test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

28 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 122 ว่านกลีบสายหมอก



ณ ตำหนักเจ้าเมือง


หลังจากตระหนักว่าอสูรอเวจีถูกฆ่า เหล่าสมาชิกจากสมาคมมืดที่มาแทรกซึมตำหนักเจ้าเมืองก็รีบถอนกำลังและสูญหายไปในความมืดอย่างฉับไว

อีกมุมนึงภายใต้เงามืด

 

เงาร่างนึงยังยืนดูอยู่เงียบๆ บุคคลชุดดำได้เห็นความเป็นไปทั้งหมดทั้งเรื่องที่อสูรอเวจีถูกฆ่า และยังเห็นที่เอียซิ่วอุ้มเนี่ยหลี่ออกไป ริมฝีปากของเขาห่อลงเล็กน้อยแสดงความไม่พอใจและเอ่ยเสียงแหบห้าว



ช่างน่าสนใจ


มันมีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่เขาจะลงมือฉกฉวยเนี่ยหลี่มาจากมือเอียซิ่ว อย่างไรก็ตามเขายอมแพ้ในที่สุดและมองไปในทิศทางอื่น


ข้ารู้ว่าแกสัมผัสถึงข้าได้ ข้ากัดไม่ปล่อยแน่นอนแต่การไล่ตามจับข้าก็ไม่ใช่ง่ายๆหรอกนะ การดวลรอบนี้ รู้ไว้เถอะว่าแกชนะ แต่ครั้งต่อไปจะมันไม่ธรรมดาๆแน่นอน


บุคคลชุดดำยิ้มอย่างเยือกเย็นในขณะที่เงาร่างของเขาหลอมรวมไปกับความมืด


เอียเซิงผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างอาณาเขตสังหารหมื่นอสูร มีรัศมีเฉียบคมของแสงออกมาจากตาเขา พลังวิญญาณที่เขาที่ต้องระวังนั้นค่อยๆอันตรธานหายไป ให้รู้ว่าบุคคลผู้นั้นจากไปแล้ว


ตั้งแต่การปรากฏตัวของอสูรอเวจีจนถึงขณะนี้ ไม่นับที่เขาจับร่างทรงอสูรจากสมาคมคมมืดได้สองคน เอียเซิงก็ยังได้รับการเตือนภัยของพลังวิญญาณที่เป็นเหตุให้เขาเจองานยาก ก่อนพลังวิญญาณนั้นจะหายไป เอียเซิงก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของบุคคลนั้นได้


  ”เหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะลงมือเอง เอียเซิงคิด ถ้ามีกลุ่มอื่นลงมืออีกนะ แม้แต่ข้าก็จะต้องเข้าต่อสู้แบบเอาจริงเอาจังเข้มข้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ทันใดนั้น!! นักสู้ระดับแบล็คโกลด์ก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบเร่ง


เขาพูดอย่างเร่งรีบ ท่านเอียเซิง ข่าวร้ายครับ!!”
เกิดอะไรขึ้น?” เอียเซิงก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที



ร่างทรงอสูรแบล็คโกลด์ที่ถูกเราจับทั้งสามคนสิ้นชีพหมดแล้วครับนักสู้พูด พร้อมประสานมือคารวะ
     

อ่อ..อย่างงั้นรึ



กำปั้นของเอียเซิงกำแน่น เพื่อป้องกันร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามจากการหลบหนีดั่งเหมือนปล่อยเสือเข้าป่า เอียเซิงทำลายพลังวิญญาณของร่างทรงอสูรทั้งสามลง ทำให้การเพาะบ่มพลังของพวกเขานั้นไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดเลยว่าสมาคมมืดจะเลวทรามจนถึงมุ่งตรงไปฆ่าร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามคนนั้นทิ้ง
     


พวกมันส่งบางคนไปปล้นคุกหรือไงกัน? พวกมันอีกกลุ่มแข็งแกร่งระดับไหนกันเนี่ย?”



ปรกติแล้ว เรื่องคุกของตำหนักเจ้าเมืองนั้นควรเป็นความลับสุดยอด ไม่ควรมีใครรู้เกี่ยวกับมัน แล้วพวกมันอีกกลุ่มรู้ที่ตั้งได้อย่างไรกันแถมมุ่งการโจมตีไปทางนั้นอีก แสดงว่าพวกมันมาสำรวจเก็บข้อมูลจนครบถ้วนสิ้นหมดแล้วรึนี่ !!


นักสู้กล่าวด้วยความเคารพท่านเจ้าเมือง คุกไม่ได้โดนปล้น ร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามคนได้ตายอย่างลึกลับครับ” (สรุปเฮียแกมโนมาหลายย่อหน้าเลย เหอะๆ..)


ตายอย่างลึกลับ? เอียเซิงรู้สึกสั่นเกรงในใจ. สมาคมมืดมันมีวิธีจัดการขั้นสุดท้าย! ถ้าเขาไม่เดาผิดพลาด สมาคมมืดได้ฝังตรวนวิญญาณไว้ในร่างทรงทั้งสาม ในกรณีที่ใครบางคนโดนจับ เขาก็แค่กระตุ้นตรวนวิญญาณเพื่อสังหารพวกที่โดนจับเหล่านั้นซะ


ด้วยวิธีนี้พวกมันก็สามารถป้องกันการทรยศของเหล่าคนของตน ไม่แปลกใจเลยทำไมสมาคนมืดถึงช่างลี้ลับ ตระกูลต่างๆของเมืองกลอรี่ไม่สามารถระบุที่ตั้งของสมาคมมืดได้


ขณะเดียวกัน ด้านนอกของตำหนักเจ้าเมือง


บุคคลชุดดำคนนึงยืนอยู่เงียบๆ ชายชุดดำอื่นๆจำนวนนับโหลคุกเข่าลงด้วยความเคารพ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเล็ดรอดออกมาเพียงนิด ในจำนวนพวกเขาเหล่านั้น ได้รวมถึงเหล่าแบล๊คโกลด์อีกจำนวนนึงด้วย
     

    บุลคลชุดดำหายใจอย่างเย็นชา แบล๊กโกลด์มากัน 8 คน คนนึงโดน Rohan เอ้ย!! อสูรอเวจีสังหาร เอียเซิงได้Double killตายไปอีกสอง อีกหนึ่งโดนเด็กเปรตเนี่ยหลี่สังหาร แถมไม่มีข่าวจากอีกกลุ่มที่ไปจัดการครอบครัวไอ้เด็กนั้นอีก พวกแกมันสวะซะจริงๆ!!
      

       นายท่าน พวกเราไม่คาดคิดว่าไอ้อาณาเขตแปลกๆทั้งสองอันนั้นจะมีพลังกล้าแข็งขนาดนั้น ยิ่งกว่านั้น แถวตระกูลบันทึกสวรรค์ยังมีพวกแบล็กโกลด์จำนวนนึงยืนเฝ้าอยู่อีก พวกมันต้องเตรียมการรับมือมาตั้งนานแล้วแน่นอนไม่ต้องสงสัย พวกเราเลยไม่สามารถระบุได้ว่าครอบครัวไอ้เด็กเปรตนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่.


  บุคคลชุดดำค่อยๆเปิดมือออก เผยให้เห็นหินผนึกสีดำที่แตกละเอียดสามอัน
   

     ครั้งนี้ข้าจะปล่อยไปก่อน แต่ถ้ามันมีอะไรล้มเหลวจากพวกแกอีกล่ะก็..ฮืมม พวกแกจะโดนเหมือนเจ้าพวกสวะสามคนนั้น!!  เสียงของบุคคลชุดดำช่างเย็นยะเยือกเหมือนกับว่าดังล่องลอยมาจากขุมนรกอเวจี...
     

       ได้ยินดังนั้น กลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่ก็เริ่มสั่นเทิ้ม เผยให้เห็นความกลัวออกมาทางใบหน้า หินผนึกสีดำทั้งสามนั้นคือหินวิญญาณของร่างทรงอสูรแบล็กโกลด์ทั้งสาม เมื่อบุคคลชุดดำเปิดผนึก มันก็ส่งผลให้หินวิญญาณทั้งสามอันแตกเป็นผุยผง ร่างทรงอสูรแบล็กโกลด์ทั้งสามนั้นก็ได้รับผลต่อเนื่องให้แก่ชีวิตจากตรวนวิญญาณ ไม่มีใครหนีรอด...จากความตายย 0.0”


ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาเข้าร่วมสมาคมมืด ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นของพวกเขาเองอีก วิญญาณของพวกเขาถูกล่ามไว้กับหินวิญญาณของแต่ละคน ถ้าหากหินวิญญาณแตกละเอียด ชีวิตพวกเขาก็ดับ.!! เคยมีไอ้พวกที่จะพยายามขัดขืน ก็จบด้วยความตายของพวกที่ขัดขืนนั้นเอง ไม่มีใครสามารถทนที่จะดูฉากสยองนั้นได้เลย ถึงจะหลบหนีไปได้สมาคมมืดก็ทรงพลังเกินไป ถึงแม้ว่าจะหนีไปซ่อนในที่ๆคิดว่าปลอดภัย ก็ยังจะมีคนจับกลับไปได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ทำได้แค่เป็นทาสและทำงานอย่างระมัดระวังให้สมาคมมืด บางโอกาสพวกเขาก็มีประสบการณ์เห็นการตายของพรรคพวก อันเป็นเหตุให้พวกเขารู้สึกสลดหดหู่


ถึงแม้ว่าจะมีการสละชีพไป ก็ยังมีหน้าใหม่ๆรอดพ้น ผ่านการฝึกมหาโหดขั้นนรกแตกมาได้ ทำให้สมาคมมืดแกร่งขึ้นเรื่อยๆ


สำหรับเมืองกลอรี่ สมาคมมืดจะเป็นดั่งฝันร้ายไปนิรันดร์


ไปได้แล้ว! พวกเราต้องไปรายงานเจ้าปีศาจ”(โวลเดอร์มอล์ทป่าวฟะนั้น)
      

บุคคลชุดดำหมุนตัวและออกเดินนำหน้าไป กลุ่มชุดดำคนอื่นๆมองหน้ากันแล้วจึงเดินตามหลังไป
     

      สิ่งที่พวกเขาลืมระวังก็คือนกตัวใหญ่ที่ยืนมั่นคงอยู่บนต้นไม้ใหญ่บนภูเขาไกลห่างออกไป ตัวของมันทำด้วยเหล็กกล้า และสายตาที่เฉียบคมพุ่งตรงมาจากความมืด นกตัวใหญ่นี้ก็คือเป็นกันใครเล่า นอกจากหุ่นเชิดวิญญาณที่มีจิตของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง เอียยานผนึกเอาไว้ภายใน
     
ณ ตำหนักเจ้าเมือง
      

เนี่ยหลีนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเงียบฉี่ ตาทั้งสองข้างปิดแน่น ยังคงไม่รู้สึกตัว (หรือพระเอกตูตายแล้วฟะ!! แว๊กกก *0*)


    “ท่านพ่อ, เนี่ยหลี่เป็นไงบ้าง?” เอียจื่อหวิ่นถามอย่างร้อนใจ ตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ทำไม เมื่อนางเห็นเนี่ยหลี่ได้สภาพแบบนี้ หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มใจ และนางก็ไม่สามารถควบคุมน้ำตาที่มันหล่นนองลงมาบนแก้มได้ (หมั่นไส้พวกไม่รู้ใจตัวเอง...ชิส์)


เนี่ยหยูก็ร่ำไห้ พี่ใหญ่..เนี่ยหลี่, ตื่นขึ้นมาเร็วๆสิคะพี่ฮืออออออออออออ  [ToT]


เอียเซิงกับเอียซิ่วยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ


ท่านเอียเซิง, เขาเป็นยังไงบ้างเอียซิ่วถาม และมองไปยังเอียเซิ่ง



  เอียเซิ่งถอนหายใจแล้วพูด เขาไม่เป็นไรเขาแค่ใช้พลังวิญญาณมากไป แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่าง ขอบเขตพลังวิญญาณของเขานั้นดันเหือดแห้งไปซะเกลี้ยงนั้นแหละปัญหา


เอียเซิงเงียบไปซักระยะนึง, มองไปทีเอียซิ่วและกล่าว นำว่านกลีบสายหมอกมาแล้วให้เนี่ยหลี่กินซะ


  ได้ยินคำของเอียเซิง เอียซิ่วก็หน้าผากกระตุก เขามองเอียเซิงอย่างไม่เชื่อ เขางงงวยที่เอียเซิงให้นำว่านกลีบสายหมอกมาให้เนี่ยหลี่


      ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของเอียเซิง เป็นรองเพียงแค่ระดับตำนาน ใบของว่านกลีบสายหมอกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาบรรลุขึ้นสู่ระดับตำนาน! ใบของว่านกลีบสายหมอกนั้นหายากโคตรๆ มันจะปรากฏขึ้นแค่ในป่าลึกเข้าไปในภูเขา ยิ่งกว่านั้นว่านกลีบสายหมอกที่โตเต็มที่ยังถูกปกป้องไว้ด้วยสัตว์อสูรระดับตำนานจำนวนนึงอีกด้วย ครั้งนึงท่านเอียโมเคยเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อที่จะฉกฉวยมันมากจากมือของสัตว์อสูรระดับตำนาน


เอียเซิงถลึงตาไปที่เอียซิ่วและกล่าวอย่างขึงขังไม่เข้าใจหรอไง? ช่วยชีวิตสำคัญกว่า

ครับ!”


เอียซื่วรีบไปที่คลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมือง


     เห็นใบหน้าเอียจื่อหวิ่นเต็มไปด้วยน้ำตา เอียเซิงก็ถอนหายใจ เหตุผลที่เขาก้าวร้าวกับเนียหลี่ก็เพราะมันเป็นทางที่เขาจะปกป้องนางในฐานะพ่อ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นสภาพของเอียจื่อหวิ่นตอนนี้ เอียเซิงก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่มีพ่อคนไหนสามารถเก็บลูกสาวของเขาไว้ข้างๆได้ตลอดไป เขาทำได้แค่เพียงปล่อยนางไป (หึหึ ใจอ่อนแล้วเรอะลุงเอ้ย)


แม้ว่าเนี่ยหลี่จะชอบเล่นบ้าๆ แต่เขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ ความเอาจริงเอาจังในตัว


  การปะทะวันนี้ เหตุผลที่พวกเขาสามารถจัดการสมาคมมืดได้ก็เพราะเนี่ยหลี่ มันทำให้ทัศนคติกับเนี่ยหลีของเอียเซิงเปลี่ยนเล็กๆ


  ต่อมาจากนั้นไม่นาน เอียจื่อหวิ่นทำตามคำแนะนำของเอียเซิง นางบดว่านใบสายหมอกจนเป็นผงแล้วผสมกับน้ำป้อนให้เนียหลี่ดื่ม


  มองดูการกระทำที่นุ่มนวลปราณีระมัดระวังของเอียจื่อหวิ่น เอียเซิงช่วยไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ผู้หญิงเกิดมาและก็ออกจากตระกูล มันเป็นอย่างนั้นเสมอมา คิดอีกทีมันก็ไม่ถูกต้องที่เข้าไปแทรกระหว่างสายสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง เอียเซิงจึงค่อยๆเดินปลีกตัวออกไป


ความฝันอันยาวนาน


      ในความฝัน เนียหลี่ย้อนกลับไปช่วงเวลาที่เมืองกลอรี่ถูกทำลาย รอบตัวเต็มไปด้วยการร่ำไห้ของผู้หญิงและเด็ก เมืองกลอรี่จมลงสู่ทะเลเพลิง เนียหลี่เป็นพยานด้วยตัวเองได้ว่าพวกพ้องของเขาถูกเข่นฆ่า กลุ่มเด็กที่หลบหนีไป ก็โดยการปกป้องของผู้เชี่ยวชาญของตระกูล


ในความฝัน พ่อของเขากล่าวว่า เจ้าคือความหวังของตระกูล ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ตระกูลยังคงอยู่


    หลังจากพูดจบ พ่อก็สิ้นชีพไป


   ในความฝันเอียจื่อหวิ่นและเขาโอบกอดกันไว้ นางพูดอย่างหมดหวัง นางลูบคางของเขาภายใต้วงแขนและกระซิบอย่างแผ่วเบา ไม่ว่าระหว่างเราถ้าใครซักคนต้องตาย อีกคนจะต้องฝ่าฟันเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้นะ


มันแลดูเหมือนการลาจากชั่วนิรันดร์


ในตอนนั้น น้ำตาก็อาบหน้าของเขาไปทั่ว


     “จื่อหวิ่น.....เนี่ยหลี่เรียกสุดเสียง ดังมากเท่าที่เขาสามารถทำได้, พยายามที่จะคว้ามือเอียจื่อหวิ่นไว้ แต่แล้ว สิ่งที่เขาเห็นก็แค่เอียจื่อหวิ่นที่ค่อยๆลอยห่างออกไปยังความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ในห้อง


     เมื่อนางคอยเฝ้าดูอาการของเนี่ยหลี่ เซี่ยวหนิงเอ๋อก็รีบออกจากบ้านของเธอ มาถึงเธอได้เห็นเอียจื่อหวิ่นได้คอยดูแลเนี่ยหลี่แล้ว เอียจื่อหวิ่นและเซี่ยวหนิงเอ๋อเดินช้าๆมาข้างๆเนี่ยหลี่ แต่ไม่มีใครเอ่ยคำได้ พวกนางเคยเป็นเพื่อนเล่นกันสมัยยังเยาว์วัย พวกนางต่างก็เหมือนกัน แต่ก็ยังคงมีสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่เหมือนกัน


เซี่ยวหนิงเอ๋อบิดผ้าและวางลงบนหน้าผากเนี่ยหลี่ และมองหน้าเนี่ยหลี่อย่างเงียบๆ


   ตลอดเวลาที่ผ่านมา เด็กผู้ชายคนนี้ไม่เคย กระตุ้นให้เธอสนใจ นางมีเพียงความฝัน ที่จะกลายมาเป็นผู้แข็งแกร่ง ณ ขณะนั้น ที่การฝึกในภาคสนาม ก็ทำให้โชคชะตาของนางเปลี่ยนไป เวลานี้ ในหัวใจของนางนอกจากการฝึกฝนแล้ว ยังมีบางสิ่งที่สำคัญมากกว่าสำหรับนาง

(ควบสองเลยไหมพ่อเนียหลี่ @v@)

แปลโดย: IDeaPaeTonG


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง