test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 123 เจ้าเมืองตัวน้อย

เมื่อเซี่ยวหนิงเอ๋อนั่งข้างเตียงเนี่ยลี่หลี่  เอียจื้ออวิ้นถอนหายใจเบา ๆ และเดินไปทางด้านข้าง  แม้ว่าเธอดูเหมือนจะเป็นห่วงเขา แต่ในบางครั้งเธอก็ยังมองไปยังเนี่ยหลี่
กำลังมองหาที่เงียบ ๆ นอน เนี่ยลี่ ในหัวใจของเอียจื้ออวิ้นกำลังสับสน
หนิงเอ๋อชอบเจ้ามาก แต่ทำไมเจ้ายังคงตามตื้อข้ากัน "
หัวใจของพวกเอียจื่ออวิ้นมีความขุ่นเคืองนิดๆ  เนี่ยลี่เป็นดุจดังคนพาลที่ได้บุกเข้ามาในชีวิตของเธอ และทำให้หัวใจของเธอกำลังสั่นไหว
เมื่อหนิงเอ๋ออยู่กับเนี่ยลี่ เธอจึงพาเนี่ยยูออกไป จื่ออวิ้นได้ตระหนักว่าเธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้  เมื่อเธอเห็น เนี่ยหลี่หมดสติอยู่เธอได้ตระหนักถึงที่สุดว่าเธอเป็นห่วงเขาจริงๆ
มันดูเหมือนว่า เนี่ยหลี่ได้หักผ่านเข้าไปในหัวใจของเธอ
แต่เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี
หลังจากเนี่ยหลี่หลับก็เริ่มที่ตกอยู่ความทุกข์ทรมานคิ้วของเขาขมวดแน่น ทำให้เกิดเซี่ยวหนิงเอ๋อเกิดความกังวล
"เนี่ยหลี่ฝันร้าย?" เซี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวว่าด้วยความเป็นห่วง
"เอียจื้ออวิ้น"
เนี่ยลี่กำลังฝัน บนใบหน้าสีหน้าเจ็บปวดปรากฎบนใบหน้าของเขาและเรียกออกมาบาดใจ ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมไปด้วยน้ำตา
ไม่รู้ว่า เนี่ยหลี่ฝันเกี่ยวสิ่งใด ในหัวเซี่ยวหนิงเอ๋อเหมือนถูกฉีกขาดออกจากกันอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินชื่อที่เขาเรียกว่าออกมา แต่เธอกั้นน้ำตามิให้ไหลออกมา
ในครั้งแรกที่เจอกับ เนี่ยหลี่เขาแล้วว่าหนึ่งเขาชอบเอียจื้ออวิ้นแต่เซี่ยวหนิงเอ๋อยังรักเนี่ยหลี่โดยไม่ลังเล
เมื่อเขาเรียกชื่อเอียจื้ออวิ้นออกมาทำให้เกิดบรรยากาศระหว่างเซี่ยวหนิงเอ๋อและเอียจื้ออวิ้นเป็นที่น่าอึดอัดใจมาก
เอียจื้ออวิ้นไม่สามารถทราบได้ว่าทำไมเขาถึงฝันถึงเธอ นอกจากนี้ยังมีน้ำตาครอบคลุมใบหน้าของเขา เธอมีความรู้สึกว่าเอียจื้ออวิ้นที่เนี่ยหลี่ได้เรียกหาอยู่นั้นไม่ได้เป็นชื่อเธอ เธอคิดไม่ออกว่าทำไมเนี่ยหลี่ถึงรักเธอมากในหัวใจของเอียจื้ออวิ้นมีความรู้สึกเล็ก ๆแต่เธอก็ยังรู้สึกที่ไม่ดีกับหนิงเอ๋อ
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ
"หนิงเอ๋อ ข้า.. ...... " เอียจื้ออวิ้นไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอรู้ว่าเซี่ยวหนิงเอ๋อชอบเนี่ยลี่มาก มันเหมือนกับเธอได้ขโมยผู้ชายเซี่ยวหนิงเอ๋อชอบ
ตัวของหนิงเอ๋อสั่นเล็กน้อยจากความพยายามที่จะให้ไม่ให้น้ำตาตก เธอก้มหน้าลงและมองไปที่ใบหน้าของเนี่ยหลี่ จากนั้นเธอก็นำผ้าห่มให้เขา และลุกขึ้นยืน ในตอนนี้เธอกลับไปในบุคลิคที่เย็นชาของเธอ
"เอียจื้ออวิ้นตั้งแต่เด็กข้าเคยอิจฉาของเจ้า เจ้าคือลูกสาวของเจ้าเมืองไม่มีใครที่สามารถบังคับให้เจ้าทำอะไร เจ้าเพียงแค่ยื่นมือออกและทุกสิ่งที่สวยงามในโลกจะถูกส่งถึงเจ้า แต่ถึงอย่างนั้น ข้าจะต่อสู้เพื่อทุกอย่างที่ข้าต้องการ แม้การหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ข้าก็เสี่ยงด้วยชีวิตของข้า. "
"ในโลกนี้การที่จะหาคนที่ข้าจะรักด้วยความเต็มใจเป็นเรื่องยาก เนี่ยหลี่ทำให้ข้าเข้าใจความหมายที่จะอยู่ ในหัวใจของฉัน, ไม่มีใครมาแทนเขาได้. "
"ข้าไม่รู้ว่าระหว่างเจ้ากับเนี่ยหลี่ถึงจุดไหนทำไมเขาถึงจดจำเจ้า แม้ในยามฝันเขาก็คิดถึงเจ้า "เซี่ยวหนิงเอ๋อหยุดพูด ในดวงตาของเธอประกายที่มีร่องรอยของความโศกเศร้าและจากนั้นก็หันกลับมา" แต่ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญ. "
"ข้าเซี่ยวหนิงเอ๋อชจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเกิดสิ่งที่เกิดขึ้นข้าจะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่ ถึงแม้หากเนี่ยหลี่ไม่ได้ให้ความสนใจใด ๆ กับข้า แต่ข้าจะเป็นเงาของเขา ถึงแม้คนที่เขาชอบคือเจ้า แม้ว่าเจ้าทั้งสองลงเอยด้วยกันแต่ข้าจะยังคงไม่ยอมแพ้ "
เซี่ยวหนิงเอ๋อยืนอยู่ในจุดที่ แสงจันทร์ผาดผ่านหน้าต่างและส่องสว่างมายังตัวของของเธอ เธอสวมใส่เสื้อผ้ากระชับเหมือนรูปปั้นของเทพธิดาที่ เธอมองไปยังเนี่ยหลี่ที่นอนอยู่ความอ่อนโยนประกายผ่านสายตาของเธอ
ในขณะที่เอียจื้ออวิ้นไม่รู้คำพูดตอบเซี่ยวหนิงเอ๋อยังไงดี บางทีอาจจะเป็นเพราะปมระหว่างเซี่ยวหนิงเอ๋อและเธอนอกจากนี้เธอไม่สามารถพูดคำเช่นxปล่อยเนี่ยลี่ให้กับหนิงเอ๋อ เพราะนี่จะเป็นที่ไม่สุภาพต่อหนิงเอ๋อและเนี่ยหลี่
เอียจื้ออวิ้นลังเล? หัวใจของเธออยู่ในความสับสน
เธอแตกต่างจากหนิงเอ๋อ  เอียจื้ออวิ้นเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและไม่มีการแข่งขัน เธออาศัยอยู่ในโลกที่สงบสุข ถ้ามันไม่ใช่เพราะเนี่ยหลี่บุกในอย่างกะทันหัน, บางทีเธออาจจะไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องวุ่นวายดังกล่าว 
ในห้องเล็ก ๆ นี้ทั้งสองสาว ได้อาการตกอยู่ในอาการไม่ทราบจะพูดสิ่งใดต่อกัน
ทั้งสามวันผ่านไป เนี่ยหลี่ยังไม่ตื่น สองสาวผลัดกันในการดูแลเนี่ยหลี่  สำหรับเนี่ยยูเธอได้ทำการบ่มเพาะในห้องนอนของเธอและเมื่อใดก็ตามที่เธอเหนื่อยเธอก็จะนอน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างมากมายได้เกิดขึ้นในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง พิมพ์เขียวของอาณาเขตหมื่นอสูรได้ถูกส่งมอบแก่เอี้ยเซิ่ง หลังจากที่ได้เห็นประสิทธิภาพอาณาเขตหมื่นอสูรเป็นพวกเขารีบเกณฑ์คนจำนวนมากเพื่อสร้างมัน
ถ้าอาณาเขตหมื่นอสูรถูกวางลงก่อนหน้านี้สมาคมทมิฬจะไม่สามารถที่เหิมเกริมและทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้
คฤหาสน์เจ้าเมือง,อิมแพ็คเมืองทองธานี
เอียเซิงในตอนนี้ยุ่งอยู่กับการจัดเรียงและจัดการเรื่องต่างๆ ในสงครามครั้งนี้ได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบที่ผ่านมานี้มีมากมาย  เขาได้มีการเตรียมเงินบูรณะหลายสถานที่ในคฤหาสน์ที่ถูกทำลายและเขาก็มีการส่งคนที่จะซ่อมแซมได้ เมื่อใดก็ตามที่เขาจะเมื่อเอียเซิงออกไปดูแลงานเอียจื้ออวิ้นก็จะแอบไปเยี่ยมเนี่ยหลี่โดยไม่บอกให้เขารู้

 “เรียนท่านเจ้าเมือง คุณชายเอียอั่น กลับมาแล้วครับ”
ทหารยามรีบเข้ามารายงาน
คิ้วที่ขมวดอยู่ของเอียเซิ่งคลายลง เขายิ้มแล้วสั่งการว่า
“โอ้ เอียฮั่น กลับมาแล้วงั้นเหรอ? รีบพาเขาเข้ามาเร็วๆ”
ทหารยามรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มดูดีท่าทางน่าเกรงขามได้เดินเข้ามาข้างใน เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวร่างกายของเขามีลักษณะราวกับต้นไม้หยกใบหน้าของเขางดงามราวกับได้รับการแกะสลัก เขาดูมีเหลี่ยมคม สว่างใสหมดจด ตัดกับใบหน้าอันหล่อเหลา เขามีจมูกแหลมสูงริมฝีปากหนาปานกลาง, ผมสีดำและดวงตาที่สดใส
ทุกคนที่เห็นเขาจะไม่สามารถที่จะทนฟังเสียงกรีดร้องอย่างมีความสุขได้ เช่นเสียงตะโกนว่า หนุ่มหล่อ!
เอียฮั่นบุตรบุญธรรมของเอียเซิ่ง ผู้สืบทอดที่เป็นไปได้ คนต่อไปของเจ้าเมือง เขาได้รับความสนใจเสมอในเมืองกลอรี่เมื่อเขาอายุได้สิบสามปี ตระกูลต่าง ๆ ได้ส่งคนมาขอแต่งงาน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธไป โดยเอียฮั่นได้ใช้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลัง
เอียฮั่นมิได้ให้ความหวังแก่ผู้ใด เขาบรรลุ ร่างทรงอสูร ระดับโกล์ด 1 ดาว ตั้งแต่อายุ 18 ปี กลายเป็นอัจฉริยะที่มีศักยภาพมากที่สุดต่อจากเอียมัวร์หลังจากนั้นเขาก็ทำตามคำแนะนำของตระกูลหิมะเหมันต์ โดยการออกไปฝึกฝนเป็นเวลา 2 ปี แต่แน่นอน ถ้าหากไม่มีเนี่ยลี่ที่โผล่มาอย่างกระทันหัน  ชื่อของอัจฉริยะอันดับหนึ่งคงต้องเป็นของเขาเอียฮั่น
เอียเซิ่งหัวเราะแล้วถามว่า “เอียฮั่นเจ้ากลับมาแล้ว แล้วเอียหมิงอยู่ไหนหล่ะ เขาไม่ได้กลับมาพร้อมกับเจ้างั้นเหรอ?
เอียฮั่นป้องมือของเขาอย่างสุภาพและกล่าวว่า "พี่เอียหมิงได้พบสถานที่ลับ สถานที่ที่อันตรายเกินไปสำหรับข้า เขาเลยสั่งให้ข้ากลับมายังเมืองกลอรี่ก่อน "

 “โอ้ เป็นเรื่องที่เยี่ยมไปเลย ฮ่าฮ่า ดีแล้วที่เจ้ากลับมา” เอียเซิ่งตบไหล่เอียฮั่น แล้วพูดต่อ
“เอียฮั่น เจ้าเติบใหญ่ขึ้นและดูดีกว่าเมื่อก่อนนะ แล้วตอนนี้การบ่มเพาะพลังของเจ้าคงจะไม่ได้ถดถอยไปนะ ข้าพูดถูกใช่ไหม?
 “ใช่ครับ ตอนนี้ข้าบรรลุ  3 ดาว ระดับโกลด์แล้ว”
เมื่อเอียฮั่นกล่าวถึงการบ่มเพาะของตัวเองมันฟังดูสุภาพและสงบ แต่ฟังดูราวกับไม่ได้ยากเย็นนัก
"3 ดาว ระดับโกลด์?ไม่เลวนี่ ไปได้ไกลเกินกว่าที่ข้าคาดหวังไว้! " เอียเซิ่งหัวเราะและกล่าวว่า
“คืนนี้ ข้าจะจัดงานเลี้ยงขึ้นที่คฤหาสน์เจ้าเมือง เพื่อฉลองที่เจ้ากลับมา”
 “ขอขอบคุณพ่อบุญธรรม” เอียฮั่นยิ้มเล็กน้อย เขามองไปรอบ ๆ และเอ่ยถามว่า
“ข้าแปลกใจที่ไม่เห็นน้องจื้ออวิ้นเลย ไม่ทราบว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?

เอียเซิ่งหยุดเล็กน้อยแล้วหัวเราะกล่าวว่า "จื้ออวิ้นคงยังไม่รู้ว่าเจ้ากลับมา ข้าจะส่งใครสักคนไปแจ้งให้นางเอง! "
เอียฮั่นพยักหน้าแสดงสีหน้าอ่อนโยนต่อ เขายิ้มและกล่าวว่า "ข้าได้นำอะไรบางอย่างเพื่อมอบให้กับนาง".
"จื้ออวิ้นกำลังดูแลเพื่อนของนางที่ได้รับบาดเจ็บ ข้าได้ให้คนส่งข่าวไปให้กับนางในตอนนี้ยังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน รอจนผ่านคืนนี้ไปก่อนค่อยมอบให้นางก็ได้        พ่อคนนี้จะทดสอบการบ่มเพาะของเจ้าหากเจ้าไม่ได้ผ่านการทดสอบที่ข้าจะต้องลงโทษเจ้าโดยการทำให้เจ้าติดอยู่กับกำแพง "เอียเซิ่งพูดพร้อมกับหัวเราะ
เอียฮั่นแสดงท่าทีเคร่งขรึม เขาพยักหน้าแล้วตอบว่า “ครับ”
ตระกูลต่างๆของ เมืองกลอรี่ได้ให้ความสำคัญกับทุกการเคลื่อนไหว ที่อยู่ในคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองเมื่อพวกเขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับ เอียฮั่นพวกเขาได้ส่งผู้คนมาร่วมงานมากมาย
“เจ้าได้ข่าวหรือเปล่า ท่านชายแห่งคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองกลับมาแล้ว ท่านเจ้าเมืองจะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารค่ำ ต้อนรับที่เขากลับมา”
 “ข้าได้ยินมาว่าการบ่มเพาะพลังของเขา ได้บรรลุ 3 ดาว ระดับโกลด์ แล้วภายในเวลาแค่ 2 ปี”
 “3 ดาว ระดับโกลด์? นั่นมันวิเศษไปเลย! ด้วยความรวดเร็วในการบ่มเพาะพลังขนาดนี้ เขาต้องเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองกลอรี่ ใช่ไหม?
 “อัจฉริยะอันดับหนึ่งงั้นเหรอ? จากเรื่องที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป เมื่อเร็ว ๆ นี้มีอัจฉริยะมากมายที่เกิดขึ้นมาในเมืองกลอรี่! รวมไปถึงเนี่ยลี่ เขาเป็นผู้สังหารอสูรโลกันต์ในตอนนั้น เขาเหมาะสมที่จะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมือง!
 “ใช่แล้ว”
สำหรับคำเชิญของท่านเจ้าเมือง ตระกูลต่าง ๆ ได้ส่งตัวแทนของเขาหลายคน สำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ส่งเหล่าผู้อาวุโสมาเป็นตัวแทน สำหรับสมาคมปรุงยาก็ได้ส่งหยางซิ่นมาเป็นตัวแทน
ตระกูลฮูเหยียน
“ท่านพ่อ งานเลี้ยงแบบนี้มันน่าเบื่อจะตาย ท่านจะมาถามทำไมว่าข้าจะไปไหม?” เสียงที่พูดออกมาด้วยความพะเน้าพะนอ ออดอ้อนและน่าฟัง เสียงนี้สามารถละลายกระดูกของผู้ฟังได้อย่างง่าย ๆ หนึ่งในการพูดคุยนี้คือเสียงของ ฮูเหยียน หลานเร่อ เธอสวมชุดผ้าไหมเซ็กซี่ รูปร่างของเธอช่างกระตู้นความรู้สึกทางเพศเหลือเกิน  หน้าอกของเธอชูชัน ด้วยความภาคภูมิใจ ชุดสีขาวนั้นไม่อาจจะครอบคลุมหุบเขาลึกทั้งหมดที่มี (ร่องหน้าอก) เมื่อเธอเดินมันจะสั่นไหวเล็กน้อย แต่เสน่ห์ของเธอนั้นหมายถึงความหายนะ


 “หลานเร่อ ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะจู้จี้ แต่ตอนนี้เจ้าก็ถึงวัยอันควรที่จะออกเรือนได้แล้ว แต่ทำไมเจ้าทำท่าเหมือนกับรังเกียจทุกคน ตอนนี้ท่านชายของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองก็กลับมาแล้ว เขาทั้งหล่อและดูดีมาก ตระกูลเบื้อหลังของเขาก็มีความมั่นคง ยังมีอะไรอีกที่เจ้าจะรังเกียจเขาได้  หรือเขายังไม่มีพอสำหรับมาตรฐานของเจ้า?” จบ...
  


 แปลโดย Mono Asuji NaJa

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง