มมม !!  ตู้มมม !! ตู้มมม !!

    เกิดการระเบิดจากระเบิดอสูรโลหิตดังอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้จัดการกับฝูงภูติโลหิตที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

      เนี่ยลี่และพรรคพวกเจอผลึกโลหิตตกอยู่บนพื้นมากมาย โดยในภูติโลหิตหลายร้อยตัว
จะมีเพียงหนึ่งหรือสองตัวเท่านั้น ที่มีผลึกโลหิตฝังอยู่

    หลังจากได้ผลึกโลหิตมาหลายสิบอัน เนี่ยลี่ก็ไม่รอช้า และจัดการสังเคราะห์สิ่งเจือปนออกจากผลึกทันที เนื่องจากส่วนประกอบอื่น ๆ นั้นเขาได้เตรียมพร้อมเอาในแหวนมิติของเขาแล้ว

      สิ่งเจือปนทั้งหลายที่อยู่ในผลึกโลหิต ค่อย ๆ ถูกแยกออกจากผลึกโลหิตโดยฝีมือของเนี่ยลี่ ส่งผลให้ผลึกโลหิตนั้นใสขึ้น และกลายเป็นผลึกที่บริสุทธิ์

      “พวกเจ้าเอาไปคนละหนึ่งอัน” เนี่ยลี่กล่าวพร้อมกับส่งผลึกโลหิตไปที่ตู่ซื่อ ลู่เพียว และพรรคพวก เพื่อแจกจ่ายผลึกโลหิตให้คนละหนึ่งอัน

      จากคำแนะนำโดยเนี่ยหลี่ ทุกคนเก็บผลึกโลหิตเอาไว้กับตัว โดยเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาจะค่อน ๆ ดึงเอาพลังวิญญาณออกมาจากผลึกโลหิต โดยพลังบริสุทธิ์ที่ได้จากผลึกโลหิตจะช่วยทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น

    เมื่อล่าภูติโลหิตเสร็จแล้ว ทั้งกลุ่มก็เดินทางไปยังทิศทางที่ดูเหมือนเป็นภูเขา

และในภูเขานั้น มีไฟสองดวง ส่องขึ้นไปบนฟากฟ้า

  “นั่นอะไรน่ะ ?” ทุกคนต่างตกใจกับภาพที่เห็น

    เดิมทีพวกเขาคิดว่าไฟที่พวกเขาเห็นคือไฟจากหมู่บ้าน พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าไฟนั้นมันจะส่องขึ้นไปบนท้องฟ้า

      นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย ?

  ตู่ซื่อเดินมาข้าง ๆ เนี่ยหลี่แล้วถามว่า “เนี่ยลี่ เราจะยังเดินไปข้างหน้าต่อหรือไม่ ?”

     เขารู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่าง หวังว่าแสงพวกนั้นคงจะไม่ใช่สัตว์ประหลาดแปลก ๆ อีกล่ะมั๊ง ?

     เซี่ยวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นมา และก็อดไม่ได้ที่จะถามเนียลี่ด้วยคำถามเดียวกัน

    “เราจะเดินหน้าต่อไป” เนี่ยลี่ยังยืนยันคำเดิม


(ขอโทษที่แปลช้าครับ พอดีติดธุระด่วนมากจริง ๆ ต้องขอโทษด้วยครับ // มินนี่ งิงิ)

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง