test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 99 เจ้าลูกหลานอกตัญญู


          

        ท่านบรรพชน เทคนิคการบ่มเพาะพลังทั้งห้าเหล่านี้มันอ่อนด้อยเกินไป ท่านเรียนรู้เทคนิคพวกนี้หรือ? ไม่น่าแปลกใจที่การบ่มเพาะพลังของท่านเป็นไปอย่างยากลำบากยามเมื่อท่านมีชีวิตอยู่ กว่าจะสามารถก้าวไปถึงระดับตำนานได้ ทำไมไม่ให้ให้ข้าสอนสุดยอดการบ่มเพาะพลังให้แก่ท่านหละ? ข้ารับประกันได้ว่าการเพาะปลูกของท่านจะก้าวหน้ากว่านี้แน่!



        เนี้ยหลี่ กล่าวพร้อมทุบอกตัวข้านั้นมีเทคนิคการการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพถึง 3600 วิธีแม้วิธีที่จะให้ผลน้อยที่สุดยังดีมากกว่าห้าเทคนิคของท่าน ถ้ามันไม่ดีจริงข้าคงไม่กล้าสอนให้ท่าน


  พอแล้ว!!



       เอียหยานตัดบทพูดของเนี้ยหลี่ด้วยอารมณ์ที่โมโหสุดๆ เนี้ยหลี่ไม่ไว้ข้าเลยแม้แต่น้อย เจ้าไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นถึงบรรพชนผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์เชียวนะ?



       เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าไม่รู้จริงๆว่าเจ้าไปได้เทคนิคการบ่มเพาะเหล่านี้มาจากไหน อาจจะได้มาจากทรัพย์สมบัติบางส่วน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเจ้าจะมีสุดยอดเทคนิคการบ่มเพาะพลังอยู่ แต่ข้านั้นสามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้ด้วยตัวข้าเองเชียวนะ ข้าสามารถแนะแนวทางที่ดีให้แก่เจ้าได้ ความรู้ที่กว้างใหญ่ของข้า เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้เสียอีก!



      โอ้ว...ขนาดนั้นเชียวรึ ท่านบรรพชนผู้มีภูมิความรู้มากมายข้าอยากจะถามท่านเสียยิ่งนักเหตุใดต้องผสานวิญญาณอสูรเข้ากับจิตวิญญาณ?”เนี่ยหลี่ มองไปที่ เอียหยาน และกล่าวถาม หึ หึ บรรพชนผู้ก่อตั้งต้องการจะต่อสู้กับข้าด้วยความรู้งั้นรึ?



        นี่เจ้าไม่มีอาจารย์สอนความรู้พื้นฐานหรือไงกัน? วิญญาณอสูรนั้นอยู่ในรูปแบบของจิตอสูรเปรียได้เสมือนน้ำ จิตวิญญาณของเรานั้นก็เปรียบดังภาชนะถ้วยที่มีไว้เพื่อรองรับจิตอสูร จึงเกิดการผสานรวมร่างเข้าด้วยกัน!เอียหยานตอบ พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่



    แม้ว่าความสามารถของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียว แต่ความรู้พื้นฐานของเจ้ายังเด็กนัก



        หากท่านบอกว่า จิตวิญญาณของคนเราเปรียบได้ดังภาชนะถ้วย แล้วจิตอสูรเปรียบได้ราวกับน้ำ แล้วเหตุใดบางคนที่สามารถบ่มเพาะพลังของตนมาถึงระดับเงินแล้วไม่สามารถจะรวมร่างกับจิตอสูรได้?” เนี้ยหลี่ยิ้มแล้วถามกลับ ถ้ามันเป็นถ้วยจริงมันก็ควรจะใส่น้ำได้!



         นั่นมัน....นั่นมันเป็นความเป็นไปได้แค่เล็กน้อยถึงน้อยมากเท่านั้นที่จะล้มเหลว ดังนั้นปัญหานี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจ!เอี้ยหยานชะงักไปชั่วครู่แล้วกล่าวด้วยเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เอียหยานไม่สามารถที่จะตอบคำถามของเนี่ยหลี่ได้



      กรณีผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เล็กน้อยที่ท่านว่านั้น มักจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ความลับที่ทำให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ หากแม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนานไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ ข้าไม่รู้เลยจริงๆว่าอาจารย์ท่านสอนอะไรให้แก่ท่านกันแน่! หากข้ามีโอกาสเป็นศิษย์เขาหละก็ข้าคงจะเอามือตบเขาให้ตายคาฝาผนังเป็นแน่เนี้ยหลี่ ส่ายหัวด้วยสีหน้าเศร้าโศก


ถ้างั้น...เจ้าบอกข้าได้รึไม่?”



       เอียหยานถึงกับตัวสั่น ตั้งแต่ได้เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเอี้ยหยานไม่เคยได้รับความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนหน้านี้เลย



       จิตวิญญาณของคนเรานั้นมีรูปแบบและกำหนดความเข้ากันได้ของจิตอสูรที่จะทำการผสานจิตอสูร หากความแตกต่างคุณลักษณะของจิตอสูรกับจิตวิญญาณนั้นมีความแตกต่างกันมากเกินไปก็จะไม่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับที่ไฟกับน้ำที่ไม่สามารถเข้ากันได้"



      “คุณลักษณะที่แตกต่าง?”เอียหยาน พึมพำกับตัวเอง ที่ผ่านมาเอี้ยหยานไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้ คำตอบของเนี่ยหลี่ได้เปิดหน้าต่างแห่งความรู้ใหม่ให้กับหัวใจของเอี้ยหยาน



       นอกเหนือจากคุณลักษณะ ที่แตกต่างกันแล้ว จิตวิญญาณของมนุษย์เรายังมีความลึกซึ้งอีกด้วย ร่างทรงอสูรปกติก็ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากท่านเต็มใจให้ข้าเป็นอาจารย์แล้วหละก็ ข้าก็จะอธิบายมันให้แก่ท่าน จิตวิญญาณของท่านเองก็ยังไม่ได้สลายไป การจะช่วยให้ท่านกลับมามีร่างเนื้อก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้



เนี้ยหลี่นั่งขัดสมาธิ เผยให้เห็นรอยยิ้มปรากฏบนหน้า



     สร้างร่างเนื้อให้แก่ข้า ทำได้ด้วยรึ?เรื่องแบบนี้มันเป็นไปด้วย?”เอี้ยหยานถึงกับตกตะลึง เรื่องนี้มันเกินกว่าสิ่งที่จะจินตนาการได้ ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้มีความรู้มากมายยิ่งนัก? ในญานะที่ข้าเป็นถึงบรรพชนผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์หากเป็นเด็กคนอื่นคงแทบจะหมอบคลานมาเสนอตัวเป็นศิษย์แก่ข้าแล้ว มีเพียงเนี่ยหลี่เท่านั้นที่เสนอตัวสอนข้าแทน



      แม้ว่าเอียหยานจะโกรธจนแทบอาเจียนออกมาเป็นเลือด แต่สิ่งที่เนี้ยหลี่กล่าวออกมากับเป็นเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดตัวเขาเอาไว้สิ่งใดก็ตามที่เนี่ยหลี่กล่าวออกมาล้วนอยู่เหนือความเข้าใจของตัวเอียหยานอย่างสิ้นเชิง



ไอ้เด็กเวรนี่เจ้าต้องการให้ข้ายอมรับเจ้าเป็นอาจารย์ข้างั้นรึ?”



     จะให้ข้าเป็นอาจารย์ของท่าน เฮ่อ ข้าว่า ท่านลืมมันไปเสียเถิด ข้าไม่อยากจะสอนคนที่ไร้ความสามารถเช่นท่าน!เนี้ยหลี่ ดูหมิ่น เย้ยหยันถ้าศิษย์ของข้าใช้เวลากว่า800ปีเพื่อเป็นร่างทรงระดับตำนานแล้วยังภูมิใจกับมันอยู่หละก็ ข้าคงใช้แส้เฆี่ยนตีมันผู้นั้นจนตาย!


 เอียหยานชี้นิ้วไปยังเนี่ยหลี่ตัวของเอี้ยหยานเองสั่นสะท้านไม่ยอมหยุด


เจ้า นี่เจ้า...ไอ้ ลูกหลานอกตัญญู!


        เอียหยานแม้กระทั่งหนวดเครายังสั่นสะท้านไปเพราะความโกรธ ถ้าเอี้ยหยานฟื้นมาตอนนี้ ก็คงตายเพราะความโกรธที่มีต่อเนี้ยหลี่อีกครั้งเป็นแน่



      ข้ามิได้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลของท่านเสียหน่อย ข้าสืบเชื้อสายมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ ในแง่ของการเกิดของตระกูลข้านั้นก็นับว่าเกิดนานกว่าตระกูล เอีย ของท่าน หากแม้ว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับ จืออวิ้นแล้วหละก็ข้าจะไม่ใส่ใจท่านแม่แต่นิดเดียว!



        เนี้ยหลี่เบ้ปากเหยียดหยามเอียหยานโกรธอย่างที่สุด แต่เอียหยานในตอนนี้เป็นเพียงรูปจิตวิญญาณเอี้ยหยานไม่สามารถทำอันใดแก่เนี่ยหลี่ได้



     ตระกูลบันทึกสวรรค์ ข้าจำได้ละเมื่อยามตอนที่ข้าก่อตั้งนครรุ่งโรจน์ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นเพียงตระกูลเล็กๆเท่านั้น ข้ายอมรับว่าบรรพชนของเจ้าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับมรดกตกทอดมาจากตระกูลของเจ้า!แต่เพียงมรดกเล็กน้อยเจ้ากล้าจะมาหยิ่งยโสกับข้าผู้นี้เชียวรึ?” แม้ว่าเอียหยานจะยอมรับว่าเนียหลี่มีความรู้มากกว่า เอียหยานก็ยังไม่เต็มใจจะยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้


      หากเอียหยานยอมรับความพ่ายแพ้ให้แก่ เด็กที่มีอายุเพียง 13-14 ปี เขายังจะมีหน้าเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้อยู่หรือ?



   “ฮื้มม..!!เอียหยานไม่ได้พูดนานนักเนื่องมาจากการที่เขาพยายามระงับความโกรธเอาไว้
ตั้งแต่นั้นมาเนี้ยหลี่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะพูดคุยกับเอี้ยหยานต่อ


       เนี้ยหลี่ทำการฝึกฝนด้วยตัวของเขาเอง คลื่นจิตวิญญาณอันงดงามหมุนเวียนรอบตัวเนี้ยหลี่อย่างไม่ขาดสายหลังจากเริ่มฝึก [พลังเทพวิถีฟ้า] จิตอสูรทั้งสองที่อยู่ในตัวเขาก็ทำหน้าที่ดูดซับแรงจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องคล้ายกับฟองน้ำวิญญาณของเอี้ยหยานยังคงอยู่รอบๆเนี้ยหลี่ แม้ว่าเอียหยานจะโกรธเนี้ยหลี่แต่เมื่อได้เห็นวิธีการฝึกฝนของเนี้ยหลี่มันทำให้เอี้ยหยานละสายตาไปจากมันไม่ได้เลย



         คลื่นแรงวิญญาณที่แผ่ออก รูปแบบของการฝึกดังกล่าวไม่เหมือนกับสิ่งที่ร่างทรงอสูรระดับเงินจะฝึกได้ มันเหมือนกับเป็นการฝึกของร่างทรงอสูรระดับตำนานเสียมากกว่า


            เมื่อมองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อเอียหยานก็คิดกับตัวเองว่า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเด็กเหลือขอนี่หรือเจ้าเด็กตุ๊กตานี่ก็มีเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่น่ากลัวมากราวกกับสัตว์ประหลาดที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเยาว์นี่เป็นเพราะข้าไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกมาหลายปีหรือย่างไรกันนะจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้?’


          เมื่อเทียบกับเทคนิค [พลังเทพวิถีฟ้า]ของเนี้ยหลี่ เทคนิคการบ่มเพาะพลังทั้งห้าของเอียหยานเป็นขยะไปเลย  แม้ว่าความเร็วของเทคนิค[พลังเทพวิถีฟ้า]จะช้ากว่าเทคนิค[มังกรเหินวายุอัสนี]และ[การหมุนเวียนทั้งเก้าฟินิกส์น้ำแข็ง] แต่ก็มีความเร็วมากกว่าเทคนิคทั้งห้าที่เอียหยานนำเสนอก่อนหน้านี้ เป็นสิบเท่าความคิดของเอียหยานย้ายไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อ



          เจ้าเด็กตุ๊กตา ความสามารถของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียวเจ้าอยากจะมาเป็นศิษย์ของข้าไหม?”



เมื่อได้ยินเสียงของเอียหยาน เสี่ยวหนิงเอ๋อกธสะดุ้งเล็กน้อยแล้วถามกลับไปว่า


ท่านเป็นใครกัน?”



          ข้าเป็นบรรพชนผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์ ผู้ก่อตั้งตระกูลลมหิมะ เอียหยาน!เอียหยานตอบอย่างภูมิใจ



      “ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง! ข้าเสี่ยวหนิงเอ๋อ จากตระกูลปีกมังกรคาราวะท่านบรรพชน!เสี่ยวหนิงเอ๋อแสดงความเคารพทันที นางมีความเคารพอย่างเต็มเปี่ยมให้กับบรรพชนผู้ก่อตั้งของประวัติศาสตร์



         เอียหยายยิ้มและกล่าวว่าไม่เลว ไม่เลว เจ้ามีคุณค่าเพียงพอที่จะให้ข้าสอน!นี่มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าเนี้ยหลี่ต่างหากที่ผิดปกติข้าอยู่ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นพันปีแล้ว ข้าสงสัยว่าโลกภายนอกตอนนี้เป็นเช่นไร?”


ท่านบรรพชน นครรุ่งโรจน์ตอนนี้ยังปลอดภัยอยู่ค่ะ


มีร่างทรงอสูรระดับตำนานที่คอยเฝ้าปกป้องนครรุ่งโรจน์อยู่ ณ ตอนนี้หรือไม่?”


นับตั้งแต่บรรพชนผู้ก่อตั้ง ตอนนี้มีเพียงท่านเอียมัว เท่านั้นที่เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเสี่ยวหนิงเอ๋อตอบ


เป็นไปได้เยี่ยงไร?”



      เอียหยานขมวดคิ้ว แปลกมากไม่ว่าจะเป็นเจ้าเด็กเนี้ยหลี่นั่นหรือเสี่ยวหนิงเอ๋อ ทั้งสองต่างมีเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพมาก เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่มีร่างทรงอสูรระดับตำนานเพียงคนเดียว มีปัญหาอะไรหรือค่ะ?

         เสี่ยวหนิงเอ๋อถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น  ไม่มีอะไรหรอก เจ้าฝึกฝนต่อไปเถิดใครจะรู้ตอนนั้นข้าอาจจะสามารถแนะนำให้เจ้าได้บางอย่าง!เอียหยานกล่าว หลังจากนั้นใบหน้าของเอียหยานก็เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับมะเขือเทศ
นี่.....เสี่ยวหนิงเอ๋อลังเลอยู่พักนึง...จบตอนซะงั้น

 แปลโดย [สินธ์นวล]



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง