test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 96 ต้องการที่จะจัดการตระกูลศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ ?



         เนียลี่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะโชคร้ายมากถึงเพียงนี้ จากการที่เขาแอบมาหาจื่ออวินครั้งแรก เขาจะถูกจับได้โดยท่านเจ้าเมือง


         อย่างไรก็ตาม เอียเซิ่งจะไม่สังหารเขา อาจจะเป็นเพราะว่าสมาคมปรุงยาได้บอกจะไรบางอย่างแก่ท่านเจ้าเมือง เพราะเหตุนี้เนียลี่จึงไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ เนียลี่ต้องการที่จะจัดการให้ เอียเซิ่ง มอบลูกสาวของเขาให้แก่เนียลี่ด้วยมือของเขาเอง


          เมื่อเนียลี่คิดได้ดังนี้ ก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆขึ้นบนใบหน้าของเขา เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย เขาจักต้องทำงานอย่างหนัก


            เนียลี่ทานยาเสริมพลังทั้งหลาย นั่งสมาธิและเริ่มฝึกเทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิธีฟ้า เพื่อที่จะบรรลุระดับซิลเวอร์สี่ดาว


ภายในสวน


          ตั้งแต่นางเริ่มฝึกวรยุทธ์ฟีนิกซ์เก้าหมุนวน และผสานกัน ราชินีน้ำแข็ง วรยุทธ์ ของจื่ออวินได้พัฒนารวดเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด นางไม่ต้องการที่จะพัฒนาช้าไปกว่าเนียลี่ และในตอนนี้วรยุทธ์ ของนางนั้นก็ไปถึงระดับซิลเวอร์สามดาวแล้ว แท้จริงแล้วเทคนิคการบ่มเพาะพลัง ของนางนั้นสามารถพัฒนาได้รวยเร็วกว่ากว่า เทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิธีฟ้าของเนี้ยหลี่มาก ซึ่งพลังของวรยุทธ เทพวิธีฟ้านั้นจะแสดงให้เห็นก็ต่อเมื่อฝึกฝนสำเร็จแล้ว


          
       ในบรรดาทุกๆคนที่ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะพลังจากเนียลี่ เทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิธีฟ้าของเนียลี่นั้น จะมีการพัฒนาช้าที่สุด ความยากในการบ่มเพาะพลังของเขานั้นจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนมากกว่าคนอื่นๆเป็นอย่างมาก 

           

            แต่เทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิธีฟ้านั้นเป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทคนิคการบ่มเพาะพลังทั้งหมด แม้ว่าทั้งเจ็ดคนจะอยู่ในระดับเดียวกับเนียลี่  พวกเขาก็ไม่อาจที่จะเป็นศัตรูกับเขาได้ ถึงแม้ว่าความยากในการฝึกฝนนั้นจะยากมากๆ แต่การพัฒนาเนียลี่ก็รวดเร็วเช่นเดียวกับผู้อื่น นั้นเพราะความได้เปรียบจากการได้เกิดใหม่ของเขานั่นเอง


      'จักรพรรดินักปราชญ์ รอจนกว่าข้าบรรลุเทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิธีฟ้าขั้นสุดยอดและควบคุมสัตว์อสูรระดับพระเจ้าทั้งเจ็ดให้ได้ซะก่อน เวลานั้นจะได้เห็นว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งกว่ากัน' เนียลี่ครุ่นคิดอยู่ภายในใจ 


        ในชาติก่อน หนึ่งในสาเหตุที่เขาพ่ายแพ้นั้น เพราะว่าระดับวรยุทธ์ของเขานั้นต่ำกว่า และอีกเหตุผลก็คือจักรพรรดินักปราชญ์นั้นมีสัตว์อสูรระดับพระเจ้าหลายตนอยู่เคียงข้างเขา ทำให้การจะจัดการเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่ยากมาก นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เนียลี่ต้องเผชิญกับความปราชัย



         ในชาตินี้เขาจะต้องกับไปแก้แค้น และด้วยความแข็งแกร่งและพวกพ้องที่แข็งแกร่งของเขา มันจะไม่เหมือนชาติที่แล้วที่เขาตัวคนเดียวอย่างแน่นอน


หลังจากการนั่งสมาธิและฝึกฝนเป็นเวลาหลายชั่วยาม อาการบาดเจ็บของเขาก็ได้รับการรักษา



"เนียลี่ ! การรักษาของเจ้าคืบหน้าแล้วใช่มั้ย " จื่ออวินมองที่เนียลี่ด้วยสายตาที่เป็นกังวลหลังจากได้ยินเสียงของจื่ออวิ๋น เนียลี่รู้ว่าจื่ออวินนั้นยังมีความกังวลในอาการบาดเจ็บของเขา เขาพยักหน้าและพูดว่า "อาการของข้าดีขึ้นแล้ว"


" ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นแล้วเจ้าก็รีบออกไปซะ ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ อย่ามาตำหนิว่าข้าไม่สุภาพนะ " จื่ออวินแสดงสีหน้าจริงจังเพื่อที่จะให้เนียลี่รีบออกไป



   "จื่ออวิน ข้านั้นตกหลุมรักเจ้าซะแล้ว ! เจ้าห้ามทำแบบนี้กับข้า ! โอ้ยย อาการบาดเจ็บของข้ายังรักษาไม่เสร็จเลย ข้าต้องการเวลาอย่างน้อยสองวันก่อนที่ข้าจะสามารถออกไปได้ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะอาเจียนเป็นเลือดอีก "



  " ข้าจะไม่เชื่อเจ้าอีกแล้ว ถ้าเจ้ายังไม่ออกไป ข้าจะเอาไม้กวาดมาไล่เจ้าออกไปซะ " จื่ออวินกัดฟัน  เนียลี่นั้นช่างเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากๆ


" นั้นมันเป็นเรื่องที่ใจร้ายมากเลย จริงหรือไม่ " เนียลี่ มองไปยัง จื่ออวิ


" เจ้าท้าข้าหรอ " จื่ออวินเอามือเท้าสะเอวและถอนหายใจ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะดีกว่าถ้านางจะไม่ทุบตีเขา


" ตกลง งั้นข้าจะออกไปก่อน และพรุ่งนี้ข้าจะมาหาเจ้าอีก "


" ถ้าพรุ่งนี้เข้ากล้ามาอีก ค่อยดูละกันว่าข้าจะทำอะไรเจ้า " จื่ออวินผลักเนียลี่ออกไป พร้อมทั้งบุ้ยปากของนาง ก่อนที่จะเท้าสะเอวพูด

" อ่าาา ? ถ้าเช่นนั้นข้าจะมาหาเจ้าได้เมื่อใดกัน ? " เนียลี่หัวเราะ และมองไปที่ จื่ออวิ


ปัง !!!


จื่ออวินปิดประตูทางเข้าสวนของนาง


" ถ้างั้นข้าจะมาพรุ่งนี้ละกัน " แม้เนียลี่จะถูกจื่ออวิน ไล่ออกมา เขาก็ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด เขาน้องเพลงและเดินกลับไปยังที่พัก


           เมื่อมองไปยังประตู จื่ออวินกระทืบเท้าและเค้นฟัน อย่างไรก็ตามนางได้นึกถึงบางสิ่ง และหัวเราะขึ้นมา เสียงหัวเราะของนางช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก ถ้าหากใครได้เห็นเข้า พวกเขาต้องเกิดอาการงุนงงอย่างแน่นอน 


        นางไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไร้ยางอายอย่างเนียลี่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเรื่องทุกอย่างขึ้นจนถึงตอนนี้ นางคิดไม่ออกเลยว่าควรจะทำอย่างไรและสามารถเชื่อเนียลี่ได้หรือไม่


นางนึกถึงบางอย่างขึ้น และแก้มของนางก็เริ่มแดง


         ระหว่างที่เดิน เนียลี่ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ความจริงก็คือเนียลี่ไม่รู้เลยว่าจะพิชิตใจนางได้อย่างไร จื่ออวินและเนียลี่ อยู่ด้วยกันหลังจากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หลังจากที่จื่ออวินตาย เนียลี่ก็ได้พบเจอกับผู้หญิงอีกหลายคน อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเลย หัวใจของเขานั้นยังคงนึกถึงจื่ออวินอยู่เสมอ และไม่เคยให้หญิงอื่นเข้ามาในใจเขาเลย


        ไม่มีผู้ใดจะคิดได้เลยว่าเนียลี่มีความสุขมากเพียงใดที่ได้กลับมาพบกันจื่ออวินอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในชาตินี้พวกเขาจะไม่ได้เจอกับโศกนาฏกรรมในชาตินี้ เนียลี่ยังคงคิดไม่ออก ว่าจะทำอย่าไรให้จื่ออวินรู้สึกได้เช่นเดียวกับเขา เขาได้เพียงแต่ทำตัวไร้ยางอายต่อหน้านางเท่านั้น ถ้าหากเขาถูกจื่ออวินเกลียดขึ้นมา เขาคงได้แต่เพียงแอบปกป้องอยู่แค่ค้างกายเธอ เนียลี่ไม่ต้องการที่จะสูญเสียนางไปอีกครั้ง


     แต่อย่างน้อย มันก็ยังดีกว่าการที่ไม่ทำอะไรเลย เนี้ยหลี่ได้แต่เพียงบอกกับตัวเอง ไม่ว่าจื่ออวินจะทำอย่างไรกับเขา เขาก็ยังจักคอยปกป้องนางอยู่ข้าง ๆ


      ภายในสวนของเนียลี่ เนี่ยหยู่ได้ฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อเห็นหน้าของเนียลี่ หน้านางก็แสดงออกถึงความสุข

" ท่านพี่เนียลี่ กลับมาแล้วหรือ ? " เนียหยู่รีบลุกขึ้นมาหา ตอนที่เนียลี่ออกไปนางเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา

เนียลี่ลูบศรีษะเล็กๆของเนียหยู่ " เสี่ยวหยู่ได้ตั้งใจฝึกหรือไม่? "

"จ๊ะสี่ยวหยู่ขยันมาก ๆ เลย เทคนิคการบ่มเพาะพลังที่ท่านพี่สอนข้า มันมหัศจรรย์ยิ่งนัก ตอนนี้ข้าอยู่ระดับบรอนซ์สองดาวแล้ว" ตาของเนียหยู่เป็นประกายและเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อมองที่เนียลี่ ในใจของนางคิดว่าการมีอยู่ของเนียลี่นั้น สามารถทำสิ่งใดก็ได้


" ไม่เลว " เนียลี่ยิ้มและพยักหน้า ความเร็วในในการฝึกของเนี่ยหยู่นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว


       ขณะที่เนียลี่ และเนี่ยหยู่กำลังคุยกันก็มีเสียงเคาะประตูเกิดขึ้น เมื่อเนี้ยหลี่เปิดประตู ตู่ซื่อ ลู่เพียว และพรรคพวกอีกสามคนก็อยู่ข้างหน้าประตู เขาตกใจเล็กน้อยและถามว่า " พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่ "

" ข้าได้ยินมาว่านายได้ย้ายเข้ามาในที่พักของท่านเจ้าเมืองพวกข้าเลยตัดสินใจจะมาหา แต่การมาหาเจ้านั้นไม่ง่าย ข้าต้องไปหาท่านประธาน กู้เหยียน หลังจากเรื่องยุ่งยากทั้งหลาย ข้าให้เขาเขียนจดหมายเพื่อให้เราสามารถเข้ามาได้ " ลู่เพียวพูดพร้อมทั้งหัวเราะ 

" เจ้านี่เยี่ยมจริงๆ เพื่อที่จะไล่ล่า จื่ออวิเจ้าถึงกับย้ายเข้ามาในที่พักของท่านเจ้าเมือง ข้านับถือเจ้ายิ่งนัก "


      ตู่ซื่อมองไปที่เนียลี่ ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า 
" เจ้าทำให้เสิ่นเฟยพ่ายแพ้ เขาเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์แห่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์? เจ้าจงใจแสดงความแข็งแกร่งของเจ้าใช่หรือไม่? มิฉะนั้น ตัวตนของเจ้าจะไม่เป็นที่น่าสนใจ "


       " ก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งของข้านั้นช่างอ่อนแอ ดังนั้นข้าจึงไม่กล้าที่จะแสดงให้ผู้อื่นเห็นมากเกินไป หลังจากข้าผสานเข้ากับวิญญาณอสูร ถึงแม้ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับสมาคมทมิฬ ข้าก็แข็งแกร่งพอที่จะสามารถปกป้องตัวเองได้ เพื่อที่จะจัดการกับพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ทำไมข้าจะไม่ทำหล่ะ " เนียลี่หัวเราะเบาๆ


เมื่อได้ยินคำตอบจากเนียลี่ ลู่เพียว ตู่ซื่อ และพรรคกพวกก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้


  " บัดนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จักต้องเผชิญกับความทุกข์ยากเพราะเจ้า จากการที่ต้องสูญเสียถึง สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร "


" ใช่ ผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จักต้องอาเจียนเป็นเลือดแน่ "

เนียลี่ส่ายศีรษะและพูดว่า " สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้นยังไม่มากพอที่จะสั่นคลอนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ "


" เนียลี่ เจ้ายังไม่สามารถที่จะล้มล้างตระกูลศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่? มันเป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมือง " ลู่เพียวเบิกตากว้างและมองไปยังเนียลี่


     "แน่นอน ข้าต้องหลอกล่อพวกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ พวกมันจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ ในไม่ช้าพวกมันต้องมาหาข้าแน่นอน ข้ามีแผนที่จะจัดการมันแล้ว" ตาของเนียลี่เป็นประกายขึ้นมา

       หลังจากเห็นท่าทีของเนียลี่ ตู่ซื่อถึงกับตกตลึง เนียลี่ไม่ได้มีท่าทีเหมือนว่ากำลังพูดเล่น เนียลี่ตั้งใจที่จะล้มล้างตระกูลศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง ? มันต้องลำบากกว่าการชนะการประลองอย่างแน่นอน

" หลังจากนี้เจ้าจะทำยังไงต่อ หากเจ้บอกพวกข้า พี่น้องของเจ้าจะสนับสนุนเจ้าอย่างแน่นอน ! " ตู่ซื่อพูดด้วยท่าทีจริงจัง ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะไม่สามารถเทียบกับเนียลี่ได้ ขอเพียงแค่เนียลี่เอ่ยปาก ถึงแม้มันจักต้องแลกมาด้วยชีวิต เขาก็จักไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว


"เรื่องนี้เจ้าสามารถไว้ใจพวกข้าได้" ลู่เพียวหัวเราะและพูดขึ้นมา


"สมแล้วที่เป็นพี่น้องข้า" เนียลี่กระทบอกกับตู่ซืาอ ด้วยพักพวกของเขา แม้จักต้องไต่ภูเขามีดแหลมหรือลงทะเลเพลิง พวกเขาก็จักไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในชีวิตเขา



เขานึกถึงเหตุการณ์ในชาติก่อน ตู่ซื่อ และ ลู่เพียว เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องนครศักดิ์สิทธิ์ น้ำตาของเขาก็เอ่อล้นขึ้นมา ในชาตินี้เขาจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกแน่นอน




เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง