test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 มี.ค. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 133 สิ่งล่อใจ


          อย่างไรก็ตาม เอียฮั่นในตอนนี้นั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับบาดแผลเท่าไรนัก เขาคำรามและกระโดดเหวี่ยงค้อนลงไป
          

   เนี่ยหลีคาดไม่ถึงว่าเอียฮั่นจะบ้าคลั่งเช่นนี้ หลังจากที่ขยับตัวหลบเขายังรู้สึกด้านชาที่มืออยู่เลย
          

   ค้อนมังกรเขาทองคำได้ถูกเหวี่ยงอีกครั้งและเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น





ยังไม่รวมล่าง
ฟิวชั่น





         ทันใดนั้นเซี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพรียว ตูซื่อและคนอื่นก็รู้สึกหนาวสันหลังและเป็นห่วงเนี่ยหลี
          

       "เนี่ยหลี ระวัง!"
          

  
     ถ้าเนี่ยหลีถูกโจมตีโดยตรงจากค้อนนั่น ต่อให้เนี่ยหลีอยู่ระดับ 5 ดาวเงินถึงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บหนักแน่นอน เอียฮั่นไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
          

    เนี่ยหลีหมุนตัวหลบค้อนมังกรเขาทองคำผ่านหน้าของเขาไปอย่างเฉียดฉิว เขารู้สึกได้ถึงความรุนแรงผ่านหน้าของเขา
          

ทันใดนั้นเนี่ยหลีก็เผยประกายตาเยือกเย็น
          

       อาณาเขตแรงโน้มถ่วง!
          

     เนี่ยหลีได้เพิ่มแรงโน้มถ่วงให้กับเอียฮั่นถึงสองเท่า เอียฮั่นล้มตัวลงกระแทกพื้นดัง ปัง! ก่อให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
          

     เอียฮั่นพยายามที่จะลุกขึ้นและสะบัดศีรษะ แม้ว่าค้อนมังกรเขาทองคำจะมีพลังป้องกันสูงมาก แต่มันก็ไม่อาจรับความแรงระดับนั้นไหว มันได้เกิดรอยแยกจากการตกกระทบพื้น ในขณะนั้นเนี่ยหลีได้ยืนอยู่ห่างราวหนึ่งเมตรจากเอียฮั่น
          

     หลังจากทำความเข้าใจ เนี่ยหลีได้เข้าใจถึงทักษะการโจมตีของแพนด้าเขี้ยวอสูรขึ้นไปอีกขั้น เขารวบรวมพลังไปที่หมัดขวาจนก่อเกิดประกายแสงสีขาวประดุจสายฟ้าขึ้น
          

    ถึงแม้ว่ามังกรพสุธาเขาทองคำจะมีร่างกายที่แหลมคม แต่บริเวณหน้าท้องของมันนั้นเตียนโล่งทำให้เนี่ยหลีเล็งไปที่จุดนั้น
          

อัศนีบาตกัมปนาท!
          

    เนี่ยหลีเหวี่ยงหมัดโจมตีมังกรพสุธาเขาทองคำอย่างไร้ความปราณีตรงเข้าบริเวณชายโครง
          

ปัง! บังเกิดเสียงกระดูกแตกหัก
          

      ด้วยความพลังระดับนี้ทำให้เอียฮั่นตัวลอยขึ้นฟ้าและล่วงหล่นกระทบพื้นดังลั่น
          


      แม้ว่าเนี่ยหลีและเอียฮั่นจะมีความต่างกันมากมาย แต่ทุกครั้งที่เนี่ยหลีเคลื่อนตัวหลบนั้นกล่าวได้ว่าลื่นไหลประดุจสายน้ำ  เนี่ยหลีมีความสามารถมองหาตำแหน่งโจมตีได้ยอดเยี่ยม เมื่อไหรก็ตามที่เขาใช้ทักษะโจมตีนั่นหมายถึงช่วงเวลาที่ก่อเกิดผลลัพธ์มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งที่อัสนีบาตกัมปนาทปะทะนั้นคือจุดอ่อนของมังกรพสุธาเขาทองคำอีกด้วย!
          


      ตั้งแต่ที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เนี่ยหลีตระหนักได้ถึงความสามารถของทักษะโจมตีและจุดอ่อนของเอียฮั่น แม้ว่าเอียฮั่นจะรวมร่วง แต่จุดอ่อนเหล่านั้นก็ยังคงไม่หายไปไหน ความสามารถของเอียฮั่นนั้นห่างชั้นกับเนี่ยหลียิ่งนัก
          

     กระดูกซี่โครงของเอียฮั่นถึงกับร้าวและแสดงออกซึ่งอาการเจ็บปวดบนใบหน้าอันบิดเบี้ยว เอียฮั่นเอามือกุมซี่โครงไว้และจ้องไปทางเนี่ยหลีประดุจมองสัตว์ร้าย
          

"ท่านสู้ข้าไม่ได้หรอก ยอมแพ้เถอะ" เนี่ยหลีกล่าวพร้อมสายตามองไปที่เอียฮั่น
          


    ผู้คนที่ดูอยู่ถึงกับมึนงง พวกเขาแสดงสีหน้าอันแปลกใจออกมา พวกเขารู้ว่าความแข็งแกร่งของเนี่ยหลีนั้นห่างชั้นกับเอียฮั่น แต่ทำไมกลายเป็นเอียฮั่นนั้นอ่อนแอกว่าเนี่ยหลีไปได้? แม้ว่าเขาจะรวมร่างแล้วก็ยังถูกจัดการโดยหมัดเพียงหมัดเดียวเท่านั้น
          

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
          


       เซี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพรียว ตู่ซื่อและคนอื่นที่อยู่กับเนี่ยหลีมานานยังไม่อาจคาดคิดว่าเนี่ยหลีจะสามารถเอาชนะเอียฮั่นได้ เนี่ยหลีใช้อาณาเขตแรงโน้มถ่วงตั้งแต่ที่คู่ต่อสู้ยังไม่พร้อม เมื่อคู่ต่อสู้ขยัตัวลำบาก ผลจึงบังเกิดทำให้เขาเหวี่ยงหมัดเข้าโจมตีที่จุดอ่อนได้
          

     แม้ว่าคู่ต่อสู้จะมีเทคนิคการต่อสู้ที่เหนือกว่าเนี่ยหลี แต่เนี่ยหลีก็ได้จู่โจมเข้าในจุดที่ป้องกันยากที่สุด นอกจากนี้เอียฮั่นก็ไม่เคยมีประสบการณ์รับมือกับอาณาเขตแรงโน้มถ่วง
          

      เซี่ยวหนิงเอ่อ ลู่เพรียว ตู่ซื่อและคนอื่น ๆ ได้ข้อมูลใหม่ที่ส่งผลต่อความสามารถทางการต่อสู้ของพวกเขา
          


     เอียฮั่นเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เนี่ยหลีด้วยดวงตาสีแดงเลือด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและความรู้สึกที่ไม่อาจยอมรับได้ที่พ่ายแพ้ต่อเนี่ยหลี มันเป็นที่ชัดเจนว่าพลังของเขานั้นมีความสามารถเหนือกว่าคู่ต่อสู้
          

ตลอดมาเขาเป็นอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองกลอรี่
          

ทำไม?
          

      ทำไมเข้าถึงได้แพ้?
          


      เอียฮั่นกำหมัดแน่น เล็บของเขาแทบจะจิกเข้าไปในผิวหนัง ความรู้สึกคับข้องใจเด่นชัดขึ้นในใจของเขา เจ้าเนี่ยหลี่มันแย่งตำแหน่งว่าที่เจ้าเมืองไปจากเขา เขาไม่หวังอะไรอื่นนอกจากการสังหารเนี่ยหลี
          


      เนี่ยหลี เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจเร็วนัก ถ้าแค้นนี้ไม่ได้ชำระ ข้า เอียฮั่นจะไม่ขอเป็นมนุษย์อีกต่อไป" ดวงตาของเอียฮั่นเต็มไปด้วยเยือกเย็นพร้อมจ้องไปที่เนี่ยหลี
          


      เนี่ยหลีนั้นเข้าใจได้ถึงความคับแค้นใจของเอียฮั่น คนเจ้าเล่ห์เช่นเอียฮั่นนั้นเมื่อหายดีจะต้องกลับมาล้างแค้นแน่นอน เนี่ยหลีเข้าใจเอียจืออวินมากขึ้นว่าทำไมเธอไม่เคยพูดถึงเอียฮั่นเลย ในชาติก่อนของเขา ตัวตนของเอียฮั่นนั้นไม่เคยโผล่ออกมาให้เห็นเลย นอกจากนี้ตัวเขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าเมืองอีกด้วย
          


     แม้ว่าพรสวรรค์ของเอียฮั่นจะเป็นที่ชื่นชอบของเอียเซิ่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสของตระกูลวายุเหมันต์ นอกจากนี้ถ้าเอียฮั่นพ่ายแพ้ เขาก็จะกลับมาแก้แค้นพร้อมความแค้น
          

      เนี่ยหลีมองต่ำไปยังเอียฮั่น รอบตัวของเขาปล่อยจิตสังหารออกมา จิตสังหารนั้นแผ่กระจายจนทำให้อุณหภูมิลดลง
          


      "เอียฮั่น ข้าไม่สนว่าในใจของท่านจะคิดยังไง ถ้าท่านนิ่งเฉยไม่ทำอะไร ท่านจะยังมีโอกาสที่จะรอดชีวิต แต่ถ้าท่านต้องการความตายข้าก็ไม่ปฏิเสธที่จะมอบมันให้หรอกนะ คนบางคนก็ไม่มีค่าพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ และข้าไม่เคยมองท่านเป็นคู่ต่อสู้ เพราะว่าท่านนั้นไม่คู่ควร"
          

        ในมุมมองของเนี่ยหลีมีเพียงแค่จักรพรรดิแห่งปราชญ์เท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา มันไม่สำคัญว่าเขาจะตั้งตนเป็นศัตรูต่อเอียฮั่นหรือตระกูลศักดิ์สิทธิ์ พวกมันนั้นล้วนไม่คู่ควร
          

      เนี่ยหลีใช้สายตาดุจคมมีดทะลวงเข้าไปในจิตใจของเขา เอียฮั่นรู้สึกถึงความเยือกเย็นอันสยดสยองทำให้เขานั้นรู้สึกพ่ายแพ้และยอมศิโรราบ เพียงแต่ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งความแค้นในใจของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง
          

     ตำแหน่งเจ้าเมืองที่เขาปรารถนามาหลายปี เขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไปเช่นนั้นหรือ?
          

      เอียฮั่นตวัดสายตาไปที่เนี่ยหลี เขากุมอกไว้และจากไปดุจหมาป่าเดียวดาย แผ่นหลังของเขานั้นช่างดูอ้างว้าง ผู้คนที่มุงดูต่างแยกออกเป็นทางให้เอียฮั่นจากไป
          

       มองไปที่แผ่นหลังของเอียฮั่น เนี่ยหลีรู้ว่าเอียฮั่นนั้นไม่ปล่อยไปทั้งอย่างนี้แน่ แต่เนี่ยหลีก็ทำอะไรต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากเช่นนี้ไม่ได้ ยังไงก็ตามแม้ว่าเอียฮั่นจะยอมแพ้และจากไปอย่างสงบ เนี่ยหลีก็จะตั้งตนเป็นศัตรูของเขาต่อไปอย่างแน่นอน
          

      แม้ว่าถ้าเอียฮั่นจะมีความตั้งใจกระทำเรื่องชั่วช้าบางอย่าง เนี่ยหลีก็จะใช้พลังทั้งหมดทำให้เอียฮั่นไม่สามารถกระทำการใด ๆ ได้อีกตลอดชีวิต
          

       นักเรียนที่มุงดูจากสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างมองเอียฮั่นจากไป และหันหน้ากลับมองเนี่ยหลี พวกเขารู้สึกหวาดกลัว เอียฮั่นคือหมายเลขหนึ่งจากอัจฉริยะทั้งหมดของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีข่าวลือว่าเขาสามารถล้มคู่ต่อสู้ระดับ 2ดาวทองเมื่อตอนที่เขายังอยู่เพียงแค่ระดับ 1ดาวทอง และในตอนนี้ระดับของเขาไปถึง 3ดาวทองแล้ว เอียฮั่นก็ยังแพ้
          

สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจยิ่งกว่าคือเอียฮั่นอายุถึงยี่สิบปี และเนี่ยหลีอายุเพียงแค่สิบสี่ปี
          

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
          

     เมื่อกี้ อัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองกลอรี่เพิ่งถูกสยบด้วยมือของเนี่ยหลี นั่นทำให้ชื่อเสียงของเนี่ยหลีถูกแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
          

      "ไปกันเถอะ" เนี่ยหลีถอนสายตากลับมาและมองไปยังเซี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพรียว ตู่ชื่อและพรรคพวก
          

      แม้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพรียว ตู่ซื่อและคนอื่นจะตกใจที่เนี่ยหลีสามารถล้มเอียฮั่นได้ แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น พวกเขาเคยชินเสียแล้วจากการที่เนี่ยหลีทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อให้เป็นไปได้
          

ท่ามกลางสายตาของผู้คนพวกเขาก็จากไป
          

      ที่ป่าของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์
          


     เอียฮั่นใช้พลังของเขาเชื่อมต่อกระดูกที่แตกหัก กัดฟันและใส่ยาลงบนบาดแผล
          

     เสียงอันทรงเสน่ห์ดังขึ้น "ชิ ชิ หนึ่งในอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองกลอรี่ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขกำลังเลียแผล น่าสมเพชจริง"
          

     "ใคร?!" จิตสังหายประกายออกมาผ่านทางสายตาของเอียฮั่นพร้อมมีดคมกริบที่ฝ่ามือ
         

      "ข้าแค่ต้องการช่วยเจ้าเท่านั้น เจ้าไม่ต้องทำท่าน่ากลัวอย่างนั้นก็ได้"
          

        ร่างหนึ่งเคลื่อนตัวออกมาจากด้านข้างของป่า ร่างของเธอนั้นเพรียวบาง และร่างของเธอก็เปล่งประกายอันน่าหวาดหวั่นออกมา คนผู้นี้คืออดีตครูผู้สอนชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัด คนที่ถูกขับไล่ออกจากสถาบันโดยเนี่ยหลี เสิ่นซิ่วนั่นเอง
          

       มองไปที่เสิ่นซิ่วเอียฮั่นแค่นเสียงเย็นชา เขาและเสิ่นซิ่วเคยเป็นเพื่อนรวมชั้นสมัยที่ยังอยู่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีอันใดนัก พวกเขาเพียงแค่เคยคุยกันนิดหน่อย ดังนั้นเอียฮั่นจึงมีความประทับใจเกี่ยวกับเธออยู่บ้าง
          

        "เธอนั่นเอง ต้องการอะไรกันล่ะ" เอียฮั่นส่งเสียงเย็นชา เพราะเสิ่นซิ่วนั้นมีระดับพลังต่างจากเขามากนัก เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเสิ่นซิ่วเท่าไร
          

      มุมปากของเสิ่นซิ่วยกยิ้มเพียงนิดและกล่าวว่า "บุตรบุญธรรมของเจ้าเมือง เจ้าคิดที่จะยกตำแหน่งเจ้าเมืองให้คนอื่นงั้นรึ?"
          

"ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" เอียฮั่นตอบเสียงเยือกเย็น
          

         "ชิ ชิ เจ้าช่างเย็นชาเหมือนเคย ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กเหลือขอเอียจืออวินนั่นมีดีตรงไหน ทำไมเจ้าถึงปล่อยให้นางมาเป็นจุดอ่อนกันได้" เสิ่นซิ่วยิ้มและกล่าวต่อ "ถ้าข้าจะบอกว่า ข้ามีแผนที่จะนำเจ้ากลับไปนั่งยังตำแหน่งเจ้าเมืองจากเจ้าเด็กเหลือขอเอียจืออวิน เจ้าจะสนใจไหม"
          

      เอียฮั่นกวาดสายตาจ้องมองไปยังเสิ่นซิ่วด้วยใบหน้าตื่นตระหนก และกล่าวเสียงเย็น "ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ายังช่วยตัวเองไม่รอด คิดช่วยตัวเองก่อนข้าเถอะ"
          

       "ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่คู่กับเมืองกลอรี่มานับพันปี พวกเราไม่มีทางล่มจมง่ายดายเพียงนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ตระกูลวายุเหมันต์จะกำจัดตระกูลศักดิ์สิทธิ์" เสิ่นซิ่วแค่นเสียง "สำหรับเจ้า เจ้าเป็นแค่บุตรบุญธรรมที่เอียเซิ่งจับมาเลี้ยงเท่านั้น แม้ว่าเจ้าเด็กเนี่ยหลีจะไม่โผล่มา เจ้าก็ไม่มีทางที่จะได้ครอบครองตำแหน่งเจ้าเมืองหรอก ฮ่า ๆ ๆ น่าขำยิ่งนัก"
          
"เจ้า!" จิตสังหารที่น่ากลัวได้เปล่งประกายออกมาจากดวงตาของเอียฮั่น เขาเปรียบดั่งหมาป่าดุร้ายและพุ่งแทง

มีดไปยังเสิ่นซิ่ว จบ...






แปลโดย Esthe

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง