test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 110 การวางอาณาเขตหมื่นอสูร



     เมื่อได้ยินเอียจืออวิ้นบ่นพึมพำกับตัวเองเนี้ยหลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำเล็กน้อย



    เนี้ยหลี่โบกมือของเขาไปทางเอียจืออวิ้นยิ้มๆแล้วกล่าวว่าเอียจืออวิ้นเราได้พบกันอีกแล้ว



     เอียจืออวิ้นเงยหัวขึ้นแววตาที่ดูสับสนของเธอสบเข้ากับเนี้ยหลี่ หลังจากที่ตกตะลึง ชั่วขณะนั้นเธอผุดลุกขึ้นราวกับตั๊กแตนกระโดด



  “ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่?” ดวงตาของเอียจืออวิ้นส่องประกายถึงความตื่นตกใจ



  “ทำไมข้าถึงอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ?” เนี้ยหลี่หัวเราะและพูดว่า 


      “ข้ากับเสี่ยวหยูตัดสินใจจะอยู่ที่นี้!



   เนี้ยหลี่มองไปรอบๆตัวของเขา สายตาของเขาก็ไปบรรจบเข้ากับตึกเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆกับตึกของเอียจืออวิ้นและพูดว่าจากนี้ไปพวกเราจะอาศัยอยู่ที่นั่น



   เอียจืออวิ้นดึงแขนของเนี้ยหลี่ทันที เธอพยายามที่จะให้เขาออกไปและพูดอย่างรีบร้อนว่าเนี้ยหลี่เจ้าไม่ต้องการที่จะมีชีวิตแล้วหรือ?! ท่านพ่อข้าจะต้องสังหารเจ้า! เจ้ารีบออกไปซะจะดีกว่า หากท่านพ่อข้าจับเจ้าได้เจ้าได้ตายแน่ๆ!



     จากที่เอียจืออวิ้นพูดเธอยังคงเป็นห่วงเขาทำเอาหัวใจเนี้ยหลี่รู้สึกพองโต เขาจึงเผยรอยยิ้มซุกซน พูดกับเอียจืออวิ้นที่มองมาอย่างประหลาดใจว่าบิดาเจ้ายังไม่ได้บอกหรือ?”


เอียจืออวิ้นงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่าบอกอะไร?”



   เนี้ยหลี่ตบหน้าผากของตัวเอง ทำท่าเหมือนกับว่าคิดบางอย่างออกและกล่าวว่าถ้างั้นเจ้าก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นสินะ!



   “รู้เรื่องอะไร?”


ปฏิกริยาของเอียจืออวิ้นชะงักไปชั่วครู่



      “พ่อของเจ้าตกลงเรียบร้อยแล้ว


ตกลงอะไร?”



เอียจืออวิ้นรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น



     เขาบอกว่าจะให้เจ้าแต่งงานกับข้าได้ และการแต่งงานจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้แม้ว่าเนี้ยหลี่จะหัวเราะแต่ภายในหัวใจของเขากลับเต้นอย่างรุนแรง



      “อ่า?!” ดวงตาของเอียจืออวิ้นเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ ภายในแววตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจนั่นจะเป็นไปได้อย่างไร?”



    “ทำไมถึงจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? เมื่อวันนั้นที่ข้าถูกจับได้โดยพ่อของเจ้า หลังจากที่เขากลับมา ข้าที่ถูกจับได้โดยพ่อของเจ้าได้ถูกสอบปากคำ ข้าได้บอกท่านไปว่าข้าวสารได้กลายเป็นข้าวสุกเสียแล้ว ถึงแม้ว่าพ่อของเจ้าโกรธเกรี้ยวแต่เรื่องอื้อฉาวในครอบครัวไม่อาจแพร่งพรายออกไป ดังนั้นเขาจึงได้จัดการแต่งงานให้ข้ากับเจ้าในวันพรุ่งนี้!เนี้ยหลี่พูดอย่างไร้เรื่องไร้ราวในเมื่อพ่อของเจ้าใช้อำนาจกับข้า ยังมีอะไรที่ข้าจะทำได้ในเรื่องนี้อีกล่ะ



     “เจ้า…...ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้!ใบหน้าของเอียจื่ออวิ้นกลายเป็นสีแดงด้วยความกระวนกระวาย และเธอก็กระทืบเท้าของเธอไปมาเห็นได้ชัดเลยว่าเราไม่ได้……



     ในขณะที่เอียจืออวิ้นมีท่าทีเขินอายนั้นทำเอาหัวใจของเนี้ยหลี่สั่นไหว เขาเริ่มที่จะจดจำเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาทำให้ความคิดของเขาวุ่นวาย ในชีวิตนี้ของเขาแน่นอนว่าเขาจะไม่มีทางให้นางจากเขาไปอีก



     เนี้ยหลี่พยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดข่มอารมณ์ของเขาลง เขาผายมือออกไปด้านข้างและพูดว่าในเรื่องนี้ตอนแรกข้าเองก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะ แต่เนื่องจากท่านพ่อตายืนยันในเรื่องนี้ แม้ว่าข้าจะฝืนใจ แต่ข้าก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้



      “ฝืนใจ? ฝืนใจอย่างนั่นหรือ?” เอียจืออวิ้นถลึงตาใส่เนี้ยหลี่เนี้ยหลี่ เจ้าหมายความว่าข้าไม่คู่ควรกับเจ้าอย่างนั้นรึ?” ความโกรธเอียจืออวิ้นปะทุขึ้นและเธอก็เหยียบลงไปที่เท้าของเนี้ยหลี่



     เนี้ยหลี่รีบชักเท้าหลบทันทีขณะเดียวกันเขาก็พูดเสียงดังเกินจริงว่าแน่นอนว่าเจ้าคู่ควรกับข้า เหตุได้เจ้าถึงว่าไม่คู่ควรล่ะ?”



     “เจ้า……ดวงแก้มของเอียจืออวิ้นแดงขึ้น เธอรู้ในทันทีว่าได้กระโดดลงไปในหลุมพรางของเนี้ยหลี่อีกครั้งหนึ่งแล้ว



       เมื่อเห็นเนี้ยหลี่กับเอียจืออวิ้นอยู่ด้วยกัน เอียซิ่วอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เขาเฝ้าดูการเติบโตของเอียจืออวิ้นมาตลอด เนื่องจากตัวตนอันสูงส่งของเธอ เธอจึงไม่ค่อยมีเพื่อน นอกจากนั้นเธอยังจมอยู่กับการฝึกฝนด้วยตัวของเธอเอง เธอจึงไม่ค่อยได้พูดคุยกับเพื่อนๆมากนัก เขาเองก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเอียจืออวิ้นมาเป็นเวลานานแล้ว



  เอียซิ่วคิดว่าเนี้ยหลี่กับเอียจืออวิ้นมีสายสัมพันธ์ุกัน เพียงแต่เอียเซิ่งไม่อนุญาติให้พวกเขาอยู่ด้วยกันซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกันในภายหลัง ถ้าเป็นในกรณีนี้เขาควรจะต้องโน้มน้าวเอียเซิ่งเรื่องการแต่งงานของเอียจืออวิ้นกับเนี้ยหลี่ หลังจากทั้งหมดอย่างไรบุตรสาวก็ต้องแต่งงานแม้ว่าพ่อของตนจะไม่เต็มใจก็ตาม



     แต่สิ่งที่เอียซิ่วไม่ทราบก็คือ เนี้ยหลี่สำหรับที่เอียจืออวิ้นแล้วที่มีก็คือความรู้สึกของเพื่อนเท่านั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ มันเป็นเนี้ยหลี่มักจะมาอยู่ข้างๆตัวเธออยู่เสมอ และเป็นเพราะเอียจืออวิ้นยังอ่อนด้อยเธอจึงไม่รู้จักวิธีรับมือเขา



  “เอาล่ะ ข้าคงจะไม่สามารถคุยต่อได้ล่ะ ตอนนี้ข้าคงจะต้องไปดูห้องของข้าก่อน ในช่วงเวลานั้นข้าจะอาศัยอยู่ที่นี้ ถ้าห้องของข้าแย่ล่ะก็สงสัยว่าข้าคงไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ล่ะนะ



  เนี้ยหลี่มองไปรอบ สายตาเขาก็ไปบรรจบกับตึกหลังที่เอียจืออวิ้นอาศัยอยู่ ดวงตาเขาก็สว่างวาบขึ้นและเดินตรงไปยังตึกของเอียจืออวิ้น



     เมื่อเอียจืออวิ้นเห็นฉากนั้นเธอก็ตื่นตกใจทันที คราวที่แล้วตอนที่เนี้ยหลี่บุกมายังห้องของเธอ เกี่ยวกับเรื่องนั้นเธอยังไม่สามารถลืมมันได้เลย และเธอก็ได้ตัดสินใจที่จะไม่สนใจเนี้ยหลี่อีกต่อไป อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนี้ยหลี่จะกลับมาที่ห้องของเธออีกครั้ง



อยู่ด้วยกันกับเนี้ยหลี่ในห้องอย่างนั้นหรือ?



  เอียจืออวิ้นกลายเป็นซึมเศร้าเมื่อคิดถึงมัน โดยปกติแล้วเอียจืออวิ้นจะเป็นคนที่สงบเงียบและอ่อนโยน เวลาเธอจะพูดกับคนอื่นก็จะพูดอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล เธอยังคงสุภาพเมื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่เวลานี้เธอไม่สามารถที่จะสงบลงได้



   ใบหน้าของเธอยังคงกลายเป็นสีแดงประดุจโลหิต เธอได้เรียกดาบตรงของเธอออกมาและพาดลงบนคอสีขาวนวลของเธอ เธอจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่และกล่าวว่าเนี้ยหลี่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าอาศัยอยู่ภายในห้องของข้า ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะเข้าไปล่ะก็ ข้าจะ……



   “ทำไมเจ้าทำท่าน่ากลัวเช่นนั้น ข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะอาศัยอยู่ในห้องของเจ้า ถ้าเจ้าไม่อนุญาติให้ข้าเข้าไปดูข้างในล่ะก็ ช่างใจแคบเสียงจริง ข้ากลับไปที่ห้องของข้าก็ได้เนี้ยหลี่กล่าวขณะหัวเราะ จากนั้นเขาก็ถือสัมภาระของเขาเดินตรงเข้าไปในตึกที่อยู่ด้านข้างเอียจืออวิ้น


  ขณะที่เธอเฝ้าดูทางด้านหลังของเนี้ยหลี่ เอียจืออวิ้นกลับกลายเป็นตกตะลึงใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้น เธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเธอนั้นถูกเนี้ยหลี่หลอกลวงอีกครั้งหนึ่งแล้ว



เนี้ยหลี่ก่อกวนเธอได้อย่างง่ายดาย



     แต่การที่จะได้พบเนี้ยหลี่อีกในภายหลังนั้นเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ดวงตาของเอียจืออวิ้นปกคลุมไปด้วยหมอก หัวใจของเธออ้างว้างเกินไป ดังนั้นการที่มีเนี้ยหลี่มาคอยตามก่อกวนเธอน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะทำให้เธออารมณ์เสียอยู่เสมอ แต่เธอก็จะคิดถึงเนี้ยหลี่เมื่อเขาไม่ได้วนเวียนอยู่รอบๆ



ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน? แม้แต่เอียจืออวิ้นก็ยังไม่เข้าใจ



   เมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกไม่พอใจ, ความรู้สึกหวานหอม, หัวเราะ และเสียใจ เธอได้รับรู้ความรู้สึกได้ด้วยตัวของเธอเอง



  เนี้ยหลี่เดินผิวปากตรงไปยังข้างตึกของเอียจืออวิ้น แล้วก็ชี้นิ้วไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามกล่าวว่าเสี่ยวหยูเจ้าพักอยู่ที่นั่น


   เนี้ยหยูมองไปยังตึกที่เห็นได้ชัดว่าอยู่ห่างไกลจากตึกของพี่ใหญ่เนี้ยหลี่แล้วก็บุ๋ยปาก ทำไมเขาถึงต้องการให้เธออาศัยอยู่ในตึกฝั่งตรงข้ามด้วยนะ?



   เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เอียซิ่งขัดจังหวะในทันทีและกล่าวว่าเนี้ยหยูยังเล็กนักควรให้อยู่กับเจ้าไปก่อนจะดีกว่า เจ้าจะได้ดูแลนางได้ตามปกติ!



  เนี้ยหลี่กระพริบตาของเขาจ้องมองไปยังเอียซิ่ว การจ้องมองของเขานั้นดูราวกับจะมองทะลุถึงทุกสิ่งทุกอย่าง


  เอียซิ่วรู้สึกอึดอัดเล็กๆน้อยๆ และรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เขาจึงหันไปมองทางอื่น



  หวังว่าเนี้ยหลี่คงไม่ได้ตระหนึกถึงแผนการของพวกเขาหรอกนะ? เอียเซิ่งไม่ได้สบายใจเลยกับการที่ปล่อยให้เอียจืออวิ้นอยู่กับเนี้ยหลี่ ดังนั้นเอียเซิ่งจึงมีเตรียมการรับมือด้วยตัวเอง เนื่องจากเขาตกลงง่ายเกินไป คืนนี้เอียเซิ่งอาจจะเข้าไปอยู่ในตึกฝั่งตรงข้ามเพื่อสังเกตุการณ์เนี้ยหลี่เองก็เป็นได้



     เนี้ยหลี่ก็ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเอียเซิ่งจะต้องทำเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาจะต้องถูกสังเกตุการณ์ เขาก็ย้งต้องการที่จะอาศัยอยู่ในเขตบ้านของเอียจืออวิ้น เพราะเนี้ยหลี่นั้นรู้ว่าเอียจืออวิ้นนั้นโดดเดี่ยวจริงๆ มารดาของเธอเสียไปเมื่อนานมาแล้ว และเธอก็เหลือเพียงแค่พ่อของเธอ อย่างไรก็ตามพ่อของนั้นก็เอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับภารกิจในแต่ละวัน และก็มาพบเธอเดือนนึงไม่กี่ครั้ง เธอจึงโดดเดี่ยวมาก ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนอื่นๆสงสารเธอ


      เนี้ยหลี่ไม่ได้อยากจะหาผลประโยชน์จากเอียจืออวิ้น ภายในหัวใจของเขาเธออยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครจะมาแทนที่ได้ เขาเพียงแต่ปรารถนาให้เอียจืออวิ้นอยู่อย่างมีความสุขเท่านั้น


  สำหรับอาณาเขตหมื่นอสูร เขาจะช่วยวางพวกมันให้ หลังจากทั้งหมดมันไม่จำเป็นต้องพยายามซักเท่าไหร่นัก



  เอียซิ่วที่เดินตามเนี้ยหลี่มาก็พูดขึ้นว่า เกี่ยวกับการเริ่มวางอาณาเขตหมื่นอสูรนี่



  “เหตุใดจึงรีบนัก? ข้าพึ่งจะมาถึงที่นี่ และข้าก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย



    “ในฐานะเป็นร่างทรงอสูรระดับซิลเวอร์ เจ้าจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แม้เจ้าจะไม่นอนทั้งคืนหรือแม้กระทั้งอดนอนเจ็ดวันเจ็ดคืน…..เอียซิ่วกล่าวการวางอาณาเขตหมื่นอสูรนั้นสมควรเป็นเรื่องใหญ่



   “มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับท่าน แต่สำหรับข้ามันช่างจิ๊บจ๊อยนัก เราจะมาพูดคุยกันอีกครั้งหลังจากข้าพัก ขั้นแรกไปรวบรวมวัตถุดิบมา สิ่งที่จำเป็นจะต้องหามาก็คือสัตว์อสูรระดับแบล๊คโกลด์


  “สัตว์อสูรระดับแบล๊คโกลด์ได้มีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว


อาวุธทรงพลังสิบอย่างล่ะ…….



  “พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน…...เอียซิ่งมองไปยังเนี้ยหลี่อย่างกระหาย



   ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบอะไรที่ต้องการใช้สำหรับ อาณาเขตหมื่นปีศาจ เอียซิ่วก็จะตอบว่ามีพวกมันทั้งหมดอยู่แล้ว นั้นส่งผลให้เนี้ยหลี่มองไปยังเอียซิ่งอย่างไม่พอใจ ดั่งเช่นมันเป็นการยากที่วัตถุดิบถูกรวบรวมไว้พร้อมแล้ว คฤหาสต์เจ้าเมืองร่ำรวยจริงๆ โดยพื้นฐานแล้วพวกเขามีแทบจะทุกอย่าง



    เนี้ยหลี่หาได้ตระหนักถึงว่าเมื่อย้อนกลับไปตอนที่สัตว์อสูรจำนวนมากได้กวาดล้างทวีปครั้งใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากถูกไล่ล่าอย่างต่อเนื่องและหลบหนีมายังเมืองกลอรี่ พวกเขาได้นำสมบัติที่ไม่สามารถจินตนาการได้มามากมาย และสมบัติเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกรวบรวมไว้ในคฤหาสต์ของเจ้าเมือง



  “ก็ได้ ในกรณีนี้ข้าจะเริ่มวางอาณาเขตเลยก็ได้เนี้ยหลี่พูดออกมาอย่างเซ็งๆ เขาเอาแผนที่ออกมาแล้วพูดว่านี่ก็คือโครงสร้างคร่าวๆของคฤหาสต์เจ้าเมือง



    เอียซิ่วมองไปยังเนี้ยหลี่อย่างประหลาดใจ นี่เป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆอย่างนั้นหรือ? มันมีรายละเอียดมากเกินไป! เนื่องด้วยคฤหาสต์ของเจ้าเมืองมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา แผนที่นี้มันไม่ควรจะเล็ดลอดออกไปได้ เนี้ยหลี่ทำอย่างไรจึงได้แผนที่ฉบับสมบูรณ์นี้มา?



  เนี้ยหลี่พอจะคาดเดาความคิดของเอียซิ่วได้จึงกล่าวว่าข้าให้ท่านบรรพบุรุษเอียเหยียนบินไปสำรวจคฤหาสต์เจ้าเมืองจากบนฟ้าและก็เขียนแผนที่นี้ขึ้นมาน่ะ



      ถ้าเป็นกรณีนั้นเอียซิ่วยังพอเข้าใจได้ คฤหาสต์เจ้าเมืองมีการป้องกันที่แน่นหนา นั้นหมายความว่าเป็นการยากที่คนธรรมดาจะเข้ามาได้ แต่พวกทหารยามของคฤหาสต์เจ้าเมืองคงไม่สามารถป้องกันนกที่บินได้สินะ?



  “เอ่อ ใช่แล้ว ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียเหยียนล่ะ?” เอียซิ่วพึ่งรู้ตัวว่าเนี้ยหลี่ไม่ได้นำบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งมาพร้อมกัน



    “ข้าได้ใช้ให้เขาบินออกไปสำรวจนอกเมืองกลอรี่เพื่อค้นหาสมาคมทมิฬน่ะเนี้ยหลี่พูดอีกว่า สมาคมทมิฬเป็นความลับมาก มันซ่อนตัวอยู่คู่กับเมืองกลอรี่มานับร้อยๆปี และมันก็เจริญเติบโตแข็งแกร่งขึ้นแข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่พวกมันหลบซ่อนอยู่ใต้ดินนอกเมืองกลอรี่



      หลายครั้งที่ตระกูลต่างๆของเมืองกลอรี่ต่างก็อยากจะทำลายล้างสมาคมทมิฬ แต่ก็ไม่สามารถค้นหาที่ซ่อนของสมาคมทมิฬได้ แม้กระทั่งท่านเอียมัวร่างทรงอสูรระดับตำนานเองก็ยังไม่สามารถทำอะไรแก่สมาคมทมิฬได้เลย



  “โอ้เอียซิ่วผงกหัว เขาแอบพูด เนี้ยหลี่ใช้วิธีการอะไรที่สามารถทำให้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียเหยียนฟังคำพูดของเขาได้กัน?



  ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่พวกเขาเข้าไปยังชายแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาล้วนถูกสั่งสอนอย่างทุกทรมานโดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียเหยียน พวกเขาแทบจะโงหัวไม่ขึ้นจากคำดุด่าของเขาด้วยซ้ำ แต่ทว่าตอนนี้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งกลับเชื่อฟังเนี้ยหลี่ เขาช่วยเหลือแม้กระทั่งออกไปทำออกไปทำภารกิจให้ นี่มันไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!

แปลโดย [แร๊คคูนแมน]



เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง