Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 115 ตาแก่สกปรก





ทำเช่นนี้มันมากเกินไปแล้ว    ข้ายังเป็นเจ้าเมืองนะ

และ ที่จริงแล้ว ข้ายังมี................


เอียเซิ่ง ไม่สามารถทนมันได้แล้ว  ว๊ากกกกเสียงคำรามดังกึกก้องทั่วนภา  ร่างกายของเขาขยายตัวใหญ่ขึ้นจนเป็นอิสระหลุดพ้นจากพันธนาการของอสรพิษเพลิง  และประเคนหมัดใส่ไม่ยั้งไปยังหมีโลกันตร์ จนพิชิตเหล่าหมีโลกันตร์ได้เป็นสิบ จากนับร้อย




เนี่ยหลี สั่งการเหล่าจิตอสูรอื่นๆ ให้โจมตีเอียเซิ่งในทันที  ถึงแม้ว่าเอียเซิ่งจะใช้วิทยายุทธ์ลับบางอย่างทำให้เขามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง  แต่ถ้าต้องการฆ่าจิตอสูรจำนวนมากยังเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่ดี  นอกเสียจากว่าเอียเซิ่งสามารถข้ามผ่านทะลุไปเป็นระดับตำนานได้ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำลายค่ายกลสยบเทพนี้




เอียซิว เดินเข้าไปหาเนี่ยหลี ด้วยความอายเล็กน้อยและกล่าวว่า  “  เนี่ยหลีทำไมเจ้าไม่ยอมปล่อยวาง ถ้าเจ้ายังปล่อยให้การกระทำเช่นนี้ดำเนินการต่อไปอีกเรื่อยๆ  ท่านเจ้าเมืองจะเสียหน้ามาก  ทำไมเจ้าไม่ยอมเลิกราเพียงเท่านี้หละ?




จะสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า  ข้าได้พนันไว้กับเขา  ถ้าเขาสามารถทำลายค่ายกลสยบเทพแห่งนี้ได้ ข้าจะไม่สามารถพบเจอกับเอียจื่ออวิ๋นได้อีกต่อไปในอนาคตถ้าข้ายอมหยุดตอนนี้ข้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เนี่ยหลีกล่าวพร้อมกับกัดริมฝีปากของเขา


ทำไมพวกเจ้าจึงปากแข็งกันนักนะ?




แม้ไม่ต้องการจะยุ่งวุ่นวายกับเรื่องเหล่านี้นัก  แต่จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้น ถ้ายังปล่อยให้ทั้งสองคนเป็นเช่นนี้ มีแต่จะสูญเสียอย่างหนักหนาสาหัสในอนาคตเป็นแน่



ในขณะที่เอียซิว พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น  เนี่ยหลีก็กล่าวขึ้นมาว่า อย่าใช้ความพยายามหว่านล้อมข้าเลย  ลูกเขยกับพ่อตามันโดยปกติมักจะเป็นศัตรูกันเสมออยู่แล้ว




เมื่อได้ยินเนี่ยหลีกล่าว เอียซิว นั้นก็ซวนเซจนเกือบล้มคว่ำไปเลยทีเดียว  อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนี้ เอียเซิ่งตบปากรับคำยอมรับการแต่งงานของเอียจื่ออวิ๋นกับเจ้าแล้วหรือ?  ถ้าเอียเซิ่งยอมตกลง  จื่ออวิ๋นคงไม่ปฏิเสธ

มันช่างไร้ยางอายได้มากถึงเพียงนี้




เอียเซิ่ง ใช้พลังของเขาอย่างเต็มที่  เป็นเหตุให้มังกรโลกาเกล็ดทมิฬเกรี้ยวกราดเต็มที่  โจมตีจนสามารถสร้างหลุมอุกาบาตขนาดใหญ่บนพื้นรอบ ๆ ตัว  แต่มันยังไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ให้แก่เหล่า จิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ได้  ไม่ต้องสนใจเลยว่ามันจะทำลายค่ายกลสยบเทพนี้ลงได้



เอียเซิ่งนั้นแข็งแกร่งถึงระดับจุดสูงสุดของร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  ก้าวต่อไปเขาก็จะเข้าสู่ระดับตำนานในอนาคต  นอกจากนี้เนี่ยหลียังไม่ได้ใช้เทคนิคสังหารใด ๆ ออกมาเลย  ถ้ามันเป็นการต่อสู้กับศัตรูระดับแบล็คโกลด์ทั่วไป ถ้ามีประมาณ ห้าถึงหกคน  พวกเขาจะต้องถูกฆ่าไปแล้ว โดยพวกเขาจะต้องถูกทำให้จมหายไปในทะเลโคลนพิษและน้ำกรดเป็นแน่

เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาแล้วสองชั่วยาม  เอียเซิ่งได้มาถึงขีดจำกัดในการต่อสู้แล้ว


ณ ตอนนี้นั้น เอียเซิ่งเข้าใจแจ่มแจ้งในพลังที่แท้จริงของค่ายกลสยบเทพแห่งนี้แล้ว และรู้ว่าเนี่ยหลีนั้นยังคงออมมือให้แก่เขา  ถ้าเป็นการต่อสู้แบบชี้เป็นชี้ตายหละก็  เขาคงจะโดนสังหารไปเรียบร้อยแล้ว


      อย่างไรก็ตามเขาจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เมื่อเขายอมรับความพ่ายแพ้ เขาจะไม่สามารถแทรกแซง เรื่องราวต่างๆของเนี่ยหลีและจื่ออวิ๋นได้  ถ้าเขาให้อวิ๋นเอ๋ออยู่ให้ห่างจากเนี่ยหลี จะได้สามารถป้องกัน เนี่ยหลี จากกลวิธีโกงอันแยบยลของเขาได้ขนาดเขายังต้องตกอยู่ในความยากลำบากภายใต้ฝีมือของเนี่ยหลี  จะปล่อยให้คนด้อยประสบการณ์อย่างอวิ๋นเอ๋อไปได้อย่างไร 


ใครจะรู้ว่าเมื่ออวิ๋นเอ๋อ  โดนเนี่ยหลีเกลี้ยกล่อมแล้วผลจะจบลงเช่นไร


เมื่อครุ่นคิดเกี่ยวกับมัน  เอียเซิ่งรู้สึกรันทด เขารู้อย่างแจ่มแจ้งว่าเนี่ยหลีนั้นมีความตั้งใจที่ชั่วร้ายต่อลูกสาวของเขา แต่เขาไม่สามารถทำสิ่งใดแต่เนี่ยหลีได้เลย


บูม



เอียเซิ่งถูกกระแทกปลิวล่องลอยถอยหลังจากพลังหมัดของหมีโลกันตร์  กระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรงเกิดฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่ว  นับตั้งแต่เขาเพิ่มพลังวิญญาณมาเป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  เขาไม่เคยพ่ายแพ้อย่างเลวร้ายขนาดนี้มาก่อนร่างกายของเขาค่อยๆหดตัวลง  ความสามารถพิเศษของมังกรโลกาเกล็ดทมิฬเริ่มค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้า ๆ  เริ่มย้อนกลับคืนสู่สภาพปกติของเขาตอนเป็นมนุษย์



เขาพ่ายแพ้


มันอย่างไรบ้าง? เจ้าเมือง ท่านแพ้แล้ว”  เนี่ยหลีเอามือทั้งสองข้างเท้าสะเอวพร้อมจ้องมองลงมายังเอียเซิ่งที่กองอยู่กับพื้น


ฮึ ฮึ  อะไรกันท่านเจ้าเมืองกลอรี่  ยังอีกนานนักจึงจะสามารถมาเล่นกับข้าได้!



เอียเซิ่ง เกรี้ยวโกรธขึ้นมาจากการมองเนี่ยหลี  ที่มีท่าทางอิ่มเอมใจ  จากตอนเริ่มต้น เด็กคนนี้วางแผน ปล่อยให้เขากระโจนเข้าไปในกับดัก ชนิดที่สมบูรณ์แบบ  หลังจากชนะยังมาถามเช่นนี้อีก!



เอียเซิ่ง กระโจนเข้ามาในทันที คว้าเอาขาของเนี่ยหลี จับยกชูขึ้นพร้อมกลับหัวเนี่ยหลีลงมาด้านล่าง

     “ ไอ้เจ้าเด็กบ้า  ไม่เพียงแต่เจ้าตั้งในที่จะได้ลูกสาวข้า เจ้ายังหลอกลวงข้าให้ตกลงไปในกับดักของเจ้า  เจ้าคิดว่าข้าไม่สามารถสู้กับเจ้าได้หรือ  เอียเซิ่งเกรี้ยวโกรธอย่างมากมาย  นับเป็นครั้งแรก เขาไม่เคยโกรธเช่นวันนี้มาก่อน

     “เลวยิ่งนัก  ท่านเป็นถึงเจ้าเมือง  ทำไมจึงตระบัดสัดกลับคำเช่นนี้ ท่านช่างน่าละอายนัก!   แม้ว่าเนี่ยหลีจะเป็นเพียงร่างทรงอสูรระดับซิวเวอร์ขั้น ห้าดาว  เมื่อต้องเผชิญหน้ากับร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  ซึ่งมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมายนัก   เขายังจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปราบเขาลงได้




เนี่ยหลี อาจไม่สามารถที่จะใช้วิชาลับที่จะทำให้พินาศไปพร้อมกันกับเขา?
     
  “ เจ้ายังกล้าก่นด่าข้าอีกหรือ? จะเป็นอะไรถ้าข้าทำเรื่องน่าอาย? ข้าพึ่งจะรู้ว่า ข้าไม่สามารถสู้กับเจ้าได้ถ้าไม่กระทำเรื่องน่าอายเช่นนี้!” เอียเซิ่งฟาดเข้าไปที่ก้นเนี่ยหลีทันทีมีเสียงดัง  “ป๊าปปปปป”  ออกมา 

     “มารดาท่านเถอะ! จะฆ่าก็เอาเลย แต่ไม่ต้องทำน่าละอายเช่นนี้! เรื่องอะไรเจ้าถึงมาตีก้นข้า?!” เนี่ยหลีกล่าว




เรื่องอะไรงั้นรึเจ้าเด็กเวร? เรื่องมันมีอยู่ว่าข้าคือพ่อของเอียจื่ออวิ๋นนะซิ คงไม่ยอมปล่อยเจ้า  ถ้าเจ้ายังคงกล้าตั้งใจกระทำการใด ๆ กับอวิ๋นเอ๋อให้เห็น  ข้าจะจัดการกับเจ้า!” วาจาอันหยาบคายออกมาจากปากเอียเซิ่ง  ขณะที่ฟาดฝ่ามือลงบนก้นของเนี่ยหลีอย่างหนักหน่วง  


     
    “เจ้าแก่สกปรก  ท่านก็รู้ว่ากำลังตีข้าอยู่ถ้าข้าโกรธผลที่ตามมาจะต้องหนักแน่!”  เนี่ยหลีพยายามที่จะทำลายพันธนาการเพื่อจะได้เป็นอิสระจากเอียเซิ่ง  อย่างไรก็ตามเอียเซิ่งนั้นมีมือที่เหมือนดั่งเช่นตะขอเหล็กกล้ากำลังร้อยรัดที่บริเวณน่องขาของเนี่ยหลีอยู่ 

     “ยังโกรธเหรอ และผลลัพธ์จะหนักอย่างไร? ตาแก่สกปรก ไร้ยางอายเช่นนั้นหรือ  ทำข้าโกรธมากนักเจ้ายังมีเหตุผลอะไรอีกเหรอ? เอียเซิ่งฟาดฝ่ามือลงบนก้นของเนี่ยหลีด้วยเสียงอันดังฟังชัดเจน

 “เล่นกับคนพาลเมื่อเจ้าไม่สามารถชนะข้าได้? ตาแก่สกปรก!

 “อะไรนะถ้าข้าเป็นตาแก่สกปรกแล้วไง?

เอียเซิ่ง ตีก้นเนี่ยหลี เป็นเหตุให้เนี้หลี่ต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด


เมื่อเห็นภาพนี้เอียซิว  ไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไร จะร้องไห้หรือว่าหัวเราะดี  เกิดอะไรขึ้นสถานการณ์จึงเป็นเช่นนี้  เอียเซิ่งในตอนนี้แตกต่างจากปกตินัก  โดยปกติเอียเซิ่งจะไม่แสดงอากัปกิริยาอาการบนใบหน้าของเขา แต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนเจ้าเมืองที่มีสง่าราศีใดๆเลย กลับกำลังแสดงท่าทางไร้เหตุผล เหมือนกับพ่อที่กำลังสอนบทเรียนให้แก่ลูกนอกสมรสของเขาอยู่


เมื่อแลอากัปกิริยาสีหน้าเต็มๆของเนี่ยหลี  เอียซิวรู้ได้เลยว่า เอียเซิ่งนั้นไม่ได้ลงมือหนักแต่อย่างใด  และเขาจึงมั่นใจได้

 “เด็กน้อย  เจ้าจะยอมแพ้ไหม?”  เอียเซิ่งขมวดคิ้วของเขาเพิ่มขึ้น

 “ท่านกำลังเล่นขี้โกง  ข้าจะไม่ยอมแพ้เนี่ยหลีกล่าว

     “ถ้าเจ้าไม่ยอมแพ้  ข้าจะตีเจ้าต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้ายอมแพ้  ข้าจะดูว่าเจ้ายังกล้าตั้งใจจัดการกับลูกสาวข้าอีกครั้ง!” เอียเซิ่งกล่าว

     “เจ้าตระบัดสัดกลับคำพูดของตัวเอง! ยังคิดว่าเป็นเจ้าเมืองอยู่อีกไหม? เจ้าเป็นแค่คนแก่อันธพาลเท่านั้น!

     จะเป็นอะไรถ้าข้าเป็นคนแก่อันธพาลหรือไม่? เอียเซิ่งพอใจหลังจากตีเนี่ยหลี ทำให้อารมณ์ที่ถูกอัดอั้นมาก่อนหน้านี้ของเขาได้ถูกปลดปล่อยไป  เด็กคนนี้ต้องได้รับการตบสีสั่งสอนเสียบ้าง

ท้องฟ้ากำลังมืดค่ำแล้ว วันเวลาก็ผ่านไปแล้วเช่นกัน


เนี่ยหลีเดินกละโพลกกระเพลกกลับไปยังสวนของจื่ออวิ๋นด้วยอาการหงอย เขาขบคิดเกี่ยวกับเอียเซิ่ง  ซึ่งโดนหมีโลกันตร์ใช้ก้นนั่งทับบนใบหน้าของเอียเซิ่ง ทำให้เขาได้แก้แค้นก่อนที่จะชนะเดิมพัน แต่ท้ายที่สุดคนแก่ขี้โกงเอียเซิ่ง  ก็ตระบัดสัดกลับคำพูดของตัวเองและยังมาตีก้นเขาอีกด้วย

     เจ้าเมืองทำเกินไปแล้วมารดาท่านเถอะเนี่ยหลี เปล่งเสียงจากความเจ็บปวดและจับลงบนก้นของเขาอย่างรวดเร็ว  การถูกตีอย่างอนาถในครั้งนี้  “ข้าจะเอาคืนให้เจ้าในไม่ช้าหลังจากนี้

  ส่วนหนึ่ง ของตำหนักเจ้าเมือง

เอียซิว มีสีหน้าประหลาดใจ เมื่อเขาเดินตามหลังเอียเซิ่ง

     “ท่านเจ้าเมือง ค่ายกลสยบเทพแห่งนี้..... เพียงเมื่อเอียซิว พูดเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายกลสยบเทพแห่งนี้  เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะแทรกขึ้นมาทันใด

     “ฮ่าๆๆๆ.......เอียเซิ่ง  ไม่สามารถที่จะหยุดหัวเราะอย่างบ้าคลั่งได้ เป็นสาเหตุให้กำแพงผนังโดยรอบสั่นไหว  ความคิดเกี่ยวกับภาพที่เนี่ยหลีเดินกระโพลกกระเพลกจากก่อนหน้านี้ ในใจเขาก็รู้สึกดีมากขึ้นมาทันที!


 “อุก......เอียซิว  แลไปยัง เอียเซิ่ง ทำไมเอียเซิ่งจึงสูญเสียความเยือกเย็นไป  เขาไม่สามารถเข้าใจเกี่ยวกับมันได้  ในอดีตที่ผ่านมาเอียเซิ่งเป็นคนที่สงบเยือกเย็นมาก แต่ว่าเขาเป็นอะไร ในวันนี้นะ?




เอียเซิ่งเก็บเสียงหัวเราะกลับ และโบกมือขอโทษพร้อมทั้งกล่าว ข้าขอโทษ ท่านเอียซิวพูดต่อเถอะ

     
   “เรื่องค่ายกลสยบเทพ........ แค่เพียงเมื่อเอียซิวกำลังพูดต่อ เอียเซิ่งก็ระเบิดเสียงหัวเราะแทรกขึ้นอีกครั้ง


     ฮ่าฮ่าฮ่า............เสียงหัวเราะนี้มันกำลังจะฆ่าข้า  เด็กคนนี้จริงๆแล้วต้องการจะยั่วยุให้ข้าขาดสติ  ถ้าข้าไม่ทุบตีเขา.... เอียเซิ่งไม่สามารถจะหยุดการหัวเราะอันบ้าคลั่งได้  จึงนำมือของเขาไปวางลงบนท้อง  ใบหน้าของเขาตอนนี้นั้นแดงก่ำขึ้นมาเลย


เอียซิว มองอย่างมึนงง  ที่เอียเซิ่งนั้นสูญเสียการวางตัวไปโดยสิ้นเชิง  เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ แต่ยังไม่ลืมตั้งคำถาม  เอียซิวกล่าวขึ้นว่า ท่านเจ้าเมือง ให้ท่านหัวเราะจบก่อนแล้วเราค่อยเริ่มสนทนากันทีหลัง

     “ฮ่าฮ่าฮ่า......ตำหนักเจ้าเมืองแห่งนี้คือดินแดนของข้า ถ้าข้ากลับคำพูดของตัวเอง  ใครจะสามารถทำอะไรข้าได้?”

ทั่วทั้งตำหนักเจ้าเมืองมีเสียงสะท้อนเกิดขึ้นมากมาย
หมายเหตุ เสียงสะท้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของเสียงที่เกิดจาก  การที่เสียงเดินทางไปตกกระทบสิ่งกีดขวางแล้วสะท้อนกลับมายังหูของผู้ฟัง  เมื่อเราได้ยินเสียงเดียวกันในเวลาที่แตกต่างกันเกิน 0.1 วินาทีจะทำให้ได้ยินเสียงนั้นหลายครั้ง (อัตราเร็วเสียงในอากาศประมาณ 340 เมตร/วินาที)

เหล่าองครักษ์ยอดฝีมือต่างๆ ที่คอยทำหน้าที่ตรวจตราดูแลบริเวณต่างๆ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเอียเซิ่ง  ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นยิ่งนัก เกิดอะไรขึ้นกับท่านเจ้าเมืองของเราในวันนี้  พวกเขาไม่เคยเห็นเอียเซิ่งสูญเสียความสงบเยือกเย็นเหมือนเช่นนี้มาก่อน  มันอาจเป็นข่าวดีจึงเป็นสาเหตุให้เขามีความสุขเช่นนี้?


หลายปีที่ผ่านมานี้  พวกเขาไม่เคยเห็นเอียเซิ่งยิ้มมาก่อนเลย  เอียเซิ่งนั้นเป็นผู้สูงศักดิ์สำหรับทุกๆคน อำนาจและสง่าราศี  แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา  เป็นสาเหตุให้ พวกเขาเหล่านั้นกังกลเวลาจ้องมองไปยังเอียเซิ่ง  มีสาเหตุอันใดกันที่ทำให้เอียเซิ่งหัวเราะอย่างอหังการเช่นนี้ มันทำให้น่าแปลกใจเล็กน้อย


เอียซิว และคนอื่นๆเข้าใจว่าเอียเซิ่งนั้นไม่ได้เป็นเหมือนเช่นตอนนี้  ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อความปลอดภัยของเมืองกลอรี่  เอียเซิ่งในฐานะที่เป็นเจ้าเมืองนั้นต้องเสียสละอย่างมากมายนัก  เขาโดยปกติจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึมตลอดทั้งวัน แม้แต่ลูกสาวของเขาก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยเท่าใดนัก  เมื่อครั้งเอียเซิ่งยังเป็นหนุ่มเขาก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้

เพียงถูกยุแหย่จากเนี่ยหลี ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเองออกมา


 “บางทีอาจเป็นสถานการณ์ที่ดีสำหรับตัวเอียเซิ่ง เอียซิวแอบคิดกับตัวเอง

ณ ลานหน้าตำหนักของเอียจื่ออวิ๋น


เนี่ยหลีเข้าไปในลานกว้างทันใดนั้นก็มีเงาที่น่ารักและบอบบางวิ่งเข้ามาหาเขา มันคือน้องสาวของเนี่ยหลี  เสี่ยวหยู่ นั่นเอง



 “พี่ใหญ่ เนี่ยหลี ท่านไปไหนมา? ข้าไม่สามารถหาท่านพบมาครึ่งค่อนวันแล้ว? เนี่ยหยู่กระพริบดวงตาอันสดใสของนาง  ผมเปียทั้งสองข้างของนางทำให้แลดูน่ารักยิ่งนัก



เนี่ยหลีลูบศีรษะเนี่ยหยู่เบาๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า ข้าออกไปข้างนอกมานิดหน่อย

 “เนี่ยหลี เสียงที่แจ่มใสฟังแล้วมีชีวิตชีวา  มาจากด้านข้าง


เนี่ยหลี  หันหน้ามาเห็นภาพ เสี่ยวหนิงเอ๋อ กำลังยืนสวยสง่าอยู่ด้านข้าง  ในขณะนี้นางนั้นสวมชุดฝึกที่รัดรูป แลให้เห็นถึงโครงสร้างของเรือนร่างของนาง ที่ช่างสวยงามน่าหลงใหลใฝ่ฝันเป็นยิ่งนัก  เสน่ห์อันสุดลึกล้ำชวนกระตุ้นอารมณ์นั้นแผ่พุ่งออกมาจากกายของนาง

 “หนิงเอ๋อ  ทำไมเจ้ามาที่นี่?” เนี่ยหลีกล่าว พร้อมทั้งยิ้ม


เสี่ยวหนิงเอ๋อทำหน้ามุ้ย ดวงตาของนางนั้นบอกถึงความไม่พึงพอใจพร้อมทั้งกล่าว ข้าได้ไปหาเจ้าที่สวนแห่งเดิม มองเท่าไหร่ก็ไม่สามารถที่จะหาเจ้าพบได้  เข้ากังวลว่าจะเกิดสิ่งใดกันขึ้นกับเจ้า  และเมื่อข้ามาหาเอียจื่ออวิ๋น ข้าก็ได้รู้ว่าเจ้านั้นได้ย้ายมาอยู่ที่นี่







เสี่ยวหนิงเอ๋อ ยังคงรู้สึกเสียใจเล็กๆ  นางนั้นไม่รู้ว่าเมื่อตอนไหนที่ภาพเนี่ยหลีนั้นฝังตราตรึงเข้าไปในกลางดวงใจของนางเรียบร้อยแล้ว มันไม่สามารถที่จะถอนความรู้สึกนี้ออกไปได้  ทุกวันทุกคืนนางนั้นจะคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ฝึกที่เกิดขึ้นแม้ว่านางจะรู้สึกอายแต่ยังคงละลึกถึงอดีตนั้นเสมอ.....จบตอน


นางนั้นหวังว่าอาการเจ็บป่วยของนางไม่สามารถที่จะรักษาได้เร็ว วิธีนี้จะทำให้นางสามารถปล่อยให้เนี่ยหลีช่วยเหลือรักษานางได้ต่อไป อย่างไรก็ตามเมื่อนางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางก็กลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและไม่พอใจเท่าใดนัก เพราะว่าเนี่ยหลีนั้นชอบเพียงเอียจื่ออวิ๋นเท่านั้น  จากนั้นผู้น้อยขอแนะนำให้ท่านเหล่าอสูรนักอ่านลองย้อนกลับไปแลในมังงะตอนที่ 8และ 9 จะนึกภาพออกนะครับ..สวัสดีครับ




แปลโดย  [ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม]









เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง