Jawa

test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 114 พลังของค่ายกลสยบเทพ






เนี่ยหลี จงใจยั่วยุเอียเซิ่ง  ก่อนหน้านี้ที่ลานบริเวณหน้าตึกของเอียจื่ออวิ๋น เขาถูกเอียเซิ่งอัดจนมีสภาพน่าอนาถนัก  เนี่ยหลีจดจำมันได้เป็นอย่างดี  ตอนนี้นั้นเขามีโอกาสที่จะชำระหนี้เรื่องนั้นแล้ว


ถ้าท่านคือพ่อเอียจื่ออวิ๋น   ข้าจะสั่งสอนท่านในนามตัวแทนของเอียจื่ออวิ๋น 





เอียซิวพยายามประนีประนอมกรณีพิพาท  แต่เจอวาจาของเนี่ยหลีทำให้ถึงกับสำลัก  เขานั้นอับอายยิ่งนัก



เอียเซิ่งถอนลมหายใจ ข้าจะลองทดสอบกำลัง ค่ายกลหมื่นอสูรของเจ้ามันจะแน่แค่ไหน!




ท่านเจ้าเมือง  ข้าจะพูดให้ชัดเจนว่ามันไม่ใช่ค่ายกลหมื่นอสูร แต่มันคือ ค่ายกลสยบเทพซึ่งเป็นค่ายกลย่อย ของ ค่ายกลหมื่นอสูร ถ้าอาณาเขตสัตว์อสูรเสร็จเรียบร้อย ท่าน...........เนี่ยหลีชำเลืองมองด้วยหางตามายังเอียเซิ่ง ส่ายหน้าของเขาและกล่าวว่า ท่านไม่ไหวหรอก




เอียเซิ่งโกรธจัดจนเคราของเขาสั่น  เขาอยากจะเข้าไปบีบคอเนี่ยหลี  แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าเมือง เขายังคงต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้  เขาไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดกับเนี่ยหลีได้ นอกจากต้องการให้เนี่ยหลีช่วย เพราะว่ายังมียอดฝีมือระดับปรมาจารย์คอยหนุนหลังเนี่ยหลี หลายท่าน    



 “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าทำลายค่ายกลของเจ้า?” เอียเซิ่งเป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ เป็นธรรมดาที่ต้องหยิ่งในศักดิ์ศรี ของตัวเองอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตามเขาจะสามารถทนต่อการยั่วยุของเนี่ยหลี ได้หรือไม่?



ถ้าท่านทำลายค่ายกลสยบเทพนี้ได้ ข้าจะเรียกท่านว่าพ่อเนี่ยหลีพูดพร้อมถอนหายใจ


เอียเซิ่งมองมายังเนี่ยหลี พร้อมกับมีความคิดที่ว่า  เนี่ยหลีต้องการจะเรียกเขาว่าพ่อใช่หรือไม่? ถึงเนี่ยหลีจะยินดี แต่เขาไม่!   หรือเจ้าต้องการจะใช้โอกาสนี้แต่งงานกับลูกสาวข้า!   


เอียเซิ่งเปล่งวาจา  “ถ้าข้าทำลายค่ายกลสยบเทพนี้ได้ เจ้าจะต้องตีตัวออกห่างจากลูกสาวข้านับแต่บัดนี้

      ถ้าท่านไม่สามารถทำลาย.............เนี่ยหลีมองไปยัง   เอียเซิ้งที่ดูหมิ่นและต้องการทำลายค่ายกลสยบเทพของเขา  เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือระดับตำนานเหรอ? แม้ว่ายอดฝีมือระดับตำนานมาเอง  เขายังคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายนัก ในการที่จะทำลายค่ายกลสยบเทพของข้าเนี่ยหลีกล่าว

 “ถ้า ข้า ไม่สามารถทำลาย...............เอียเซิ่งกล่าว


 “ถ้าท่านไม่สามารถทำลายมันลงได้ ท่านต้องไม่แทรกแซงการคบกันของลูกสาวท่านและข้าเนี่ยหลีเปล่งวาจาและมองมาที่เอียเซิ่ง  พร้อมกับหัวเราะอยู่ในใจ

      “ได้เอียเซิ้งไม่สามารถทนการยั่วยุจากเด็กบ้าอย่างเนี่ยหลี  เขาเริ่มเดินไปที่ค่ายกลสยบเทพ

      ถ้าต้องการให้ค่ายกลสยบเทพเป็นคู่ต่อสู้ต้องเข้าไปใกล้มันก่อนมันจึงสามารถแสดงพลังของมันได้อย่างไร้ที่ติ”  เนี่ยหลีเปล่งเสียงคำราม แรงพลังวิญญาณแผ่ออกมาจากร่างกาย และแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างรวดเร็ว เขาทำมือเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ค่ายกลสยบเทพทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรงในทันที

ครืนๆ  ครืนๆ 

แผ่นดินสั้นสะเทือนเลื่อนลั่น


เอียเซิ่งสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อเขารู้สึกถึงรัศมีพลังอันเกรี้ยวกราดที่แผ่พุ่งออกมา  ค่ายกลสยบเทพนี้เป็นของจริง   แต่เขาได้เดิมพันกับเนี่ยหลีเรียบร้อยแล้ว เขาจะไม่ยอมถอยหลังกลับไปอย่างแน่นอน  เอียเซิ่งถอนลมหายใจอย่างรุนแรง  พลังวิญญาณอันสวยงามพลันพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา



ร่างกายของเอียเซิ่ง  ขยายใหญ่ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเทียบกับร่างเดิมของเขา  แขนทั้งสองข้างนั้นมัดกล้ามเนื้อกำลังขยายขึ้น  ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ  มีหางขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากด้านหลัง  ที่หางนั้นมีเปลวเพลิงทมิฬแผดเผามันอยู่ 

มังกรโลกาเกล็ดทมิฬ



จิตอสูรที่ เอียเซิ่งผสานรวมแท้จริงแล้วมันคือ มังกรโลกาเกล็ดทมิฬมังกรโลกาเกล็ดทมิฬนั้นเป็นสายพันธ์มังกรมีชีวิต ในหมู่ของสายเลือดมังกร นั้นแบ่งออกเป็นสองวงษ์ตระกูลด้วยกัน  ในหมู่ของจิตอสูรมังกร  จิตอสูรมังกรสายพันธ์สัตว์อสูร อยู่บนจุดสูงสุด  แม้ว่าสายพันธ์มังกรมีชีวิตจะด้อยกว่าหนึ่งขั้น  แต่เพียงแค่การแบกภาระเพียงส่วนเล็กๆบางส่วนของ สายเลือดมังกร จะต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยระดับแบล็คโกลด์เลยทีเดียว


      “มังกรโลกาเกล็ดทมิฬ มีอัตราพัฒนาการระดับมหัศจรรย์ เมื่อพิจารณาดูแล้วมันใช้ได้ดีเลยทีเดียว แต่ น่าเสียดายที่เจ้าดันมาติดใจกับค่ายกลสยบเทพ ของข้า เนี่ยหลีคำราม แท่งศิลาเหล่านั้นระเบิดลำแสงแพรวพราวออกมามากมายสว่างไสวไปทั่วทุกสารทิศ


เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!

จิตอสูรรอบแท่งศิลากลายร่างออกมา


พวกมันทั้งหมดเป็นจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์  แม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอเพราะถูกผนึกกับค่ายกลสยบเทพ แต่พวกมันยังคงมีพลังอำนาจเหลือล้น


เมื่อหลายร้อยปีล่วงมานี้ ยังคงมีร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกล์ดมากมาย กำลังพยายามรวบรวมจิตอสูร และร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์เหล่านั้นต้องการนำจิตอสูรมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ  จิตอสูรสามารถควบคุมพวกมันได้โดยใช้เทคนิคที่แปลกพิสดาร  เหมือนดังเช่นที่ใช้ในค่ายกลสยบเทพอยแห่งนี้  การควบคุมจิตอสูรเหล่านี้นั้นนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองกลอรี่เลยทีเดียว


ในการก่อสร้างค่ายกลหมื่นอสูร ตำหนักเจ้าเมือง ต้องนำจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่พวกเขานั้นเก็บรวบรวมมายาวนานหลายปีออกมา

บูม



จิตอสูรหมีโลกันตร์ระดับแบล็คโกลด์ขนาดยักษ์  สะสมพลังงานเป็นลูกไฟบรรลัยกัลป์ขนาดใหญ่โจมตีใส่ เอียเซิ่งที่ผสานรวมกับมังกรโลกาเกล็ดทมิฬ

บูม  บูม  บูม


พลังวิญาณ ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องแผ่กระจายหมุนวนสร้างคลื่นพลังอันน่ากลัวก่อให้เกิดการระเบิดไปยังบริเวณโดยรอบเป็นวงกว้าง


เอียเซิ่งรู้สึกหนาวในหัวใจขึ้นมาเลยทีเดียว  เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าค่ายกลสยบเทพแห่งนี้จะสามารถใช้ หมีโลกันตร์ได้ถึงแปดส่วน  หมีโลกันตร์นั้นเป็นหนึ่งในพวกจิตอสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุดและมันยังควบคุมยากยิ่งนัก  จนถึงวันนี้ยังไม่มีร่างทรงอสูรที่สามารถผสานรวมกับจิตอสูรหมีโลกันตร์ได้สำเร็จสักราย


แค่หมีโลกันตร์ตัวเดียวก็เป็นเรื่องที่ยากมากในการที่จะจัดการแล้ว


เอียเซิ่ง คำรามกึกก้องไปบนท้องนภา  เปิดปากของเขาและพ่นเปลวเพลิงทมิฬไปยังหมีโลกันตร์


มังกรโลกันตร์มีอำนาจการกรัดกร่อนของธาตุมืดแฝงอยู่ด้วย  ถ้าพ่นโดนอสูรระดับแบล็คโกลด์ใดๆ มันเพียงพอที่จะทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในหมู่ของจิตอสูร มังกรโลกาเกล็ดทมิฬ จะไม่สามารถเทียบกับหมีโลกันตร์ได้  แต่หลังจากเอียเซิ่ง  ได้ผสานกับมังกรโลกาเกล็ดทมิฬ  เขาสามารถปลดปล่อยพลังมังกรโลกาทมิฬได้ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์  ในขณะที่ค่ายกลสยบเทพนั้นสามารถใช้พลังของหมีโลกันตร์ได้เพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในการต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่หมีโลกันตร์   ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมังกรโลกาเกล็ดทมิฬได้



เมื่อ เปลวเพลิงทมิฬเกือบจะถึงตัวหมีโลกันตร์อยู่แล้วก็มีกำแพงวารีตกลงมาในทันใด ล้อมลอบเปลวเพลิงทมิฬนี้เอาไว้

ฟูมมมมม   ตูมมมม   ฉู่วววววววว

ภายใต้กำแพงวารี  เปลวเพลิงทมิฬก็ดับมอดลงอย่างรวดเร็ว


 “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”  เอียเซิ่ง หัวใจหล่นวูปไปเลยทีเดียว เมื่อมองไปเห็น  หนอนขนาดใหญ่  เรืองแสงมันวาวสีน้ำทะเลออกมา  มันนั้นพองตัวขึ้นลงพร้อมทั้งพ่นน้ำสีดำออกมา

หนอนวารี!


มันเป็นสายพันธ์ที่น่ากลัวมาก  อาศัยอยู่ในพื้นที่บึงโคลน  มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายของมันถูกสร้างมาจากของเหลวสีดำที่มีพิษอย่างมาก  และยังเหนียวแน่นมากอีกด้วยแม้ว่ามันจะตายลงนับสิบปี  ถ้ามีของเหลวตกลงมาบนร่างกายของมัน  มันจะสามารถฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง 


เอียเซิ่งทราบว่าจิตอสูรพวกนั้นอยู่ในคลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมือง  อย่างไรก็ตามเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกจิตอสูรที่อยู่ในคลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมืองนัก  สายพันธ์จิตอสูรชนิดนี้สังหารได้ยากมาก  หนอนวารีระดับแบล็คโกลด์  จะต้องเป็นอย่างน้อยเป็นยอดฝีมือระดับตำนานจึงจะฆ่ามันได้  มันเป็นไปได้อย่างสูงว่ามันจะเป็นมรดกที่ถูกทิ้งไว้จากบรรพชนผู้หนึ่ง


หนอนวารี  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เหล่าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ใดๆจะกำราบมันได้   ถ้ากำราบมันไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมบังคับมันให้ใช้ความสามารถพิเศษได้  แต่ตอนนี้มันถูกควบคุมโดยค่ายกลสยบเทพแห่งนี้




เมื่อเห็นของเหลวพิษ ที่พ่นออกมา  เอียเซิ่ง ก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที  ถ้าโดนมันโจมตีเข้าไปหละก็  ถึงเขาจะไม่ตายก็ต้องมีผิวหนังหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นเลยทีเดียว



แต่ค่ายกลสยบเทพแห่งนี้  ยังสามารถควบคุม จิตอสูรได้มากมาย  และมันสามารถเติมเต็มช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อฆ่าเหล่าศัตรู เป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ  แม้ว่ามันสามารถแสดงกำลังออกมาได้เพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่มันยังคงน่ากลัวเป็นอย่างมากอยู่ดี



เมื่อเอียเซิ่ง หลบออกจากหนอนวารี  เขาตระหนักขึ้นในทันทีว่าตอนนี้นั้นได้ตกอยู่ในวงล้อมของจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์เป็นสิบๆตัว

เมื่อมองไปยังจิตอสูรเหล่านั้นก็พบกับ





หมีโลกันตร์หนอนวารีปักษาที่เหี่ยวเฉาอสรพิษเพลิง, กบพิษ


เอียเซิ่งไม่เคยคาดคิดเลยว่าคลังสมบัติจะเต็มไปด้วยจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่น่ากลัวจำนวนมากมายขนาดนี้


จิตอสูรเหล่านี้ไม่ใช่แย่งกันแสดงความแข็งแกร่ง  แต่มันคือกลุ่มเหล่าจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยคอยเติมเต็มซึ่งกันและกัน 

บูม



ภายใต้วงล้อมของกลุ่มจิตอสูรมากมาย  หมีโลกันตร์พบโอกาส จึงตะปบไปที่หน้าอกของมังกรโลกาเกล็ดทมิฬ

บูม


มังกรโลกกาเกล็ดทมิฬ ถูกฟาดลงไปกองกับพื้น เอียเซิ่ง รู้สึกถึงแรงกดอากาศอันหนักหน่วงเพราะหมีโลกันตร์นั้นมีความแข็งแกร่งเกินไป แม้เขาคาดคิดว่าหมีโลกันตร์มีพลังเพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างแท้จริง  และพลังความสารถในการป้องกันของมังกรโลกาเกล็ดทมิฬนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว  แต่เอียเซิ่งยังคงถูกฟาดลงไปกองแนบอยู่กับพื้น


เอียเซิ่ง คำรามและทันใดนั้นเขาก็ปล่อยพลังฝ่ามือขนาดใหญ่ออกมา


ช่วงเวลานั้นเอง อสรพิษเพลิงก็เลื้อยเข้ามาร้อยรัดแขนเอียเซิ่งในทันที  ทำให้เขาไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวใช้กระบวนท่าใดๆได้


หมีโลกันตร์คำรามกึกก้องแล้วทุบลงไปที่หัวของมังกรโลกาเกล็ดทมิฬอย่างบ้าคลั่งหลายครั้ง


เปรี้ยง   เปรี้ยง   เปรี้ยง


การที่หัวของเขาถูกทุบตีอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุให้เอียเซิ่งนั้นเกิดอาการมึนงงวิงเวียนศีรษะ แม้มังกรโลกาเกล็ดทมิฬจะมีผิวหนังที่ทนทานและกล้ามเนื้อที่หนาแน่น มันยังไม่สามารถทนต่อการทุบตีอันหนักหน่วงรุนแรงเช่นนี้ได้



ความแข็งแกร่งของเอียเซิ่งนั้น  เขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้เมื่อเผชิญหน้ากับ สัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์สามถึงห้าตัว  แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์นับสิบๆตัว  และดูเหมือนว่ามันจะรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอีกด้วย  เขาจะสามารถหาวิธีสู้กับมันได้อย่างไร?


ถ้าเอียเซิ่งใช้พลังทั้งหมดของเขาเต็มศักยภาพ มันยังมีความพอเป็นไปที่ที่จะทำให้เหล่าสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ดับชีพไปพร้อมกับเขา



อย่างไรก็ตามเขาเป็นถึงเจ้าเมืองการทำอย่างนั้นมันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง”  ถ้าเขาพลีชีพพร้อมกับเหล่าอสูรระดับแบล็คโกลด์  มันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกดีใด ๆ เลย 


ในขณะนี้นั้น เอียเซิ่ง รู้สึกสับสนในหัวใจเป็นอย่างมาก ขณะเขากำลังคิดอยู่นั้นก็ถูกเหล่าจิตอสูรหลายตัวกำลังยำอย่างมันเท้า   แม้ว่าเขาจะต้องสูญเสียเดิมพันกับชนรุ่นใหม่ เป็นสาเหตุให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอายและโกรธจัด  แต่เมื่อลองคิดอย่างอื่น  เกี่ยวกับพลังอำนาจของค่ายกลสยบเทพ ยังขนาดนี้  ถ้าค่ายกลหมื่นอสูรสร้างเสร็จ จะต้องมีพลังอำนาจมากยิ่งไปกว่านี้อีก  นั้นก็จะหมายความว่า นครรุ่งโรจน์นั้นจะมีไพ่ไม้ตายอย่างดีเพิ่มมาอีก




เนี่ยหลีไม่ยอมลืมความอับอาย ที่เจ้าเมืองเอียเซิ่ง หลังจากที่เขาโดนทุบตีจนดูสมเพชเวทนาเพราะใส่เสื้อผ้าไม่เหมาะสม ณ ที่หน้าตำหนักของเอียจื่ออวิ๋น ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเช่นไรเขายังคงต้องการชำระหนี้คืน 


เนี่ยหลี ดำเนินการควบคุมค่ายกลสยบเทพแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง  หมีโลกันตร์ ตอนนี้เกรี้ยวกราดนัก ประเคนทั้งหมัดและเตะ ใส่เอียเซิ่งไม่ยั้ง หนำซ้ำยังไม่พอ  หมีโลกันตร์ยังเอาก้นมานั่งทับบนใบหน้าของเอียเซิ่ง โดยใช้ท่านั่งยองๆ ก้นยกขึ้นลงเป็นจังหวะห่างกันใช้เวลาเล็กน้อย


เมื่อเห็นภาพตรงเบื้องหน้านี้ มุมปากของเอียซิวกระตุกขนคิ้วสั่นไปมาไม่หยุ่น  เนี่ยหลีชั่งบังอาจจริง  เขาควบคุมหมีโลกันตร์ใช้ก้นนั่งลงบนใบหน้าของเอียเซิ่ง  ถ้าเป็นเช่นนี้ภาพลักษณ์ภายนอกอันน่าเกรงขามของเอียเซิ่ง ในฐานะเจ้าเมืองจะต้องสลายไปเป็นแน่

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  ใครจะกล้านั่งลงบนใบหน้าของเจ้าเมือง?

เอียซิว รู้สึกว่าเขานั้นทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง เอียเซิ่งอาจจะยอมแพ้เนี่ยหลี


    เอียเซิ่ง ไม่ต้องการยอมแพ้  หลังจากนี้ถ้าเขาฆ่าจิตอสูรจากค่ายกลสยบเทพแห่งนี้แล้ว มันจะไม่เป็นการดีใด ๆ ต่อเขาเลย  ในทางตรงข้ามมันกลับเป็นการทำให้เขาสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่นัก  อย่างไรก็ตามเนี่ยหลีนั้นทำมากเกินไป ไม่เพียงแต่เนี่ยหลีกำลังควบคุมหมีโลกันตร์อย่างบ้าคลั่ง  ยังปล่อยให้มันเอาก้นมานั่งบนใบหน้าของเขาอีกด้วย

เป็นเรื่องที่ชั่งบังอาจมากเกินไป!

เมื่อเห็นฉากที่หมีโลกันตร์ใช้ก้นขนาดใหญ่นั่งทับแนบลงบนใบหน้า   เอียเซิ่งก็ระเบิดความโกรธเพิ่มขึ้นมาทันที
อ้าว....จบตอนแล้วหรอ

แปลโดย  [ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม]

เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง