test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

9 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 117 อสูรโลกันต์




      นอกเหนือจากค่ายกลสยบเทพ เนี่ยหลียังได้สร้าง ค่ายกลเทพอัสนีสังหาร เสร็จในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน เพียงแค่สองค่ายกลก็ครอบคลุมพื้นที่ถึงหนึ่งในห้าของตำหนักท่านเจ้าเมืองแล้ว




      เนี่ยหลีนั้นมีความรู้สึกประทับใจในการควบคุมพลังวิญญาณของเอียจื่ออวิ๋น กับเอียซิว ดังนั้นนอกจากเนี่ยหลี เขาจึงได้อนุญาติให้เอียจื่ออวิ๋นกับเอียซิว สามารถควบคุมค่ายกลอันร้ายกาจทั้งสองอันนี้ได้




   “เนี่ยหลี เจ้าจะมอบการควบคุม ของทั้งสองค่ายกลอันร้ายกาจนี้กับท่านเจ้าเมืองได้ไหม?”เอียซิว พูดกับเนี่ยหลี พร้อมกับยิ้มแหย ๆ เพราะถึงอย่างไร เอียเซิ่งก็เป็น เจ้าของตำหนักท่านเจ้าเมืองตัวจริง




   “หืม จะให้ข้ามอบให้กับเจ้าคนที่ไม่เคยรักษาสัญญานั่นนะหรือ? เว้นเสียแต่ว่า เค้าจะมาขอกับข้าด้วยตัวเอง ข้าอาจจะยอมให้ก็เป็นได้เนี่ยหลีพูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างรุนแรง





    เอียซิวเข้าใจดีว่า มันไม่ง่ายที่จะให้เนี่ยหลีกับเอียเซิ่ง นั้นญาติดีกัน เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้หรือไม่นะ? เอียซิวรู้สึกเป็นกังวล ถึงอย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ที่เอียเซิ่งจะยอมลดตัวลงมาขอร้องเนี่ยหลีแต่เนื่องจากเขาได้รับคำตอบจากเนี่ยหลีมาแล้ว เขาจึงสามารถกลับไปรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้



   
   หลังจากที่เอียซิวได้กลับออกไป เนี่ยหลีจึงนั่งบ่มเพาะพลังต่อภายในห้อง ค่ำคืนค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ ทั่วทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเท้าของหน่วยลาดตระเวณและเสียงกระพือปีกของนกเท่านั้น





          เนี่ยหลีกำลังทำการบ่มเพาะพลังด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิถีฟ้า และค่อย ๆ ดูดกลืนพลังวิญญาณ ในยามค่ำคืนเช่นนี้ คลื่นลมปราณโคจรราวกับอ่างน้ำวน ค่อย ๆ โคจรไปรอบ ๆ และ วนเข้าไปในร่างกายของเนี่ยหลี ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลีนั้นรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ  มันราวกับว่าตอนนี้เนี่ยหลี ผสานเข้ากับความมืดมิด



เจ้าตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ว่าเสานั่นเอาไว้ทำอะไร”?



พวกข้ายังไม่มั่นใจเท่าใดนัก  ข้ารู้เพียงแค่ว่า ตอนที่เจ้าเด็กนั่น เปิดการใช้งานเสานั่น ก็สามารถที่จะทำให้เอียเซิ่ง ล้มลงไปนอนกับพื้นได้


แค่เจ้าหนูนั่น เปิดการใช้งานเสานั่น ก็สามารถจัดการ ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์อย่างเอียเซิ่งได้? มันเป็นไปได้เช่นใดกัน ?



ข้าได้เห็นมันด้วยตาของข้าเอง!



 “ไม่แปลกใจเลยที่ หลงชา ต้องการให้เรามาตรวจสอบตำหนักท่านเจ้าเมือง ด้วยความแข็งแกร่งของสมาคมทมิฬในปัจจุบัน  รวมไปถึง เทคนิคอันน่าตื่นตะลึง การถล่มเมืองกลอรี่ ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร เหตุใดท่านจอมมารจึงยังไม่ดำเนินการสิ่งใดเลย “?



ไม่ใช่เรื่องยากที่จะถล่มเมืองกลอรี่อย่างนั้นหรือ? เจ้าดูแคลนเมืองกลอรี่มากเกินไปแล้ว  เมืองกลอรี่นั้นสืบทอดมาอย่างยาวนาน



 “ในทางกลับกัน พวกเขาเหล่านั้น ยังมี สามตระกูลหลัก เจ็ดตระกูลที่มั่งคั่ง  หลายครอบครัวที่เริ่มแก่ชรา แม้ว่ามันเป็นความจริง หากเกิดอันตรายขึ้น ตระกูลนั้นก็จะล่มสลาย แต่อย่าประเมินพลังของพวกเขาต่ำเกินไป  ตอนนี้  เราเจ็ดคนจะเข้าไปโจมตีตำหนักท่านเจ้าเมือง พวกเจ้าจะต้องระวังตัวให้มาก และอย่าประมาทโดยเด็ดขาด!
ชายที่สวมชุดสีดำสั่งการ





 “นอกเหนือจากการทำลายค่ายกล เราจะต้องจับตัวเจ้าเด็กนั่นมาให้ได้!



พี่ใหญ่ ไม่ต้องเป็นห่วง ด้วยพลังของพวกเราทั้งเจ็ด ต่อให้เป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ ก็ไม่สามารถที่จะหยุดพวกเราได้


ชายในชุดดำทั้งเจ็ดคน ร่างกายของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปบางอย่าง
จิ้งจอกดำ , พยัคฆ์อัคคี , พังพอน , อสรพิษสีชาด , หมีหิมะ , และ หนอนซากศพวายุเหมันต์

หลังจากที่ประสานร่างกายเข้ากับจิตอสูร พวกเขาก็พรางตัวเข้ากับความมืด



ณ เวลานี้ ในฝั่งทางทิศใต้ ของตำหนักท่านเจ้าเมือง


  
   ตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่มีการป้องกันที่อ่อนแอที่สุด

มันคือพื้นที่ลานประลองฝีมือและฝึกซ้อมของตำหนักท่านเจ้าเมือง




     ปกติแล้วในทุก ๆ วัน จะมี เหล่านักรบมาฝึกซ้อมกันที่นี่ ส่วนในเวลากลางคืน มันก็เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า ในความเป็นจริงแล้ว ที่นี่ไม่มีอาคารบ้านเรือนอะไรที่จำเป็นจะต้องปกป้อง




     ในตอนนี้ มีคนใส่ชุดดำ ราว ๆ หกสิบคน รวมกันอยู่ที่นี่ นั่งล้อมวงอยู่ตรงกลางของพื้นที่ราว ๆ สิบสองเมตร  เหนือขึ้นไปของพื้นที่ส่วนกลาง มันถูกแกะสลักข้อความจารึกด้วยรูปแบบที่ซับซ้อน




     คำจารึกเหล่านี้ส่องแสงแวววาวเป็นประกายสีฟ้า ดูแล้วช่างสะดุดตาเป็นยิ่งนักในยามค่ำคืนทั้งหกสิบคนต่างเปร่งเสียงร่ายคาถาที่ซับซ้อน  ทำให้ลวดลายคำจารึกสว่างขึ้นอีกครั้ง




ในเวลานี้ทหารยามสามคนได้เดินลาดตระเวณ

พวกเขาเดินผ่านมาและมองเห็นแสงไฟสีฟ้าจึงเดินมาตรวจสอบ



พวกเจ้าเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่นี่?


ทหารยามทั้งสามคนระมัดระวังเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้เห็น








ภายในตำหนักท่านเจ้าเมืองเป็นพื้นที่ ที่ปลอดภัยแน่นอน ใครจะกล้าเข้ามาก่อความวุ่นวายในตำหนักท่านเจ้าเมืองได้ ทันใดนั้น มีร่างสามร่างปรากฏขึ้นด้านหลังของพวกเขา ฟับ ฟับ  เลือดสด ๆ กระจัดกระจายเต็มไปหมด ทหารยามทั้งสามคนอยู่แค่ในระดับซิลเวอร์ แต่ผู้ที่สังหารเค้า อย่างน้อยที่สุดก็เป็นยอดฝีมือระดับโกลด์ พวกเขาถูกจัดการโดยที่ไม่ได้ยินแม้เสียง ราวกับว่าค่อย ๆ จมลงไปในบ่อโลหิต



ทั้งหกสิบคน แสดงปฏิกิริยาราวกับไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น และ ร่ายคาถากันต่อไป




ครืน! ตูม! ตูม! พื้นดินค่อย ๆ แตกออกทีละนิด



ปลดปล่อย  อสูรโลกันตร์หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มตะโกนเสียงดัง อย่างบ้าคลั่ง แสงสีฟ้าส่องมายังใบหน้าของเขา ทำให้ยิ่งน่าขนลุกขึ้นไปอีก





      เสื้อคลุมสีเทา ของกลุ่มคนชุดดำทั้งหกสิบคน ค่อย ๆ ลอยขึ้นไป  โดยที่ไม่มีแม้นสายลมพัดผ่าน ร่างกายของพวกเขากำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ


ตูม! ตูม! ตูม!







พื้นผิวของสนามประลองนั้นเต็มไปด้วยรอยแยก ลาวาค่อย ๆ ไหลออกมาจากพื้นดิน มีหัวที่ขนาดใหญ่มากค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากลาวาที่กำลังลุกไหม้ ลาวาค่อย ๆ ประทุออกมา  หยดลาวาขนาดเล็ก สาดกระเด็นลงไปบนพื้นดินที่ห่างออกไป และกลายเป็นปิศาจขนาดเล็กที่ตัวลุกเป็นไฟ บรรดาปิศาจน้อย คำรามลั่น และวิ่งออกไปทุกทิศทาง ทุกแห่งหนที่พวกมันวิ่งผ่าน ล้วนมีรอยเผาไหม้อยู่บนพื้นดิน เจ้าปิศาจตัวใหญ่สูงกว่า สิบสองเมตร โผล่ออกมาราวกับยักษ์ที่เพิ่งตื่น มีปีกขนาดใหญ่งอกออกมาจากจากทางด้านหลัง ในมือของมันถือดาบเพลิงขนาดใหญ่ 


ฮ่าฮ่าฮ่า มาสร้างความหายนะกันเถิด! อสูรโลกันตร์ชายที่เป็นหัวหน้า กลุ่มคนชุดสีดำ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง




           ในเวลานี้นี้ดวงตาของอสูรโลกันตร์ ค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้น





                         ดาบเพลิงยักษ์ในมือของมันเริ่มกวัดแกว่ง



        ชายหัวหน้ากลุ่มในชุดสีดำ  ตายทันทีในเปลวไฟ โดยที่ไม่มีโอกาสแม้จะเปร่งเสียงกรีดร้องหลังจากที่ได้เห็น ชายที่เหลืออีกกว่าห้าสิบคน ต่างรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว และรีบหนีออกไปข้างนอก หลังจากที่ถูกเรียกขึ้นมา อสูรโลกันตร์จะไม่แยกมิตรหรือศัตรู ทุกสิ่งที่มันเห็น จะต้องถูกลำลายโดยปราศจาคความลังเล



ตูม! ตูม! ตูม!




เพลิงแห่งความพิโรธ ตอนนี้ทางใต้ของตำหนักท่านเจ้าเมืองกำลังเกิดความวุ่นวาย






เนี่ยหลี ที่กำลังฝึกฝนอยู่ที่ ลานกว้างของเอียจื่ออวิ๋น  ได้ลืมตาขึ้น หลังจากที่รับรู้ได้ว่าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นตรงพื้นที่ทางด้านใต้ เขารีบมองไปทางทิศใต้ทันที มีเปลวไฟ  ลุกไหม้แผ่กระจายไปทุกทิศทาง  มีเสียงตะโกนแหวกแหวกอยู่เต็มท้องฟ้า ราวกับว่าอยู่ในช่วงกลางของการต่อสู้แล้ว





      เนี่ยหลีพยายามสงบนิ่ง ใครบางคนกำลังโจมตีตำหนักท่านเจ้าเมือง ? แถมยังสร้างความวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว




        “เนี่ยหลี เจ้าเป็นอะไรหรือไม่เอียจื่ออวิ๋น รีบวิ่งออกมาจากที่พักของนาง มองออกไปเห็นเปลวไฟลุกไหม้ นางรู้สึกตกใจ ตำหนักท่านเจ้าเมืองกำลังถูกโจมตีอย่างนั้นเหรอ?





       เนี่ยหลีเลิกคิ้วเล็กน้อย ในชาติภพที่แล้วของเขา ก่อนหน้าที่สัตว์อสูรจะเข้าจู่โจม ตำหนักท่านเจ้าเมือง ที่แห่งนี้ไม่เคยถูกการโจมตีใด ๆ มาก่อน ดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ของเค้าจะส่งผลกระทบอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น


แม้ว่าทางด้านใต้จะมีการป้องกันที่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้เป็นสถานที่สำคัญใด ๆ มันไร้ความหมายที่จะโจมตีที่นั่น มีคำอธิบายได้เพียงข้อเดียว ต้องมีคนพยายามยามสร้างสถานการณ์อะไรบางอย่าง! พวกเขากำลังพยายามที่จะโจมตีพื้นที่ทางใต้เพื่อล่อความสนใจของทหารยาม เจตนาที่แท้จริง คือ...............








ตาของเนี่ยหลีสอดส่อง มองหาเป้าหมาย ไม่ต้องสงสัย เขาคือเป้าหมายในเวลานี้ความสามารถที่เขาแสดงออกมา นั่นก็เพียงพอที่จะดึกดูดความสนใจของสมาคมทมิฬ นอกเหนือไปจากสมาคมทมิฬแล้ว ก็ยังมีตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความคิดที่จะฆ่าเขาในตอนนี้!




  “ฮึ่ม ไม่เคยคิดเลยว่าสมาคมทมิฬ จะยอมทำถึงขนาดนี้  ถึงกับยอมโจมตีตำหนักท่านเจ้าเมืองเพื่อที่จะจับข้าเชียวรึ!



    เนี่ยหลีคิดอยู่ในใจ


เขามองไปที่ เอียจื่ออวิ๋น กับเนี่ยยู่ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ 



จืออวิ้น ช่วยพาเนี่ยหยู่ ไปซ่อนในห้องลับที



 “ไม่เอียจื่ออวิ๋น พูด มันต้องมีอะไรสักอย่างที่นางทำได้ ในขณะที่ตำหนักท่านเจ้าเมืองถูกโจมตี



เจ้ายังอยู่แค่ระดับซิลเวอร์ห้าดาว ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับคนพวกนี้ได้!



แล้วเจ้าเล่า?” เอียจื่ออวิ๋นพูดด้วยความกังวล




เป้าหมายของพวกมันคือข้า แต่ข้าก็มีวิธีที่จะปกป้องตัวเอง ข้าจะล่อพวกมันเข้าไปที่ค่ายกลสยบเทพและ ค่ายกลเทพอัสนีสังหาร ซึ่งจะจัดการพวกมันโดยใช้เวลาไม่นาน เนี่ยหลียิ้มแล้ว พูดออกมา




    “ในตอนนี้ เจ้าก็รู้ถึงพลังของค่ายกลสยบเทพกับ ค่ายกลเทพอัสนีสังหาร แม้แต่พ่อของเจ้าก็ต้องหมอบราบไปกับพื้นด้วยฝีมือของข้า เอียจื่ออวิ๋น ยังคงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง




   “พี่ใหญ่เนี่ยหลี ข้าจะไปกับท่าน!” บนใบหน้าอันอ่อนโยนของเนี่ยหยู่ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น



  “เสี่ยวหยู่ คนเก่ง เจ้ายังไม่ต้องช่วยอะไรข้า ถ้าหากเจ้าตามไป มันจะทำให้ช้าลง  เจ้าต้องทำตามพี่สาว จื่ออวิ๋นนะ




  “เมื่อพี่ใหญ่เนี่ยหลี จัดการพวกมันเสร็จแล้ว จะรีบกลับมาหาเจ้าทันทีเนี่ยหลีมองไปที่ เอียจื่ออวิ๋น แล้วพูดว่า




จื่ออวิ๋น ข้าต้องออกห่างจากเจ้าและเนี่ยหยู่แล้วนะ!






เอียจื่ออวิ๋น มองไปที่เนี่ยหยู่ แล้วพยักหน้าด้วยความลำบากใจ จากนั้นนางก็พาเนี่ยหยู่วิ่งไปที่ห้องลับภายในบ้าน ในฐานะที่เป็นลูกสาวท่านเจ้าเมือง  เอียจื่ออวิ๋นมีวิธีการรับมือสถานการณ์เป็นอย่างดี ที่ห้องลับมีเส้นทางที่สามารถไปหาที่พำนักของเอียเซิ่งได้ เอียจื่ออวิ๋นเข้าใจดีว่านางนั้นไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเนี่ยหลีได้ และสิ่งเดียวที่นางทำได้คือขอความช่วยเหลือจากพ่อของนาง








เนี่ยหลีเหลือบมองทางด้านหลังของเอียจื่ออวิ๋นกับเนี่ยหยู่จากนั้นจึงผสานร่างกับเข้ากับจิตอสูรเงาพราย  ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ กลืนหายไปกับความมืด ในคืนที่มืดมิดมันเป็นโลกที่แสนสะดวกของ จิตอสูรเงาพราย 









ในเวลานี้ บนพื้นที่ของทางด้านใต้ มีทหารยามอยู่เต็มไปหมด พวกเขาได้กวัดแกว่งอาวุธของพวกเขา เข้าต่อสู้กับ ปิศาจไฟตัวเล็ก และใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถจบการต่อสู้นี้ได้ ส่วนใหญ่ทหารยามเหล่านี้เป็นนักรบ และมีประมาณหนึ่งในสิบที่เป็นเป็นร่างทรงอสูร อย่างไรก็ตามเหล่าร่างทรงอสูร เมื่อรวมร่างกับจิตอสูร ของพวกเขาแล้ว ก็ได้กลายเป็นกำลังหลักของการต่อสู้นี้






ตูม! ตูม! ตูม



เปลวไฟปลิวไปทั่วทั้งพื้นที่  อาวุธของทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกัน





แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดย่อมเป็น อสูรโลกันตร์อันทรงพลังที่ไม่อาจแยกแยะมิตรหรือศัตรู มันยกดาบเพลิงยักษ์ของมันแล้วฟันลง หอคอยอันสูงใหญ่พังทลายทันที ทหารยามที่ถือธนูและหน้าไม้กรีดร้องพร้อมกับหอคอยที่ทลายลง

ฟุบฟุบฟุบ




      กลุ่มลูกธนูที่ราวห่าฝน พุ่งไปยัง อสูรโลกันตร์  จากทุกทิศทาง ทั่วทั้งพื้นที่กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย










ในตอนนั้น เอียซิว ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ อันดับสามของเมือง ได้มาถึงพื้นที่การต่อสู้  และผสานร่างเข้ากับจิตอสูรของเขาเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ทันที  ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ อันดับหนึ่ง มองไปยังเอียซิว แล้วถามว่า 



     “เอียซิวเจ้าว่าเราควรจะทำอย่างไรดี อสูรโลกันตร์   ไม่มีทางที่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ร่างทรงอสูรระดับตำนาน  ปฏิเสธไม่ได้ว่า โชคดีที่อสูรโลกันตร์นั้นเคลื่อนไหวได้ช้า ไม่เช่นนั้นตำหนักคงย่อยยับไปแล้ว




         เอียซิว พูดขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่ 





        “เราจะล่อไปทางทิศตะวันตก! เราจะจัดการมันด้วย ค่ายกลเทพอัสนีสังหาร  นี่เป็นวิธีเดียวที่จะกำจัดมัน ได้   ไม่เช่นนั้นอสูรโลกันตร์ จะต้องถล่มตำหนักท่านเจ้าเมืองพังย่อยยับแน่!....จบตอน


แปลโดย  นายมะพร้าว

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง