test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

29 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 127 ปะ ฉะ ดะ



               ฮูเหยียนเซียง เหลือบสายตามองไปยัง เอี้ยซ่ง กับ หยางซิ่น ทำให้เข้าใจบางอย่าง หาก เนี่ยหลี่ เป็นเพียงอัจฉริยะธรรมดาที่ได้รับความสนใจบางอย่างแม้ว่า เอี้ยซ่ง จะไม่สังหาร เนี่ยหลี่ แต่อย่างน้อยที่สุดคงจะสอนให้รับรู้ถึงบทเรียนสำหรับการหยิ่งจองหองดังนั้น หลังจากที่ได้เป็นอัจฉริยะ 


             

               การหยิ่งจองหองมันเป็นเพียงการเพิ่มความน่ารำคาญให้กับผู้พบเห็นเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่แม้แต่เอี้ยซ่งจะไม่ทำการสั่งสอนใดๆแล้วเขายังให้การคุ้มครอง เนี่ยหลี่ อีกด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ ฮูเหยียนเซียง รู้สึกระแคะระคาย ไม่ครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง แม้แต่หยางซิ่นก็มิเอ่ยวาจาใดๆ



           มันดูเหมือนว่านอกเหนือจากความสามารถของ เนี่ยหลี่ แล้ว เนี่ยหลี่ ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่คุ้มค่ามากพอให้สังเกตเห็น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายใน นครรุ่งโรจน์ช่วงเวลาที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ ฮูเหยียนเซียง ตระหนักได้ถึงความจริงเล็กน้อย ไม่น่าแปลกใจที่ลูกสาวของมันจึงไม่เห็น เอี้ยฮั่น อยู่ในสายตานางเลยแม้แต่น้อย กลับแปรเปลี่ยนไปยังที่เนี่ยหลี่เพียงผู้เดียว บุตรสาวตระกูฮูเหยียนนั้น ไม่เคยประเมินผู้ใดผิดพลาด




              เสิ่นฮอง ยังเงียบขรึมไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆเหล่าคนหนุ่มสาวในห้องโถงต่างบิดเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นไม่มีผู้ใดคาดคิดได้เลยว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้



           แม้เนี่ยหลี่จะแสดงท่าทีหยิ่งยะโส แต่เอี้ยซ่งกลับไม่ลงโทษแต่ยังให้ความคุ้มครองแก่เนี่ยหลี่ สิ่งนี้มัน นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรกัน?
จากเนียหลี่ กล่าวมา ว่าเพียงต้องการปิดกั้น เอี้ยฮั่น เพียงเท่านั้น 




          ถ้าเนี่ยหลี่ ไม่ได้ต้องการที่จะขึ้นเป็นเจ้าเมืองอีกต่อไป นั่นหมายความว่าทางเจ้าเมืองให้เนี่ยหลี่สามารถขึ้นเป็นเจ้าเมืองได้งั้นรึ? ไม่ต้องสงสัยเลย นี่เป็นข่าวใหญ่ระหว่างเนี่ยหลี่และเอี้ยฮั่น ให้ผู้คนได้คอยจับตาดูพวกเขาทั้งคู่อย่างแน่นอน
ณ เวลานี้ เอี้ยซ่งรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เอี้ยซ่งเข้าใจดีว่าการกระทำในวันนี้ ได้สร้างระยะห่างระหว่างเอี้ยฮั่นไปแล้วเรียบร้อย



            การดำเนินการก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วเนี่ยหลี่ยังสะกัดกั้นเอี้ยฮั่นอีกด้วยแม้ว่าเอี้ยฮั่นจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ในจิตใจกลับถูกความมืดเข้าปกคลุม นับตั้งแต่เอี้ยฮั่น เข้ามายังคฤหาสน์เจ้าเมือง และได้กลายเป็นลูกบุญธรรมของ เอี้ยซ่ง เอี้ยฮั่น ก็เข้าใจว่ามีเพียงเส้นทางเดียวให้เลือกเท่านั้น นั่นคือการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและขึ้นเป็นเจ้าเมืองสืบต่อไป 



          ถ้าเอี้ยฮั่นล้มเหลว และ เอี้ยจืออวิ้นหรือคนอื่นๆอาจจะแย่งตำแหน่งของเขาในตระกูลลมหิมะไปได้ คงจะเป็นที่น่าอึดอัดใจมาก นอกเหนือจาก เอี้ยซ่ง แล้ว คนอื่นๆในตระกูลลมหิมะยังไม่ไว้วางใจเขาเท่าไรนัก



          
           นอกจากนี้ เนี่ยหลี่บอกว่าต้องการสู้กับเขาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเมือง เอี้ยซ่ง ไม่แม้แต่จะสอนบทเรียนให้แก่เนี่ยหลี่ เอี้ยซ่งยังต้องการจะหยุด เสิ่นฮอง ความหมายของการกระทำนี้ชัดเจนมากคือการปกป้องเนี่ยหลี่! มันอาจจะเป็นการตั้งใจที่จะให้เนี่ยหลี่ขึ้นเป็นเจ้าเมือง ?
เนี่ยหลี่นั้นเป็นคนนอกและไม่ได้เป็นคนตระกูลลมหิมะ อย่างไรก็ตาม เอี้ยฮั่นเข้าใจว่าเอี้ยซ่งทำตัวเป็นกลาง 



               ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีความสามารถที่จะนำเมืองไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้ แม้ว่าผู้นั้นจักมิได้เป็นสมาชิกตระกูลลมหิมะ เอี้ยซ่งก็จะผลักดันมันผู้นั้นขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งเจ้าเมืองแน่นอน เป็นเรื่องจริงที่เอียซ่งได้ทำให้เขาเช่นนี้
เอี้ยฮั่น รู้สึกกดดันจากเนี่ยหลี่




            เมื่อเห็นการหยิ่งและเอาแต่ใจของเนี่ยหลี่ และยังการทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงโดยง่าย ฮูเหยียนหลานรั่ว ตาเป็นประกายขึ้นมาทันใดนางสงสัยว่าเนี่ยหลี่จะสามารถทำสำเร็จดังที่กล่าวมา นางนั้นคิดว่าเนี่ยหลี่น่านับถือยิ่งนัก นับแต่นางยังเด็กนางได้ก่อปัญหาเอาไว้ หลังจากนั้นก็โดนลงโทษโดยผู้อาวุโสกว่ามากมาย อย่างไรก็ตามแม้ว่าเนี่ยหลี่ได้ก่อปัญหาขึ้น กลับไม่มีใครเลยที่จะกล้าตำหนิติเตียนเขาและเขายังคงมีลักษณะโดดเด่นอยู่เสมอ ระดับของเนี่ยหลี่นั้นช่างเป็นระดับที่เหนือกว่านางมากนัก




            ‘เจ้าเป็นชายที่ข้าปราถนาที่แท้จริงฮูเหยียนหลานรั่วคิดอย่างภาคภูมิใจเนี่ยหลี่ปราดสายตามองไปยังทุกผู้ทุกคน เสิ่นเฟยและพรรคพวกมิกล้าแม่แต่จะสบตาพวกเขาทำได้เพียงก้มหัวลงเท่านั้น ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีหยิ่งยะโสที่เนี่ยหลี่แสดงออกมาพวกเขารู้ทันทีว่าตัวตนของพวกเขานั้นได้ถูกทำให้เลือนหายไปแล้ว 




              เนี่ยหลี่กล้าที่จะทำตัวยะโสในงานจัดเลี้ยงที่คฤหาสน์เจ้าเมืองหากเป็นผู้อื่นจะกล้าได้หรือไม่
นอกเหนือจาก เฉิน หลินเจี๋ยน เอี้ยฮั่น ฮูเหยียนหลานรั่ว และอื่นๆ ส่วนน้อย ที่เหลือมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับท่าทีที่สง่างามของเนี่ยหลี่
เฉินหลินเจี๋ยนหัวเราะออกมา เขาไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จักเป็นคนที่น่าสนใจได้ถึงเพียงนี้ หลินเจี๋ยนชื่นชมเนี่ยหลี่ ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง



“ไอ้เกลอ เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก!



        เฉินหลินเจี๋ยนทำสัญญาณตาส่งมาทางเนี่ยหลี่ อย่างไรก็ตามหลินเจี๋ยนไม่รู้เลยว่าปฏิกิริยาของคนในห้องโถงนี้ เป็นไปตามการคาดการณ์ของเนี่ยหลี่เอี้ยฮั่นทำใจเย็นแล้วยิ้มกล่าว 



          “ข้าไม่เคยคิดต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเมือง ข้ารู้สึกว่า จืออวิ้นน้อยเหมาะสมจะเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปเสียมากกว่า 


         หากว่าจืออวิ้นน้อยกลายเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปข้าก็พร้อมทำการสนับสนุนช่วยเหลืออย่างถึงที่สุดแม้ว่ามันจะหมายถีงความตายของข้าก็ตามทีแต่การที่ให้ คนนอกที่ไม่ใช่สายเลือดตระกูลลมหิมะมาเป็นเจ้าเมืองนั้นไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ตระกูลอื่นๆในนครรุ่งโรจน์ก็คงจะเห็นด้วยเช่นกัน !
เป็นการกระทำที่ไม่เลวเลยทีเดียว!



     คิ้วของเนี่ยหลี่กระตุกเล็กน้อย เอี้ยฮั่น หมอนี่ช่างร้ายมิเบาเลยทีเดียว


        
            เหตุการณ์ที่สร้างมาของเนี่ยหลี่ ดูเหมือนไม่สามารถสั่นทอนของเอี้ยฮั่นได้ มิหนำซ้ำเอี้ยฮั่นยังวางแผนมาถึงจุดนี้ได้อีก
เนี่ยหลี่ เอามือทั้งสองข้างมาวางวางไว้บนหัวและกล่าวว่า



         “ถ้า เอี้ยจืออวิ้น เป็นเจ้าเมืองตามธรรมชาติตัวข้านี้ก็จักมิขัดข้องอันใด แต่ถ้าบุคคลอื่นจะกลายเป็นเจ้าเมืองข้าก็ยินดีที่จะทำลายคฤหาสน์เจ้าเมืองนี้เสีย!



      เนี่ยหลี่ไม่ได้กล่าวโอ้อวดแน่นอนเนี่ยหลี่สามารถทำมันได้เหล่าผู้นำตระกูลคนอื่นได้ยินประกาศของเนี่ยหลี่และมองไปยัง เอี้ยซ่ง แต่เอี้ยซ่งยังนิ่งเงียบ



           ในความเป็นจริงเอี้ยซ่งก็เศร้าใจไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในวันแรกที่เอี้ยฮั่นเป็นที่รู้จักเอี้ยฮั่นเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษในหมู่คนรุ่นเยาว์เป็นคนที่มีแนวโน้มมากคนหนึ่ง เขาได้เลี้ยงดูเอี้ยฮั่นโดยหวังจะให้เอี้ยฮั่นขึ้นเป็นเจ้าเมืองสืบต่อไป นอกจากนี้เอี้ยฮั่นยังตั้งใจฝึกฝนด้วยความตั้งใจเป็นอย่างดี



           อย่างไรก็ตาม การที่เนี่ยหลี่ปรากฏตัวออกมาด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม เนี่ยหลี่ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมนักปรุงยาแล้วยังมีผู้เชี่ยวชาญสูงสุดที่สนับสนุนเขา นอกเหนือจากนั้นอาณาเขตหมื่นอสูรยังขึ้นอยู่กับเนี่ยหลี่



           สามารถพูดได้ว่าการช่วยเหลือของเนี่ยหลี่ ทำให้นครรุ่งโรจน์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ พวกเขาจะไม่ได้กลัวการคุมคามของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจอีกต่อไป หากตำแหน่งเจ้าเมืองตกอยู่กับผู้อื่น เนี่ยหลี่จักต้องทำลายคฤหาสน์เจ้าเมืองทิ้งเป็นอย่างแน่นอนฃ
นครรุ่งโรจน์นี้สามารถดำรงอยู่ได้หากไม่มี เอี้ยฮั่น แต่กลับไม่ได้หากปราศจากเนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่สามารถกำราบเอี้ยฮั่นได้โดยไม่ยากเย็นนัก




         ถึงไรก็ตามเอี้ยฮั่นก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของเอี้ยซ่ง หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานหลายปีพวกเขาได้สร้างสัมพันธ์อันลึกซึ้ง (อยากเข้าแนว วายแบบนี้ดิเฮ้ย ) ถ้าอยู่ๆจะบอกว่าเอี้ยฮั่นไม่มีหวังที่จะได้เป็นเจ้าเมือง เขาจะรู้สึกอย่างไร จะพอใจหรือไม่?




          ผู้นำตระกูลอื่นๆต่างเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการแสดงออกของเอี้ยซ่ง พวกเขาเข้าใจความเงียบของเอี้ยซ่ง เอี้ยฮั่นไม่มีความหวังที่จะเป็นเจ้าเมืองเลยแม้แต่น้อย



            สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!ไม่เพียงแต่เนี่ยหลี่เป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นในคฤหาสน์เจ้าเมือง นอกจากนี้ยังถูกปกป้องจากเอี้ยงซ่งและสมาคมนักปรุงยา เรื่องนี้ทำให้ตระกูลต่างๆต้องประเมินเนี่ยหลี่ใหม่เลยทีเดียว



          เอี้ยจืออวิ้นมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความโสกเศร้าเล็กๆน้อยๆ แต่มิได้ลบล้างคำพูดของเนี่ยหลี่ แม้ว่าเอี้ยจืออวิ้นไม่ได้ต้องการที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่ง แต่นางก็รู้สึกขมขื่นในบางการกระทำของเอี้ยซ่ง นับตั้งแต่นางยังเด็กนางมักจะได้ยินเรื่องการบ่มเพาะพลังของเอี้ยฮั่นที่มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ออกมาจากปากเอี้ยซ่ง เวลาที่เอี้ยซ่งใช้สอนเอี้ยฮั่นก็มากกว่าของนาง(พ่อประสาอะไร?ปล.สงสัยคนแต่มีปัญหากับพ่อมากพอดู)




             ในจิตใจของเอี้ยจืออวิ้น เอี้ยฮั่นคือคนที่ขโมยความอบอุ่นจากพ่อของนาง แม่ว่านางจะบอกกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนที่เอี้ยซ่งทำไปทั้งหมดเพื่อนครรุ่งโรจน์และได้ยืนกรานที่จะมอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้แก่เอี้ยฮั่น หัวใจของนางไม่สามารถสงบลงได้ แม้ว่าเอี้ยจืออวิ้นไม่ได้มีความประสงค์จะเป็นเจ้าเมือง แต่เอี้ยซ่งก็ดูแลเอี้ยฮั่นดีกว่า แม้ว่านางจะเป็นลูกแท้ๆของเอี้ยซ่งก็ตาม




             เอี้ยจืออวิ้นรู้ถึงเหตุผลที่เนี่ยหลี่ทำไปเช่นนั้น อาจเป็นเพราะเนี่ยหลี่สังเกตเห็นบางอย่างในตัวนาง แม้ว่านางจะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เมื่อเนี่ยหลี่ทำมัน นางกลับรู้สึกสบายใจเป็นที่สุด



             เมื่อได้อยู่กับเนี่ยหลี่เอี้ยจืออวิ้นมีความสุขอย่างที่สุด แม่ว่านางจะโกรธจากการกลั่นแกล้งของเนี่ยหลี่ แต่เมื่อการได้ออกมาสู่ภายนอกพร้อมกับเนี่ยหลี่นางไม่ได้ถูกตกเป็นเบี้ยล่าง เนื่องจากเนี่ยหลี่ทำตัวเป็นผู้ปกครองของเธอแทนเนี่ยหลี่ไม่เคยที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ใด 




             หากมีใครคิดจะต่อต้านเขา นั่นก็เปรียบได้ว่าผู้ที่ต่อต้านนั้นได้ลงชื่อใบรับรองการตายด้วยตัวของพวกมันเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ของ เสิ้นหยู เสิ่นเฟยที่เคยกดขี่เนี่ยหลี่ต่อสาธารณชนแต่บัดนี้แม้แต่จะเงยหน้าข้นมองสบตากับเนี่ยหลี่โดยตรงยังขาดซึ่งความหาญกล้า



           เนี่ยหลี่เป็นซาตานกลับชาติมาเกิดชัดๆ
เสี่ยวหนิงเอ๋อ มองไปยังรูปร่างของเนี่ยหลี่ ตาของนางก็เกิดไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า เบื้องหน้าของเธอ ณ ตอนนี้ คือชายที่นางชื่นชอบ เมื่อเนี่ยหลี่เอ่ยวาจา 



            โลกทั้งโลกจมอยู่กับความเงียบงัน ไม่มีอะไรที่เขาจะทำไม่สำเร็จบนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว ความสบายใจปลอดภัยที่ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ได้รับราวกับพญาอินทรีย์สยายปีกมาห่อหุ้มร่างของนางเอาไว้



    ไม่มีใครทำให้ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน




            เสี่ยวหนิงเอ๋อ เดิมทีนางนั้นถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้นางจึงวิตกกังวลและหวาดกลัวมิหนำซ้ำยังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายอีกด้วย เหตุผลเดียวที่นางฝึกฝนอย่างหนักเพื่อที่จะสลัดชะตากรรมที่น่าสังเวช แต่สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปหลังจากการปรากฏตัวของ เนี่ยหลี่ 



            ในอนาคตภายภาคหน้าจักไม่มีใครสามารถบีบบังคับให้นางแต่งเข้าตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีก ภายใต้สายตาของเนี่ยหลี่ เสิ่นเฟย ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง 


แม้แต่ผู้นำตระกูลอื่นๆก็ไม่สามารถจัดการได้เช่นกัน



         เนี่ยหลี่ไม่ได้ใส่ใจในเอี้ยฮั่น สายตาเนี่ยหลี่จ้องไปยังเสิ่นเฟย “เสิ่นเฟย เจ้ารู้ตัวบ้างมั้ยว่าตอนนี้เจ้าอยู่ ในสถานที่แห่งใด? ในคฤหาสน์เจ้าเมืองที่ใช้สำหรับจัดงานเลี่ยงตัวเจ้าเองสามารถเข้าร่วมได้ด้วยรึ?ออกไปเสียเดียวนี้เลยจะดีกว่ามิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าทารุณกับสิ่งที่ข้าจะทำต่อไปนี้!!




              เสิ่นเฟยถึงกับเข่าอ่อนแทบจะทรุดตัวลงเสียเดี๋ยวนั้น ตั้งแต่การพ่ายแพ้คราวนั้นเขาได้เลี่ยงการปะทะกับเนี่ยหลี่มาโดยตลอด แต่เสิ่นเฟยไม่เคยคาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะมาไกลถึงขนาดนี้ เสิ่ยเฟยจ้องมาที่เนี่ยหลี่ด้วยความอาฆาตแค้น 



“เนี่ยหลี่เจ้าอย่าได้หวังว่าเจ้าจะได้อะไรไปมากกว่านี้!!


“โอ้ นี่เจ้ากำลังจะบอกข้าว่านายน้อย เสิ่น อย่างเจ้าสามารถที่จะระรานผู้อื่นผู้ใดก็ได้ตามต้องการ แต่ข้านั้นไม่สามารถ? 



        หากเจ้ายังกล้ายืนเสนอหน้าอยู่ที่แห่งนี้อีกหละก็เจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติดาบเทพอัสนีบาตรของข้าอย่างแน่นอน!” เนี่ยหลี่พยักหน้าลง ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดาบเทพอัสนีบาตปักลงพื้นห้องโถงจัดงานเลี้ยงไปครึ่งดาบพลันปรากฏให้เห็นรอยแตกเป็นทางยาวคล้ายใยแมงมุมแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
จบตอน..... ปั่นเสร็จแล้วน้า


แปลโดย สินธ์นวล







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง