test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

27 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 120 ชายหนุ่มที่ดีคนหนึ่ง



     ร่างทรงอสูรผู้นั้นได้จมลงสู่ความสิ้นหวัง ถึงแม้ว่าเขาจะใช้วิชาลับเพื่อที่กำจัดอสรพิษเพลิงที่พันธนาการเขาไปแล้วก็ตาม หลังจากที่เขาใช้ทุกวิธีทางจนหมดแล้วก็ยังมีจิตอสูรระดับแบล๊คโกลด์อีกหลายสิบตนอยู่ทั่วบริเวณรอบ ๆ เขาไม่มีทางที่จะหนีไปได้เลย!



     เขารู้สึกเสียใจอย่างที่สุด ใครจะไปนึกว่ามดปลวกระดับซิลเวอร์ขั้นห้าดาว จะสามารถกดดันเขาได้ถึงเพียงนี้? ถ้ารู้มาก่อนว่าจะเป็นเช่นนี้เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เนี่ยหลีหนีรอดไปจากเงื้อมมือเขา!



     แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว!



    เปลวไฟลุกโชติช่วงระเบิดออกมาจากอสรพิษเพลิงอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ก็คับขันขึ้นเรื่อย ๆ ร่างทรงอสูรพังพอนเริ่มรู้สึกหายลำบากมากขึ้นและจวนเจียนสิ้นสติจากแรงกดดัน



      “หัวใจนักรบคลั่ง!ร่างทรงอสูรพังพอนคำรามก้อง ขนสัตว์บนร่างเขาตั้งชันขึ้น และเริ่มกลายเป็นสีเลือดมันวาว กรงเล็บแหลมคมของเขาส่องประกายแสงเย็นเหยียบได้ตวัดฉีกกระชากร่างของอสรพิษเพลิงออก



    บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม!



      อสรพิษเพลิงตกอยู่ภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วง และต่อเนื่องด้วยการดิ้นรนของเขา หางของมันก็ได้เหวี่ยงฟาดไปทั่วทุกที่



     สำหรับจิตอสูรพังพอน เป็นนักล่าตามธรรมชาติของสายพันธุ์อสรพิษ เมื่ออสรพิษเพลิงได้รับการโจมตีเข้าไปมันก็เลื้อยไปยังอีกด้านหนึ่งในทันที



     “หัวใจนักรบคลั่งอย่างนั้นหรือ แม้ว่ามันจะทำให้พลังการต่อสู้ของเจ้าเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัด นอกจากนั้นหลังจากที่เจ้าคลุ้มคลั่งและสูญเสียสติสัมปชัญญะ มันยังทำให้เจ้าหมดหนทางที่จะหลบหนี อย่างไรเสียเพียงแค่หัวใจนักรบคลั่งมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำลายค่ายกลหมื่นอสูรนี้ได้หรอก!



     เนี่ยหลีไม่แปลกใจเมื่อเห็นอสรพิษเพลิงล่าถอยไป เขาได้วางแผนสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว เขาได้ทำการบังคับอสรพิษเพลิงให้บีบบังคับร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์ให้แสดงพลังการต่อสู้จนถึงขีดสุด ทำให้ศัตรูสูญเสียสติสัมปชัญญะของตัวเองไป



      “หมีโลกันตร์ ไป!



  เจ้าหมีโลกันตร์คำรามกึกก้องและพุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นกับร่างทรงอสูรพังพอน



     เมื่อร่างทรงอสูรพังพอนเปิดการใช้งานหัวใจนักรบคลั่งดวงตาทั้งสองของเขาก็แดงกล้ำประดุจสัตว์ร้ายที่สูญเสียสติสัมปชัญญะ เขาหาได้สนใจถึงความแข็งแกร่งของเจ้าหมีโลกันตร์และได้พุ่งเข้าใส่หมีโลกันต์ในทันที



    บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม!



 คลื่นพลังปราณระเบิดออกมาจากทั่วทิศทาง เป็นสาเหตุให้พื้นดินรอบๆเริ่มแตกออก



        “แม้ว่าจะอยู่ที่ระดับแบล๊คโกลด์สองดาว แต่ทว่าหลังจากการปลดปล่อยพลังต่อสู้ของหัวใจนักรบคลั่งดูน่ากลัวมาก ถึงว่าจะทำให้ข้าประหลาดใจนิดหน่อย แต่อย่างไรเสียหากเจ้าใช้หัวใจนักรบคลั่งแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีหนทางที่จะหนีรอดไปได้แล้ว!



 ภายใต้การควบคุมของเนี่ยหลี เจ้าหมีโลกันตร์ได้กระหน่ำการโจมตีประดุจพายุเข้าใส่ร่างทรงอสูรนั่น



     เจ้าหมีโลกันตร์มันเป็นอสูรวิญญาณประเภทป้องกันที่มีกล้ามเนื้อและผิวหนังที่แข็งแกร่ง มันไม่เกรงกลัวแม้กระทั้งการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่า ในขณะที่พังพอนนั้นเป็นจิตวิญญาณอสูรประเภทเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ถ้าหากมันต้องการที่จะหนีล่ะก็ เจ้าหมีโลกันตร์ก็คงจะไล่จับอย่างยากลำบากเป็นแน่ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ร่างทรงอสูรนั้นได้บ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์แล้ว และความคิดที่จะหลบหนีนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของเขาอีกต่อไป



      ถึงแม้ว่าการโจมตีของพังพอนจะดูไม่เลวนัก แต่เมื่อตกอยู่ในสถานะบ้าคลั่งแล้วพวกมันไม่สามารถสร้างบาดแผลให้แก่ร่างกายของหมีโลกันตร์ได้แม้แต่น้อย ที่พวกมันทำได้ก็เพียงแค่ทำให้หมีโลกันตร์รู้สึกคันๆก็เท่านั้น


    เจ้าหมีโลกันตร์ฟาดฝ่ามือหนักๆกระแทกเข้าไปที่หัวของพังพอนอย่างรุนแรง



      บรึ้ม!


  ร่างของร่างทรงอสูรพังพอนกระแทกลงไปบนพื้นประดุจการกำเนิดของปากปล่องภูเขาไฟก็ไม่ปาน



     ร่างทรงอสูรพังพอนยังคงดิ้นรน และกู่ร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวและพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ทว่าเจ้าหมีโลกันต์กระทืบลงไปบนกลางหลังของมันอย่างรุนแรง



     พื้นดินสั่นสะเทือน เลือดได้ฉีดพุ่งออกมาจากปากของร่างทรงอสูรพังพอน อีกทั้งรูปลักษณ์ของพังพอนก็ค่อยๆกลับคืนเป็นร่างมนุษย์อย่างช้า ๆ ร่างที่ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวของมันนอนแผ่อยู่บนพื้น เห็นได้ชัดว่าเขาได้สลบไร้สติไปเรียบร้อยแล้ว


  ทันใดนั้นผู้คนหลายคนก็มาถึง เขาคือกวงเหลียงซู กับพรรคพวกก่อนหน้านี้



   กวงเหลียงซูกับพรรคพวกถูกกดดันอย่างหนักหน่วง พวกเขาได้ทำการขับไล่พวกสมาคมทมิฬในพื้นที่รอบๆ แต่ทว่ากลับไม่สามารถจับได้แม้สักคน ความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามมีมากเกินไป นอกจากนี้พวกเขายังระแวงเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของพวกมันมากเกินไปจึงไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้กลับ หลังจากนั้นพวกเขารู้สึกได้ถึงการต่อสู้อันรุนแรงจากที่นี้ พวกเขาจึงมุ่งหน้ามา



    ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงการต่อสู้ก็ได้จบลงไปก่อนแล้ว



      เมื่อเนี่ยหลีเห็นกวงเหลียงซูกับพรรคพวกมาถึง เขาก็ค่อย ๆ ลอยลงมาด้านล่าง เขามองไปที่กวงเหลียงซูกับพรรคพวก เขาได้ประสานมือของเขากล่าวว่าท่านผู้อาวุโสกวงเหลียงซู นี่คือร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์จากสมาคมทมิฬ มันยังไม่ตาย แต่ทว่าพลังจิตวิญญาณอสูรของมันหมดลงแล้ว ได้โปรดรีบนำมันไปขังไว้ในคุกของตำหนักเจ้าเมืองเถิด!



   ยอดฝีมือระดับแบล๊คโกลด์จากสมาคมทมิฬ แน่นอนมันจะต้องล่วงรู้ความลับมากมายจากสมาคมทมิฬเป็นแน่ ดังนั้นพวกมันจะต้องมีประโยชน์ทีเดียว



 ในที่สุดวันนี้เมื่อกลอรี่ก็ได้ทำการควบคุมตัวยอดฝีมือระดับแบล๊คโกลด์จากสมาคมทมิฬ



      กวงเหลียงซูรู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย จวบจนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่สามารถทำการจับกุมใครบางคนจากสมาคมทมิฬได้ ณ ตอนนี้เนี่ยหลีผู้มีระดับซิลเวอร์ขั้นห้าดาวได้จับปลาใหญ่ตัวนี้มา! พวกเขาจึงรอดจากการตำหนิติเตียนและหลังจากที่เขาได้ทำการสร้างผลงานครั้งยิ่งใหญ่ให้กับเมืองกลอรี่


  กวงเหลียงซูกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่าคุ้มกันมันไปห้องขัง! ระวังอย่าให้มันหลบหนีไปได้!



  เหล่านักสู้ระดับแบล๊คโกลด์หลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกวงเหลียงซูรีบเข้าไปมัดร่างทรงอสูรจากสมาคมทมิฬในทันที


   “ขอบใจมากสำหรับการทำงานหนักของเจ้า



    เมื่อพวกเขาพูดคุยกันจบ เนี่ยหลีก็กระโดดไปยังด้านข้าง และทำการเปิดการทำงานของค่ายกลสยบเทพเพื่อค้นหาเป้าหมายต่อไปในทันที



     เมื่อกวงเหลียงซูกับพรรคพวกกำลังควบคุมตัวร่างทรงอสูรจากสมาคมทมิฬจากไป ร่างๆหนึ่งในเสื้อคลุมสีขาวลอยตัวอยู่ด้านบน คนผู้นี้คือเอียเซิ่ง เขามองไปยังร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์จากสมาคมทมิฬ และมองไปยังเนี่ยหลี เขาไม่เคยคิดเลยว่าเนี่ยหลีนั้นจะสามารถใช้ค่ายกลสยบเทพทำการจับกุมผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมทมิฬได้


   เหตุผลว่าทำไมเอียเซิ่งถึงมาหาเนี่ยหลี เป็นเพราะว่าเขาได้ทราบข่าวจากเอียจื่ออวิ๋น แต่ว่าเขาไม่นึกเลยว่าเนี่ยหลีจะสามารถจับเป็นยอดฝีมือจากสมาคมทมิฬได้


 เนี้ยหลี่กับเอียเซิ่งจับจ้องกันอย่างเงียบเชียบอยู่ครู่หนึ่ง



     “ค่ายกลสยบเทพกับค่ายกลเทพอัสนีสังหารนี้น่าประทับใจมาก หลังจากเจ้าได้ทำการขัดเกลามัน เจ้าสมควรควบคุมค่ายกลทั้งสองได้อย่างยอดเยี่ยม



 เนี่ยหลีเหวี่ยงมือขวาขว้างปาศิลาสลักลวดลายจารึกทั้งสองอันไปให้เขา



    เอียเซิ่งสบัดมือคว้าศิลาทั้งสองเอาไว้ เขามองไปยังเนี่ยหลีด้วยความประหลาดใจพลางกล่าวว่าเจ้ายินดีที่จะบอกวิธีควบคุมสองค่ายกลสังหารอย่างนั้นหรือ? คราวที่แล้วเจ้าไม่ได้บอกกับข้านี่?



  “ฮืมม ถ้าหากตำหนักเจ้าเมืองไม่ถูกโจมตีเช่นวันนี้….ตัวของท่านคงพิจารณาว่ามันไร้ค่าสินะ



      เนี่ยหลีสบัดหัวของเขาไปรอบๆ เนื่องจากในชีวิตก่อนของเขาเอียจื่ออวิ๋นได้บอกเขามากมายเกี่ยวกับเอียเซิ่ง เขารู้ว่าเอียเซิ่งนั้นเป็นบิดาที่เอาแต่ใจเป็นอย่างมาก ในเรื่องนี้ทำให้เนี่ยหลีมีมุมมองบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเขาถึงพยายามลดศักดิ์ศรีของเอียเซิ่งลงอย่างมากมายในชีวิตใหม่นี้



     อย่างไรเสีย เนี่ยหลีไม่ใช่คนธรรมดาที่จะสามารถประเมินดั่งเช่นคนที่น่าสนใจทั่วไป สำหรับตอนที่ตำหนักเจ้าเมืองถูกโจมตีอยู่นั้น ค่ายกลสังหารทั้งสองจำเป็นในการสังหารศัตรูเป็นอย่างมาก ด้วยการเดิมพันจากผลประโยชน์นี้ การขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ในแต่ล่ะบุคคลนั้นเปรียบได้ดั่งน้ำซัดสาดใต้สะพานเพียงเท่านั้น สำหรับเนี่ยหลีในตอนนี้มันยังไม่ได้เตรียมที่จะต่อรองกับเอียเซิ่งไปมากจนเกินไป


    “ข้ามอบที่นี้ให้ท่าน ข้าต้องมุ่งหน้าไปยังค่ายกลเทพอัสนีสังหารแล้ว


 เนี่ยหลีกระโดดขึ้นละพุ่งตัวหายไปทันที



   เมื่อมองร่างของเนี่ยหลีจากไป เขาก็เหลือบมองศิลาสลักลายจารึกทั้งสองในมือของเขา รอยยิ้มพึงพอใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอียเซิ่ง



  เขาบดศิลาประทับทั้งสอง ลวดลายจาลึกบนศิลาก็พลันเปล่งแสงลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ  เอียเซิ่งได้รีบทำการดูซับตราประทับอย่างรวดเร็ว



   กวงเหลียงซูไม่เคยพบกับเนี่ยหลีมาก่อน ดังนั้นเขาจึงเปิดปากของเขาถามขึ้นมาว่าเขาเป็นใครกันรึขอรับ ท่านเจ้าเมือง?”



  เอียเซิ่งมองไปยังร่างที่ห่างออกไป ยิ้มและกล่าวว่าเด็กหนุ่มดีงามที่จะเป็นความหวังของเมืองกลอรี่ในอนาคต คนหนุ่มที่จะมาแทนคนเก่า ในขณะที่คนแก่อย่างเราจะต้องเตรียมการส่งต่อไปยังรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถต่อไป


   กวงเหลียงซูชูผงกหัวของเขาขณะมองไปยังเอียเซิ่งที่จมลงไปในความคิดของตัวของเขาเอง



 ถ้าหากเนี่ยหลีได้ยินคำพูดของเอียเซิ่งที่ประเมินเขาไม่รู้ว่าเขาจะมีปฏิกริยาออกมาอย่างไร?



    ตำหนักของเจ้าเมืองยังตกอยู่ในสภาวะต่อสู้จากอสูรโลกันตร์กับเหล่าอสูรเพลิงตัวเล็กๆที่ถูกเรียกมานั้น ไม่รู้ว่ามีทหารยามกี่คนที่ถูกสังหารไป ถึงแม้ว่าเอียซิวจะเปิดการทำงานของค่ายกลเทพอัสนีสังหารแต่เขาแทบจะไม่สามารถจัดการอสูรโลกันตร์กลับไปได้



   บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ๋ม!



   สายฟ้าจากสวรรค์จำนวนมากมายได้ผ่าลงไปยังร่างของอสูรโลกันตร์ ทั่วท้องฟ้าของตำหนักเจ้าเมืองเต็มไปด้วยเสียงขู่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของอสูรโลกันตร์



   นอกเหนือจากนั้นภายในพื้นที่ของตำหนักเจ้าเมืองที่อยู่ภายใต้การโจมตี มีร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์กับยอดฝีมือระดับโกลดจำนวนมากมายได้ถูกสังหารลง


  ในขณะนั้น ณ มุมหนึ่งภายในเมืองกลอรี่


  ตระกูลปราชญ์ลึกลับ


   ด้วยการสื่อสารผ่านลมปราณของตระกูลปราชญ์ลึกลับ



  “ท่านผู้นำตระกูล ตำหนักของเจ้าเมืองกำลังถูกโจมตีอยู่ขอรับ!



   ในขณะหนึ่งเสื้อคลุมสีเทาของผู้นำตระกูลปราชญ์ลึกลับได้โบกสะบัดเมื่อเขายืนอยู่ด้านบนสุดของอาคารสูงตระหง่านที่สามารถมองไปยังแสงไฟภายในตำหนักเจ้าเมือง



ท่านผู้นำตระกูล พวกเราควรทำอย่างไรดี?”



   ผู้นำตระกูลสวรรค์เฉิน เซ่นหลงกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึมว่าไม่ว่าสิ่งสำคัญคืออะไร เราตระกูลปราชญ์ลึกลับสมควรที่จะสนับสนุนตระกูลวายุเหมันต์ไปตามปกติ เฉิน เฟยเจ้าจงนำสามร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์ไปช่วยเหลือยังตำหนักเจ้าเมือง ส่วนที่เหลือให้เฝ้าระวังการโจมตีจากสมาคมทมิฬในพื้นที่อื่นๆ อย่างใกล้ชิด



   “ขอรับ!



  ร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์ทั้งสามคนได้ทะยานตัวมุ่งหน้าไปยังตำหนักเจ้าเมือง



  นอกจากตระกูลปราชญ์ลึกลับแล้วยังมีอีกเจ็ดตระกูลที่มั่งคั่งกับยี่สิบตระกูลขุนนางได้ส่งผู้คนเข้าเป็นกองหนุ่นกับตำหนักของเจ้าเมือง



ตระกูลศักดิ์สิทธิ์



  คนชุดดำผู้หนึ่งเข้ามากระซิบที่ด้านข้างของเสิ่นหงท่านผู้นำตระกูล พวกมันกำลังเข้าโจมตีตำหนักของเจ้าเมือง พวกเราควรทำอย่างไรดี?”



    เสิ่นหงจ้องมองออกไปไกล แค่นเสียงเย็นชากล่าวว่าหลงชา ตั้งแต่ที่ข้าถูกมองข้าม และถูกปล่อยทิ้งไว้ นอกจากนั้นยังคงเฝ้าจับตาดูพวกเราอย่างเปิดเผย ข้าจึงไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ นับตั้งแต่วันที่มันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา เหตุใดข้าจะต้องไปสนใจเรื่องนี้ด้วย? แต่เนื่องจากตระกูลอื่นๆในเมืองกลอรี่ได้ส่งกำลังออกไป ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงไม่สามารถทำอะไรได้ จงส่งร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลสองคนไปกับเจ้า จดจำไว้ว่าเพียงแค่แสดงละคร พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกระทำอย่างจริงจัง!



  “ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว



  เมื่อชายในชุดดำพริ้วกายออกไป ไม่นานก็มีร่างสามร่างทะยานมุ่งหน้าไปยังคฤหาสต์ของเจ้าเมือง



   ณ ตำหนักเจ้าเมือง



  ยอดฝีมือของตระกูลวายุเหมันต์ส่วนใหญ่เข้าร่วมมือกับค่ายกลเทพอัสนีสังหารเพื่อต่อกรกับอสูรโลกันตร์ ส่วนทหารยามระดับซิลเวอร์และโกลด์พวกเขาทั้งหมดรับมือกับอสูรเพลิงตัวเล็กๆ ภาพตรงหน้านั้นกล่าวได้ว่าตกอยู่ในความโกลาหล



  ถึงแม้อสูรโลกันตร์จะถูกยับยั้ง แต่ทว่าอสูรเพลิงตัวเล็กนั่นดุร้ายมาก พวกมันยังคงไล่สังหารเหล่าทหารยามอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดระเบิดและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ



   ทันใดนั้นแม้กระทั่งเอียซิวยังคงรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย ถ้าหากรอจนกระทั่งพวกเขาสังหารอสูรโลกันตร์ลงได้ พวกเขาคงจะสูญเสียมากเกินไปแล้ว เหล่าทหารยามระดับซิลเวอร์และระดับโกลด์นั้นเป็นสมาชิกหลักของกองกำลังภายใต้ตระกูลวายุเหมันต์ ถ้าหากมีการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากในหมู่พวกเขา มันจะต้องก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงมากเป็นแน่ จบ...


แปลโดย [แร๊คคูนแมน]


เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง