test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

9 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 138 หมู่บ้าน?


   ตู่ซื่อ ลู่เพียว กับพรรคพวก มองไปยังลานกว้างที่ห่างไกล ทางด้านบนปรากฏเป็นเงาขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ รูปร่างของมันค่อยๆมองเห็นได้ชัดขึ้นทีละนิดทีละนิด นี่มันคือสัตว์อสูรบินได้ขนาดใหญ่ ที่ดูราวกับป้อมปราการขนาดมหึมาก็ไม่ปาน


   เมื่อเทียบกันแล้ว สัตว์อสูรยักษ์โคมไฟมรณะดูตัวเล็กลงไปในถนัดตา


      เมื่อมองสัตว์อสูรบินได้ขนาดใหญ่ในระยะใกล้ชิด ตู่ซื่อ ลูเพียวกับพรรคพวกรู้สึกตึงเครียดขึ้นในทันใด เป็นไปได้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้นั้นจะน่ากลัวกว่าสัตว์อสูรยักษ์โคมไฟมรณะเสียอีก ถึงแม้พวกเขาต้องการจะหลบหนีไปในตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว

    
          แต่เนียลี่ยังคงอยู่ตรงนั้น!


  เมื่อเผชิญหน้ากับการเสี่ยงชีวิตพวกเขาทั้งหมดล้วนตกตะลึงไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้


  “ถึงแม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็จะช่วยเนียลี่ให้ได้!แววตาของตู่ซื่อทอประกายแน่วแน่ เขาได้พุ่งตรงไปยังที่อสูรโคมไฟมรณะอยู่


    ลู่เพียวเหลือบมองไปยังเซี่ยวซุ่ยที่ยังคงตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ อย่างไรเสียในชั่วขณะที่ลูเพียวติดตามอยู่ทางด้านหลังของเขาได้อุ้มเซี่ยวซุ่ยไว้ในอ้อมแขนของเขา แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าเซี่ยวซุ่ยจะดุด่าเขาที่ทำเช่นนี้หรือไม่ เขาไม่อาจทิ้งเนียลี่ที่เป็นเหมือนกับพี่น้องของเขาได้


    เว่ยหนาน  ซูเซียงจิ้ง และ างหมิง เองได้ติดตามมาอย่างกระชั้นชิดและออกค้นหาเนียลี่ในทุกทิศทาง



   เนียลี่หอบหายใจอย่างแผ่วเบา โชคยังดีที่อสูรโคมไฟมรณะไม่ได้โจมตีเขาต่อ ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นปัญหามาก ดูเหมือนว่าหน้าหนังสือจิตอสูรห้วงกาลเวลาจะสร้างความเสียหายแก่อสูรโคมไฟมรณะได้พอสมควร

ฟ่อ ฟ่ออเงาสีดำขนาดมหึมาลอยช้าๆพาดผ่านท้องฟ้า ด้วยความใหญ่โตมโหราฬนี้ทำเอาอสูรโคมไฟมรณะกลายเป็นดุจลูกสุนัขก็ไม่ปาน


     ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!


  เส้นใยเหนียวถูกยิงออกมาจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ พันเข้าที่ร่างของอสูรโคมไฟมรณะ


    อสูรโคมไฟมรณะร้องครวญครางในขณะที่มันพยายามดิ้นรนเพื่อให้มันหลุดเป็นอิสระแต่ทว่ามันก็ไม่สามารถทำลายเส้นใยให้ขาดได้


  เจ้าสัตว์อสูรขนาดมหึมานั่นค่อยเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ มันพุ่งแขนสองข้างของมันเสียบทะลุร่างของอสูรโคมไฟมรณะและจับมันบินขึ้นบนฟ้าไป


    ด้วยขนาดอันใหญ่โตจนน่ามหัศจรรย์ของมัน อสูรโคมไฟมรณะถูกสังหารอย่างง่ายดายเช่นเดียวกับผีสีชาดที่เป็นเหยี่อของมันก่อนหน้านี้ มันก็ถูกจับโดยสัตว์อสูรขนาดใหญ่ อสูรโคมไฟมรณะได้ดิ้นทุรนทุรายแล้วแสงที่โคมไฟบนหน้าผากมันก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆในที่สุดมันตายลง


     อสูรโคมไฟมรณะถูกเจ้านั้นสังหารอย่างนั้นหรือ?


      สัตว์อสูรบินได้ไม่ได้แม้แต่จะชำเลืองมองไปที่ ตู่ซื่อ ลูเพียว กับพรรคพวก จากนั้นมันก็บินจากไป อาจบางทีในสายตาของสัตว์อสูรขนาดมหึมานี้ ตูซื่อ ลูเพียว กับพรรคพวกนั้นเป็นอะไรที่ไม่ต่างไปจากฝุ่นผงไร้ค่าและไม่มีอะไรที่ดึงดูดความสนใจจากมัน


   “เนียลี่! เนียลี่!ตู่ซื่อ ลู่เพียว กับพรรคพวก ตะโกนโห่ร้องอย่างต่อเนื่องขณะที่กำลังตามหาเนี้ยหลี่



         อย่างไรก็ตามนอกจากกองเศษซากลิ้นที่กระจัดกระจาย ที่นั่นไม่มีร่างของเนียลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋ออยู่ เป็นไปได้ว่า เนียลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อจะถูกอสูรโคมไฟมรณะกินไปอย่างนั้นหรือ น้ำตาของตู่ซื่อ ลู่เพียวกับพรรคพวกไหลพรากราวกับน้ำตก


     “เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร!



       “ถ้าเจ้ามาตายที่นี้ ชีวิตนี้ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเลย ออกมานะเนี้ยหลี่!ลูเพียวพยุง เซี่ยวซุ่ยด้วยมืออีกข้าง และคนอื่นๆต่างก็ตาลีตาเหลือกขุดเอาลิ้นยาวออก



        “เนียลี่เจ้าต้องไม่ตาย!ตู่ซื่อและคนที่เหลือต่างก็ช่วยกันขุดเอาลิ้นออก สุดท้ายแล้วเขาก็พบเนี้ยหลี่ ในมือของเนียลี่ยังคงมีการ์ต้าอยู่ในท่าป้องกัน เขาดูเหมือนหมดลมหายใจไปในท่าอ้าปากค้างเพื่อสูดลมหายใจ แม้กระทั่งเซี่ยวหนิงเอ๋อยังอยู่ในท่าทางแปลกๆที่เกาะแน่นอยู่กับเนียลี่


     “ข้ารู้อยู่แล้ว! ว่าเจ้ามันหนังเหนียวตายยาก!ลู่เพียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งทั้งๆที่น้ำตายังคลออยู่ภายในดวงตาของเขา



     “เหอะ นี่พวกเจ้าแช่งให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่มีทางที่จะตายง่ายๆเช่นนี้หรอก” เนียลี่พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกขณะมองไปยังพื้นที่รอบๆ หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอันตรายจากอสูรโคมไฟมรณะแล้วเขาค่อยรู้สึกโล่งใจ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ความหมายของประโยคที่สองที่เนียลี่พูด ตู่ซื่อกับคนที่เหลือต่างก็หัวเราะอย่างโล่งอก


    ทันใดนั้นดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตุเห็นบางสิ่ง พวกเขามองไปยังเนียลี่ด้วยสายตาแปลกใจ เนียลี่ลุกขึ้นมานั่งกึ่งคุกเข่าโดยแนบตัวของเขาเข้ากับเซี่ยวหนิงเอ๋อ ด้วยท่าทางที่ง่ายนั้นมันยากที่จะมองเห็นมัน


      “ข้าไม่เห็นอะไรเลยนะตู่ซื่อยักไหล่



    ลู่เพียวมองดูเนียลี่ด้วยความเหยียดหยัน จากนั้นเขาสายหัวและว่ากล่าวด้วยสีหน้าเจื่อนๆว่าเนียลี่ที่เจ้าพูดเช่นนั้นก็เพื่อที่จะทำกับเทพธิดาหนิงเอ๋อเช่นนี้หรือ?”


    เขาลืมไปเลยว่าเขาเองก็ยังคงอุ้มเซี่ยวซุ่ยอยู่ในแขนของเขาอยู่เช่นกัน


    เว่ยหนานกับคนอื่นๆได้แต่หันหน้าออกไปหัวเราะทางด้านนอก


       เนียลี่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ลิ้นและน้ำลายของอสูรโคมไฟมรณะนั้นมีสารหลอนประสาทเมื่อคนที่เป็นเหยี่อถูกลิ้นของมันจับและอาบสารนี้ก็จะทำให้ตกอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาไม่รู้ว่าในความฝันของหนิงเอ๋อที่อยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้นเป็นอย่างไร แต่มันเป็นที่แน่ชัดว่านางนั้นยึดติดกับเนี้ยหลี่แน่นแม้กระทั่งเขาใช้แรงพยายามแงะนางออก เนียลี่ก็ไม่สามารถแงะเซี่ยวหนิงเอ๋อให้หลุดออกไปได้


      เมื่อเห็นเช่นนั้นเว่ยหนานกับคนอื่นต่างหันหน้าออกไปทางอื่น เนียลี่เรียกเสื้อผ้าของตัวเองออกมาจากแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของและห่มไปบนตัวของเซี่ยวหนิงเอ๋อ จากนั้นก็รอให้นางตื่นขึ้นมาเองเงียบๆ


       ช่วงเวลาต่อมา เซี่ยวซุ่ยก็ตื่นขึ้นมาก่อน


    “ลู่เพียว เจ้าเอาเปรียบข้าอีกแล้วนะ!


    เซี่ยวซุ่ยยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย หลังจากที่เห็นลู่เพียว ในขณะที่นางมองไปที่เขา หัวใจของนางเต้นไม่เป็นส่ำ นางได้หวนนึกไปถึงเมื่อครั้งที่นางยังเป็นเด็ก


      ลู่เพียวทำหน้าเจื่อนกล่าวว่าเซี่ยวซุ่ยข้าช่วยเจ้าต่างหาก!


     ในท้ายที่สุดเซี่ยวซุ่ยก็จำสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ นางจำได้ว่าแท้จริงลู่เปียวป็นคนที่ช่วยนาง และตู่ซื่อกับพรรคพวกต่างปากอ้าตาค้าง ที่เห็นนางกลับกลายเป็นท่านหญิงผู้อ่อนโยนในฉับพลัน มือทั้งสองของนางเกาะที่แขนลู่เปียวพลางกล่าวว่าลู่เพียวขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้า เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ข้าขอคารวะเจ้า


    เมื่อได้ยินเซี่ยวซุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานน่ารัก ไม่รู้ว่าทำไม ตู่ซื่อกับพรรคพวกถึงกับขนลุกเกรียว


     สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงช่างเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งนัก


   อันที่จริง สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงล้วนแล้วแต่น่ากลัว


      “ไม่…...ไม่จำเป็นต้องขอบคุณน้ำเสียงของลูเพียวขณะกล่าวสั่นสะท้าน เขาไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่การที่เซี่ยวซุ่ยอ่อนหวานน่ารักนั้นทำให้เขารู้สึกขนลุก เขาต้อการที่จะเห็นเซี่ยวซุ่ยตามปกติมากกว่า


      ในชั่วขณะที่ทุกคนอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา หลังจากมีประสบการณ์การต่อสู้ พวกเขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้มีเวลาพักผ่อนที่หาได้ยาก


      เซี่ยวซุ่ยดูเหมือนจะสังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่าง และเริ่มจ้องไปยังเนียลี่กับเซี่ยวหนิงเอ๋อที่ทั้งคู่อยู่ในท่าทางแปลกพิกล และนิ่งเงียบงันไปชั่วขณะ  ดังนั้น เซี่ยวหนิงเอ๋อ กับเนียลี่…….


    “อืม..ซี่ยวหนิงเอ๋อครางหนึ่งคราแล้วตื่นขึ้น เมื่อนางเห็นท่าทางของตนเอง ใบหน้าของนางค่อยกลับกลายเป็นสีแดงดุจผลมะเขือเทศ


    เนียลี่ยิ้มอย่างลำบากใจกล่าวว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้มันอันตรายเกินไป ข้าก็เลย……”



       “ข้าเข้าใจซี่ยวหนิงเอ๋อตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางก้มหัวลงเล็กน้อยและชำเลืองมองอย่างเอียงอาย กล่าวว่า

   
      “ขอบคุณ


อืม ไม่เป็นไร มันเป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว


      เนียลี่หาทางลงให้กับเซี่ยวหนิงเอ๋อ


       เซี่ยวหนิงเอ๋อได้ตระหนักว่ามีน้ำตามากมายเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของตัวเองในขณะที่นางใกล้ชิดกับเนี้ยหลี่ก่อนหน้านี้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง นางได้จดจำได้ในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่แล้ว ครั้งเมื่อนางถูกจับโดยอสูรโคมไฟมรณะและกำลังจะตายอย่างหมดท่า เนียลี่ได้รีบพุ่งเข้าไปช่วยชีวิตของนาง เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้เซี่ยวหนิงเอ๋อก็รู้สึกถึงความหอมหวานภายในหัวใจของตนเอง

    นางยังคงอ้อยอิ่งอยู่กับเสื้อผ้าที่ใช้ห่มอยู่เนื่องเพราะมันยังคงมีกลิ่นของเนียลี่ซี่ยวหนิงเอ๋อสวมเสื้อผ้าถึงแม้ว่ามันจะตัวใหญ่กว่านิดหน่อยก็ตาม


     เนียลี่ลุกขึ้นยืนและยืนกล้ามเนื้อขอตัวเอง เขามองไปยังตู่ซื่อกับพรรคพวกกล่าวว่าข้ารู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นที่อสูรโคมไฟมรณะถูกโจมตี แต่เนื่องจากข้างใต้มันมืดเกินไปจนข้าไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นข้าอยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?



        ตู่ซื่อกับลู่เพียวมองหน้ากันจากนั้นเหลือบมองไปยังแต่ละคน หลังจากที่ทั้งหมดสงบลงจากการตกใจ ตู่ซื่อก็พูดขึ้นเมื่อกี้นี้มีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า มันปรากฏตัวเหมือนกับปลาประหลาดที่มีปีกขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมาบนตัวมัน นอกจากนี้มันยังมีกรงเล็บที่แหลมคมจำนวนมาก และสามารถพ่นใยออกมาได้ด้วย หลังจากที่เจ้าอสูรโคมไฟมรณะถูกใยจับมันก็เอาอสูรโคมไฟมรณะจากไป


       “สวรรค์! ข้าไม่เคยเห็นสัตว์อสูรที่ตัวใหญ่มหึมาขนาดนั้นมาก่อน ขนาดตัวของมันใหญ่ถึงครึ่งเมืองกลอรี่เลยทีเดียว!ลูเะียวพูดเกินจริงออกไปเล็กน้อย



        เมื่อได้ยินที่ลูเพียวกับคนอื่นๆพูด เซี่ยวซุ่ยกับเซี่ยวหนิงเอ๋อที่หมดสติไปก่อนหน้านั้นเบิ่งตากว้าง เรื่องเล็กน้อยพวกนี้น่าตกใจมาก ตู่ซื่อกับลูเพียวล้อเล่นอย่างนั้นหรือ? เจ้าอสูรโคมไฟมรณะที่ตัวใหญ่และน่ากลัวขนาดนั้น กลับถูกสิ่งมีชีวิตบินบนอากาศมีขนาดใหญ่กว่ามันจับไปอย่างนั้นหรือ?


       แต่ทว่าในพืนที่ว่าเปล่านี้ เจ้าอสูรโคมไฟมรณะกลับหายไป มันแสดงให้เห็นว่าตู่ซื่อกับลูเพียวนั่นไม่ได้โกหก



      “แท้จริงเจ้าสัตว์อสูรนั่นมันตัวอะไรกัน?” เนียลี่ขมวดคิ้ว มองไปยังท้องฟ้าที่มืดมัว บางสิ่งที่ว่านั้นสามารถจับอสูรโคมไฟมรณะไปอย่างง่ายดาย ชั่วขณะหนึ่งเนียลี่นึกถึงสิ่งที่ว่านั่นไม่ออก ถึงแม้ว่าเนียลี่จะมีความรู้มากมาย แต่เขาก็ไม่ได้รอบรู้ไปหมดทุกอย่าง


     ยังมีสิ่งที่ไม่รู้มากมายในโลกใบนี้ แม้กระทั่งตัวของเขายังรู้สึกว่าพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกมาก


      ไม่ว่าจะเป็นความลับจากสถานที่แห่งนี้หรือว่าโลกในหนังสือจิตวิญญาณอสูร เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากโลกใบนี้



      หลังจากผ่านสถานการณ์วิกฤติ ลูเยวกับพรรคพวกค่อนข้างสงบลง แม้ว่าพวกเขาจะกลัวนิดหน่อย แต่พวกเขาก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ภายในเมืองกลอรี่สัตว์อสูรแทบจะไม่มีให้เห็น และยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งลึกลับดังกล่าวเลย


      ไม่ว่าจะเป็นผีแดงชาด อสูรโคมไฟมรณะ หรือกระทั้งอสูรยักษ์บินได้ ทั้งหมดทั้นทำให้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกไร้เรี้ยวแรง


     ตู่ซื่อมองไปยังเนียลี่และถามว่าเนียลี่ พวกเราจะไปต่อหรือไม่?”



    “เราจะต้องสำรวจลึกเข้าไปอีก เราจำเป็นต้องค้นหาศิลาแห่งแสงทั้งยี่สิบสามอันเพื่อที่จะเปิดการทำงานของอาณาเขตเคลื่อนย้ายเพื่อกลับไป” เนียลี่พูด พวกเขาไม่สามารถติดอยู่ที่นี่นานได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอาหารอย่างเพียงพออยู่ภายในแหวนมิติเก็บของก็ตาม แต่มันก็อยู่ได้เพียงหนึ่งหรือสองปี เนียลี่ไม่ต้องการหยุดอยู่ที่นี่



     ในชีวิตที่แล้วของเขา ท่านเอียมัวใช้เวลาประมาณเดือนครึ่งถึงจะกลับไปจากที่นี้ ดังนั้นเขามั่นใจได้ว่าจะต้องมีศิลาแห่งแสงอยู่ภายในดินแดนนี้



     ณ ตอนนี้ ทุกคนมองตรงไปยังภูเขาห่างไกล บนเนินเขานั้นดูเหมือนจะมีแสงไฟเล็กๆอยู่


     “มันคงไม่ใช่อสูรโคมไฟมรณะอีกนะใช่ไหม?” ลูเพียวหน้าเปลี่ยนสี



     “มันไม่ใช่อสูรโคมไฟมรณะเนียลี่ส่ายศีรษะของตัวเอง แสงไฟเล็กๆบนภูเขาที่มองเห็นนั้นน่าจะเป็นแสงจากหมู่บ้าน มันไม่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ที่นี่ ใช่ไหม?


แปลโดย แร๊คคูนแมน


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง