test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

6 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 98 ให้ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าหรือไม่?


        “หวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเนียลี่ หรอกนะ?” เมื่อมองไปยังเนียลี่ที่ค่อยๆหายไปกับความมืด ตู่ซื่อทำหน้ามุ่ยขมวดคิ้วเป็นกังวล กับสถานที่ที่ไม่รู้จักอย่างพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเห็นตู่ซื่อมีท่าทีเช่นนั้นลู่เพียวก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่


        "ตู่ซื่อ ข้าว่าเจ้าคิดมากเกินไปและไม่เชื่อใจในตัวเนียลี่นะ เจ้าคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นรึไง หากเจ้ามีเวลาว่างมากพอที่จะเป็นห่วงเนียลี่ เหตุใดจึงไม่รีบรวมร่างผสานกับจิตอสูรปีศาจที่เนียลี่มอบให้เล่า ? ข้าอดใจไม่ไหวแล้วนะที่จะได้ผสานกับเสือดาวอสูรสีชาด ใจจะขาดอยู่แล้ว!"


ลู่เพียวเคาะแหวนห้วงมิติสำหรับเก็บของด้วยความตื่นเต้น



         ตู่ซื่อและลู่เพียวเดินหาจุดที่เหมาะสำหรับการฝึกฝนของพวกเขา เพื่อรอคอยเนียลี่ เมื่อได้เห็นการกระทำของพวกเขา ช่วยไม่ได้ที่เย่เซิ่ง จะรู้สึกยินดีไปด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ ตู่ซื่อและลู่เพียวก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเพียงนี้ เพราะพวกเขาพยายามฝึกฝนอย่างหนักไม่แม้แต่จะปล่อยให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์โดยไม่ทำอันใดเลย 


   สำหรับนักเรียนคนอื่นนี่คงจะเป็นสิ่งที่หนักหนาแสนสาหัสเกินจะรับไหว ย่เซิ่งและพวกคณาจารย์ เดินไปยังด้านข้างเพื่อพักผ่อน ขณะที่ ตู่ซื่อและลู่เพียว มุ่งมั่นกับการผสานรวมร่างกับจิตอสูร
ภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

       ภาพในด้านหน้าถูกบิดเบือนเป็นภาพต่างๆนับไม่ถ้วน ทั่วประกายตาของเนี่ยลี่ราวกับว่ากำลังเดินผ่านผ่านช่วงเวลาและพื้นที่อันไม่มีที่สิ้นสุด เนี่ยลี่เดินเข้ามาและจ้องมองไปรอบ ๆ พื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ที่เกิดเป็นภาพที่สวยงามเกินจะบรรยาย


         
         เมื่อเนียลี่ได้ก้าวเท้ามายังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยลี่มีความรู้สึกว่าห้วงขอบเขตวิญญาณของเขาตื่นตัวอย่างแปลกประหลาด ราวกับจะระเบิดและขยายตัวออกอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยที่ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่เกิดการขยายตัวขึ้น ทำให้เนี่ยลี่ต้องเจ็บปวดและทรมานสุดจะทานทนไว้ได้


       
           พรมแดนสวรรค์เป็นสถานที่ ที่ทำให้ห้วงขอบเขตวิญญาณเกิดการขยายตัวสำหรับการฝึกเพิ่มพลังวิญญาณโดยแท้จริง!  การฝึกภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่ทำให้พัฒนายิ่งกว่าฝึกภายนอกหลายเท่านัก!


        ห้วงขอบเขตวิญญาณของเนียลี่ขยายตัวออกถึง หนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งหมดความเจ็บปวดบนใบหน้าของเนียลี่ที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความทรมานอย่างแสนสาหัส



            เนียลี่ลืมตาขึ้นมองดู พบเจอกับบุคคลผู้หนึ่งกำลังบ่มเพาะพลังอยู่คาดว่าน่าจะเป็น เซี่ยวหนิงเอ๋อสายตาของเนียลี่นั่นพร่ามัวมากในขณะนี้ จนไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นใคร
ข้างในห้วงขอบเขตวิญญาณของเขา อสูรทั้งสองตน คือ จิตอสูรเงาพราย และ แพนด้าเขี้ยวอสูร ได้รับการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง



              สถานที่นี้ เหมาะสมแล้วที่จะถูกเรียกว่าพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธ์ เนี่ยลี่รู้สึกได้ว่าจิตอสูรทั้งสองได้เติบโตอย่างรวดเร็วภายในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยลี่อย่างต่อเนื่อง ระดับความเร็วการบ่มเพาะพลังของเจ้าสองตัวนี้ เร็วจนน่ากลัวเลยทีเดียว (ก็เล่นเฟ้นหาแต่การเติบโตระดับพระเจ้า เป็นไงหละไอ้ลี่)


ทันใดนั้นก็เกิดเสียงที่แหบพร่าคล้ายกับเสียงคนแก่ขึ้นในจิตใต้สำนึกของเนี่ยลี่


“เจ้าเด็กเหลือขอ ทำไมเจ้าถึงผสานจิตอสูรถึงสองตนไว้ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเจ้าได้?”


“ผู้ใดกัน?”เนียลี่ถามกลับ ในขณะที่รวบรวมจิตวิญญาณอันแรงกล้า ทำให้สัมผัสได้ว่ากำลังถูก ตรวจสอบอยู่แต่จิตวิญญาณไม่ได้ส่งกลิ่นอายมุ่งร้ายเนี่ยลี่จึงไม่ได้ใส่ใจนัก


“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอบคำถามของข้าก่อนเจ้าเด็กเหลือขอ ข้าถึงจะตอบเจ้าว่าข้าเป็นใคร”

“เป็นเพราะข้าฝึกฝนเทคนิคการบ่มเพาะพลังพิเศษดังนั้นจึงสามารถทำมันได้....”เนี่ยลี่ตอบอย่างใจเย็น

“โอ้..เทคนิคพิเศษอันใดกันรึ?”


“ข้าว่านี่เป็นคำถามที่สองแล้วนะใช่มั้ย?”เนียลี่กวาดสายตาเพื่อมองหาต้นเสียงที่ถามเขา”เอาแต่ถามคำถามผู้อื่นแต่กลับไม่ยอมตอบคำถามดูเหมือนว่าท่านคงจะไม่ได้รับการสอนเรื่องมารยาทมาสักเท่าไหร่นัก!


          เจ้าของเสียงที่แหบแห้งหัวเราะและกล่าวว่า

          
แปลโดย [สินธ์นวล] ครึ่งแรก

       
         "เจ้านี่ช่างจัดการยากเสียจริง ข้าก็คือผู้หลับไหลอยู่ภายในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิมานานหลายร้อยปีแล้ว แม้ว่าข้าจะได้พบเจอผู้มีพรสวรรค์เพียงไม่กี่คนก่อนหน้านี้ พวกมันก็ไม่ถูกตาต้องใจข้า มีเพียงเจ้ากับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเท่านั้นที่ค่อนข้างจะมีพรสวรรค์ อย่างไรก็ตามความสามารถของเจ้ายังเหนือกว่าเล็กน้อย ในวันนี้ข้าได้หมายตาเจ้าไว้แล้ว ข้าจะยอมให้เจ้าเป็นศิษย์ของข้าก็ได้นะ!"


         
         "ท่านจะยอมรับข้าเป็นศิษย์เช่นนั้นหรือ ท่านนั้นต้องการให้ข้ารับเจ้าเป็นอาจารย์ของข้าเช่นนั้นหรอกรึ?” เนียลี่กล่าวขึ้นอย่างดูแคลน 

         "เป็นอาจารย์ข้ายังไง? ท่านเป็นใคร? ทื่านมีอะไรที่จะสามารถสอนข้าได้ ถ้าหากบังเอิญมีคนประหลาดมาและอยากจะเป็นอาจารย์ของข้า และบังคับให้ข้าเรียกว่าอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นข้าไม่มีอาจารย์เต็มไปหมดอย่างนั้นหรือ? "


   "เจ้าเด็กบ้า เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร?"เสียงแหบแห้งกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ


"แล้วท่านเป็นใครกัน?” เนี้ยหลี่ถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดูถูก


      "หลังจากยุคแห่งความมืด พวกเราห้าร่างทรงอสูรระดับตำนาน ได้นำผู้รอดชีวิตนับหมื่นคนมาก่อตั้งเมืองกลอรี่ และต้านทานการโจมตีประดุจน้ำหลากของฝูงสัตว์อสูร! ข้าเป็นหนึ่งในห้าผู้ที่เป็นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองกลอรี่ เอียเหยียน! ข้ายังเป็นต้นกำเนิดตระกูลวายุเหมันต์ เจ้าเด็กสารเลว เจ้าตกใจที่ได้ยินชื่อของข้ารึยัง?"



         เสียงแหบแห้งดูจะภาคภูมิใจไม่น้อย ข้าได้ปิดผนึกจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิเพื่อจะปกป้องเมืองกลอรี่ ถ้าไม่มีข้าเมืองกลอรี่คงจะล่มสลายไปแล้ว!”


"โอ้ ท่านเป็นหนึ่งในห้าผู้ก่อตั้งอย่างนั้นหรือ!" เนียลี่ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาประสานมือของเขาแล้วพูดว่า 


"ต้องของอภัยจริงๆ แต่ท่านผู้ก่อตั้ง ข้าไม่สนใจที่จะเป็นศิษย์ของท่าน"



           "ไม่สนใจ? เจ้าไม่สนใจเป็นศิษย์ข้าเช่นนั้นหรือ?" เอียเหยียนโมโหมาาก 

           เจ้าเด็กบ้าเจ้ารู้บ้างรึเปล่า นี่เป็นโอกาดีแค่ไหนที่เจ้าได้รับ? ด้วยคำแนะนำของข้า เจ้าจะสามารถบรรลุร่างทรงอสูรระดับตำนานในชีวิตของเจ้า หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นร่างทรงอสูรระดับแบลคโกลด์



           "ข้าไม่จำเป็นต้องมีท่านเป็นอาจารย์ของข้า ข้าก็สามารถกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้” เนียลี่กล่าวเสียงดัง 

           "แม้ว่าข้าจะเคารพท่านในฐานะผู้ก่อตั้งเมืองกลอรี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะต้องมีท่านเป็นอาจารย์ของข้า!"



"เจ้า…….โอหังเกินไปแล้ว "


         "เจ้าคิดว่าการเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานนั้นเป็นเรื่องง่ายอย่างนั้นหรือ? ร่างทรงอสูรระดับตำนานเป็นขั้นสูงสุดภายในแผ่นดินนี้! เป็นระดับขั้นที่ผู้คนทั่วไปต่างใฝ่ฝัน แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์มากมายที่ไม่อาจจะก้าวไปถึงขั้นนั้นได้!” 


          ถ้าเอียเหยียนยังคงมีชีวิตอยู่ เขาคงจะระเบิดลงเพราะความโมโหเป็นแน่ ร่างทรงอสูรระดับตำนานอย่างเขาต้องการที่จะรับเนียลี่เป็นศิษย์ แต่เขากลับถูกปฏิเสธนี่เป็นเรื่องที่สุดจะทานทน! “เจ้าควรรู้ไว้นะว่ามีคนมากมายต้องการที่จะเป็นศิษย์ข้า?”


"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง!” เนียลี่กล่าวขึ้นอย่างยอมแพ้ 


"ท่านผู้ก่อตั้ง เมื่อท่านต้องการเป็นอาจารย์ข้า ท่านมีสิ่งใดที่จะมาสั่งสอนข้ากัน?"



        "ในฐานะที่เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนาน ก่อนอื่นเลยข้ารู้ทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนี้ อีกทั้งข้ายังมีความเชี่ยวชาญทางดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และ ลวดลายอมคม ข้ายังมีเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่ทรงอำนาจอีกมากมาย ข้ายังสามารถให้คำแนะนำในการต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณอสูรแก่เจ้าได้อีกด้วย!” เอียเหยียน กล่าวขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ



"ข้ามีห้าเทคนิคการบ่มเพาะพลังอันทรงพลังที่ตกทอดมาอยู่ที่นี่ เจ้าสามารถเลือกหนึ่งในนั้นไปฝึกฝนได้!”



แสงทั้งห้าปรากฏขึ้นต่อหน้าเนียลี่ แต่ล่ะอันมีรูปร่างดั่งตำรา



       "ขอข้าดูเทคนิคการบ่มเพาะพลังอันทรงพลังที่ท่านมีก่อน!"


       เนียลี่จ้องมองไปยังตำราทั้งห้าเล่ม นี่มันอะไรกัน? ท่านจะบ้าหรืออย่างไร ที่นำ เคล็ดวิชาจิตพฤกษาโคจร ออกมา นี่ล้อเล่นใช่หรือไม่ สิ่งนี้เป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังสำหรับร่างทรงอสูรระดับแบลคโกลด์ใช่หรือไม่? เคล็ดการฝึกฝนนี้มีข้อบกพร่องบางอย่าง ตรงบทที่สามความจริงแล้วต้องส่งพลังวิญญาณไปยังจุดเทียนชู หากไม่เช่นนั้นสมควรเป็นการทำลายอนาคตตนเอง? เพราะว่าเทียนชูเป็นจุดที่ใช้ในการเชื่อมต่อฟ้ากับดิน!”



"เอ่อ…..ข้าคงเอาออกมาผิดเล่มหนึ่ง" เอียเหยียนเหลือบมองอย่างงุ่มง่ามเล็กน้อย ตำราหนึ่งในนั้นก็หายไป


    
     "ถ้าเช่นนั้นข้าขอดูอีกเล่ม นี่อะไรกัน? เทคนิคการบ่มเพาะพลังหยางหลิง [วิญญาณสุริยัน] ? เคล็ดการฝึกฝนนี้ให้ผลช้าเกินไป ท่านสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้เฉพาะเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์เท่านั้น และไม่สามารถฝึกฝนยามค่ำคืนได้ ถ้าเช่นนั้นกว่าข้าจะเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานข้าคงอายุแก่ชราไปแล้ว ถ้าหากข้าเปลี่ยนจากขับเคลื่อนพลังหยางเข้ากายา เป็น หยินหยางผสานกายาความรวดเร็วในการฝึกสมควรเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า!”



“.......” เอียเหยียนเงียบงันไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่าที่เนียลี่กล่าวออกมานั้นลึกซึ้งมาก จนเขาอับจนคำพูดของตัวเอง



    แล้วดูนี่ นี่มันไม่ใช่ เทคนิคการบ่มเพาะพลังหมาป่าสีเทางั้นรึ? เคล็ดวิชานี้ต้องใช้ร่วมการจิตวิญาณอสูรหมาป่าไม่ใช่หรือ? บางทีความเป็นไปได้ที่มันอาจะเข้าถึงเขตแดนของร่างทรงอสูรระดับตำนาน………….”



"แล้วเจ้าสนใจเทคนิคการบ่มเพาะพลังนี้ใช่หรือไม่?” เอียเหยียนถามด้วยท่าทางยินดี


       
      "สำหรับเทคนิคการบ่มเพาะพลังนี้? ข้าจะถามว่าทำไม เทคนิคการบ่มเพาะพลังหมาป่าสีเทาถึงมีแค่เก้าบท? มันจึงทำให้บรรลุได้แค่ร่างทรงอสูรระดับตำนานสามดาว แต่ทว่าเทคนิคการบ่มเพาะพลังหมาป่าสีเทาที่ข้ามีนั้น ถ้าท่านต้องการข้าสามารถให้บทที่สิบแก่ท่านได้นะ? ข้ารับประกันได้เลยว่าหากท่านฝึกมันจะสามารถก้าวไปสู่ร่างทรงอสูรระดับตำนานห้าดาวได้ทีเดียว" เนียลี่กล่าว


“......” เอียเหยียนถึงกับหมดคำพูด ภายในของเขาแทบจะเป็นบ้าออกมา เขาอยากรู้ว่าเจ้าเด็กนี้เกิดมาจากอะไร? ตามจริงเขาต้องการจะสั่งสอนเคล็ดการฝึกฝนแก่มันแต่ทว่าเขากลับถูกสอนแทนงั้นรึ?


        

     หลายปีที่ผ่านมามีอัจฉริยะมากมายที่เอียเหยียน เคยพบมาก่อนถึงแม้ว่าจะไม่ถึงหมื่น แต่ก็นับได้ว่าเป็นพันคน พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นหัวกะทิของเมืองกลอรี่ แต่ไม่มีใครเลยที่เหมือนสัตว์ประหลาดเช่นเนียลี่ เคล็ดการฝึกฝนทั้งห้าของเขาที่เอาออกมาล้วนแล้วแต่ทรงพลังมากแต่ในมุมมองของเนียลี่พวกมันล้วนไร้ค่า



     เอียเหยียนไม่เข้าใจจริงๆว่าเนียลี่มีความรู้มากมายเช่นนั้นได้อย่างไร? มันเป็นความจริงที่น่ากลัวสำหรับคนที่อยู่มานับพันปีเช่นเขา...จบตอน










เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง