test

เมนู นิยาย บน

เมนูมังงะ

8 ก.พ. 2559

Tales of Demons & Gods บทที่ 109 ไม่มีทาง!



เนี้ยหลี่ได้ผ่านพรมแดนแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว!


 มันอาจจะเป็นไปได้ว่าในเวลานั้น เนี้ยหลี่ได้นำบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน ออกมาจากพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยานนั้นอยู่ในรูปแบบวิญญาณ วิญญาณของเค้าจะไม่มีวันแตกสลายไป ตราบเท่าที่เค้ายังอยู่ในพรมแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์


 อย่างไรก็ตาม การที่เนี้ยหลี่สร้างหุ่นเชิดวิญญาณ และผนึกวิญญาณบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยานไว้ภายในนั้น เป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรงมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขางงก็คือ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน บอกว่า เขาเต็มใจ ที่จะถูกผนึกไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณ


    เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?


 แม้ว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน จะถูกผนึกไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณ แต่ในใจเอียเซิ่งนั้น  สำหรับเขาเอียหยานเป็นคนที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้


“ลูกหลานเอียเซิ่ง ขอคารวะ ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง ” เอียเซิ่งโค้งคำนับเล็กน้อย


  “ลูกหลานเอียซิ่ว ขอคารวะ ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง” เอียซิ่ว ก็เคารพตามมารยาทเช่นกัน



ถ้าหากไม่ได้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียยัน ให้ความแนะนำต่อลูกหลานรุ่นต่อไป เมืองกลอรี่คงถดถอยเป็นแน่แท้ ไม่เพียงเป็นบรรพบุรุษ เอียหยานยังเป็นอาจารย์ของเขา ทำให้เขาไม่กล้าที่จะไม่เคารพนับถือได้


 “ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง หากเนี้ยหลี่บังคับท่าน  เราจะฆ่าเจ้าเด็กเหลือขอนี่ทันที และจะช่วยปกป้องวิญญาณของท่าน” เอียเซิ่ง มองไปที่เนี้ยหลี่่ร่างกายของเขา แผ่ความกดดันออกมาอย่างรุนแรง


   อย่างไรก็ตามในขณะนี้ การบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เขายังมีดาบเทพอัสนีดาวตก แต่เดิมเขาก็รู้สึกไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว เขาได้รับการกดดันเล็กน้อยจากเอียเซิ่ง


   
   บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน กล่าวอย่างใจเย็น “ข้าเต็มใจที่จะให้วิญญาณของข้า ถูกผนึกไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณ  หากเจ้าทั้งสองยังคง นับถือข้าเป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้า นับจากวันนี้ไป ให้ปฏิบัติกับเนี้ยหลี่ เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อข้า!



เอียหยานไม่รู้ความสัมพันธ์ของเนี่ยลี่กับเอียเซิ่ง แต่ด้วยความรู้อันยิ่งใหญ่ของเนี้ยหลี่ และพลังวิญญาณอันน่าพิศวงของเขา ทำให้เขารู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ในสายตาของเขา เนี้ยหลี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็ก แต่เขาคือผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ลึกลับ ดังนั้นในตอนนี้  เอียหยานจึงได้อธิบาย เกี่ยวกับเนี้ยหลี่


ปฏิบัติกับเนี้ยหลี่ เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียยัน งั้นเหรอ?



หลังจากที่ได้ยินดังนั้น เอียเซิ่งรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังกินแมลงวัน ที่น่าเกลียด ตอนนี้เขารู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว อย่างหนึ่งที่เขารู้ คือเจ้าเด็กเหลือขอที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา เป็นคนที่พรากความบริสุทธิ์ของลูกสาวของเขาไป นอกจากนี้เขายังต้องการที่จะเข้าไปอยู่ร่วมกับ เอียจื้ออวิ้น  แค่เขาไม่ฉีกเนี้ยหลี่ออกเป็นชิ้น ๆ  มันก็ดีแค่ไหนแล้ว แถมยังจะต้องปฏิบัติกับเนี้ยหลี่ราวกับแขกคนสำคัญอีกงั้นเหรอ?


ไม่มีทาง!


อย่างไรก็ตาม คนที่ให้การหนุนหลังเนี้ยหลี่ก็คือ ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง!  หากพูดถึงต้นกำเนิดของตะกูล หิมะเหมันต์ ล้วนเป็นลูกหลานของ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่การเชื่อมโยงทางสายเลือดนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้  เพราะในความเป็นจริงเอียหยาน เป็นบรรพบุรุษของของพวกเขา  ถ้าหากเขาไม่เชื่อฟังบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน ก็เท่ากับว่าเป็นการต่อต้านบรรพบุรุษของตัวเอง!



เพียงแค่มองสภาพอันมอมแมมของเนี้ยหลี่แล้ว เอียเซิ่งก็แทบจะอกแตกตาย แต่ก็ไม่สามารถที่จะปล่อยให้มันระเบิดออกมาได้ แต่เดิม เอียเซิ่งตั้งใจที่จะมาดุด่าเนี้ยหลี่  แต่เมื่อบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียยันปรากฏตัว เขาจะยังไปดุด่าเนี้ยหลี่ได้อย่างไร?



   “ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง ข้ายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ข้าคงต้องขอตัวก่อน! ” เอียเซิ่งพยายามใจเย็นแล้วชำเลืองมองเนี้ยหลี่ เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังเดินจากไป


จะยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปเพื่ออะไร ในเมื่อทำอะไรเนี้ยหลี่ไม่ได้ หรือจะยืนรอให้เนี่ยลี่หัวเราะใส่หน้าเขา?


 พอเห็นเอียเซิ่งเดินหันกลับไป เนี้ยหลี่จึงยิ้มและพูดว่า “ท่านพ่อตา เหตุใดรีบเดินออกไปเช่นนั้น  ได้โปรดค่อย ๆ เดินไปเถิด จะได้ไม่หกล้ม”




ขณะที่เอียเซิ่งกำลังก้าวขาข้ามธรนีประตู เขาก็ได้ยินเสียงที่เนี้ยหลี่พูด เท้าของเขาแทบจะสะดุดธรนีประตู เขารีบก้าวออกไป หน้าอกของเค้าพองจนแทบจะระเบิด เค้าแทบจะเป็นโรคประสาท ถ้าหากเขารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เค้าคงจะตบให้เนี่ยลี่ตายคากำแพงไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ความเศร้าใจไม่มียาใด ๆ ในโลกที่จะรักษาได้


เอียเซิ่ง ถอนหายใจและเดินออกไป




หลังจากที่มองเนี้ยหลี่ และเอียเซิ่งที่กำลังเดินจากไป เอียซิ่วไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ปกติแล้วเอียเซิ่งจะไม่โมโหกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันเป็นเพราะเนี้ยหลี่ยุแหย่เขามากเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นเอียเซิ่งก็ทำอะไรเนี้ยหลี่ไม่ได้




ด้วยอารมณ์ของเอียเซิ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใคร ในคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง หรือแม้แต่ในเมืองกลอรี่ คำสั่งของเค้าคือสิ่งที่เด็ดขาด ไม่มีผู้ใดที่กล้าขัดแย้งกับเขา นอกเหนือจากท่านลอร์ดเอียมัวแล้ว ก็ไม่มีใครที่สามารถหยุดเขาได้ แต่ถึงกระนั้น เพียงแค่เนี้ยหลี่โผล่ออกมา ก็สามารถกำหราบเอียเซิ่งได้ราบคาบ

มันคือเรื่องจริง  ที่เนี้ยหลี่กำหราบเอียเซิ่ง นี้ได้



แม้ว่าเอียซิ่วจะแอบคิดว่าเป็นเรื่องที่ตลก ในขณะเดียวกัน ความคิดที่ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา เนี้ยหลี่เหมือนจะเกินวัยไปเล็กน้อย  แต่อย่างไรซะ ไม่ว่าจะเป็นปัญญา หรือความสามารถของเขา เขาก็ไม่เป็นสองรองใครในเมืองกลอรี่




อย่างไรก็ตาม การแต่งงานของลูกสาว เป็นสิ่งที่โหดร้ายมากสำหรับพ่อที่จะต้องพูดออกไป ปฏิกิริยาที่เอียเซิ่ง แสดงออกมานับเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้เนี้ยหลี่ยังทำให้เอียเซิ่ง มีความประทับใจที่ไม่ดีมาตั้งแต่ต้น



จริง ๆแล้ว เนี้ยหลี่ ต้องการที่จะแกล้งเอียเซิ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  แม้ว่าเขาจะตัดสินใจที่จะให้เอียจื้ออวิ้น มาเป็นภรรยาของเขา เค้ายังคงตัดสินใจที่จะเติบโตเคียงข้างกันไปอย่างช้า ๆ กับเอียจื้ออวิ้น


ในฐานะที่เป็นเอียเซิ่ง...




ในอดีตชาติของเขา เนี้ยหลี่เคยเห็นเอียเซิ่งจากระยะไกล ในตอนนั้นเขารู้สึกกลัวมาก และขาทั้งสองข้างของเขาก็สั่นด้วยความเกรงกลัว แต่ในชีวิตนี้ มีความเคารพบางอย่างที่ขาดหายไปจากใจของเขา แม้ว่าเอียเซิ่งจะทำผลงานนับไม่ถ้วนให้กับเมืองกลอรี่ จนกระทั่งเสียชีวิตจากการสู้รบ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นพ่อที่ดีต่อเอียจื้ออวิ้น ดังนั้นการล้อเล่นกับเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่สมควร



“เนี่ยลี่....”จวบจนเวลาหนึ่งที่เอียซิ่วพร้อมจะพูด




เนี้ยหลี่ ทำหน้าเคร่งขรึม แล้วพูดว่า “สิ่งที่ข้าต้องการพูด มีเพียงเท่านั้น  ถ้าหากว่าเขายอมรับมันไม่ได้ ก็ลืมมันไปซะ ข้าจะไม่ยอมให้ต่อรองอะไรทั้งนั้น ถ้าท่านเอียซิ่ว นั้นต้องการที่จะหว่านล้อมข้า ก็ลองคุยกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยานดู



   “ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน เกี่ยวกับเรื่อง อณาเขตหมื่นอสูร...”เอียซิ่ว มองไปที่หุ่นเชิดวิญญาณ ด้วยความลำบากใจ โดยพยายามที่จะให้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน เกลี้ยกล่อมเนี้ยหลี่ให้


    บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่รู้วิธีวางอณาเขตหมื่นอสูร เจ้าต้องการปรับทุกข์อะไรกับข้าหรือเปล่า?




เอียซิ่วรู้สึกอยู่ในจุดที่หนาวเหน็บ เขายิ้มอย่างขมขื่น เขาพยามยามจะมองหา และเดินตามเอียเซิ่ง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เขาจะต้องเกลี้ยกล่อมเอียเซิ่งให้ได้ เพราะว่า อณาเขตหมื่นอสูรนั้นมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับเมืองกลอรี่




เอียเซิ่งโกรธมาก พลังวิญญาณอันแข่งแกร่งของเขากระจายออกไปทั่ว ทำให้ต้นไม้สองเส้นทาง รอบข้างเหี่ยวแห้งจากแรงกดดัน


เอียซิ่วไม่เคยเห็นเอียเซิ่งโกรธขนาดนี้มาก่อน  ทันทีที่เขาเดินเข้าไปหา


“ท่านเอียเซิ่ง.....”

“อย่ามากวนข้า!” เอียเซิ่งตวาดด้วยเสียงอันดุดัน

“ข้าจะต้องฆ่าไอ้เด็กนั่นให้ได้ ภายในวันนี้ ข้าจะฉีกร่างกายมันออกมาเป็นชิ้น ๆ อย่ามาห้ามข้า!



เอียซิ่วบ่นพึมพำในใจ ถ้าหากว่าท่านต้องการจะฆ่าเนี้ยหลี่ ท่านคงจะทำไปแล้ว จะรอจนถึงตอนนี้ทำไม? เขายังมีบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยานคอยออกหน้า ท่านยังจะทำอะไรได้อีก?



เอียเซิ่งมองที่หน้าเอียซิ่ว แล้วตวาดว่า “เอียซิ่ว เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าที่จะฆ่าไอ้เด็กนั่นใช่ไหม? ถึงแม้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเอียหยาน จะออกหน้า เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเขาอย่างนั้นเหรอ”




เอียซิ่วรีบกล่าวว่า
“ท่านเอียเซิ่ง ได้โปรดใจเย็นลงก่อน ด้วยความแข็งแกร่งของท่าน การฆ่าเนี้ยหลี่ก็เป็นแค่เรื่องง่าย ๆ  เว้นเสียแต่ว่า ท่านจะมีหัวใจอันยิ่งใหญ่ ที่จะไม่ใส่ใจ เรื่องของเขา”



“ฮึ่ม” เอียเซิ่งสบถ
“เจ้าเด็กกำแหงนั่น กล้าที่จะคิดมิดีมิร้ายต่อลูกสาวข้า มันเป็นแค่คางคกแต่คิดจะกินเนื้อหงส์ ไม่มีวัน! ถ้าข้ายังเห็น ความคิดบ้า ๆ  ที่มันมีต่อลูกสาวข้าอีก ข้าจะทำให้มันเสียใจ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้!


แม้ว่าเอียซิ่วจะยิ้มอย่างขมขื่นในใจ เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาทางใบหน้า เขากลอกตาไปมาแล้วพูดขึ้นมาว่า

“ท่านเอียเซิ่ง ทำไมเราไม่ยอมแพ้หล่ะ  เราไม่จำเป็นต้องใช้อณาเขตหมื่นอสูรก็ได้!



ได้ยินคำพูดของเอียซิ่ว เอียเซิ่งก็รู้สึกตกใจ ถ้าอณาเขตหมื่นอสูร มีผลกระทบอันยิ่งใหญ่ มันสามารถปกป้องเมืองกลอรี่ในช่วงเวลาที่สำคัญ ถ้าหากจะไม่ได้ใช้งานมัน ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย แม้ว่าเนี้ยหลี่จะคิดไม่ซื่อกับเอียจื้ออวิ้น  ที่ทำให้เอียเซิ่งโกรธ แต่คำพูดของเขายังคงมีความน่าเชื่อถือสูง


เอียซิ่ว ถอนหายใจแล้วพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ข้ามีเพียงลูกชาย ถ้าหากว่าข้ามีลูกสาวสักคน  ข้าคงช่วยคลายกังวลให้กับท่านได้!


เอียเซิ่งเปลี่ยนสีหน้า แล้วพูดออกมาว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่มีวันยกลูกสาวของข้าให้กับมัน ด้วยมือของข้าเองแน่ ”


“จริง ๆ แล้ว ท่านเอียเซิ่งไม่ต้องเป็นกังวล ข้ามีทางออกสำหรับเรื่องนี้”

“โอ้? เจ้าหมายความว่าไง?


เอียซิ่ว กระซิบที่ข้างหูของเอียเซิ่งทันที เอียเซิ่งคลายคิ้วที่ขวดอยู่ออกมาช้า ๆ เขาพยักหน้าเบาแล้วพูดออกมาว่า

“นั่นเป็นความคิดที่ดี เราจะดำเนินการตามนั้น”


เอียซิ่วยิ้มและเดินไปหาเนี้ยหลี่ที่สวนทันที
เนี้ยหลี่มองไปที่เอียซิ่ว ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า


“ท่านเจ้าเมืองยอมตกลงแล้วเหรอ?


เอียซิ่ว ตกใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาจะกลับมา และเอียเซิ่งจะต้องยอมเห็นด้วยกับมัน เขาหัวเราะแล้วพูดว่า

“ท่านเอียเซิ่ง ได้ยอมรับข้อตกลงนั้นอย่างแน่นอนแล้ว”

เนี้ยหลี่ พยักหน้า และบอกกับเนี้ยยู่

 “เสี่ยวยู่ ไปกันเถอะ เรากำลังจะย้ายไปอยู่กับ พี่สะใภ้ของเจ้า”

 “ตกลงจ๊ะ” เนี่ยยู่ พยักหน้าแล้วไปแบกกระเป๋าใบใหญ่

เนี้ยหลี่เตรียมพร้อมไว้แล้วงั้นเหรอ?


เอียซิ่ว ได้แต่ตะลึง เขารู้ดีว่าจะต้องเกิดปัญหาแน่ ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป มองไปที่เนี้ยลี่ และ เนี้ยยู่ กำลังเดินไปทางสวนของเอียจื้ออวิ้น เร่งให้เขาต้องรีบเดินตามพวกเขาไป


สวนของเอียจื้ออวิ้น


ขณะนี้ ผมอันยาวสลวยของเอียจื้ออวิ้น เธอกำลังนั่งอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ ริมสระน้ำ เครื่องแต่งกายผ้าไหมของเธอ ยิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์มากขึ้น  ดวงตาอันสดใสของเธอ มีความโศกเศร้าอยู่ภายใน มองไปที่สระน้ำแล้วเธอก็ถอนหายใจ ในความคิดของเธอมีแต่ความยุ่งเหยิง




ในความคิดของเธอ เนี้ยหลี่ มักจะล้อเล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ และมักจะทำให้เธอโกรธ  แต่มันก็ทำให้เธอคิดถึงเขา เขายังชอบทำให้คนอื่นเกลียดเขา แต่เมื่อเขาไม่อยู่หัวใจของเธอรู้สึกราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป
 
ทุกครั้งเมื่อเธออยู่ร่วมกับ เนี้ยหลี่  มันมีความสุขมาก


จากนั้นเธอก็นึกถึงเรื่องพ่อของเธอ พ่อของเธอยังโมโหจากเรื่องในวันนั้น? หากเนี้ยหลี่ยังคงยั่วยุพ่อของเธอต่อไป เธอเป็นกังวลว่าพ่อของเธอจะทำเรื่องโหดร้ายกับเนี้ยหลี่....



เธอไม่กล้าคิดเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น และถอนหายใจอย่างเศร้า ๆ เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไม่พบเจอเนี้ยหลี่อีกครั้ง  บางทีเธอก็คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะไม่มีเพื่อนอีกต่อไปในชีวิตของเธอ เพื่อนที่จะคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา สักคนหนึ่ง


ขณะที่เธอกำลังคิดอะไรอยู่ สระน้ำก็ได้สะท้อนให้เห็น หน้าตาที่ตลกของเขากำลังจ้องมองเธออยู่


เอียจื้ออวิ้น รู้สึกตกใจและส่ายหัว “คงจะเป็นเพราะข้าไม่ได้นอนมาทั้งคืน ข้าถึงได้เห็นภาพหลอน”...จบตอน...


แปลโดย [นพรัตน์ น.]






เมนู นิยาย ล่าง

เมนู มังงะ ล่าง