test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 113 แน่นอนว่านั่นคือความหมายของมัน




เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเนี่ยหลีเข้าพักอาศัยอยู่ในตำหนักของเอียจื่ออวิ๋นเป็นเวลาล่วงเลยมาเจ็ดวันแล้ว  ในระหว่างเจ็ดวันนี้นอกจากการฝึกฝนและสร้างค่ายกลหมื่นอสูร เขาเพียงพูดคุยกับเอียจื่ออวิ๋นบ้างเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษเกิดขึ้น




  เนี่ยหลีบ่มเพาะพลังจนกระทั้งทะลุผ่านมาเป็น  ระดับซิลเวอร์ขั้นห้าดาวแล้ว กระบวนการทะลุผ่านระดับโกลด์เป็นเรื่องที่ยากมาก  สำหรับคนทั่วไปต้องมีโอกาสอันดีจริงจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามสำหรับเนี่ยหลีนั้นมันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น


  บริเวณสวน  มีเพียงนกตัวน้อย และดอกไม้ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวน สภาพแวดล้อมช่างสวยงามและเงียบสงบนัก


เพื่อทีจะป้องกันเนี่ยหลี   เอียเซิ่งได้ย้ายที่ทำงานของเขามาอยู่ที่บริเวณข้างสวนแห่งนี้  แม้เขาจะยุ่งวุ่นวายทุกวัน  บางครั้งเอียเซิ่งก็ยังใช้ค่ายกลพลังวิญญาณแผ่พุ่งเข้าไปตรวจสอบบริเวณรอบสวนแห่งนี้เพื่อป้องกันมิให้เนี่ยหลีกระทำการอนาจารใดๆ


แม้ว่าเอียเซิ่งจะรู้สึกว่าไม่ต้องคิดมากนัก  เนื่องจากยังมีภาระหน้าที่การงาน แต่เขาก็ไม่เคยลดการป้องกันเนี่ยหลีให้คลายลงแม้แต้น้อย


เอียซิว  จู่ๆก็วิ่งเข้ามาด้านใน

 “เจ้าเมือง  ท่านประธานกู้เหยียน  ขอเข้าพบ เอียซิวกล่าวพร้อมโค้งคำนับ


 “โอ้? ท่านประธาน กู้เหยียน  มาที่นี่เหรอรีบนำเขาเข้ามาข้างในเร็วเข้า”  เอียเซิ่งกล่าวขึ้นมาในทันที ถึงแม้ว่าสมาคมปรุงยาที่ผ่านมาแม้ว่ามูลค่าการตลาดสูงมาก แต่ตำแหน่งกลับไม่สูงนัก อย่างไรก็ตามด้วยยาทิพย์ตัวใหม่ ส่งผลให้ท่านประธานกู้เหยียน มีตำแหน่งในเมืองกลอรี่แห่งนี้ไม่แตกต่างจากเอียเซิ่งมากนัก


สักครู่ ท่าประธานกู้เหยียน   สวมใส่ชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามาด้านใน  เขาเงยหน้าขึ้นมองมาที่ เอียเซิ่ง  พร้อมกับโค้งคำนับเล็กน้อยและกล่าวว่า ขอคารวะท่านเจ้าเมือง


    “ท่านประธานกู้เหยียน  มิต้องมากพิธี ให้คิดเสมือนว่าที่นี่คือบ้านของท่านเอียเซิ่งกล่าวพร้อมทั้งยิ้มดวงตาของเขานั้นกวาดไปที่ ใบหน้ากู่ เหยียน และเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ  “ท่าประธานกู้เหยียน  ดูเหมือนว่าท่านจะมีบางสิ่งที่สำคัญมาพูด ข้าแปลกใจนักเรื่องราวอะไรจึงนำท่านเดินทางมาที่นี่?”

กู้เหยียน ชำเลืองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง



 “ท่านประธานกู้เหยียน   ทุกๆคนในที่นี่ล้วนเป็นคนของเรา แม้แต่ยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ก็ไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้เอียเซิ่ง ยิ้มเล็กน้อยอยู่ในใจ  ดูเหมือนว่าประธานกู้เหยียน   จะระมัดระวังกลัวว่าจะมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น


การแสดงออกของกู้เหยียน  นั้นดูเคร่งขรึม เขามองไปยังเอียเซิ่ง หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า  “ ข้าไม่มั่นใจว่าคำพูดเหล่านี้ของข้าควรกล่าว  แต่ถ้าไม่พูดก็เกรงว่าผลกระทบที่ตามมามันจะรุนแรงนัก

 “ท่านประธาน กู้เหยียน   ไม่มีอันตรายสิ่งใดในการพูดความจริงหรอก



ประธานกู้เหยียน  พยักหน้าแล้วกล่าว ก่อนหน้านี้สมาคมปรุงยาได้สงสัยว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้แอบสมคบคิดกับสมาคมทมิฬ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้อาวุโสหลักของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นหมิง ได้ส่งคนมาโจมตีเนี่ยหลี แต่ถูกจับได้ ภายใต้การสอบสวนของสมาคมปรุงยา เขาสารภาพ บางอย่างเกี่ยวกับการกระทำของตระกูลศักดิ์สิทธิ์


 “บางอย่าง เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”  เอียเซิ่ง ขมวดคิ้วแน่น มีเพียงคำพูดจากเสิ่นหมิง  เพียงอย่างเดียว ข้ากลัวว่าจะไม่เพียงพอต่อการตัดสินว่า มีการร่วมมือกันระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิกับสมาคมทมิฬ จะต้องมีหลักฐานที่แน่นหนากว่านี้


กู้เหยียน  เงยหน้าของเขาขึ้นมองด้วยแววตาอันดุดันพร้อมทั้งกล่าว หลังจาก เสิ่นหมิง รับสารภาพ    เราก็เข้าใจขึ้นมา แต่นั้นไม่ใช่หลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอ  หลังจากนั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์จู่ๆก็ซื้อยาทิพย์จากพวกเราจำนวนมาก  ในชุดยาเหล่านั้น เราได้ใส่ ยาตามรอยวิญญาณ  และได้ส่งสัตว์อสูรสุนัขล่าเนื้อสามหัว ติดตามพวกมัน   ในท้ายที่สุดแล้วพวกเราสามารถยืนยันได้ว่ายาทิพย์เหล่านั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังสมาคมทมิฬ

ถ้าเป็นเช่นนี้  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์  คงไม่สามารถที่จะพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยได้


     “ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ฝังรากลึกลงในเมืองกลอรี่   แม้จะใช้สิ่งเหล่านี้ยืนยันก็ไร้ประโยชน์   ถึงแม้ว่าจะมี เสิ่นหมิงเป็นพยานสำคัญ  มันก็ไม่สามารถที่จะสั่นคลอนฐานนะของตระกูลศักดิ์สิทธิ์”  เอียเซิ่ง เงียบไปชั่วขณะ  ท่านประธานกู้ เหยียน  คงจะไม่ใส่ความตระกูลศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีเหตุผล  “  ข้าจะส่งบางคนไปตรวจสอบเรื่องนี้เอง” 

เอียเซิ่ง มองไปยังเอียซิว และกล่าวว่า  “ เอียซิว  เรื่องนี้อยู่ในความดูแลของเจ้า

 “ ขอรับ”  เอียซิวพยักหน้ารับคำทันที  และพร้อมทั้งกล่าวตอบ


กู้เหยียน  เอ่ยวาจา ด้วยความกังวลเล็กน้อย  “ ก่อนหน้านี้เมื่อพวกเราได้ตรวจสอบตระกูลศักดิ์สิทธิ์  เราได้กระตุ้นความสนใจพวกมันแล้ว  ท่านเจ้าเอียซิว  ท่านโปรดระมัดระวังตัวด้วย


 “ข้าเข้าใจ”  เอีย ซิ่ว พยักหน้า  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ มีร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์อยู่ถึงสามคน แม้ยังไม่ต้องคิดเรื่องอื่นก็รู้ว่า  พวกเขานั้นมีพละกำลังมหาศาล ทั้งยังมีสมาคมทมิฬที่หลบซ่อนอยู่อีก  เขาไม่กล้าที่จะประมาทเป็นแน่ 

หลังจากจบการสนทนาสักครู่ กู้เหยียน  ก็เดินจากไป


 “เอียซิว  ข้าขอโทษ ที่ข้านำปัญหาเรื่องนี้มาให้เจ้า เอียเซิ่ง ถอนหายใจเล็กน้อย  ในตอนนี้มีคนจำนวนไม่มากที่สามารถเชื่อถือและไว้วางใจได้ ในเมืองกลอรี่แห่งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้  กำแพงเมืองในเมืองกลอรี่ ได้ถูกสร้างให้สูงขึ้นจากเดิมมากมายนัก  แต่เหล่าอัจฉริยะที่เกิดขึ้นมากลับยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆทุกที กำแพงเมืองเพียงอย่างเดียว มันจะไม่สามารถป้องกันพวกเราจากเหล่าสัตว์อสูรได้

      ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องกังวล ยังคงมีพวกชนรุ่นใหม่ที่เหมือนกับ  จืออวิ้น และเนี่ยหลี  พวกเขาจะต้องกลายมาเป็นเสาหลักของเมืองกลอรี่แห่งนี้อย่างแน่นนอน เอียซิว กล่าวช่วยให้ เอียเซิ่ง ได้ผ่อนคลาย


 “เพียงแต่เราไม่รู้ได้ว่าจะต้องรอคอยอีกนานเท่าไร  เวลานั้นจึงมาถึงเอียเซิ่ง กล่าวอย่างขมขื่น พร้อมทั้งส่ายหน้า  เขาเข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของเมืองกลอรี่ดียิ่ง ตอนนี้หนึ่งในสามของตระกูลหลักอย่าง ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ กำลังทรยศต่อเมืองกลอรี่  ใครจะรู้ได้ว่าอนาคตจะออกมาในรูปแบบใด



เอียซิว ยังคงเศร้าเล็กน้อย เขามักจะเดินทางติดตาม เอียมัว  ออกไปข้างนอกเมืองเป็นประจำ  ทำให้รู้ธรรมชาติของสัตว์อสูรวายุเหมันต์ บริเวณรอบนอกเมืองกลอรี่แห่งนี้ ซึ่งกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มมากขึ้น ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่สัตว์อสูรเหล่านั้นจะมาถึง?


เอียเซิ่ง คิดถึงบางอย่างและกล่าวออกมาพร้อมยิ้มเล็กน้อย ในอีกไม่กี่วัน หานเอ๋อจะกลับมา  สองปีที่ผ่านมา เขาก็เป็นร่างทรงอสูรระดับโกลด์ ขั้นหนึ่งดาวแล้ว  ข้า สงสัยว่าปัจจุบันเขามีการบ่มเพาะพลังวิญาณเป็นเช่นไร?


เอียหาน  เป็นบุตรบุญธรรมของเอียเซิ่ง  ความสามารถของเขานั้นมหัศจรรย์มาก  มีจิตวิญญาณของฟ้าดิน และยังได้รับการสนใจจากเอียเซิ่ง  ตอนนี้เขามีอายุยี่สิบปี  ได้ติดตามผู้อาวุโสหลักของตระกูล ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์  เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  เอียหานนั้นทำให้ เอียเซิ่ง ภาคภูมิใจมาก  ถึงขนาดคิดฟูมฟักให้เขากลายเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปในอนาคต


     เอียซิว อยู่ในอาการเงียบสงบ  เอียเซิ่งนั้นฟูมฟัก เอียหาน ราวกับเป็นลูกของตัวเอง  แต่ เขาไม่ได้เป็นคนของตระกูลวายุเหมันต์  ในสายตาของเขาตำแหน่งของเจ้าเมืองสามารถถ่ายทอดโดยตรงเพียงคนภายในตระกูลวายุเหมันต์เท่านั้น  ลูกสาวของเอียเซิ่ง  เอียจื่ออวิ๋นนั้นในกาลก่อน ไม่ว่าจะปรับปรุงวิธีการบ่มเพาะพลังแก่ เอียจื่ออวิ๋น  อย่างไรก็ไม่สามารถก้าวหน้าขึ้น แต่ตอนนี้ เอียจื่ออวิ๋น  แสดงออกให้เห็นถึงความสามารถในการบ่มเพาะพลังอันน่ามหัศจรรย์ ตำแหน่งเจ้าเมืองคงจะต้องถูกนำมาพิจาณาใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม  เอียซิว นั้นไม่ได้มีความประทับใจดี ๆ  กับคนนอกอย่างเอียหาน


เอียซิว คิดเรื่องบางอย่าง และเอ่ยถาม เอีย เซิ่ง  “ ข้าได้ยินว่าบางส่วนของค่ายกลหมื่นอสูร ที่ได้ก่อสร้างสามารถใช้งานได้แล้วในบางส่วนและเผยให้เห็นถึงอำนาจอันแข็งแกร่งของมัน   ท่านเจ้าเมืองต้องการที่จะเยี่ยมชมหรือไม่?


ก่อนหน้านี้ เนี่ยหลี ได้บอกกับ เอียซิว ว่าค่ายกลหมื่นอสูรนั้นทำมาจากแปดค่ายกลย่อย  กำลังของค่ายกลย่อยทั้งแปดเหล่านี้นั้น ค่อนข้างดีเลยทีเดียว  หลังจากผสานค่ายกลย่อยทั้งแปดนี้เข้าด้วยกัน  มันจะเกิดพลังอันมหาศาลจนน่าตกตะลึงเลยทีเดียว  ตอนนี้ เนี่ยหลี ได้สร้างส่วนหนึ่งของค่ายกลย่อย   มันสามารถแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของมันในส่วนนั้นได้



เอียเซิ่ง  คิ้วขยับเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาสงสัยในคำพูดของ เนี่ยหลีเกี่ยวกับค่ายกลหมื่นอสูร  มันแข็งแกร่งเหมือนกับที่เนี่ยหลี ได้บรรยายมันหรือไม่? ทุกส่วนในค่ายกลหมื่นอสูร ล้วนต้องใช้ทรัพยากรปริมาณมหาศาล  ถ้ามันไม่แข็งแกร่งจริงอย่างที่เนี่ยหลี พรรณนามันต้องเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่




เอียเซิ่ง เดิมคิดว่ากำลังของ ค่ายกลหมื่นอสูร สามารถรู้ได้เพียงเมื่อมันสร้างเสร็จแล้ว  เขาไม่เคยคิดว่ามันสามารถทดสอบได้ เขาจึงไม่รีรอที่จะเข้าไปทดสอบมัน

 “ เรารีบไปชมกันเถอะ!” เอียเซิ่ง กล่าว โดยตัดสินใจในทันที

ตำหนักเจ้าเมืองบริเวณด้านทิศตะวันออก


ที่บริเวณนี้เคยมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่  อย่างไรก็ตามในการสร้างค่ายกลหมื่นอสูรแล้วพื้นที่บริเวณนี้ถูกเปิดโล่ง  ใจกลางของมันเป็นที่ว่าง  มีแท่งศิลา ขนาด มโหฬารสูงตระหง่านตั้งอยู่หลายสิบต้น  แท่งศิลาเหล่านี้ถูกสลักทุกอย่างตามรูปแบบของจารึกลี้ลับเป็นภาพเสมือนจริงของสัตว์อสูร ล้อมรอบมัน


พวกมันทุกตัวคือสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ ร่างกายของมันเต็มไปด้วยลวดลายอาคมจากจารึก ที่บางครั้งจะเปล่งแสงสีทองมันวาวออกมา


นี่คือส่วนหนึ่งของค่ายกลหมื่นอสูร จากแปดค่ายกลสังหารอันยิ่งใหญ่  ค่ายกลสยบเทพ!

เนี่ยหลี และพวกยืนอยู่ตรงด้านหน้าของ ค่ายกลสยบเทพ

พลังอำนาจล้อมรอบพุ่งพล่านไปมา ชนิดที่ว่าเป็นประกายรัศมีแสงจากสวรรค์อันแหลมคม


ถึงแม้ว่าเนี่ยหลีต้องการซ่อนประการรัศมีของค่ายกลหมื่นอสูร  แต่พลังอำนาจจากค่ายกลหมื่นอสูร มันเห็นได้เด่นชัดเกินไป เขาไม่สามารถที่จะซ่อนมันได้โดยง่าย  ยังไม่ต้องพูดถึงแท่งศิลาขนาดมโหฬารสูงตระหง่านทุกต้น มันอาจจะเป็นที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้คน


      อย่างไรก็ตาม ค่ายกลหมื่นอสูร นั้นมี วิธีสังหาร เจ็ดสิบสองชนิด  เนี่ยหลีเป็นผู้ใช้ความสามารถพิเศษในการควบคุมมัน  ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้มันได้  ถึงเขาจะส่งยอดฝีมือระดับตำนาน  ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายค่ายกลหมื่นอสูรนี้ลงได้    

 “นี่หรือคือค่ายกลหมื่นอสูรที่เจ้าสร้าง

เอียเซิ่ง เงยหน้าขึ้นมองที่มัน  แม้ว่าเขาจะตะลึง แต่เขายังไม่แสดงอาการใดๆให้เห็นบนใบหน้า

      “ นี่ไม่ใช่ ค่ายกลหมื่นอสูร  มันเป็นเพียงส่วนย่อย ของค่ายกลหมื่นอสูร”  เนี่ยหลีไม่แสดงความอ่อนแอใดๆเมื่อพบหน้าเอียเซิ่ง เขายกแขนขึ้นขวางเบาๆแล้วกล่าวว่า ถึงจะเป็นเพียงส่วนย่อยของมัน   ก็สามารถฆ่าพวกขยะระดับแบล็คโกลด์  ได้อย่างไม่มีปัญหา

เนี่ยหลีจงใจยั่วยุ เอียเซิ่ง  เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี  เอียซิว และ เอียเซิ่ง ก็มีอาการกระตุกที่มุมใบหน้า

ขยะระดับแบล็คโกลด์หรือ?

ในเมืองกลอรี่ นอกจากเนี่ยหลี ใครจะกล้าเรียกยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ว่าขยะเยี่ยงนี้?

ใครก็ต้องรู้ว่าระดับแบล็คโกลด์นั้น  เป็นรองเพียงระดับตำนานเท่านั้น!


เอียเซิ่งโกรธเพิ่มขึ้น   เนี่ยหลี ใคร่ครวญในคำพูดแล้วหรือจึงว่าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์เช่นนี้  มันเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  เขาปล่อยลมหายใจออกมาพร้อมทั้งกล่าว แค่ค่ายกลนี้ก็สามารถฆ่าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ได้แน่หรือ เจ้ารู้จักพลังความแข็งแกร่งของร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์แล้วจริงหรือ?”



เอียซิว ยิ้มอย่างขมขื่น หัวใจนั้นสั่นระรัว  เขาไม่รู้ว่าเพราะเรื่องอะไร เนี่ยหลีและเอียเซิ่ง ทุกครั้งที่สองคนนี้อยู่ด้วยกัน พวกเขาจะเหมือนกับคู่ของผงแป้งที่เมื่อโดนประกายไฟพร้อมจะสามารถระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา เอีย เซิ่งนั้นมีตำแหน่งสูง ถึงระดับเจ้าเมือง เขามีศักดิ์ศรีที่สูงส่ง  มาทะเลาะกับเด็กธรรมดาสามัญที่ดูจากภายนอกรู้สึกอ่อนแอนัก อย่างไรก็ตามเนี่ยหลีไม่กลัวเอียเซิ่งแม้แต่น้อย  เขายังคงแกล้งแหย่เอียเซิ่ง สาเหตุนี้หละที่ทำให้ เอียซิว ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว


 “ท่านเจ้าเมือง ข้าไม่คิดว่า เนี่ยหลี จงใจหมายถึงอย่างนั้น  เขาเพียงแต่พยายามอธิบายถึงอำนาจการทำลายของค่ายกล ว่าสามารถทำลายร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ได้โดยง่าย.....?” เมื่อแล เอียเซิ่ง ดูโกรธจัด เอียซิวก็พยายามแก้ไขสถานการณ์โดยทันที




แน่นอนว่าความหมายเของมันป็นดั่งที่ข้าได้พูดเอาไว้”  





เนี่ยหลีถอนหายใจเงยหน้าไปมองเอียเซิ่งพร้อมทั้งกล่าว 





อย่าคิดว่าท่านยิ่งใหญ่เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์   ท่านยังไม่เคยเห็นยอดฝีมือที่แท้จริงมาก่อน  ยังเป็นแค่พวกกบในบ่อน้ำ ในสายตาข้าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์เป็นเพียงแค่ขยะ  





'เจ้าเมือง'?        





ท่านเอ่ยว่าค่ายกลหมื่นอสูรของข้าไม่สามารถฆ่าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ได้ ท่านต้องการทดสอบมันไหมเล่าจบตอน




แปลโดย  [ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม]






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง