test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 112 พูดคุยกับข้า



เมื่อได้ยินคำพูดจากเนี่ยหลี ใบหน้าของเอียเซิ่งก็กลับกลายมาเป็นสีเขียวขึ้นทันที เพราะพูดแต่เรื่องร้ายๆใส่ความให้แก่เขา  เท่านั้นยังไม่เลวพอ ยังวาจาตอแหลใส่จื่ออวิ้นผู้ไร้เดียงสา ชั่งไร้คุณธรรมและมโนธรรม เสียจริงเชียว! ถ้าเขาไม่ได้ต้องการให้เนี่ยหลีช่วยสร้างค่ายกลหมื่นอสูรแล้วหละก็เขาจักต้องสั่งสอนบทเรียนอันรุนแรงให้กับเนี่ยหลีเป็นแน่


เอียจื่ออวิ๋นกล่าววาจาพร้อมสีหน้าที่แลดูเศร้ากับเนี่ยหลีเนี่ยหลีอย่าได้เข้าใจท่านพ่อของข้าผิดไป  จริงๆแล้วท่านเป็นคนที่ดีมาก  ข้ารู้ว่าเขาปรารถนาที่จักใช้เวลาอยู่กับข้า แต่เนื่องจากท่านเป็นเจ้าเมืองต้องแบกรับภาระความเป็นความตาย  ของประชาชนจำนวนมากในเมืองกลอรี่ จึงมิกล้าที่จะหย่อนยานลงแม้แต่เพียงน้อยนิด  ถึงเขาจักไม่ใช้เวลานานมากให้กับข้า เขายังคงเป็นบุคคลที่ข้าเคารพนับถือมากที่สุด  ข้าเพียงแต่เกลียดตัวเองที่อ่อนแอ และไม่สามารถแบ่งเบาภาระเขาได้..................”




หลังจากได้ยินคำพูดของเอียจื่ออวิ๋น  เอียเซิ่งที่หลบอยู่ที่มุมก็รู้สึกคัดจมูกเล็กน้อย  ต่อหน้าลูกสาวเขาเป็นพ่อที่เข้มงวดเสมอ  เขานั้นรู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ  เขารู้สึกติดค้างเอียจื่ออวิ๋นมากนัก  เมื่อได้ยินวาจาเอียจื่ออวิ๋นวันนี้ เขาไม่สามารถจะทำให้หัวใจสงบลงได้เป็นเวลานาน  นี่หรือความคิดที่แท้จริงของเอียจื่ออวิ๋น

          
         “เนี่ยหลีเดิมทีแล้วข้าคิดว่าความสามารถของข้า.......ข้ากลัวว่ามันจะมิสามารถเพิ่มขึ้นจนสูงเหมือนพ่อของข้า แต่เมื่อเจ้าถ่ายทอดเทคนิคการบ่มเพาะพลังวิญญาณให้แก่ข้า และยังมอบจิตอสูรราชินีวายุเหมันต์ให้แก่ข้า ทำให้ข้านั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  ช่วยทำให้ข้าบรรลุความฝัน แม้ว่าท่านพ่อจะไม่ยอมรับให้เราได้อยู่ด้วยกัน แต่เพื่อทดแทนบุญคุณของเจ้า  ข้าจักยอมรับคำร้องขอสามข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรตราบใดที่ข้าสามารถทำได้  ข้าจะไม่ปฏิเสธมัน”  เอียจื่ออวิ้นก็รู้บางสิ่งทำให้แก้มของนางแดงไปทั้งใบหน้า อย่างไรก็ตามนางก็ยืดอกภาคภูมิใจ  สายตาของนางเป็นประกายบ่งบอกถึงความหนักแน่นชัดเจน


     ตั้งแต่เด็ก พ่อของนางได้สั่งสอนในการใช้ชีวิตว่าบุญคุณต้องทดแทน   นอกจากนี้เขายังสั่งสอนในเรื่องความซื่อสัตย์ และยึดมั่นคำสัญญา

เอียเซิ่งขมวดคิ้ว ใจของเขาเริ่มเอนเอียง  เมื่อเหตุผลที่ จื่ออวิ้น บ่มเพาะพลังวิญญาณได้อย่างรวมเร็วนั้นเป็นเพราะเนี่ยหลีคอยให้คำชี้แนะ   สาเหตุนี้ทำให้มุมมองที่เขามองเนี่ยหลีเปลี่ยนไปเล็กน้อย  ดูเหมือนว่าเนี่ยหลียังดูแลจื่ออวิ๋นค่อนข้างดีเลยทีเดียว

          “จริงหรือ? ไม่ว่าขอให้ทำเรื่องอะไร เจ้าจะไม่ปฏิเสธมัน?” เนี่ยหลียิ้มอย่างชั่วร้ายราวกับปิศาจ พร้อมทั้งเดินเข้ามาหาเอียจื่ออวิ๋น

เมื่อเห็นรอยยิ้มอันเต็มเปี่ยมบ่งบอกถึงความหมายของเนี่ยหลี และก้าวย่างเข้าไปหานางเอียจื่ออวิ๋น ท่าทีของเขานั้นทำเอานางตกอยู่ในความกังวลเลยทีเดียว แก้มแดงขึ้นมาก  เนี่ยหลีกำลังเดินมาทำอะไร?  ฉากที่ปรากฏในสมอง พรั่งพรูออกมานางรู้ว่าจักต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้น  นางยืดอกขึ้น นางมีสัญญา ต้องตอบสนองต่อคำขอร้องของเนี่ยหลีสามข้อ  นางก้มหน้าหลบไปมองอย่างอื่น


เนี่ยหลีเดินก้าวย่างเข้าไปทีละก้าวๆ เข้าไปยืนยังด้านข้างเอียจืออวิ้น พร้อมทั้งก้มศีรษะลงจ้องมองที่เอียจื่ออวิ๋น  พบว่าเอียจื่ออวิ๋นนั้นในตอนนี้ชั่งเอียงอายมีเสน่ห์เป็นยิ่งนัก  ริมฝีปากบางใส  จมูกสันเป็นคมราวผลึกแก้ว สายตาแลดูเฉลียวฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความงดงามของนางนั้น   เหมือนดั่งผลองุ่นที่สุกทำให้ใครๆต่างก็หมายปองที่จักลิ้มรส 

นางสวมชุดสีขาว  ผูกริบบิ้นรวบรัดหน้าอกขึ้น  เผยให้เห็นเรือนร่างที่น่ารักของนาง กระโปรงปลิวพลิ้วไสวต้องสายลม ดุจดั่งเทพธิดาลงมาจุติในยามราตรี ขณะที่กลิ่นหอมจากกายนางก็มากเกินกว่าหญิงสาวสามัญชนทั่วไปที่จะพึงมีได้

นางชั่งเป็นหญิงที่มีเสน่ห์มากล้นยิ่งนัก!

ภาพฉากของชีวิตในชาติภพก่อนค่อยๆฉายออกมาอย่างช้า ๆ  พุ่งตรงมาสู่โสตประสาทของเนี่ยหลีจนทำให้เขารู้สึกอ่อนไหวในจิตใจ  ตอนนี้เขาอยากจะโอบกอดร่างที่งดงามดุจดั่งหยกนี้เหลือเกิน!

ความรู้สึกของเนี่ยหลีปิดกั้นสภาพแวดล้อมทุกอย่างรอบตัว  บรรยากาศอันสุดแสนพิเศษเช่นนี้เอียจื่ออวิ๋น ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น หัวใจของนางสั่นระรัวเร็วยิ่งนัก  เหมือนดั่งหยกที่ขาว ยกเว้นตั้งแต่ว่าส่วนคอขึ้นไปกลายเป็นสีแดง

บรรยากาศแห่งความรักตลบอบอวลล้อมรอบกายทั้งสองคนเอาไว้


บรรยากาศในช่วงค่ำคืนนี้ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

เอียเซิ่งที่อยู่ในเงามืด ได้เห็นการกระทำของเนี่ยหลีที่แสดงออกกับเอียจื่ออวิ๋นเป็นอาการของคนที่ไม่จริงใจ  ทำให้มุมมองของเขาต่อเนี่ยหลีเปลี่ยนไปอีกทันที  เส้นเลือดที่แขนของเขาปูดโปนขึ้น ถ้าเนี่ยหลีสัมผัสแม้นิ้วมือลงบนเรือนร่างจื่ออวิ๋น เขาจักไม่รั้งรอที่จะซัดเนี่ยหลีให้ลงไปกองที่ตรงนั้น  ต่อให้เป็นมารดาของเขาก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ 

เนี่ยหลีสูดดมกลิ่นอายของร่างกายเอียจื่ออวิ๋นอย่างบ้าคลั้ง  ประกายตาของเขานั้นบอกถึงความโดดเดี่ยวและโศกเศร้า ตลอดเวลา  เขากังวลว่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นจะเป็นเพียงความฝัน  ทุกๆคืนเขามักจะตื่นเนื่องจากฝันร้าย เมื่อเจอฉากที่เอียจื่ออวิ๋นสิ้นใจ  น้ำตาแห่งความเสียใจพลันรินไหลอาบใส่ใบหมอน

เอียจื่ออวิ๋นนั้นมิเคยล่วงรู้เลยว่าเนี่ยหลีนั้นรักมั่นแต่นางผู้เดียวตลอดมา   เขาต้องเผชิญหน้ากับความตายเพียงลำพังมาหลายร้อยปี สิ่งเดียวที่เขาคิดคือเอียจื่ออวิ๋นเท่านั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ  จนมันฝังรากลึกลงไปจนถึงแกนกระดูกเลยทีเดียว

เมื่อได้ย้อนเวลากลับมามีความสุขได้อีกครั้ง  เขาจึงกลัวที่จักสูญเสียทุกอย่างเหมือนดั่งคราวก่อน  เขาจึงมิยอมหยุดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง รวมทั้งผู้ที่อยู่เคียงข้างเขาทั้งหมด   พวกเขาจักได้มีกำลังป้องกันตนเองเมื่อภาวะวิกฤตินั้นมาถึง

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนเหล่านี้ต้องสูญเสียไปอย่างแน่นอน

เมื่ออยู่ใกล้ชิดเอียจื่ออวิ๋น  เขารู้สึกได้เลยถึงชีพจรของนาง  เนี่ยหลีปรารถนาที่จะโอบกอดกายนาง  อยากจะพูดคุยเรื่องราวของหัวใจและเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ  อย่างไรก็ตามเขาต้องถอนลมหายใจยาว ๆ เก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ภายในใจ  ถ้าเขาโอบกอดกายเอียจื่ออวิ๋นในขณะนี้ เขากลัวว่านางจักตกใจกลัวและผลักเขาออกไปแน่นอน?

ที่มุมปากของเนี่ยหลีนั้นหงายเงยขึ้นเล็กน้อย เขาเดินไปด้านข้างเอียจื่ออวิ๋นและเอ่ยวาจาที่ข้างหูช้าๆ “คำขอข้อแรก  ข้าต้องการให้เจ้า.....”เมื่อเนี่ยหลีกล่าวคำว่า เจ้า เขาจงใจลากเสียงให้ยาวออกไป



เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เอียจื่ออวิ๋นร่างกายเริ่มสั่นไหว มือทั้งสองข้างก็สั่นจนแทบหยุดไม่อยู่ นางคาดเดาว่าเนี่ยหลีจักต้องพูดคำนั้นออกมาแน่นอน แม้ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม แต่เนี่ยหลีเป็นผู้มีบุญคุณมากนัก และนางได้สัญญาว่าจะยอมทำตามคำขอร้องสามข้อ  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดนางจะไม่ปฏิเสธมัน

ถ้าหากเป็นเนี่ยหลีคงจะมิใช่เรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ และมันก็เป็นตามหัวใจนางด้วย

แม้ว่านางจะคิดเช่นนี้แต่หัวใจของนางยังคงว้าวุ่นนัก

          “เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวน้อย กล้าทำเรื่องเช่นนี้ให้เห็น ถ้าข้าไม่จัดการกับเจ้า!”  เอียเซิ่งกำหมัดแน่นปะทุพลังแผ่พุ่งออกมาจากจุดนั้น  เขากำลังระเบิดพลังของระดับแบล็คโกลด์ จิตสังหารพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขา ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะระเบิดทุกสิ่ง  ถ้าจอมยุทธ์ผู้เก่งฉกาจระดับแบล็คโกลด์ลงมือสวนแห่งนี้ต้องพังพินาศลงไปแน่


เอียจื่ออวิ๋นเอามือสีขาวเรียวงามวางไว้บนหน้าอกที่สั่นไหว  ตอนนี้หัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะ แก้มนางแดงด้วยความอาย  มันทำให้เมื่อแลเห็นนางแล้วช่างดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก  นางตอนนี้นั้นช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่ภายในใจ


       รู้สึกได้ถึงรังสีอันรุนแรงจากกายเอียเซิ่งที่พวยพุ่งออกมา  เนี่ยหลีรู้ว่าระยะยังอยู่อีกไกลเพียงพอ ถ้าเขาจะสานต่อจนกว่า เอียเซิ่งจะระเบิดอารมณ์ออกมา

เนี่ยหลียืดอกขึ้นและอมยิ้มพร้อมกล่าว  “  ข้าต้องการให้เจ้า................พูดคุยกับข้า”

 “คุยกับเจ้า?” เอียจื่ออวิ๋น ยกมือข้างขวาหยุดที่กลางอากาศ นางตะลึงมึนงงมาก พร้อมจ้องมองมายังเนี่ยหลี



 “ เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรอย่างอื่นเหรอ?” เนี่ยหลีเอ่ยถาม พร้อมกวาดสายตาลงไปหาเอียจื่ออวิ๋นที่แก้มแดงเปล่ง  เขาเปิดปากพูดและมองไปยังเอียจื่ออวิ๋นที่อยู่ในการตะลึง “มันอาจเป็นไปได้ที่เจ้าคิดว่าข้าต้องการทำสิ่งนั้นกับเจ้า? ถ้าข้าทำเช่นนั้นข้าจะมิกลายเป็นคนเลวหรือ?


เมื่อได้ยินคำพูดเนี่ยหลี เอียจื่ออวิ๋นนั้นอยากที่จะขุดหลุมแล้วโยนตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น  เดิมทีนางคิดว่าเนี่ยหลีจะกระทำเรื่องไม่เหมาะสมกับนางตามต้องการ......  อย่างไรก็ตามนางเกิดมาในตระกูลวายุเหมันต์ เห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างตระกูล  เมื่ออายุครบสิบสามปีแล้วสามารถแต่งงานได้  ดังนั้นจึงเป็นธรรมชาติที่เธอจะมีความรู้ในเรื่องเหล่านั้น 


ถ้าเนี่ยหลีเป็นคนดี จริงนางคงไม่คิดเช่นนั้น? เนี่ยหลีทำให้นางเข้าใจวัตถุประสงค์ของเขาผิดไป!


        “เนี่ยหลีข้าเกลียดเจ้า”  เอียจื่ออวิ๋น เข้าใจได้เลยว่านางนั้นโดนเนี่ยหลีแกล้งแล้ว  นางระบายความโกรธโดยกระทืบไปบนเท้าของเนี่ยหลีพร้อมหันไปมองรอบๆก่อนวิ่งหนีไป   เนี่ยหลีนั้นแหย่นางเล่นเกินไปแล้ว  แน่นอนหละว่ามันคือวัตถุประสงค์ของเขา

เมื่อย้อนกลับไปทุกคนคงคิดว่าคำพูดเหล่านั้นได้ทำให้หัวใจของนางนั้นหลุดลอยไปไกลเรียบร้อยแล้ว

 “โอ้วววว”  แม้ว่ามันจะไม่เจ็บมาก  เนี่ยหลียังคงยืนกุมขาของเขา และส่งเสียงร้องออกมา  มองไปยังเอียจื่ออวิ๋น  พร้อมตะเบ็งเสียง “ อ้าว ไหนเจ้าพูดว่าจะยอมทำตามคำขอของข้าไม่ใช่หรือ?”  ทำไมเจ้าไม่อยู่พูดคุยกับข้าแล้วรีบวิ่งหนีไปหละ?”

          “คุยกับตัวเจ้าเองเถอะ!” เอียจื่ออวิ๋นถอนลมหายใจแล้วตะโกน พร้อมทั้งวิ่งเข้าไปให้ตึกของนาง

เมื่อเห็นภาพเอียจื่ออวิ๋นวิ่งกลับเข้าไปในประตู เนี่ยหลีก็อารมณ์ดีขึ้นเขาผิวปากย่างมีความสุข

เอียเซิ่งผู้อยู่ที่มุม เกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมาแล้ว  แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น เขาก็ถึงกับตะลึงไปในทันที  และเก็บซ่อนกลิ่นอายกลับเข้ามา  ถ้าเนี่ยหลีกระทำสิ่งที่ไม่ดีกับเอียจื่ออวิ๋นเขาจะลงมือจัดการอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องลงมือแล้ว  ตอนนี้เขารู้ว่าถูกเนี่ยหลีหลอกแล้ว เมื่อเห็นเนี่ยหลีที่ยืนผิวปากไกลออกไป เขายิ่งรู้สึกจนหนทาง

เนี่ยหลีนั้นช่างเป็นผู้ที่มิสามารถประเมินได้ด้วยสามัญสำนึก

เนี่ยหลีเป็นคนแบบไหนกัน? แม้แต่เขาก็ไม่สามารถนึกมันได้

เมื่อมองในปัจจุบัน   เนี่ยหลีนั้นเป็นเพียงเด็กบ้าอายุเพียงสิบสามถึงสิบสี่ปี  มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะคาดคิดออกมาได้?

เมื่อคิดย้อนกลับไป แม้ว่าเนี่ยหลีจะเป็นเพียงชนชั้นสามัญตัวเล็ก ๆ แต่การกระทำและความคิดนั้นนอกกรอบ ตลอดจนบุคลิกของเขาก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

แต่เขายังคงมีความกังวลใจเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเอียจื่ออวิ๋น ซึ่งโดยปกติจะจิตใจบริสุทธิ์ กล้าหาญ และเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ แต่ตอนนี้ นางกลับถูกแกล้งโดยเนี่ยหลีอย่างสมบูรณ์แบบ  เขายังต้องศึกษาเนี่ยหลีให้รู้    เนี่ยหลีอาจตั้งใจทำบางสิ่งที่ไม่ดีกับนางก็เป็นได้

ภาพของเอียเซิ่งค่อยๆหายเข้าไปในความมืดอย่างช้าๆ

รู้สึกว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมจากเอียเซิ่งนั้นจะเลือนหายไป  เนี่ยหลียิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  เขาเพียงจะแกล้งเอียเซิ่งเล็กน้อย  พ่อตาของเขามักจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึมจนดูน่าเบื่อเกินไป เมื่ออยู่ในตำหนักเจ้าเมืองนั้นเขามักมุ่งเน้นที่การฝึกฝน บางคราวจึงมาเล่น กับเอียจื่ออวิ๋นบ้าง   และคงทำให้เอียเซิ่งสนใจ

หลังจากเอียเซิ่งจากไปแล้ว เขาเริ่มต้นฝึกฝน


เนี่ยหลีคิดอยู่ในใจ เนี่ยหลีแผ่กลิ่นอายแห่งความมืดผสานกับดวงจิตอสูรแพนด้าเขี้ยว และดวงจิตอสูรเงาพราย  ในห้วงขอบเขตวิญญาณของเนี่ยหลี อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ เนี่ยหลีคิดที่จะเชื่อมต่อกับกระบี่เทพอัสนีดาวตกอีกด้วย

กระบี่เทพอัสนีดาวตกนั้นเรืองแสงเปล่งประกายสายฟ้าพวยพุ่งไปมา ลำแสงนั้นช่างแลดูอบอุ่นนุ่มนวลนัก แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเกรี้ยวกราดรุนแรง เมื่อเนี่ยหลีใช้กระบี่อัสนีดาวตกโจมตีเมื่อไรก็จะมีพลังทำลายอันน่ากลัวนัก


ถ้าเอียเซิ่งรู้สึกถึงกลิ่นอายพลังวิญญาณลึกลับที่แผ่พุ่งออกมาจากเนี่ยหลี เขาจะสงสัยจนต้องตกใจแน่  เพราะว่าเนี่ยหลีในตอนนี้นั้นพลังวิญญาณได้ทะลุผ่านขีดจำกัดของความสำเร็จในช่วงอายุของเขาแล้ว  อย่างไรก็ตามเนี่ยหลีนั้นเก็บซ่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นระดับแบล็คโกลด์อย่างเอียเซิ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะตรวจพบได้



เนี่ยหลีค่อย ๆ เข้าไปสู่ห้วงขอบเขตวิญญาณเริ่มทำการฝึกฝน.....จบตอน




แปลโดย [ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม]







เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง