test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

5 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 95 เจ้าเมืองที่ไร้อำนาจ


        
     เอียจื้ออวิ้นนิ่งเงียบแล้วเดินไปส่งเนียลี่ที่ประตูทางที่เชื่อมต่อไปยังลานกว้างหลังจากนั้น เอียจื้ออวิ้น ได้ก้มหน้าแล้วพูดขึ้นมาว่า



“เนียลี่   จากนี้ไป อย่าได้สนใจข้าอีกเลย”



“ทำไมกัน?” เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่ถามเอียจื้ออวิ้น


          

       เอียจื้ออวิ้นเงยหน้าขึ้นมามองเนี้ยลี่ ด้วยดวงตาอันสดใสที่ถูกแต่งแต้มด้วยความโศกเศร้า   และได้ถามขึ้นมาว่า



    “หรือเจ้าไม่ได้กลัวตาย ? เจ้าไม่ได้กลัวว่าพ่อของข้าจะฆ่าเจ้าเหรอไง?



     “ฆ่าข้างั้นเหรอ? ถ้าพ่อของเจ้าต้องการจะฆ่าข้า , เาคงทำไปแล้วหล่ะ”



ดวงตาของเนี้ยลี่มองลึกเข้าไปในตาของนาง


          

     “หรือเพียงแค่ไล่ข้าออกไปจากคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง ถ้าหากไล่ข้าออกไป ข้าเองก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยพวกสมาคมทมิฬจะไม่มีทางให้ข้ารอดออกไป แต่ว่า พ่อของเจ้าก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น”


      

“แล้วทำไมพ่อข้าไม่ทำเช่นนั้น” 


          ภายในดวงตาของ เอียจื้ออวิ้น เหมือนมีประกายแห่งความสงสัยเนียลี่มองไปตามทางที่เอียเซิ่งเดินจากไป ข้างหลังของเค้าเหมือนกับหอคอยเหล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยความเหงา และอ้างว้าง ราวกับตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า



 ตอนนั้นเอง  เนี่ยลี่ก็ได้เข้าใจว่า สิ่งที่ เอียเซิ่งพูดไว้ หมายความว่าอย่างไร


    
“มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชายสินะ  แต่ช่างเถอะ  ตอนนี้เจ้าต้องฟังข้าก่อน”


           
      ตอนนี้เนี้ยหลี่เข้าใจทุกสิ่งแล้ว ไม่ใช่ว่าเอียเซิ่งจะไม่ได้ห่วงเอียจื้ออวิ้นแต่สิ่งที่เอียเซิ่งแบกรับไว้บนบ่ามันหนักหนามากเกินกว่าที่จะจินตนาการได้


        

        “ทำไมข้าต้องฟังเจ้า?” เอียจื้ออวิ้นบุ้ยปากด้วยความไม่พอใจ นางคิดว่าวันนี้มันมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องมากเกินไปแล้วแม้ว่าความสัมพันธ์ของนางกับบิดาอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก ถึงจะไม่ค่อยได้พูดคุยสนิทสนมกันแบบเหมือนพ่อลูกทั่ว ๆ ไป แต่นี่เป็นครั้งที่ที่นางถูกพ่อตำหนิ



เอียจื้ออวิ้นจึงรู้สึกเจ็บปวดในใจ  แต่ในเวลานี้นางกลับดูงดงามเป็นพิเศษ



“แค่ก แค่ก!” เนี้ยหลี่ ไอออกมาเป็นเลือด เายิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วพูดว่า


“เจ้าส่งข้าแค่นี้ก็พอแล้ว”



“อาการเจ้าแย่ลงใช่ไหม” นางมองเนี้ยหลี่เพื่อสังเกตุอาการ,เอียจื้ออวิ้นรีบสอบถามด้วยความเป็นห่วง และรีบประคองเนี่ยเลี่ยไว้



        
     “ข้าได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่คิด ข้าคงต้องใช้เวลาพักรักษาตัวสักสองวัน” เนี่ยลี่ พูด  แล้วแกล้งเอามือไปจับที่หน้าอกตัวเอง นางมองหน้าที่ของเนี้ยหลี่  นางจ้องตาแขม็งแล้วคิดว่า จะมีใครหยาบช้าไร้ยางอาย ได้มากกว่าเนียลี่อีก?


ในหัวของเาคิดอะไรอยู่บ้างเนี่ย?


        
       หลังจากที่เาได้รับบาดเจ็บจากพ่อของนาง ทำไมเายังต้องการที่จะพักอยู่ที่นี่อีกสองวัน?หรือว่าในหัวของเนี่ยลี่จะมีแต่แป้งเปียก ?(สำนวนจีนหมายถึงไม่มีสมอง เหมือนกับคำว่า หัวขี้เลื่อย)


ทำไมเาไม่กลัวว่าพ่อนางจะโกรธแล้วมาฆ่าเาเลย?


             ในตอนนี้ ณ มุมหนึ่งของคฤหาสก์ของเจ้าเมือง  มีร่างของคนสองคนยืนอย่างองอาจหนึ่งในนั้นคือเอียเซิ่ง ที่เดินออกมาจากสวนของเอียจื้ออวิ้นส่วนอีกคนก็คือประธานกู้เหยียนของสมาคมปรุงยา


         
        “ท่านเจ้าเมือง  ดูเหมือนท่านจะทำให้เขาบาดเจ็บหนักเกินไปแล้ว  หากอาจารย์ของเค้าเกิดความไม่พอใจขึ้นมา  อาจจะเป็นปัญหาต่อเมืองกลอรี่ของเราขึ้นมาก็เป็นได้”



กู้เหยียนยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่กำลังพูดคุยกับเอียเซิ่ง


   
“ข้าทำเกินไปอย่างนั้นเหรอ?” ความรู้สึกที่อยากฆ่า ยังคงออกมาจากสายตาของเอียเซิ่ง

   

“มันดีแค่ไหนแล้วที่ข้ายังไว้ชีวิตมัน ไอ้เด็กเหลือขอนี่  บังอาจมาหาลูกสาวข้าในตำหนักของข้า แม้กระทั่งทำลายความบริสุทธิ์ของลูกสาวข้าไป”


          

     กู้เหยียนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน  เพราะเนียลี่ก็ทำเกินไปจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้ มีอะไรกับลูกสาวของท่านเจ้าเมืองในตำหนักของเา เรื่องแบบนี้ คงมีเนียลี่คนเดียวที่กล้าทำ ท่านเจ้าเมืองไม่ฆ่าเาก็นับว่าโชคดีแล้ว




“แล้วทำไมท่านเจ้าเมืองถึงไม่โยนเค้าออกไปข้างนอกตำหนักหล่ะ?



“จะให้ข้าใช้อะไรโยนมันออกไปหล่ะ เจ้าเด็กเหลือขอนี่ มีความรอบรู้ดั่งพระเจ้าและยังมีจิตอสูร  แล้วยังมีความสามารถให้การต่อสู้กลายเป็นโมฆะได้”




       “มีเพียงร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์เพียงไม่กี่คนที่จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครอยู่ที่ไหน  
เจ้าเด็กเหลือขอนั่น  สามารถไปมาที่ไหนก็ได้ในตำหนักหลังนี้ !  ปัญหาก็คือ ข้าไม่รู้ว่าเค้าไปที่ห้องลูกสาวข้าได้อย่างไร


    
       เจ้าเด็กเหลือขอ นั่นทำได้ง่ายเหมือนกับเป็นเรื่องเด็ก ๆ! นั่นมันทำให้ข้าแทบบ้า หรือข้าจะต้องเอาลูกสาวข้าไปขังในในห้องลับสักห้อง?" เอียเซิ่ง ถอนหายใจอย่างแรง


       
       “เด็กคนนี้สามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย  นอกจากนี้  เค้ายังมีสูตรยาวิเศษ ที่คอยสนับสนุนเมืองกลอรี่  เมืองนี้ ยังต้องการพึ่งเค้าอีกในการปกป้องอีกในอนาคต เพื่อความรุ่งเรืองของเมืองกลอรี่ ข้าถึงต้องอดทนอดกลั้นขนาดนี้!

      

        หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเอียเซิ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กู้เหยียนรู้สึกเหมือนฟังเรื่องตลก ที่ท่านเจ้าเมืองผู้น่าเกรงขาม ทำอะไรไม่ถูกกับเด็กอายุ 13 ปี



      “อายุแค่สิบสามปี แล้วยังกล้าที่จะท้าทายทำตัวเจ้าชู้ในตำหนักของเจ้าเมือง อะไรที่ทำให้เจ้าเด็กนี่บ้าบิ่นขนาดนี้?


    “ในมุมมองของข้า หากจื้ออวิ้น จะเจริญรอยตามท่าน  นางคงจะต้องเผชิญความยากลำบาก”


   
   “จากที่ข้าได้รู้มาจนถึงตอนนี้ เจ้าเด็กเหลือขอไม่ได้มีแค่ลูกสาวข้าคนเดียว ยังมีลูกสาวของตระกูล ปีกมังกร (เซี่ยวหนิงเอ๋อ) และ ลูกสาวตระกูลฮูเหยียน (ฮูเหยียน หลานเร่อ) เจ้าเหลือขอนี่จะต้องไม่มีภรรยา เพียงคนเดียวแน่นอนในอนาคต!” เอียเซิ่งรู้สึกไม่พอใจอย่างที่สุด.




    “แล้วท่านเจ้าเมืองจะทำเช่นใด” กู้เหยียนมองไปที่เอียเซิ่ง ถามพร้อมกับหัวเราะไปพร้อมกัน



    “ข้าจะทำอะไรได้ ข้าทำได้เพียงอดทนเท่านั้น!
เอียเซิ่ง  กัดฟันจนแน่น ตั้งแต่ที่เขาขึ้นเป็นเจ้าเมือง ไม่มีครั้งไหนที่จะทำให้เค้าเสียหน้าเท่านี้มาก่อน



    
     “ก่อนหน้านี้ ถ้าเจ้าเด็กบ้านี่  แสดงความใจเสาะหลบอยู่หลัง จื้ออวิ้น  แม้ว่าข้าจะต้องละเมิดต่ออาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา ข้าคงจะฆ่าเขาไปแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้น เค้าก็ยังมีความกล้าอยู่ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แม้ว่าเขาอาจจะมีผู้หญิงหลายคนในอนาคต  แต่ข้าคิดว่า เค้าจะไม่ทำให้จื้ออวิ้น ต้องตกต่ำลงแน่นอน”



    ได้ฟังคำพูดของเอียเซิ่ง กู้เหยียน ก็รู้สึกโล่งใจ ยังเป็นเรื่องดี ที่เรื่องนี้ยังไปไม่ถึงจุดที่แก้ไขไม่ได้



    “กู้เหยียน เจ้ารู้ไหมว่า [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ]  คืออะไร?” เอียเซิ่ง นึกขึ้นได้จึงสอบถามกู้เหยียน



    “ข้ายังไม่ทราบ ยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องนี้” กู้เหยียนส่ายหัว แล้วตอบกลับไป


    

  “ตามคำพูดของไอ้เด็กเหลือขอนี่  ถ้าเาใช้  [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ] เขาก็จะสามารถเอาชนะข้าได้

     

      ถึงจะอย่างนั้น แต่ดูเหมือนว่า ผลสะท้อนกลับของ [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ ] จะรุนแรงมาก แน่นอนว่าหลังจากที่ใช้แล้วเขาอาจจะต้องแลกชีวิต 


  
     คงเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่อาจารย์ของเขาได้สอนไว้  ถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานกู้เหยียน ท่านลองพยายาม สอบถาม [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ] จากเจ้าเด็กคนนี้ให้ได้!”


      
เอียเซิ่งเงียบไปสักครู่  หลังจากที่พูดจบ
กู้เหยียน  ยึนตะลึงอยู่ชั่วครู่ แล้วพูดว่า



“หรือท่านเจ้าเมืองคิดจะใช้  [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ] ?เป็นไปไม่ได้ ! เพราะท่านเจ้าเมืองบอกว่า [เคล็ดคืนกลับวิญญาณ ]มีผลกระทบอย่างรุนแรง?



  แล้วทั้งสองคนยืนนิ่งเงียบ จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา


   

      “เทคนิคต้องห้ามแบบนี้ ไม่มีทางที่จะใช้ จนกว่าจะ สิ้นหนทางจริง ๆยังไงซะ ถ้าหากไม่มีการเตรียมการที่จะรับมืออันตราย เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาคมทมิฬ เริ่มเคลื่อนไหว จนไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว!”




     “หรือว่า มีข่าวจากท่าน เอียมัว? “  กู้เหยียนมองไปที่ เอียเซิ่ง   และถามด้วยความสงสัย



      “ถูกต้อง  สมาคมทมิฬ ต้องการ ใช้สัตว์อสูร ทำลายความรุ่งเรืองของเมืองกลอรี่”



     “ใช้สัตว์อสูรทำลายเมืองกลอรี่ งั้นเหรอ? ทำไปแล้วพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์อันใด กู้หยียนรู้สึกแปลกใจ



 เจ้าพวกบ้าสมาคมมิ? ถ้าเมืองกลอรี่ถูกทำลายลงไป พวกเายังจะมีชีวิตรอดได้อีกเหรอ?



   “พวกมันอาจมีวิธีหลบเลี่ยงการโจมตีจากสัตว์ร้ายหวกนั้น!”เอียเซิ่งพูด


       
    กู้เหยียนยืนคิดแล้วพูดขึ้นมาว่า ทำไมท่านไม่ลองปรึกษาเนี่ยลี่ ดูสักหน่อยหล่ะ? บางทีเค้าอาจจะมีวิธีแก้ปัญหานี้ได้!



  “ปรึกษาเจ้าเด็กเหลือขอนั่นนะเหรอ?” เอียเซิ่ง พูดด้วยหน้าบูดบึ้ง




     “แค่ข้าไว้ชีวิตเจ้าเด็กนั่น มันก็ดีแค่ไหนแล้ว  แล้วจะให้ข้าไปขอให้มันช่วย ข้าไม่มีมีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาด”


       

     หลังจากได้ยินคำพูดของเอียเซิ่ง กู้เหยียนยิ้มอย่างขมขื่น เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะสามารถที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของทั้งคู่ได้



ภายในห้องของจื้ออวิ้น เนี่ยลี่กำลังนั่งสมาธิอยู่บนเตียง


         
        แม้ว่าเนี้ยหลี่จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากเอียเซิ่ง  ทำให้ ขอบเขตวิญญาณของเนี้ยหลี่มีรอยแยก แต่เพราะเหตุนี้เอง ทำให้เขาพัฒนาขึ้นไปได้อีกขั้น

          
           เขาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังวิญญาณได้หมุนวนไปรอบ ๆตัวของเนี้ยหลี่
หลังจากที่ได้บ่มเพาะพลังวิญญาณ  เนี้ยหลี่ได้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกไม่นานพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ จะเลื่อนระดับขึ้นไป




         เอียจื้ออวิ้น ไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกับเนี้ยหลี่ตอนนี้ นางอยากจะไปขอร้องพ่อนาง แต่พอคิดถึงความเข้มงวดของพ่อนางแล้ว นางได้แต่ถอนหายใจ
ด้วยการแม่ของนางเสียชีวิตไปเร็วเกินไปนัก ความสัมพันธ์ของนางกับพ่อก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกัน  


     นับแต่แต่นางยังเด็ก ก็ได้รับการกวดขันอย่างเข้มงวด เขาให้นางฝึกซ้อมแทบไม่ได้หยุด เพราะการบ่มเพาะของนางนั้นสูงกว่าเพื่อน ๆในวัยเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความเข้มงวดของพ่อนางในวันนี้  นางไม่เคยได้เจอะเจอมาก่อน



     “เนียลี่ ข้าจะทำยังไงกับเจ้าดี?


      พอนึกย้อนไป ทั้ง ๆ ที่เนียลี่ก็รู้ดีว่า ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของพ่อของนางได้ แต่เนียลี่ยังคนยืนหยัดอยู่ข้างหน้านาง นั่นก็ทำให้นางเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาในใจ


          
      แม้ว่าเนียลี่ มักจะทำเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ  แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญ เขาก็แสดงความกล้าหาญออกมา นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้นางรู้สึกผูกพัน และมีความสุขมากพอแล้ว ในเวลาเดียวกัน  สิ่งที่พ่อของนางทำ ทำให้ เอียจื้ออวิ้น รู้สึกสับสนมาก นางคิดว่าพ่อของนางมีอะไรในใจมากกว่าความโกรธ


             

       แต่ถึงอย่างไร นางคิดว่า สิ่งที่พ่อของนางต้องการนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ให้นางเลื่อนระดับไปเป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ภายในหนึ่งปี เอียจื้ออวิ้นอยากรู้ว่าพ่อของนางคิดอะไรอยู่ แต่ถึงกระนั้น  นางก็จะฝึกอย่างหนัก และจะไม่ทำให้พ่อของนางผิดหวัง...จบตอน

แปลโดย [นายมะพร้าว]






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง