test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 97 เข้าสู่พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์



"ข้าพนันว่าเจ้าไม่ได้นึกถึงแน่   หนิงเอ๋อตอนนี้ได้เข้าสู่พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว!" ลู่เพยวกล่าว  ในขณะที่เขายืนอยู่ด้านข้าง 

"นางเข้าไปในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ? ทำไมนางไม่บอกข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้? "เนียลี่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะถามด้วยความสงสัย

"เจ้ากลับไปที่ตระกูลบันทึกสรรค์จากนั้นก็เข้าร่วมการประลอง แล้วก็เข้ามาอยู่ในตำหนักของท่านเจ้าเมือง มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะที่เราจะหาเจ้า ลู่เพยวพูดอย่างไร้หนทางที่ะอธิบาย

ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ของหนิงเอ๋อ คงไม่มีปัญหาใดๆ ในการเข้าสู่พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ แต่เาจะสามารถแน่ใจได้อย่างไรว่าจักไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น! เนียลี่จมอยู่ในความคิดของเขา เขายกศีรษะของเขามองไปที่ลู่เพยว ตู่ซื่อ และคนอื่น ๆ และพูดว่า "มาเถอะ พวกเราควรเดินทางไปที่นั่น!"

เนียลี่มีความปรารถนาตลอดที่จะเข้าไปสำรวจตรวจสอบในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มีสมบัติที่เขาต้องการยิ่งนัก ตั้งแต่เขารู้ว่าหนิงเอ๋อได้เข้าไปในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เนียลี่เริ่มร้อนใจเป็นอย่างมาก ความคุ้นเคยเกี่ยวกับเหนิงเอ๋อที่เมื่อชาติที่แล้วของเนียลี่ มันทำให้เขารู้สึกสงสารและความนับถือในจิตใจอันแข็งแกร่งของนางที่ กล้าที่จะรักและการที่จะเกลียด ด้วยบุคลิกของนาง หนิงเอ๋อมิได้ปิดบังความรู้สึกของนางต่อเขาเลย แม้ว่าเนียลี่จะมีเอียจื่อวินอยู่เต็มหัวใจของเขาก็ตาม แต่หนิงเอ๋อก็ยังเป็นหนึ่งในคนที่เขารักและใส่ใจ(รักมีหลายแบบนะจ้ะ อย่าเข้าใจผิด)

"จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าพบปัญหาหลังจากที่ออกจากตำหนักเจ้าเมือง?" ตู่ซื่อทำหน้าสงสัยและถามออกไป

 " มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกข้ามีแผนอยู่แล้ว ข้าแค่ปลอมตัวเล็กน้อยก็ออกไปได้แล้ว เจ้าทั้งสามคอยอยู่ที่นี่และคอยดูแลน้องสาวของข้าด้วย! ห้องข้าอยู่ตรงนั้น พวกเจ้าสามารถใช้ห้องข้าฝึกฝนได้นะ"เนียลี่
กล่าวในขณะที่มองไปที่เพื่อนทั้งสามของเขา

"ได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง!" ทั้งสามคนตอบตกลง

"เสี่ยวหยู่อยู่ที่นี่และขยันฝึกซ้อมด้วยะ อีกไม่กี่วันข้าก็กลับมาแล้ว"เนียลี่กล่าวพลางเอามือลูบหัวเสี่ยวหยู่

"จ๊ะ ท่านพี่เนียลี่ก็ต้องระมัดระวังและรีบกลับมาด้วยล่ะ!" เสี่ยวหยู่กล่าวพร้อมพยักหน้ารับคำ

หลังให้คำแนะนำเป็นที่เรียบร้อย เนียลี่ได้ปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของเขากลายเป็นเว่ยหนาน ตู่ซื่อ ลู่เพยวและพวกตกตะลึงเมื่อพวกเขาเห็นเขา วิธีแปลงโฉมของเนียลี่นั้นน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง เพียงแค่กระทำบางสิ่งบางอย่างบนใบหน้าเพื่อที่จะแปลงโฉม  นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนกันแล้วเขาคือเหวยหนานชัดๆ

"ในโลกนี้มีอะไรที่นายไม่รู้บ้าง?" ตู่ซื่อหัวเราะอย่างขมขื่นพลางมองไปที่เนียลี่ "ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวิธีการแบบนี้ด้วย " ดวงตาลู่เพยวเบิกกว้าง ด้วยวิธีนี้ เนียลี่ไม่มีความจำเป็นที่จะซ่อนอยู่ภายในตำหนักเจ้าเมืองเลย แม้ว่าเขาจะเดินเล่นในถนนสายหลัก สมาคมทมิฬก็อาจจะจำเนียลี่ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
"ในฐานะการเป็นยอดฝีมือก็ต้องมีทุกวิธีการเอาชีวิตรอด!" เนียลี่ตอบกลับไป พลางหัวเราะ เป็นเรื่องง่ายมาก นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเขาและไม่ได้วิธีการที่ลึกซึ้งใด ๆ ยอดฝีมือที่แท้จริงย่อมสามารถรับรู้ถึงบางคนได้จากกลิ่นอายลมปราณของพวกเขาเหล่านั้น หลังจากบ่มเพาะพลังถึงระดับตำนาน จะสามารถปลอมตัวได้ อย่างยอดเยี่ยมและยังสามารถเปลี่ยนความสูงและกลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมารอบตัวเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของพวก เขาทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถที่จำแนกได้  

นอกเหนือจากเหตุการณ์เกินความคาดหมายหรือเกินธรรมดาไป มันไม่มีความเป็นไปได้เลยที่กำจัดเนี่ยลี่หลังการเกิดใหม่ แม้ว่าขนาดที่ต้องเผชิญหน้ากับบิดาของเอียจื่อวิเนียลี่ก็ยังจะมีวิธีการบางอย่างที่จะต่อกรกับท่านพ่อตา แต่เพราะวิธีการนั้นมีความชั่วร้ายเกินไป หากใช้ไปทั้งสองฝ่ายจะต้องทนบาดเจ็บทนทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน ซึ่งเนียลี่ไม่ได้ต้องการที่จะเห็นภาพเหตุการณ์นั้น มิใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่ก็เพราะเขานั้นเป็นบิดาของเอียจื่อวิ ถ้ามิใช่สาเหตุนั้น เขาจักไม่ยอมถูกยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ขั้นสูงเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน

"จริงสิ ข้าลืมให้บางอย่างกับพวกเจ้า!"
เนียลี่ขยับมือข้างขวาหยิบเอา ดวงจิตอสูรห้าก้อนออกมา ทั้งหมดเหล่านี้เป็นดวงจิตอสูรที่ เนียลี่ได้หลอมรวมออกมาจากหม้อจิตอสูรฝันร้าย ดวงจิตทุกก้อนล้วนมีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้าทั้งสิ้น

"นี้คืออะไร? ดวงจิตอสูรใช่หรือไม่? "ลู่เพยว วางมือทั้งสองข้างของเขาที่สะโพกของเขาและหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ " เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้รับการฝึกอย่างเข้มงวดที่บ้านและผ่านระดับซิลเวอร์ ตาแก่ที่บ้านดีใจมากและให้รับรางวัลข้าเป็นดวงจิตอสูรระดับโกลด์ซึ่งข้าได้ผสานร่างไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่จำเป็นต้องใช้ดวงจิตอสูรตนอื่นอีกต่อไป! หลังจากที่ข้ารวมดวงจิตอสูรระดับโกลด์และผสานไปจนถึงจุดสูงสุด ข้าจะเป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ผู้ทรงพลัง ฮ่าฮ่าฮ่า! "

"ข้าได้เตรียมที่จะให้เสือดาวอสูรสีชาดที่มีระดับการเติบโตในระดับพระเจ้า มันสามารถที่จะเติบโตไปได้จนถึงระดับตำนาน ถ้าเจ้าไม่ต้องการมันแล้ว ก็ลืมมันไปเสียเถิด! "เนียลี่หยิบศิลาดวงจิตอสูรอันอื่นไปที่ตู่ซื่อและพวก " นี่เป็นดวงจิตอสูรพยัคฆ์อเวจีประเภทนักรบ นอกจากนี้ยังมีวิญญาณปีศาจอีกสามอันสามประเภทคือประเภทแสงศักดิ์สิทธิ์  ประเภทเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ประเภทเส้นทางสวรรค์ พวกมันได้ถูกเตรียมไว้สำหรับพวกเจ้าทั้งสาม "เนียลี่มองไปที่ เว่ยหนาน จางหมิง และซูเซียงจิ้ง

ตู่ซื่อ และพรรคพวกได้ตั้งใจแล้วว่าจะติดตาม เนียลี่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เกรงใจที่จะรับศิลาดวงจิตอสูรเหล่านี้จากเนียลี่ พวกเขาอยากรู้อยากทดสอบศิลาดวงจิตอสูรเหล่านี้จริง ๆ พวกเขาไม่เห็นภาพว่าดวงจิตอสูเหล่านี้นั้นแข็งแกร่งแบบที่เนียลี่อธิบายนั้นเป็นเช่นใด พวกเขานั้นยังไม่รู้ว่าด้วยว่าระดับการเติบโตในระดับพระเจ้านั้นคืออะไร แต่เนียลี่บอกว่าพวกเขาว่าจะสามารถที่จะเติบโตไปที่ระดับตำนานได้เลยทีเดียว ซึ่งมันจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งนัก


ระดับการเติบโตในการระดับพระเจ้า? เติบโตจนถึงระดับตำนาน? จะเป็นจิตอสูรที่ทรงพลังขนาดไหนกัน?

"เจ้าบอกว่ามันสามารถเติบโตได้ถึงระดับตำนานจริงหรือ?" ตู่ซื่อ ถามแบบอยากรู้อยากเห็น 

 "แน่นอน!" เนียลี่พยักหน้า ความจริงก็คือเนียลี่ยังมิได้บอกหมดทุกอย่างออกไป ดวงจิตอสูรที่เนียลี่ให้พวกเขาจะไม่เพียงจะหยุดที่ระดับตำนานเท่านั้น การเจริญเติบโตของพวกมันจะเติบโตไปอีกจนคาดเดาไม่ได้เลยในภายภาคหน้า  อย่างไรก็ตามแม้ว่า เนียลี่บอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนนี้พวกเขาจะยังไม่เข้าใจมัน

"เนียลี่ เจ้ากับข้านั้นเป็นพี่น้องที่แสนดีกันใช่หรือไม่? ข้าขอดูดวงจิตอสูรนั้นจะได้หรือไม่" ลู่เพยวหัวเราะและกล่าว

เมื่อเห็นลู่เพยวแบบนี้ เนียลี่ก็อดขำไม่ได้ แต่ก็มิได้แกล้งลู่เพียวแต่อย่างใด  จากนั้นเนียลี่ก็ขยับมือของเขาโยนศิลาดวงจิตเสือดาวอสูรสีชาดไปให้ ลู่เพยว



 
      "ลู่เพยว โยนดวงจิตอสูรระดับโกลด์ของเจ้าทิ้งไปก่อน จากนั้นก็ผสานเข้ากับมันอย่างช้า ๆ หลังจากที่เจ้ากลับมา ก่อนอื่นพวกเราจักไปยังสถาบันเพื่อเข้าไปยังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์! "เนียลี่กล่าว ตราบใดที่หนิงเอ๋อ ยังคงอยู่ในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ เนียลี่ก็ยังคงมีความกังวล

 
      จริงๆแล้วเนียลี่ไม่เคยเข้าไปในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาก่อนในชาติที่แล้ว เขาไม่รู้เลยว่าด้านภายในนั้นเป็นยังไงแบบไหน เขารู้เพียงคร่าวๆว่าข้างในนั้นซ่อนอะไรอยู่ (หึหึ!!)
"ตกลง!" ลู่เพยวและตู่ซื่อ พยักหน้า

พวกเขาทั้งสามออกจากตำหนักเจ้าเมืองและมุ่งหน้าไปยังสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

 ณ สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

 
      "ท่านรองอาจารย์ใหญ่ หนิงเอ๋อเข้าไปตั้งนานแล้วเหตุใดจึงยังไม่ออกมาอีก?" อาจารย์หลายคนที่ยืนอยู่ด้านข้างถามรองอาจารย์ใหญ่อย่างกระวนกระวาย

       รองอาจารย์ใหญ่ขมวดคิ้ว เวลาที่หนิงเอ๋อใช้ในการเข้าไปนั้นเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วถือว่านานกว่าคนอื่นพอดู  แต่ภายใต้สถานการณ์ปกตินั้นผู้ที่มีความสามารถสูงกว่าย่อมอยู่ได้นานกว่าผู้ที่มีความสามารถต่ำกว่าอยู่แล้ว แต่หนิงเอ๋ออยู่นานเกินไปรึเปล่า? (ฟาร์มยาวเลยนะหล่อน มาALL C ที่เหอะ)


"รองอาจารย์ใหญ่ มีนักเรียนสามคนมาหาท่าน!" อาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก
"พวกเขามาจากชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์!"
"ให้พวกเขาเข้ามา!" รองอาจารย์ใหญ่พยักหน้าและกล่าว

ครู่ต่อมาเนี้ยหลี่และพวกถูกนำเดินเข้ามา  เนียลี่ คลายการปลอมแปลงบนใบหน้าออก เมื่อเห็นเนียลี่ รองอาจารย์ใหญ่ก็หลี่ตาลง  เขามีความประทับใจมากในตัวของเนียลี่ ในการสอบประจำปี ทั้งพลังกายและพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่มีระดับเพียงแค่ทองแดง ขั้นหนึ่งดาว แต่ไม่นานหลังจากนั้น เนียลี่เข้าร่วมการประลองและเผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่สามารถต่อสู้กับระดับโกลด์ได้ การเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

การทดสอบความแข็งแกร่งอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ แต่การทดสอบพลังวิญญาณจะผิดพลาดได้เช่นนั้นหรือ?

      ถึงแม้ว่าเขาจะคิดจนหัวสมองระเบิด เขาก็ไม่สามารถจินตนาการความเป็นจริงออกมาได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ มันจะอะไรมีควรค่าที่จะฉลองมากไปกว่า การที่มีนักเรียนผู้มีพรสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นในสถาบัน

"ท่านรองอาจารย์ใหญ่ ข้าต้องการที่จะเข้าสู่พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นปัญหาอันใด ใช่หรือไม่?"
เนียลี่กล่าวขณะมองไปที่รองอาจารย์ใหญ่

"ด้วยระดับความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้นั้นไม่มีปัญหาในการเข้าไปยังพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิเป็นแน่แท้" รองอาจารย์ใหญ่พยักหน้า ในการที่จะเข้าสู่พรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ จักต้องเป็นนักเรียนระดับชั้นแนวหน้าของชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์   ซึ่งความแข็งแกร่งของเนี่ยลี่ในตอนนี้ ก็ไม่มีใครอีกแล้วในชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเนี่ยลี่ได้

"ขอบคุณมากท่านรองอาจารย์ใหญ่! ข้าต้องการที่จะเข้าไปด้านในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ในทันที! "เนียลี่กล่าวพลางประสานมือคารวะรองอาจารย์ใหญ่

รองอาจารย์ใหญ่ก็รู้ว่าเนียลี่กับหนิงเอ๋อนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก็เป็นเรื่องดีที่จะให้เนียลี่เข้าไปหลังจากหนิงเอ๋อเข้าไปเป็นเวลานาน

พวกเขาทั้งกลุ่มเดินมาส่งเนียลี่ไปถึงทางเข้าพรมแดน เมื่อมองจากระยะไกล ก็แลเห็นประตูปรากฏอยู่ในระยะสายตาของเนียลี่

      ในชาติพบที่แล้วเนียลี่ไม่เคยเข้าไปในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์  ความเข้าใจของเขาที่มีต่อพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์  นั้นมีเพียงมาจากตำราที่เขาได้อ่านเท่านั้น เนียลี่ยังคงแบกความอยากรู้อยากเห็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เขาได้ให้ตู่ซื่อและลู่เพยว รออยู่ด้านนอก หลังจากนั้นเนียลี่ก็ก้าวเข้าไปภายในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เพียงลำพัง

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง